"กอ.รมน." ประชุมถกแผนรักษาสงบแทน "พ.ร.ก.ฉุกเฉิน"

“ผบ.ทบ.” เรียก “กอ.รมน.” ถกแผนรักษาความสงบแทน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หวังดูแลความสงบเรียบร้อยในช่วงปีใหม่ ด้าน ผบ.ตร.เข้าหารือ “สุเทพ” ก่อน ครม.พิจารณายกเลิกประกาศ พ.ร.ก. ขณะ “ปณิธาน” เผยรัฐบาลเล็งตั้งกรรมการหรือศูนย์ฯ หลังยุบ ศอฉ.เพื่อความมั่นใจให้ประชาชนที่ยังกังวลใจเรื่องการชุมนุมทางการเมือง 

 
ไทยรัฐออนไลน์  รายงานวันนี้  (13 ธ.ค.53) ว่า ภายหลังจากที่ ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) มีมติเสนอให้รัฐบาลประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เมื่อวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา ความคืบหน้าล่าสุด ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (รอง ผอ.รมน.) และพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ กอ.รมน.ได้เรียกเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.เข้าประชุมเพื่อหารือในการจัดทำรายละเอียดแผนรักษาความสงบเรียบร้อย ก่อนเสนอให้คณะกรรมการ กอ.รมน.ที่มี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.รมน.เป็นประธานมีมติเห็นชอบ ซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ.ความมั่นคงมาตรา 7 วรรค 2 ที่ให้ กอ.รมน.มีอำนาจวินิจฉัยสถานการณ์ เสนอแนะมาตรการ และลำดับขั้นตอนการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร เพื่อเสนอต่อครม.ให้ความเห็นชอบเพื่อให้หน่วยงานรัฐปฏิบัติตามแผนและแนวทางนั้น 
 
สำหรับแผนดังกล่าวจะกำหนดให้ กอ.รมน.เป็นกลไกในการบูรณาการแผนของส่วนราชการต่างๆ ตามมาตรา 10 ของ พ.ร.บ.ความมั่นคง ที่ให้ กอ.รมน.มีบทบาทเป็นองค์กรกลางในการอำนวยการและประสานการปฏิบัติ ในการนำนโยบาย และยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงภายในของรัฐ และวาระเร่งด่วนแห่งชาติไปสู่การปฏิบัติ ทั้งนี้ ในแผนดังกล่าวจะกำหนดไว้ 3 ขั้นตอน คือ ขั้นที่ 1 การกำหนดหน่วยงานที่จะรับผิดชอบในพื้นที่สำคัญๆ การใช้กำลังจากทุกส่วนราชการในการดูแลรักษาความสงบในฐานะผู้ช่วยเจ้าพนักงาน ขั้นที่ 2 คือการประกาศพื้นที่ความมั่นคง และมีการจัดตั้งศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) มีการแต่งตั้งเจ้าพนักงานตามกฎหมายกำหนด และขั้นตอน 3.ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ร้ายแรง ให้มีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางกอ.รมน. ต้องการให้แผนดังกล่าวผ่านความเห็นชอบก่อน จึงจะมีการประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ใน 4 จังหวัดที่เหลือ คือ กรุงเทพฯ สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี หรือ เป็นการเสนอให้ ครม.เห็นชอบในคราวเดียวกัน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยในช่วงปีใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลว่าจะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ก่อนหรือไม่ เพราะถือเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี
 
 
วิเชียรเผยหารือ “สุเทพ” เรื่องยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
เนชั่นทันข่าว  รายงานว่า วันเดียวกัน (13 ธ.ค.53) พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร.เดินทางเข้าพบนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ตึกบัญชาการหนึ่ง ทำเนียบรัฐบาลโดยใช้เวลาเข้าพบหนึ่งชั่วโมง จากนั้นเวลา 16.30 น.พล.ต.อ.วิเชียรให้สัมภาษณ์ว่า ตนเข้าพบนายสุเทพเพื่อรายงานและหารือสถานการณ์ต่างๆ ก่อนที่ ครม.จะพิจารณายกเลิกการประกาศใช้พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่กทม.และจังหวัดใกล้เคียง เพราะนายสุเทพเป็นห่วงเรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อย โดยเฉพาะช่วงปีใหม่ และการจัดงานเคานต์ดาวน์ปีใหม่ที่แยกราชประสงค์นั้นในปีนี้จะจัดงานแน่นอน ซึ่งได้มีการเตรียมแผนการไว้แล้ว เพราะสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้หารือกับฝ่ายความมั่นคง รวมทั้งประสานกับภาคเอกชนแล้ว โดยนายสุเทพกำชับว่า สามหน่วยงานจะต้องร่วมกันจัดแผนการให้เสร็จสิ้นก่อนวันที่ 25 ธ.ค. 
 
เมื่อถามว่าการสรุปแผนการในวันดังกล่าวนั้นจะทันหรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า ตอนนี้กำลังดำเนินการและน่าจะเสร็จก่อน เพราะตนสั่งการตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วและมีการประชุมเบื้องต้นแล้วว่าจะดำเนินการอย่างไร 
 
“แผนรักษาความปลอดภัยเดิมนั้นใช้ตำรวจ 4,000-5,000 นายส่วนใหญ่เป็น ตชด., กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1, ภาค 2, ภาค 7 ส่วนจะขอกำลังเสริมจากทหารหรือไม่นั้น ได้หารือกับ ผบ.ทบ.บ้างแล้วในการประชุม ศอฉ.ซึ่งอาจขอกำลังสำรองจากกองทัพภาคที่ 1 รวมทั้งวัตถุอุปกรณ์ เช่นเครื่องตรวจวัตถุระเบิด ซึ่งได้แจ้ง รมว.กลาโหมเพื่อขอยืมเครื่องมือจากศรภ.แล้ว” ผบ.ตร.กล่าว 
 
เมื่อถามว่า การใช้กำลังเจ้าหน้าที่มากมายแบบนี้ บรรยากาศจะน่ากลัวหรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า ยืนยันว่าจะไม่ทำให้บรรยากาศการเคานต์ดาวน์น่ากลัว เพราะประชาชนที่มาร่วมงานนั้นมีนับแสนคนและเจ้าหน้าที่ตำรวจบางส่วนคงจะไม่ใส่เครื่องแบบ และจะไม่มีการพกพาอาวุธไปในพื้น
 
 
"รัฐบาล" เล็งตั้งกรรมการหรือศูนย์ฯ หลัง ยุบศอฉ.
เนชั่นทันข่าว  รายงานด้วยว่า นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ตนยืนยันว่าการยกเลิก พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้นเป็นไปตามสถานการณ์ที่ดีขึ้นแต่เพื่อความมั่นใจให้ประชาชนที่ยังกังวลใจเรื่องการชุมนุมทางการเมือง ซึ่งขณะนี้มีความชัดเจนว่ามีการชุมนุมเป็นระยะๆ ดังนั้นทางศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) กำลังพิจารณาและเสนอกลไกเพื่อการเฝ้าระวัง ทั้งนี้ อาจจะมีการคณะกรรมการหรือศูนย์ขึ้นมาแก้ไขสถานการณ์ให้เป็นไปตามหมวด 1 ของ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรที่ต้องมีการเผ้าระวังและป้องกันให้การชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย อย่างไรก็ตามรัฐบาลจะประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินเมื่อกลไกรองรับสถานการณ์ต่างๆ เรียบร้อย 
 
 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์