บริษัท Oiles ปิดงานสหภาพฯ หลังเจรจาข้อพิพาทไม่คืบ

บริษัท Oiles ผู้ผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์รถยนต์ ในระยอง เลือกปิดงานเฉพาะสมาชิกสหภาพแรงงานการเจรจาพิพาทแรงงานไม่คืบหน้า

 

10 .. 53 –นายจ้างบริษัท Oiles Thailand ยื่นข้อเรียกร้องต่อพนักงานจำนวน ๕ ข้อ และแจ้งขอใช้สิทธิ์ปิดงานเฉพาะส่วนสมาชิกสหภาพฯ ตั้งแต่วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ เจรจาไกล่เกลี่ยสี่ครั้งแล้วไม่คืบหน้า

บริษัทออยล์เลส (ประเทศไทย) จำกัด เป็นบริษัทที่ผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์รถยนต์ และยานพาหนะ เช่น ฉีดพลาสติกอุปกรณ์ชิ้นส่วนรถยนต์ เช่น ชิ้นส่วนท่อไอเสีย  ชุดบังคับเลี้ยว อุปกรณ์เกี่ยวกับ เบรคและคลัช และชุดคอมเพสเซอร์แอร์ ประเก็น และ Seal Bearing ,Rack Guide ,Plastic parts ส่งให้กับลูกค้าภายในและต่างประเทศ เช่น ส่งขายให้กับลูกค้า Toyota ,Isuzu ,Honda ,Mitsubishi ,Nissan ,Ford&Mazzda

มีโรงงานตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้(ระยอง) เลขที่ ๗/๒๖๑ หมู่ ๖ ตำบลมาบยางพร อำปลวกแดง จังหวัดระยอง นายจ้างเป็นชาวญี่ปุ่น ชื่อ นายฮิโรชิ ทซูจิ ทุนจดทะเบียน ๗๒ ล้านบาท เปิดดำเนินกิจการตั้งแต่ปี ๒๐๐๒ ถึงปัจจุบัน ตั้งแต่เปิดกิจการมียอดการขายสูงและมีกำไรมาโดยตลอด แต่ในทางกลับกันสวัสดิการพนักงานไม่มีการปรับไปในทางที่ดีขึ้นแต่อย่างใด

เมื่อวันที่ ๑๙ พ.ย. ๕๓ พนักงาน บริษัท Oiles Thailand จำกัด ได้มีการยื่นข้อเรียกร้องเพื่อขอเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง แต่นายจ้างไม่จัดให้มีการเจรจาภายใน ๓ วัน ตามที่กฎหมายกำหนดจึงได้แจ้งเป็นข้อพิพาทแรงงาน ต่อมาในวันที่ ๒๕ พ.ย. ๕๓ นายจ้างได้ยื่นหนังสือขอใช้สิทธิ์ปิดงาน เฉพาะส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องจำนวน ๓๖ คน จากลูกจ้างทั้งหมดประมาณ ๗๐ คนโดยให้เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ ๒๙ พ.ย. ๕๓ เป็นต้นไป หลังจานั้นพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานได้มีการนัดไกล่เกลี่ยโดยการไกล่เกลี่ยครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ ๙ ธ.ค. ๕๓ แต่ยังไม่สามารถตกลงกันได้ โดยที่นายจ้างเสนอว่าจะยอมถอนข้อเรียกร้องของบริษัทที่ยื่นต่อพนักงาน และรับพนักงานทุกคนกลับเข้าทำงาน แต่มีเงื่อนไขว่าจะไม่จ่ายโบนัสให้กับพนักงานที่ร่วมลงรายมือชื่อสนับสนุนข้อเรียกร้องของพนักงานทุกคน พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานจึงนัดให้เจรจากันอีกครั้งในวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. เป็นต้นไป

แต่ในขณะเดียวกันบริษัทฯ ได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อสหภาพแรงงานว่าจะจ่ายโบนัสให้กับพนักงานที่ไม่ออกมาร่วมชุมนุมสนับสนุนข้อเรียกร้องของพนักงานเท่านั้น บริษัทฯ ได้ออกประกาศในวันที่ ๓ ธ.ค. ๕๓ คือ

ผู้แทนพนักงาน ได้มีการตรวจสอบสถานะทางการเงินของบริษัทฯ จากกระทรวงพาณิชย์ ปรากฏว่า บริษัทฯ มีกำไรสุทธิหลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้วมาโดยตลอด และในปีที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจบริษัทฯก็ไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างไดกลับมีผลกำไรสูงขึ้นกว่าปีอื่นๆ สำหรับผลประกอบการในปีล่าสุด คือ ปี 2009 บริษัทฯ มีผลประกอบการที่เป็นกำไรสุทธิรวมกับเงินฝากในธนาคารกว่า 133 ล้านบาท จึงขอให้บริษัท จ่ายโบนัสให้กับพนักงานที่ออกมาร่วมชุมนุมเช่นเดียวกับพนักงานอื่นๆ ที่มิได้สนับสนุนข้อเรียกร้อง แต่ผู้แทนบริษัทฯ ยังคงเพิกเฉยไม่รับพิจารณาแต่อย่างใด

ผลประกอบการของบริษัทฯ

 


หมายเหตุ           ภายในสถานประกอบการมีพนักงานฝ่ายผลิตจำนวน ๔๐ คน พนักงานสำนักงาน ๓๐ คน

ทั้งนี้มีข้อสังเกตคือที่ผู้แทนบริษัทฯ ได้มายื่นขอใช้สิทธิ์ปิดงานเฉพาะส่วนสมาชิกสหภาพแรงงานฯ เป็นการท้าทายและข่มขวัญให้กับสมาชิกสหภาพแรงงานฯ ให้เกิดความวิตก เนื่องจากโดยปกติในเดือนธันวาคมบริษัทฯ จะต้องจ่ายโบนัสพร้อมกับงวดการจ่ายค่าจ้างประจำเดือนธันวาคมให้กับพนักงานทุกคนตามที่ได้ออกประกาศให้กับพนักงานทุกคนได้ทราบไปแล้ว เป็นการหลีกเลี่ยงการจ่ายโบนัสให้กับพนักงานอย่างหน้าด้านๆ

มีข้อที่น่าสังเกตอีกประการคือ การประกาศใช้สิทธิ์ปิดงานเฉพาะส่วนสมาชิกของสหภาพแรงงานในครั้งนี้ น่าจะเกิดจากการที่บริษัทไม่ต้องการให้มีสหภาพแรงงานโดยที่อาศัยโอกาสจากการยื่นข้อเรียกร้องของของลูกจ้างเป็นข้ออ้างในการยื่นข้อเรียกร้องสวนกลับมาของนายจ้าง โดยสังเกตจาก เมื่อมีการปิดงานเฉพาะส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องซึ่งทั้งหมดเป็นพนักงานฝ่ายผลิต ทำให้การจัดส่งงานให้กับลุกค้ามีปัญหา ทางบริษัทฯ ได้แก้ปัญหาจ้างชาวญี่ปุ่นโดยตรงมาจากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาทำงานแทนพนักงานที่ออกมาข้างนอก และมีการฝึกพนักงานใหม่ โดยญี่ปุ่นเองตัวต่อตัวและยืนคุมดูการทำงานตลอดเวลา นอกเหนือจากนั้นมีการจ้างพนักงานเหมาค่าแรงเข้ามากว่า ๓๐ คน เพื่อทดแทนพนักงานในส่วนที่ขาด เมื่อรับพนักงานเหมาค่าแรงเข้ามาแล้วก็ให้เข้าทำงานในขบวนการผลิตเลยโดยไม่มีการ Training ให้ความรู้กับพนักงานก่อน ซึ่งโดยปกติพนักงานประจำกว่าที่จะเข้าทำงานในขบวนการผลิตได้ต้องผ่านการฝึกอบรมไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือน จึงเป็นเรื่องที่น่าห่วงมากว่างานที่ผลิตออกไปจะได้คุณภาพตามมาตรฐานตามความต้องการของลูกค้าหรือเปล่า

โดยในวันที่ ๙ ธ.ค.๕๓ ทางสหภาพฯ ได้ทราบข่าวว่ามีงาน Claim มาจากลูกค้าเป็นจำนวนมาก และในขณะเดียวกันในไลน์การผลิตก็ผลิตงานเสียออกมาจำนวนมากซึ่งเป็นการเพิ่มต้นทุนให้กับบริษัทโดยเปล่าประโยชน์ สิ่งที่นายจ้างทำนั้นเพื่อที่ต้องการจะล้มสหภาพแรงงานให้ได้เท่านั้นเองส่วนจะเสียเงินเท่าไรเขาก็ยอม ปัญหาที่ตามมาคือ พนักงานทุกคนที่ทำงานอยู่ข้างในก็ต้องแบกรับภาระงานที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากปัญหาการลดพนักงานลงแต่ยอดการผลิตยังคงเดิมและมีการกำหนดเป้าการผลิตว่าต้องทำให้ได้กะละกี่ชิ้น และลูกจ้างชาวญี่ปุ่นที่มาทำงานให้กับบริษัทฯ กว่า ๑๐ คน ไม่ทราบว่าเข้าเมืองถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เพราะส่วนใหญ่เรามักจะพบว่าชาวต่างชาติเข้ามาทำงานในเมืองไทยแต่ใช้วีซ่านักท่องเที่ยว ในประเด็นนี้อยากให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองพื้นที่ที่รับผิดชอบเข้าไปตรวจสอบด้วยว่าแต่ละบริษัทฯ ที่นำคนต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศไทยว่าได้เข้าเมืองถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

ทั้งนี้สหภาพฯ ประเมินว่าในอนาคตข้างหน้าคาดว่าบริษัทฯ จะใช้การจ้างงานในระบบเหมาค่าแรงเข้ามาแทนพนักงานประจำ ทำให้สหภาพแรงงานต้องปิดตัวลงหรือหมดอำนาจในการต่อรองเนื่องจากจำนวนสมาชิกสหภาพแรงงานมีน้อย การต่อสู้ของสหภาพแรงงานออยล์เลส ประเทศไทย ในครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องสวัสดิการ หรือเรื่องโบนัสเท่านั้น แต่มันหมายถึงการต่อสู้เพื่อปกป้องผลประโยชน์ให้กับคนไทยทั้งประเทศ

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์