ศาลกัมพูชาไต่สวน "คณะ 7 คน" "วีระ" พ่วงข้อหา "จารกรรม"

ไต่สวนคณะ 7 คนแล้ว ใช้เวลากว่า 11 ชั่วโมง “วีระ สมความคิด” โวยถูกยัดข้อหาจารกรรมเพิ่ม ด้านอธิบดีกรมสารนิเทศ ยันคุยกับกัมพูชาแล้วจะไม่นำเรื่องคดีมาโยงเรื่องแบ่งเขตแดน ขณะที่ “มาร์ค” ไม่ยอมให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวกรณีคดีดังกล่าว

จากกรณีที่มีคณะคนไทย 7 คน ได้แก่ นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ นายวีระ สมความคิด นายกิชพลธรณ์ ชุสนะเสวี ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ นายตายแน่ มุ่งมาจน นางนฤมล จิตรวะรัตนา น.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ และนายพนิช วิกฤติเศรษฐ ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ เป็นต้น ได้ข้ามแดนบริเวณหลักเขตแดนที่ 46 บ้านภูมิโจกเจย (บ้านโชคชัย) ต.โอเบยเจือน อ.โจรว จ.บันเตียเมียเจย ตรงข้ามฝั่งไทยบริเวณ บ้านหนองจันทร์ ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว และถูกทหารรักษาชายแดนที่ 503 ของกัมพูชา ควบคุมตัวเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 53 และถูกตั้งข้อหาเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และบุกรุกพื้นที่ทหารโดยไม่ได้รับอนุญาต

ล่าสุดเมื่อวานนี้ (6 ม.ค.) ศาลกัมพูชา ได้ทำการการไต่สวนคนไทย 7 ราย ที่ถูกทางการกัมพูชาจับตัวไว้ โดยใช้เวลาไต่สวน 11 ชั่วโมง รองอัยการของกัมพูชาที่จะเข้าร่วมการไต่สวนในครั้งนี้ ยืนยันว่า 7 คนไทยจะถูกไต่สวนใน 2 ข้อหาคือ ละเมิดชายแดนเขตทหาร มีโทษจำคุก 5 เดือน และเข้าเมืองผิดกฎหมาย ซึ่งมีโทษจำคุก 5 เดือน และปรับ 7,500-1.5 หมื่นบาท โดยในส่วนของนาย วีระ สมความคิด อาจจะเพิ่มข้อหาจารกรรมข้อมูลเข้าไปด้วย ซึ่งหลังจากที่มีการไต่สวนแล้ว ทนายความจึงจะมีสิทธิ์ยื่นประกันตัว แต่การไต่สวนจะไม่มีการเปิดเผยว่าจะไต่สวนใครก่อนหรือหลัง ขณะที่ทนายของ 7 คนไทย กล่าวว่า จะทำเต็มที่ และตอนนี้กัมพูชาได้มีกฎหมายใหม่ คือโทษไม่ถึง 3 ปีอาจบรรเทาโทษ หรือให้รอลงอาญา ซึ่งอาจเป็นช่องทางสำหรับ 7 คนไทยได้

ทั้งนี้ หากการไต่สวนในวันที่ 6 ม.ค. ไม่เสร็จ จะมีการไต่สวนต่อได้ในวันจันทร์ที่ 10 ม.ค. 54 เนื่องจากในวันที่ 7 ม.ค. เป็นวันหยุดราชการของกัมพูชา

โดยหลังการไต่สวนเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่เรือนจำได้นำ 5 คนไทยที่เป็นผู้ชาย ซึ่งมี นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ และ นายวีระ สมความคิด รวมอยู่ด้วย เดินทางออกจากศาลเข้าควบคุมตัวต่อไปทันที โดยระหว่างที่เดินผ่านสื่อมวลชน นายวีระตะโกนว่า เขาพยายามยัดข้อหาเพิ่มให้ตน แต่ทำไม่ได้ ขณะที่ นายพนิช กล่าวขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง

ธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ ในฐานะโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกระแสข่าวที่ว่า อัยการกัมพูชาตั้งข้อหาเพิ่มกับ 7 คนไทย โจรกรรมข้อมูลความลับทางการทหารนั้น นายธานีกล่าวว่า เป็นเพียงกระแสข่าว ทางกระทรวงการต่างประเทศได้รับแจ้งข้อหาที่เป็นทางการยัง 2 ข้อหาเดิม ข้อหาแรกคือ เข้าเมืองผิดกฎหมาย มีโทษจำคุก 3-6 เดือน และให้เนรเทศออกนอกประเทศ ส่วนข้อหาที่สอง คือการรุกล้ำพื้นที่ทหารโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุก 6 - 12 เดือน หรือปรับเงิน 7,500 – 15,000 บาท อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เช้าเป็นการไต่สวนแบบปิด จึงทำให้สถานเอกอัครราชทูตไม่สามารถส่งเจ้าหน้าที่กงสุลเข้าสังเกตการณ์การไต่สวนได้ มีเพียงทนายความชาวกัมพูชา 2 คนที่ทางการไทยว่าจ้างเข้าร่วมกับจำเลยทั้ง 7 คนที่เข้าไปเท่านั้น

ในระหว่างนี้เป็นช่วงเวลาที่อ่อนไหวมาก ทางทนายความไม่ต้องการให้กระทรวงการต่างประเทศ รวมทั้งสถานทูตไทย ให้ข่าวมาก เนื่องจากเกรงว่าจะส่งกระทบต่อคดีความ และอาจจะมีผลต่อการให้ปากคำของจำเลยที่ยังรอการไตร่สวนอยู่ ส่วนแนวทางการสู้คดี ทีมทนายกัมพูชาได้หารือกับ 7 คนไทยอย่างใกล้ชิดแล้ว โดยไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้” นายธานี กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการนำคดีความของ 7 คนไทย ที่มีความเกี่ยวข้องกับการชี้จุดแบ่งเขตแดนกัมพูชามามีผลต่อการเจรจาของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย – กัมพูชาหรือไม่ นายธานี กล่าวว่า ได้มีการพูดคุยกับทางการกัมพูชามาตั้งแต่ต้นแล้วว่า เป็นคนละส่วนกันจะไม่นำมาเกี่ยวโยงกัน โดยการเจรจาเจบีซี ครั้งที่ 4 ยังจะมีขึ้นที่กรุงพนมเปญต่อไป ส่วนการจับกุมตัว 7 คนไทยก็เกิดขึ้นในพื้นที่ทับซ้อน ที่เริ่มจากการเดินลงไปในพื้นที่ที่ไม่ทราบว่าเป็นของฝ่ายใด เรื่องนี้จะไม่มีผลต่อการเจรจาเขตแดนแต่อย่างใด

นอกจากนี้ มีรายงานจากผู้สื่อข่าวในทำเนียบรัฐบาลด้วยว่า วันนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีสีหน้าเคร่งเครียดตลอดทั้งวันที่ปฏิบัติภารกิจ และไม่ยอมให้สัมภาษณ์สื่อเหมือนที่เคยให้สัมภาษณ์ทุกวัน แม้ว่าจะมีสื่อจำนวนมากไปรอดักเพื่อขอสัมภาษณ์

จนกระทั่งเมื่อเวลา 16.00 น.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ได้เดินออกจากห้องทำงานตึกบัญชาการไปยังตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อหารือกับนายกรัฐมนตรีที่ห้องทำงานตึกไทยคู่ฟ้า โดยในการหารือครั้งนี้มีนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ซึ่งคาดว่าเป็นการหารือกันเพื่อช่วยคนไทยทั้ง 7 คนที่มีนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.กทม.รวมอยู่ด้วย หลังจากที่ทางศาลกัมพูชาได้พิจารณาไต่สวนและตั้งข้อหาทั้ง 7 คนในวันนี้ โดยทั้งหมดใช่เวลาหารือกันประมาณ 1 ชั่วโมง

และเมื่อเวลา 17.00 น.นายสุเทพ พร้อมด้วยนายกษิต และนายชวนนท์ ได้เดินออกมาจากห้องทำงานนายกฯ และเดินขึ้นไปยังห้องทำงานนายสุเทพ ที่ตึกบัญชาการอีกครั้งหนึ่งเพื่อหารือกันต่อ และปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์สื่อ โดยนายสุเทพ บอกกับสื่อมวลชนว่า “ชวนนายกษิต ไปกินกาแฟที่ห้องทำงานผมต่อ” 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai