ประวิตร โรจนพฤกษ์: เปิดรายงานสอบสวนที่เชื่อว่าเป็นของ DSI

รายงานการสืบสวนสอบสวนที่เชื่อได้ว่าเป็นของกรมสืบสวนคดีพิเศษ (DSI) เกี่ยวกับ 16 ศพที่เสียชีวิตในช่วงระหว่างการสลายการชุมนุมของรัฐ ช่วงเดือนเมษายน - พฤษภาคม 53 ซึ่งตกถึงมือหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น ชี้ให้เห็นว่า 13 ใน 16 ศพ "เข้าข่ายน่าเชื่อว่า . . . เกิดจากการกระทำของเจ้าพนักงาน ซึ่งอ้างว่า ปฏิบัติราชการตามหน้าที่"

รายงาน 10 ฉบับครอบคลุมถึง 16 ศพ มีรายละเอียดการให้ปากคำของพยาน และหลักฐานอื่นๆ ซึ่งในหนึ่งคดี พยานปากหนึ่งได้แก่ นายนิโคลัส นอสติสส์ ช่างภาพ/นักข่าว ชาวเยอรมัน ยืนยันกับทางหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่นว่า คำให้การในรายงานการสืบสวนสอบสวนนั้นตรงกับที่ตัวเองให้ไว้ ในจำนวน 10 คดี มีไฮไลท์รวมถึงกรณีการเสียชีวิตของ นายฮิโรยูกิ มูราโมโต้ ช่างภาพสำนักข่าวรอยเตอร์ชาวญี่ปุ่น ซึ่งเสียชีวิตในคืนวันที่ 10 เมษา ซึ่งรายงานสรุปของดีเอสไอสรุปว่า "เกิดจากการกระทำของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ จึงเห็นควรส่งเรื่องกลับไปให้พนักงานสอบสวนแห่งท้องที่ที่ศพนั้นอยู่ดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 เพื่อให้มีการไต่สวนของศาลต่อไป"

หนึ่งในพยานนายมูราโมโต้ให้ปากคำกับทางดีเอสไอว่า "พยานเห็นทหารถืออาวุธปืนยาวในลักษณะเฉียงอยู่แนวเดียวกับพยาน ขณะนั้นพยานได้ยินเสียงดังเหมือนของหนักหล่นกระแทกพื้นด้านหลัง เมื่อหันไปดูเห็นผู้สื่อข่าวต่างชาติทราบภายหลังคือนายฮิโรยูกิ มูราโมโต้ แบกกล้องถ่ายวีดิโอขนาดใหญ่หงายหลังลงกับพื้นทางเท้าหันศีรษะไปทางรั้ว ร.ร.สตรีวิทยา พยานเข้าไปดูเห็นที่หน้าอกซ้ายของนายฮิโรยูกิฯมีจุดรอยเลือดเล็กๆ และขยายใหญ่ขึ้น พยานจึงทราบว่า ถูกยิง"

ในขณะเดียวกัน หลักฐานพยานวัตถุ ซึ่งได้แก่หลักฐานภาพจากวีดิโอคลิป จากกล้องของนายมูราโมโต้ ซึ่งถ่ายก่อนที่จะถูกยิงเสียชีวิต ก็สอดคล้องกับคำให้การของพยานอีกปาก ที่กล่าวว่า "ได้เห็นมีการยิงปืนจากกลุ่มทหาร"

รายละเอียดอีกคดีที่น่าสนใจได้แก่ กรณี 6 ศพวัดปทุมวนาราม ซึ่งทางรายงานก็ได้สรุปว่า 3 ใน 6 ศพนั้น "มีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานตามสมควรเข้าข่ายน่าเชื่อว่า มีความตายเกิดขึ้นจากเจ้าพนักงานซึ่งกระทำตามหน้าที่ . . ."

ในจำนวนพยาน 42 ปากของคดี 6 ศพนั้น รวมถึงพยานซึ่งเป็นนายทหาร 5 ราย ซึ่งยอมรับว่า พวกเขาได้ใช้อาวุธปืนยิงไปยังบริเวณวัดปทุมวนารามในค่ำของวันที่ 19 พ.ค. 2553 จริง ยกตัวอย่างเช่น พยานลำดับที่ 37 ซึ่งประจำที่กองพันจู่โจมลพบุรี แต่ทางหนังสือพิมพ์ไม่ขอเผยนาม กล่าวว่า ตนได้ใช้ปืน M16 A2 ยิงไปจำนวน 5 นัด "เพื่อให้คนที่อยู่ใต้ท้องรถออกมา ตะโกนให้ออกมาจากใต้ท้องรถและถอดเสื้อ" หรือ พยานคนที่ 31 ซึ่งเป็นทหารประจำที่กองพันจู่โจมกรมรบพิเศษที่ 3 ให้การว่า "เห็นชายชุดดำที่ตอม่อบนถนนพระราม 1 พยานจึงได้ยิงใส่กลุ่มชายดังกล่าวไป 7 นัด เวลาประมาณ 18.10 น. เห็นชายที่บริเวณมุมกุฏิมีอาวุธปืนจึงยิงใส่ไป 1 นัด เวลา 18.20 น. . . . " หรือพยานคนที่ 33 ที่กล่าวว่า "ได้ใช้อาวุธปืนยิงขู่ไปที่กำแพงวัดปทุมวนาราม"

อย่างไรก็ตาม พยานอีกปากที่เป็นประชาชนยืนยันว่า ทหารยิงถูกคนที่หน้าวัดปทุมฯ จริง จนเกิดการสูญเสียชีวิต ยกตัวอย่างเช่น พยานคนที่ 25 ให้การว่า "เห็นทหารที่อยู่บนรางรถไฟฟ้ายิงปืนมาที่เต็นท์พยาน เห็นน.ส.กมลเกด อัคฮาด และอาสาพยาบาลชายถูกยิงที่เต้นท์พยาน แต่ต่อมาถึงแก่ความตาย ทราบชื่อในภายหลังว่า เป็นนายอัครเดช ขันแก้ว"

ท้งนี้แหล่งข่าวที่เผยแพร่ข้อมูลจากรายงานการสืบสวนสอบสวนที่อ้างว่าเป็นของดีเอสไอกล่าวว่า พวกตนจะนำรายละเอียดของรายงานการสืบสวนสอบสวนทั้ง 10 คดี เผยแพร่บนอินเทอร์เน็ตในวันนี้ (ศุกร์)
 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์