ประชาชนกับมาตรฐานมโนสำนึก

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

สัปดาห์ที่แล้ว ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยเรื่อง นายทะเบียนพรรคการเมืองขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคประชาธิปัตย์ (“คดีเงิน ๒๙ ล้านบาท”) ผมมิได้ติดใจกับผลที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ถูกยุบ แต่ด้วยความอัศจรรย์ใจในการให้เหตุผลแห่งคำวินิจฉัย กอปรกับความความเคารพอย่างแท้จริงต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ ผมได้ทำความเห็นทางกฎหมายเรื่อง ศาลรัฐธรรมนูญกับมาตรฐานมโนสำนึก ซึ่งประชาไทได้กรุณาเผยแพร่ต่อประชาชนไปแล้ว สรุปโดยย่อว่า ตุลาการเสียงข้างมากทั้ง ๔ แม้ให้ยกคำร้องเหมือนกัน แต่สาระแห่งเหตุผลขัดแย้งและหักล้างกันเองโดยสิ้นเชิง หาก ๓ เสียงให้เลี้ยวซ้ายก็ได้ อีก ๑ เสียงให้เลี้ยวขวาก็ได้ เพราะอย่างไรก็ทางเดียวกัน  ผมคงไม่ติดใจ แต่คดีนี้กลับเป็นฝ่ายหนึ่งห้ามเลี้ยวซ้าย อีกฝ่ายห้ามเลี้ยวขวา ไฉนกลับมาเรียกเป็นทางเดียวกัน ความชอบธรรมของเสียงข้างมากจึงเป็นที่น่ากังขา อีกทั้งเหตุผลยังอธิบายไม่ชัด กฎหมายถูกตีความเกินไปกว่าที่ผู้แทนปวงชนเห็นชอบ กระทบไปถึงการทำงานภายในขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ซ้ำร้ายยังขัดต่อเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญที่มุ่งให้พรรคการเมืองโปร่งใสตรวจสอบได้ สุดท้ายการค้นหาความยุติธรรมกลับชะงักงันทั้งที่พรรคประชาธิปัตย์เองก็มั่นใจว่าสามารถพิสูจน์ความสุจริตของตน

 
ที่สำคัญ ผมตั้งคำถามว่า นักกฎหมายที่ประชาชนให้ความไว้วางใจทำหน้าที่สำคัญสำหรับชาติบ้านเมือง ไม่ว่านายทะเบียนพรรคการเมืองก็ดี กรรมการการเลือกตั้งก็ดี หรือแม้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญก็ดี สมควรมีมโนสำนึกที่มั่นคงเพื่อวินิจฉัยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายให้เป็นมาตรฐานเดียวกันหรือไม่ เพราะศาลตีความประหนึ่งว่า นายอภิชาต สุขัคคานนท์ (ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง) สามารถมีมาตรฐานมโนสำนึกต่างไปจากนายอภิชาตคนเดียวกัน (ในฐานะประธานกรรมการการเลือกตั้ง)  ที่พิจารณาเรื่องเดียวกันในวันเดียวกันได้ ทั้งนี้ ศาลได้กล่าวไว้ในหน้า ๓๔ ของคำวินิจฉัยว่า ในวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๕๓ นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ในฐานะประธานกรรมการการเลือกตั้งได้เรียกประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง  โดยนายอภิชาตลงมติให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์และมีความเห็นส่วนตนตามที่ลงมติว่า ให้นายทะเบียนพรรคการเมืองโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในสิบห้าวัน...  (กรณีเงิน ๒๙ ล้านบาท)
 
ต่อมาในหน้า ๓๖-๓๗ ของคำวินิจฉัย ศาลกล่าวว่า ...ความเห็นของนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ในการลงมติในฐานะประธานกรรมการการเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๕๓ จึงไม่อาจถือได้ว่า เป็นความเห็นของนายทะเบียนพรรคการเมือง...
 
กล่าวให้ง่ายก็คือ แม้ในวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๕๓ นายอภิชาต (ในฐานะประธานกรรมการการเลือกตั้ง) จะเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้ทำผิดกรณีเงิน ๒๙ ล้านบาท แต่ศาลถือว่านายอภิชาต คนเดียวกัน วันเดียวกัน เรื่องเดียวกัน (แต่ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง) ยังไม่เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ทำผิด!
 
มาสัปดาห์นี้ เพียงหนึ่งวันก่อนวันรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญได้เผยแพร่คำวินิจฉัย (ฉบับไม่เป็นทางการ)  เรื่องอัยการสูงสุดขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคประชาธิปัตย์ (“คดีเงิน ๒๕๘ ล้านบาท”) ผ่านเว็บไซต์ศาลรัฐธรรมนูญ มีทั้งสิ้น ๗ หน้า แม้ประเด็นวินิจฉัยจะอาศัยกฎหมายคนละมาตรา แต่ก็มีประเด็นสำคัญลักษณะเดียวกัน ซึ่งในหน้า ๖ บรรทัดที่ ๑๖-๒๐ ศาลอธิบายว่า
 
เมื่อพิจารณาความเห็นของนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ในวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๕๓ ซึ่งได้มีความเห็นว่า ให้ยกคำร้อง เพราะพยานหลักฐานไม่พอฟังว่า พรรคประชาธิปัตย์รับบริจาคเงินจากบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) โดยหลีกเลี่ยงการรายงานการรับบริจาคเงิน แม้จะไม่ถือว่าเป็นความเห็นของนายทะเบียนพรรคการเมือง แต่ก็แสดงให้เห็นได้ว่า นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ยังมิได้มีความเห็นว่าผู้ถูกร้องกระทำการอันจะเป็นเหตุให้ต้องถูกยุบพรรคแต่อย่างใด
 
กล่าวให้ง่ายก็คือ เมื่อนายอภิชาต (ในฐานะประธานกรรมการการเลือกตั้ง) บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ทำผิดกรณีเงิน ๒๕๘ ล้านบาท แล้วจะมาบอกว่านายอภิชาต คนเดียวกัน วันเดียวกัน เรื่องเดียวกัน (แต่ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง) เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ทำผิดได้อย่างไร!?
 
เพื่อบรรยากาศอันเป็นมงคลในวันรัฐธรรมนูญ ผมขอไม่ถามถึงมาตรฐานมโนสำนึกของนักกฎหมายอีก ขอเพียงตั้งจิตอธิษฐานให้เรา ประชาชน ร่วมกันรักษามาตรฐานมโนสำนึกของเราให้คงมั่น หมั่นเป็นตัวอย่างและกำลังใจแด่บรรดาผู้กุมชะตาประเทศชาติของเรา ให้คิดถึงพวกเราบ้างด้วยเทอญ.
 
ความเห็นเรื่อง ศาลรัฐธรรมนูญกับมาตรฐานมโนสำนึก อ่านได้ที่ https://sites.google.com/site/verapat

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์