"คนไทยหัวใจรักชาติ" เตรียมถวายฎีกา 18 ม.ค. ชี้รัฐบาลล้มเหลวช่วย 7 คนไทย

17 ม.ค. 54 - นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แกนนำเครือข่ายประชาชนคนไทยหัวใจรักชาติ ยืนยันว่า วันพรุ่งนี้ เวลา 09.59 น. เครือข่าย จะรวมตัวกันเดินขบวนธรรมยาตรา ไปยัง พระบรมมหาราชวัง เพื่อถวายฎีกาเพื่อให้เห็นว่ารัฐบาลบริหารประเทศล้มเหลว รวมทั้ง ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ขณะเดียวกันได้ตอบโต้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง ว่า ไม่มีสิทธิ์ก้าวล้วง พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ ภายหลังออกมาตำหนิเครือข่าย ว่า ควรถวายฎีกา เพราะไม่เหมาะสม เป็นการรบกวนเบื้องพระยุคลบาท เนื่องจาก การจะรับ หรือ ไม่รับการถวายฎีกานั้น เป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ ซึ่ง นายสุเทพ อาจจะเข้าข่ายหมิ่นสถาบัน

พร้อมกันนี้ นายไชยวัฒน์ กล่าวถึง การเปิดการจราจร บริเวณถนนพิษณุโลก ซึ่งเป็นถนนพื้นที่การชุมนุมว่า จากการหารือกับ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมานั้น ทางแกนนำ ยังยืนยันถึงความจำเป็นในการปิดการจราจร เพื่อความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมชุมนุม ขณะเดียวกัน มีมติยกเลิกคาราวานรถกระจายเสียง 30 คัน เพื่อเชิญชวนให้ประชาชน เข้าร่วมขบวนธรรมยาตราถวายฎีกาทั่วกทม. เนื่องจากเกรงว่า จะมีผลกระทบต่อการจราจร และในวันพรุ่งนี้ การยื่นถวายฎีกานั้น ทางแกนนำ ก็จะพิจารณาอีกครั้งว่า จะมีการยุติการชุมนุมหรือไม่

สุเทพซัดม็อบเครือข่าย ปชช.ไทยหัวใจรักชาติดิ้นถวายฎีกาไม่เหมาะสม

ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อเวลา 13.00น.  นายสุเทพ  เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง  ให้สัมภาษณ์ถึง กรณีที่เครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติจะเคลื่อนขบวนไปยื่นถวายฎีกาขับไล่ รัฐบาลในวันที่ 18 ม.ค.โดยระบุรัฐบาลไม่มีความชอบธรรมที่จะปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยปละ ละเลยให้มีการละเมิดสถาบัน กระทำการทุจริตคอรัปชันครั้งมโหฬารที่สุดในประวัติศาสตร์ ไม่ปกป้องและรักษาบูรณภาพแห่งแผ่นดิน ว่า  คิดว่าพี่น้องประชานคนไทยที่ได้ยินข่าวนี้ก็คงไม่สบายใจ เพราะเป็นเรื่องที่ไม่สมควรที่จะไปรบกวนเบื้องพระยุคลบาท การที่นายกรัฐมนตรีจะพ้นจากตำแหน่งหรือจะมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลมีกฎเกณฑ์ กติกาที่กำหนดไว้ชัดเจนอยู่แล้ว ในรัฐธรรมนูญและกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นก็ต้องดำเนินการตามกฎเกณฑ์กติกานั้น  ถ้ารอจนถึงวันเลือกตั้งซึ่งนายกฯก็ได้ประกาศแล้วว่าจะมีการเลือกตั้งภายในปี นี้ ก็อาจจะมีการตัดสินใจโดยพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ที่เป็นเจ้าของประเทศว่าจะ เลือกใครมาเป็นรัฐบาล จะเลือกใครมาเป็นนายกฯคนต่อไป นั่นคือวิธีการที่ถูกต้อง ส่วนการดำเนินการโดยวิธีการอื่นมันผิด ทำนองครองธรรมผิดกฎเกณฑ์กติกาที่เป็นที่ยอมรับกันเป็นสากล เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อถามว่า เครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติ อาจอ้างว่าภาคประชาชน ใช้สิทธิยื่นถวายฎีกาตามรัฐธรรมนูญ โดยชี้ข้อหาร้ายแรงว่ารัฐบาลไปสมคบคิดกับรัฐบาลต่างชาติอันเป็นเหตุให้เสีย ดินแดน  นายสุเทพ กล่าวว่า  ไม่มีหรอก   ตนกราบเรียนไปถึงพี่น้องประชาชนว่ากรณีที่มีปัญหาเรื่องเขตแดนระหว่างประเทศ ไทยกับประเทศเพื่อนบ้านนั้น เป็นเรื่องที่ต้องสะสางกันโดยคระกรรมการ่วมสองฝ่าย ซึ่งเป็นกติกาที่เขาทำกันทั่วโลก ไม่เฉพาะประเทศไทยกับประเมทสพม่า ลาว เขมร ประเทศอื่นก็มีปัยหาเรื่องชายแดนกัน เขาก็มีแนวทางสันติวิธีที่จะทำให้อยู่ร่วมกันได้  ตัดสินด้วยคณะกรรมการเอาหลักฐานทางประวัติศาสตร์ และเหตุผลต่างๆ มาพิจารณาปรับแก้กัน  เรื่องเขตแดนของประเทศไทยยืดเยื้อยาวนานมาตั้งแต่ยุคไหน ๆ แล้ว ไม่ใช่เพิ่งมามีปัญหาตอนที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาเป็นนายกฯ  ที่มาใส่ร้ายป้ายสีว่านายกฯหรือรัฐบาลนี้เข้าด้วยช่วยเหลือกับรัฐบาลต่าง ชาติทำให้เสียอธิปไตยเป็นการกล่าวหาที่ไร้เหตุผลโดยสิ้นเชิง ไม่มีความเป็นธรรมในหัวใจสำหรับการกล่าวหาอย่างนี้

นายสุเทพ กล่าวว่า จะอย่างไรก็ตามนายกฯให้ความสำคัญกับเรื่องปัญหาเขตแดน และเพียรพยายามที่จะสะสางเรื่องนี้ให้ได้  ในเวลาไม่ช้านี้ก็จะได้เห็นความพยายามของรัฐบาลในการจะสะสางปัญหาเขตแดนให้ เป็นที่ประจักษ์ชัดเจนกันต่อไป   เมื่อถามว่า  ในสัปดาห์หน้านี้จะมีข่าวดีเรื่องการช่วยเหลือคนไทยที่ถูกจับกุมเพิ่มอีก หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ก็คงจะต้องมีข่าวดีขึ้นเรื่อย ๆ ตราบใดที่เราไม่ละความพยายาม  เราอยู่กับเพื่อนบ้านเราต้องรู้วิธีที่จะอยู่ร่วมกันโดยสันติให้ได้   ทั้งนี้การปล่อยตัวชาวเขมรหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย 199 คนเมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมาคงไม่ได้เป็นการแลกเปลี่ยนกับการช่วยเหลือ 7คนไทยเสียทีเดียว แต่ผู้รับผิดชอบคงได้พิจารณาความหนักเบาของกรณีกันแล้วเป็นอย่างดี และมีความตั้งใจที่จะให้ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศยังดีอยู่

เมื่อถามว่ามีข่าวว่านักโทษชาวกัมพูชาอีก 2 คนที่ไทยจะส่งตัวกลับไปให้ทางกัมพูชามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา นายสุเทพ กล่าวว่า     ต้องเลิกเอาข่าวลือมาถามตนเสียที เพราะหนักใจจริง ๆ ที่ข่าวลือก็ลือได้สารพัด ด้วยเจตนาของคนที่เป็นต้นตอของข่าวลือ ตนเป็นคนไปเจรจากับสมเด็จฮุนเซน เขาได้ปล่อยตัวนักโทษคนไทยมุสลิมที่ติดคุกอยู่ที่กัมพูชาในคดีก่อการร้าย  2 คน โดยปล่อยมาเกือบ 2 ปีแล้ว แต่นักโทษกัมพูชาที่เราต้องส่งคืนกลับไปให้เขาเรายังส่งไปให้ไม่ได้สักที ตนต้องปฏิบัติตามคำมั่นสัญญานั้น  โดยไม่ได้ทราบมาก่อนว่ามีความสัมพันธ์กับใครอย่างไร และเหตุผลที่เราแลกเปลี่ยนกันก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเขามีความสัมพันธ์กับ ใครเป็นพิเศษ

เมื่อถามว่า นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แกนนำเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ กล่าวหาว่าการจับกุม 7 คนไทย  เพราะรัฐบาลนี้สมคบคิดกับรัฐบาลฮนุเซน มีนายทหารระดับ สูงคนหนึ่ง สั่งการให้นายทหารซึ่งเป็นลูกของอธิบดีตำรวจ กัมพูชาเป็นคนจับกุมคนไทย  นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่อยากทะเลาะกับนายไชยวัฒน์ แต่ยืนยันว่าสิ่งที่นายไชยวัฒน์พูดมาทั้งหมดไม่จริงอย่างแน่นอน ส่วนที่พุ่งเป้าโจมตีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหมนั้น ขอเรียนย้ำว่ารมว.กลาโหมได้ทุ่มเทดิ้นรนเพื่อที่จะช่วยเหลือ7 คนไทยอยู่ตลอดเวลา ช่วงปีใหม่ที่คนอื่นเขาได้หยุดกัน ท่านไม่ได้หยุดพักเลย ทำงานทุกวัน อย่างนี้ยังไปกล่าวหาท่านอีกจะไปมีความเป็นธรรมได้อย่างไร

ประธานสภาฯ ชี้เข้าชื่อถวายฎีกาช่วย 7 คนไทยไม่เหมาะสม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึง กรณีที่เครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติ จะรวบรวมรายชื่อถวายฎีกา เพื่อขอพระราชทานความช่วยเหลือ 7 คนไทยที่ถูกทางการกัมพูชาจับกุม ว่า การเข้าชื่อถวายฎีกาเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่สามารถทำได้  แต่ส่วนตัวมองเป็นเรื่องไม่ควรทำให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท  ไม่ควรนำเรื่องเหล่านี้ไปรบกวนสถาบันเบื้องสูง ทั้งนี้ ขอให้ดูการถวายฎีกาของคนเสื้อแดงเป็นตัวอย่าง ว่าไม่สามารถทำอะไรได้ ตนย้ำเสมอว่า สถาบันพระมหากษัตริย์มีความสำคัญ ที่จะทำให้คนไทยมีความสามัคคีเป็นเอกภาพ

“จะบอกว่า คนไทยกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งรักชาติเพียงกลุ่มเดียว ผมไม่เห็นด้วย คนไทยรักชาติกันทุกคน”  นายชัย กล่าว และว่าการชุมนุมถือเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ หากจะแก้ปัญหาการชุมนุม คงต้องเร่งให้รัฐบาลผลักดันร่าง พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะให้ผ่านสภาโดยเร็ว หากประเทศไทยมีกฎหมายดูแลการชุมนุมในที่สาธารณะเหมือนในต่างประเทศ จะสามารถแก้ปัญหาที่เกิดจากการชุมนุมได้

ดุสิตโพลเผย ปชช.64.81% ค้าน "ถวายฎีกา" ช่วยเหลือ 7 คนไทย

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต แผยแพร่ผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 1,251 คน กรณีเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติจะเข้าชื่อถวายฎีกา ช่วยเหลือ 7 คนไทยที่ถูกทางการกัมพูชาจับกุมตัว โดยอ้างว่ารัฐบาลไม่มีความชอบธรรมที่จะปฏิบัติหน้าที่ ไม่ปกป้องและรักษาบูรณภาพแห่งแผ่นดิน โดยประชาชนร้อยละ 64.81 เห็นว่าการเข้าชื่อถวายฎีกา เป็นเรื่องไม่สมควร เพราะเป็นการไม่บังควรรบกวนเบื้องพระยุคลบาท ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการจะดีกว่า

อย่างไรก็ตาม ประชาชนร้อยละ 44.67 ยังเห็นว่า การประท้วงของกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ มีผลมาจากการดำเนินการของรัฐบาลที่ยืดเยื้อ ไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร ร้อยละ 43.15 เห็นว่าเหตุการณ์ที่ยืดเยื้อขณะนี้ เป็นเพราะรัฐบาลยังรอดูท่าทีเพราะกลัวเสียเปรียบ เพลี่ยงพล้ำ ไม่กล้าทำอะไรมาก /มีผลมาจากความขัดแย้งเรื่องปราสาทพระวิหาร และร้อยละ 42.95 เห็นว่า รัฐบาลควรแสดงท่าทีที่ชัดเจนออกมา มีความกระตือรือร้นที่จะแก้ไขปัญหา /ดำเนินการขั้นเด็ดขาดในการนำตัว 7 คนไทยกลับคืนมา 

เผยมารดา ‘วีระ’ ระบุทูตไทยกีดกันเข้าเยี่ยม

นายสุนทร รักษาวงศ์ แกนนำเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ เปิดเผยว่า ได้คุยกับนางวิไลวรรรณ สมความคิด มารดาของนายวีระ สมความคิด ที่ไปเยี่ยมที่เรือนจำเปร็ย ซอ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา เล่าว่า นายวีระได้ฝากขอบคุณคนไทยทุกคนที่ต่อสู้ปกป้องดินแดนของไทยทุกคน พร้อมกันนี้ยังต้องการทนายและล่ามแปลภาษา เนื่องจากถูกกีดกันจากสถานทูตไทยในกัมพูชา

ส่วนการเดินขบวนไปถวายฎีกาในพรุ่งนี้ (18 ม.ค.) เวลา 09.59 น. จะเป็นลักษณะธรรมยาตรา มีพระสงฆ์นำขบวนด้วยความสงบไม่ใช้เครื่องเสียง เมื่อถึงพระบรมหาราชวังก็จะยื่นถวายฎีกาผ่านตัวแทนสำนักพระราชวัง คาดว่าไม่เกิน 12.00 น. จะกลับมายังทำเนียบรัฐบาล หลังจากนั้นจะลดการกดดันลง แต่จะเน้นติดตามเรื่องที่เคยไปยื่นกดดันตามหน่วยงานต่าง ๆ และยืนยันจะไม่ไปชุมนุมปิดด่านผ่านแดน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศการชุมนุมของเครือข่ายคนไทยฯ ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล หลังจากที่ถนนพิษณุโลกถูกปิดลงทางเครือข่ายฯได้นำเต็นท์ขนาดใหญ่และเต็นท์ ส่วนตัวจำนวนมากางเป็นแนวยาวสองฝั่งถนน มีพลาสติกมาขึงเพื่อกันแดด พร้อมกับตั้งโรงครัวทำอาหารแจกจ่ายผู้ชุมนุม รวมทั้งนำไม้มาสร้างเป็นเวทีชั่วคราวเพื่อปราศรัย แต่ผู้ชุมนุมยังคงบางตาอยู่ที่หลักร้อยเท่านั้น ส่วนใหญ่เป็นคนของกองทัพธรรม ญาติธรรมสันติอโศก โดยผู้ชุมนุมช่วยกันเขียนป้ายโจมตีรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ว่าขายชาติ ขณะเดียวกันเขียนยกย่องนายวีระ สมความคิด เป็นวีรบุรุษของคนไทย  

รมว.กต.ร้องขอเขมรอย่าโกรธม็อบ

นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยหลังหารือกับ นายฮอร์ นัมฮง รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา ในระหว่างการประชุมอาเซียน ที่เกาะลอมบ๊อก ของอินโดนีเซีย ว่า ได้ร้องขอให้กัมพูชาพิจารณาพฤติกรรมของบุคคลบางกลุ่มในประเทศด้วยความเข้าใจ และไม่นำมาเป็นอารมณ์ พร้อมเรียกร้องให้ผู้ที่เคลื่อนไหวเกี่ยวกับกรณีไทย-กัมพูชา คำนึงถึงส่วนรวม ไม่ใช่พูดหรือทำโดยใช้อารมณ์ และอุดมการณ์ของตัวเองเป็นใหญ่ มุ่งเผชิญหน้าทำลายล้างกัน แต่ต้องคำนึงถึงองค์รวมของสังคมไทยด้วย ไม่ต้องการทำให้คนไทยส่วนใหญ่ต้องมีปัญหาเดือดร้อนจากการกระทำของคนที่ไม่ ยอมรับฟัง ไม่ยอมปรองดอง และไม่ฟังเหตุผล

ที่มาข่าวเรียบเรียงจาก: มติชนออนไลน์, กรุงเทพธุรกิจ, สำนักข่าวไทย, ASTV ผู้จัดการออนไลน์, เดลินิวส์, ไอเอ็นเอ็น

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์