แพร่คลิป ‘พนิช’ ชี้นายกฯ อาจรู้ก่อนข้ามเขตกัมพูชา

คลิป "พนิช" โทรให้ประสานงานเลขานายกฯ ถูกมือดีเผยแพร่ผ่านทางยูทิวป์ ชี้อาจรู้เห็นการลงพื้นที่ชายแดนข้อพิพาท ขณะ "ทีวีไทย" ตีข่าวคลิปที่กัมพูชายึดได้จาก 7 คนไทย ถูกนำออกอากาศในกัมพูชาแล้ว ด้าน "สุเทพ" รับ คลิป "พนิช" ทำช่วยเหลือลำบาก

วันนี้ (3 ม.ค.54) มีการเผยแพร่คลิปวีดีโอภาพนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ ผ่านทางยูทิวป์จำนวน 2 ชิ้น ยาว 0.38 และ 1.36 นาที 

โดยคลิปความยาว 0.38 นาที เป็นภาพการพูดคุยระหว่างนายพนิชและคณะ กับหญิงชาวบ้านที่พูดภาษากัมพูชา จากนั้นนายพนิชได้โทรศัพท์รายงานสถานการณ์โดยกล่าวว่า เราข้ามเข้ามาแล้ว กำลังพยายามไปที่หมุดที่ 46 ซึ่งอยู่ในฝั่งไทย แต่มันเป็นพื้นที่ที่ทางกัมพูชาเขายึดไว้ 
 
ส่วนคลิปความยาว 1.36 นาที เป็นภาพขณะนายพนิชกำลังเดินเท้า และพูดคุยกับคนที่ร่วมคณะมาว่าให้บอก "คิว"ให้รอ อย่าเพิ่งเข้ามา เผื่อมีอะไรจะได้ประสานได้ จากนั้นราวนาทีที่ 1.13 นายพนิช โทรศัพท์คุยกับคนปลายสายที่ชื่อ "คิว" ให้รายงานเลขานายกฯ ว่า ขณะนี้ได้ข้ามเข้าเขตพื้นที่ประเทศกัมพูชาแล้ว
 
"โทรไปบอกสมเกียรติเลขาท่านนายกหน่อยนะ เพราะเดี๋ยวเราจะคุยกับนายกฯ เอง แต่ไม่เป็นไร บอกสมเกียรติหน่อยว่า เราข้ามมาที่เขตกัมพูชาแล้ว เดี๋ยวถ้าเกิดมีอะไรจะได้ประสานเข้าไปหน่อย บอกเขาหน่อย เพราะว่าเราเข้ามาเขตพื้นที่กัมพูชาแล้ว แต่อย่าให้ใครรู้นะ เพราะมีนายกฯ รู้อยู่คนเดียว" นายพนิชกล่าวในคลิปวีดีโอ
 
คลิปดังกล่าว ถูกเผยแพร่ หลังจากที่นายพนิช นายวีระ สมความคิด แกนนำเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ พร้อมคณะคนไทยรวมทั้งสิ้น 7 คน ถูกทางการกัมพูชาจับกุมตัวไป เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2553 ที่ผ่านมา ด้วยข้อหามีการรุกล้ำดินแดน
 
 
  คลิปความยาว 0.38 นาที
 
 
  คลิปความยาว 1.36 นาที
 
ขณะที่สถานีโทรทัศน์ทีวีไทย รายงานข่าวเกี่ยวกับคลิปภาพดังกล่าวว่า ทางทีวีไทยได้รับคลิปภาพความยาวประมาณ 5 นาที ที่ทางการกัมพูชายึดจากกลุ่มคนไทย 7 คนที่ถูกจับกุม ซึ่งคลิปนี้ถูกถ่ายทอดออกอากาศในกัมพูชาไปแล้ว พร้อมทั้งระบุด้วยว่าคนไทยท้าทายให้กัมพูชาจับกุม 
 
ผู้สื่อข่าวทีวีไทยรายงานด้วยว่า คลิปภาพเริ่มต้นที่ ภาพเหตุการณ์ที่นายวีระ พานายพนิช ไปที่หลักเขตแดนไทย-กัมพูชา ที่นายวีระระบุว่า เดิมเป็นที่นาของคนไทย แต่ถูกกัมพูชายึดครอง หลังจากยึดถือแผนที่ 1 ต่อ 200,000 หลังจากนั้นคณะของนายวีระและนายพนิช รวม 7 คน ได้เดินเท้าเข้าไปในดินแดนที่กัมพูชายึดครอง ทั้งๆ ที่รู้ว่าเข้าไปแล้วจะถูกทางการกัมพูชาจับกุมตัว และก็เป็นไปตามคาดการณ์ เมื่อทหารกัมพูชากลุ่มหนึ่งได้ควบคุมคนกลุ่มนี้ทั้ง 7 คน แต่ในภาพไม่พบว่ามีการใช้เครื่องพันธนาการแต่อย่างใด
 
 คลิปความยาว 4.56 นาที ที่เผยแพร่ในยูทิวป์ ซึ่งคาดว่าเป็นคลิปอันเดียวกับที่เผยแพร่โดยทีวีไทย
 
 
"สุเทพ" รับคลิป"พนิช"ทำช่วยเหลือลำบาก
เนชั่นทันข่าว รายงานว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ขณะนี้ได้รอกระทรวงต่างประเทศ รายงานความคืบหน้ากรณีการช่วยเหลือ 7 คนไทย และควรรอขั้นตอนภายในของทางกัมพูชาก่อน นายสุเทพยังกล่าวว่า พร้อมคุยกับนายกรัฐมนตรี ฮุนเซน หากทุกอย่างชัดเจน 
 
สำหรับเรื่องคลิปวีดีโอ นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ที่ถูกเผยแพร่ออกมา นายสุเทพ ยอมรับว่าทำให้การช่วยเหลือยากลำบาก หากคลิประบุเช่นนั้นเท่ากับว่าผิดเพราะล้ำดินแดนกัมพูชา และต้องรอกระบวนการยุติธรรมตัดสิน แต่ก็จะขอใช้ความสัมพันธ์ที่ดีของ 2 ประเทศไปเจรจา
 
ขณะที่นางพัชรีภรณ์ วิกิตเศรษฐ์ ภริยานายพนิช กลับจากกัมพูชาแล้ว หลังจากบินไปพบ 7 คนไทย แต่ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ โดยให้เหตุผลว่าไม่สะดวก 
 
 
บรรดาญาติมิตรเข้าเยี่ยม 7 คนไทยที่ถูกกัมพูชากักตัว
วันเดียวกันนี้ สำนักข่าวไทย รายงานว่า ครอบครัวของ 7 คนไทยที่ถูกทางการกัมพูชากักตัวไว้ที่เรือนจำเพรซอว์ ในกรุงพนมเปญ ข้อหาเข้าประเทศโดยผิดกฎหมาย และรุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ทหารของกัมพูชาเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม เดินทางถึงเรือนจำเพรซอว์ เพื่อเข้าเยี่ยมผู้ต้องหาแล้ว โดยรายงานระบุว่าครอบครัวไม่ได้กล่าวอันใดต่อผู้สื่อข่าวหลังเข้าพบผู้ต้องหา และไม่มีรายงานด้วยว่าครอบครัวของผู้ต้องหาจะยังคงอยู่ในกัมพูชาเพื่อเข้าเยี่ยมผู้ต้องหาอีกครั้งก่อนกลับประเทศไทยหรือไม่
 
 
"บัวแก้ว" วอนคนไทยหัวใจรักชาติอย่าชุมนุม ชี้ส่งผลเสียต่อการเจรจา
ขณะที่มติชนออนไลน์ รายงานว่า นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวเมื่อวันที่ 3 ม.ค.ถึงความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือว่า ทางกระทรวงการต่างประเทศกำลังเร่งให้ความช่วยเหลือเต็มที่ แต่ช่วงนี้ยังทำอะไรไม่ได้มาก เพราะติดวันหยุดปีใหม่ อย่างไรก็ตาม ขอเรียกร้องไปยังกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ ที่เตรียมเข้าไปในพื้นที่ จ.สระแก้ว เพื่อกดดันกัมพูชาให้หยุดการชุมนุม เพราะจะส่งผลเสียต่อการเจรจาให้ความช่วยเหลือ เนื่องจากกัมพูชาจะมองว่าไทยกำลังใช้การเมืองกดดัน โดยขณะนี้ต้องยึดเรื่องการช่วย 7 คนไทยเป็นอันดับแรก ส่วนเรื่องการพิสูจน์เขตแดนเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งมีคณะกรรมการเจรจาอยู่แล้ว เพราะการพิสูจน์ต้องใช้เวลานานเป็นปี การที่ 7 คนไทยถูกจับไม่ได้หมายความว่าไทยต้องเสียดินแดน
 
ด้านนายชุมพล ลีลานนท์ ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) จังหวัดพะเยา กล่าวว่า กรณีที่ได้มีคนไทย 7 คน ถูกประเทศกัมพูชาจับกุมไปเมื่อเร็วๆ นี้ และกำลังจะถูกส่งขึ้นศาลของกัมพูชา โดยที่ทางการกัมพูชาอ้างว่ารุกล้ำเข้าพื้นที่ของประเทศตนเอง ขณะเดียวกันทางด้านคนไทยที่ถูกจับได้ยืนยันว่าไม่ได้รุกล้ำเข้าไปแต่อย่างใด ตรงนี้ข้อเท็จจริงเป็นเรื่องที่รัฐบาลไทยจะต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงโดยเร็ว ที่สำคัญคนไทยในฐานะผู้ต้องสงสัยควรได้รับการประกันตัวให้ออกมาสู้คดี ซึ่งรัฐบาลไทยต้องเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือโดยด่วน ทั้งนี้ ทาง พธม.พะเยาจะทำหนังสือยื่นถึงรัฐบาลผ่านทางผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เพื่อให้กำลังใจแก่ 7 คนไทยที่ถูกจับ พร้อมทั้งเร่งให้รัฐบาลทำงานช่วยเหลือคนไทยออกมาจากคุกของกัมพูชาให้เร็วที่สุด
 
"สิ่งที่ผมเป็นห่วงคือ หากปล่อยนานไปอาจกลายเป็นประเด็นที่ถูกนำไปโยงสู่การเมือง ซึ่งไม่ยุติธรรมสำหรับคนไทยทั้ง 7 คน แต่จะอย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมืองหรือเรื่องใดก็ตาม ก่อนอื่นคนไทยกลุ่มนี้จะต้องได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลไทยโดยเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการช่วยด้วยสัมพันธ์ลึกซึ้งส่วนตัวของบุคคลทางการเมืองหรือกระบวนการทางทูตระหว่างประเทศก็ต้องเร่งมือ และเรื่องนี้ พธม.พะเยาจะตามติดอย่างใกล้ชิดต่อไป" นายชุมพลกล่าว
 
 
ชาวอำเภอโคกสูงกว่า 500 คน ค้านพธม.ชุมนุม
เนชั่นทันข่าว รายงานว่า วันนี้ (3 ม.ค.54) เวลา 10.00 น.ได้มีกลุ่มชาวบ้านในเขตพื้นที่อำเภอโคกสูง จ.สระแก้ว กว่า 500 คน ใช้รถอีแต็ก อีแต๋น พร้อมด้วยรถปิคอัพ และรถยนต์ 6 ล้อ จำนวนกว่า 80 คัน บรรทุกประชาชนมาชุมนุมกันที่หน้าที่ว่าการอำเภอโคกสูง จ.สระแก้ว เพื่อคัดค้านพร้อมเตรียมการสกัดกั้น กลุ่ม พธม.ที่จะเดินทางมาประท้วงกัมพูชา กรณีจับ 7 คนไทย เพื่อบีบให้ปล่อยตัว ที่บริเวณชายแดนบ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว โดยมี นางกอง แก้วประทีป อายุ 60 ปี ราษฎร หมู่ที่ 5 ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว เป็นแกนนำ โดยมี นายยุทธนา นุชนารถ นายอำเภอโคกสูง พ.ต.อ.สุบิน บุญเล็ก ผกก.สภ.โคกสูง นำกำลัง ตำรวจและ อส.มาดูแลรักษาความปลอดภัย 
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่ เป็นชาวอำเภอโคกสูง ที่ได้รับความเดือดร้อน จากปัญหา 7 คนไทยที่ถูกเขมรจับ จนทำให้ กกล.บูรพา สั่งปิดช่องทางชายแดน ทำให้ชาวไร่อ้อย และชาวนา ในพื้นที่เดือดร้อนไม่มีแรงงานเขมรเข้ามารับจ้าง อีกทั้งอ้างว่า 7 คนไทยเป็นคนนอกพื้นที่แต่มาสร้างปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยมีการเรียกร้องให้ชาวบ้านทั้งหมดออกสกัดกั้นกลุ่ม พธม.ที่จะเข้ามาพื้นที่ชายแดน ไม่ให้เข้ามาในพื้นที่
หลังจากชุมนุมที่หน้าที่ว่าการอำเภอโคกสูง ประมาณ 2 ชม.กลุ่มชาวบ้านทั้งหมดได้แยกย้ายไปอยู่ตามจุดตรวจอุบัติเหตุ ตามเส้นทางเข้าหมู่บ้านหนองจาน และเส้นทางที่จะเข้าสู่ชายแดน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ทุกเส้นทาง 
 
ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่ม พธม.เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ได้มีแกนนำ พธม.อำเภออรัญประเทศ ได้นำเวทีขนาดใหญ่ มาตั้งที่บริเวณตลาดเทศบาล 2 ทางเข้าตลาดโรงเกลือ บ้านคลองลึก ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งอยู่ห่างจากสถานกงสุลกัมพูชา ประจำประเทศไทย บริเวณสามแยกโคกสะแบง ประมาณ 200 เมตร
โดย นายอัมรินทร์ ยี่เฮง แกนนำ พธม.อรัญประเทศ เผยว่า ได้รับคำสั่งจาก แกนนำ พธม.ใน กทม.ให้จัดตั้งเวที ที่บริเวณตลาดเทศบาล 2 ทางเข้าตลาดโรงเกลือ ซึ่ง กลุ่ม พธม.จาก กทม.จะมาขึ้นปราศรัย ในเย็นวันนี้ 
 
ต่อมา พ.อ.มล.ประวีร์ จักรพันธ์ ผบ.ฉก.กรม.ทพ. 12 กกล.บูรพา และ พ.ต.ท.เสกสรร วัฒนพงษ์ สวญ.สภ.คลองลึก ได้เดินทางมาเจรจากับแกนนำ พธม.ที่นำเวทีมาตั้งที่ตลาดเทศบาล 2 ให้รื้อเวที เนื่องจากเกรงจะเกิดปัญหาแก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวตลาดโรงเกลือ อีกทั้งยังใกล้สถานกงสุลกัมพูชา เกรงปัญหาจะบานปลาย ซึ่งจากการเจรจาแกนนำ พธม.อรัญประเทศ จึงยอมรื้อเวที ในเวลาต่อมา
 
ส่วนบริเวณสถานกงสุลกัมพูชา ประจำประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่บริเวณสามแยกโคกสะแบง บ้านคลองลึก ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ยังคงเปิดทำการปกติ โดย พ.ต.ท.เสกสรร วัฒนพงษ์ สวญ.สภ.คลองลึก และ ร.อ.ชาญ ว่องไวเมธี ผบ.ร้อย ทพ. 1206 ฉก.กรม.ทพ. 12 กกล.บูรพา ส่งกำลัง จนท.ตร.และทหารพราน เข้าไปดูแลและรักษาความปลอดภัย บริเวณโดยรอบสถานกงสุล กว่า 20 นาย พร้อมกันนี้เตรียมจัดชุดปราบจลาจล จำนวน 1 กองร้อย มาดูแลรักษาความปลอดภัยด้วย
 
 
หมายเหตุ: มีการแก้ไขเพิ่มเติมเมื่อเวลา 22.40 น.

 

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์