กรมคุ้มครองสิทธิฯ จ่ายเงินเยียวยาเหยื่อสลายชุมนุมเพิ่ม 8 ราย ยังค้างนับร้อย

 
เศกสิทธิ์และลูกชายวัย 7 ปี
สันติพงษ์และเศกสิทธิ์
 
17 ม.ค.54 ที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม มีการมอบเงินเยียวยาแก่ญาติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค.53 โดยมีญาติผู้เสียชีวิต ในวันที่ 10 เม.ย.53 จำนวน 5 รายเข้ารับเงินเยียวยารายละ 100,000 บาท และยังมีผู้บาดเจ็บ 3 รายที่ได้รับเงินเยียวยาด้วย เช่น นายเศกสิทธิ์ ช้างทอง ซึ่งสูญเสียดวงตา 2 ข้าง ได้รับเงินเยียวยา 103,000 บาท นายรุ่งศักดิ์ เสตะกาญจนาพร โดนยิงที่ขา ได้รับเงินเยียวยา 36,800 บาท นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บที่เพิ่งเข้ายื่นเรื่องกับกรมคุ้มครองสิทธิฯ อีก 2 รายคือ นายสันติพงษ์ มูลฟอง หรือน้องเบิร์ดที่สูญเสียดวงตา 1 ข้างจากกระสุนยางเมื่อวันที่ 10 เม.ย.53 และนายศุภวัชช์ ปัณจันตา ช่างภาพของ Voice TV ซึ่งถูกยิงบริเวณต้นขาในเหตุการณ์เดือนพ.ค.53
 
นางปิติกาญจน์ สิทธิเดช กรมคุ้มครองสิทธิ์ฯ  กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุมที่ได้รับเงินเยียวยาแล้วประมาณ 40 กว่าราย จากที่ยื่นเข้ามาทั้งหมดประมาณ 200 กว่าราย ความล่าช้าที่เกิดขึ้นเป็นเพราะหน่วยงานไม่ได้ดำเนินการเฉพาะกรณีของผู้ชุมนุม นปช. แต่ต้องดูแลเหตุการณ์ความไม่สงบ ความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นทั้งประเทศโดยเฉพาะใน 3 จังหวัดภาคใต้ นอกจากนี้กว่าจะได้รับการอนุมัติจะต้องผ่านการวินิจฉัยจากคณะอนุกรรมการ 2 ครั้งและคณะกรรมการใหญ่อีก 1 ครั้ง ทั้งนี้ ญาติผู้เสียชีวิตในวันที่ 10 เม.ย.รายหนึ่งกล่าวว่า การดำเนินการค่อนข้างยุ่งยากและใช้เวลานานมากกว่าจะได้รับเงินเยียวยา และถึงที่สุดก็ไม่คุ้มกับชีวิตของบุคคลที่รักที่สูญเสีย
 
นายเศกสิทธิ์ ข้างทอง อาชีพขับมอเตอร์ไซด์รับจ้างอยู่ในบริเวณที่มีการสลายการชุมนุมและถูกลูกหลงกระสุนปืนยิงเข้าที่เบ้าตาทำให้สูญเสียการมองเห็นทั้ง 2 ข้าง กล่าวว่า เงินดังกล่าวไม่มีทางคุ้มค่ากับสิ่งที่เสียไป
 
“อยากขอแลกกับอภิสิทธิ์ เขายอมไหม เงินหนึ่งแสนสามพันบาทแลกกับตาบอดตลอดชีวิตใครเอาบ้าง ให้ทุกคนลองคิดดูว่าการตาบอดตลอดชีวิตกับเงินเท่านี้ ราคาบ้านอย่างเดียวก็แปดแสนแล้ว” เศกสิทธิ์กล่าว
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันหลังจากสูญเสียการมองเห็นนายเศกสิทธิ์หันมาทำอาชีพขายล็อตเตอรี่ แต่ก็ขายเฉพาะวันที่มีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ส่วนเงินที่ได้นั้นตั้งใจจะนำไปลงทุนซื้อคุกกี้มาขายต่อ เพื่อหาเงินเลี้ยงดูบุตรชายวัย 7 ปี ซึ่งอยู่ในสภาพลำบาก แม่ของเศกสิทธิ์เล่าให้ฟังว่าลูกชายไปโรงเรียนต้องสั่งข้าวมันไก่แต่ไม่มีไก่ มีแต่ข้าวเปล่าๆ นำมากินกับน้ำซุปเป็นประจำ  
 

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์