เครือข่ายสิทธิผู้ลี้ภัยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเสนอให้รัฐบาลเคารพสิทธิผู้ลี้ภัยจากปากีสถาน

เครือข่ายสิทธิผู้ลี้ภัยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก” ขอเข้าพบนายกรัฐมนตรี หวังร้องเรียนหลังเกิดกรณี ตม. จับกุมผู้ลี้ภัยด้านศาสนา จากปากีสถานกว่า 86 คน และมีการผลักดันกลับแล้วกว่า 36 คน ชี้ขัดต่อหลักการไม่ผลักดันผู้ลี้ภัยกลับไปเผชิญการคุกคาม

เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ที่ผ่านมา เครือข่ายสิทธิผู้ลี้ภัยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (Asia Pacific Refugee Rights Network หรือ APRRN) ได้ยื่นหนังสือขอเข้าพบ นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขอเรียนปรึกษาประเด็นเรื่องความห่วงใยอย่างยิ่งของเครือข่ายฯ หากรัฐบาลยังคงปฏิเสธสิทธิมนุษยชนของผู้ขอลี้ภัยและผู้ลี้ภัยต่อไป

เครือข่ายดังกล่าวแถลงว่า ทั้งนี้ เนื่องจากวันที่ 14 ธ.ค. ปี 53 ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองได้เข้าจับกุมกลุ่มผู้ขอลี้ภัยและผู้ลี้ภัยชาวปากีสถานซึ่ง นับถือศาสนาอิสลามนิกายอะห์มาดี จำนวนกว่า 86 คน ผู้ซึ่งได้เข้ามาในประเทศไทยเพื่อเพื่อแสวงหาความคุ้มครองจาก การประหัตประหารในประเทศปากีสถาน ภัยประหัตประหารต่อผู้เชื่อนิกายอะห์มาดีในประเทศปากีสถานนั้นรุนแรงอย่างยิ่งและก่อการอย่างเป็นระบบตลอดมา

โดยประเทศปากีสถานเป็นเพียงรัฐเดียวที่มีประกาศอย่างเป็นทางการว่าผู้เชื่อนิกายอะห์มาดีมิใช่ชาวมุสลิมและสามารถถูกประหัตประหารได้ ดังนั้น บุคคลเหล่านี้จึงถูกคาดโทษจากการปฏิบัติตามศาสนาของตนซึ่งเป็นการขัดต่อสิทธิมนุษยชนอย่างชัดแจ้ง บุคคลเหล่านี้ได้เข้ามาในประเทศไทยเพื่อเพื่อแสวงหาความคุ้มครองจากการประหัตประหารในประเทศปากีสถาน และ ได้ลงทะเบียนเพื่อเข้ารับการพิสูจน์สถานะผู้ลี้ภัย ซึ่งดำเนินการโดยสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) ในประเทศไทย

โดยในกลุ่มของผู้ที่ถูกกักกันตัวมีผู้เยาว์ประมาณ 30 ราย จำแนกเป็น ผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 10 ปี จำนวน 14 ราย นอกจากนี้ ยังมีหญิงตั้งครรภ์ 9 เดือน จำนวน 1 คน รวมถึงบุคคลอื่นๆ ซึ่งมีโรคประจำตัว อาทิเช่น โรคความดันสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และ โรคระบบทางเดินหายใจ

เอกสารของเครือข่าย ยังระบุว่า จากรายงานล่าสุด ทางเครือข่ายได้รับรายงานมาว่า ผู้ถูกกักกันจำนวนประมาณ 36 คน ได้ถูกผลักดันกลับไปยังประเทศปากีสถานแล้ว ซึ่งขัดต่อหลักการไม่ผลักดันกลับตามกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศ ซึ่งมีใจความสำคัญว่า รัฐจะไม่ขับไล่หรือผลักดันผู้ลี้ภัย ไม่ว่าจะโดยลักษณะใดๆ ไปยังชายเขตแห่งดินแดน ซึ่ง ณ ที่นั้น ชีวิตหรืออิสรภาพของผู้ลี้ภัยอาจได้รับการคุกคาม ด้วยสาเหตุทางเชื้อชาติ ศาสนา สัญชาติ สมาชิกภาพของกลุ่มสังคมเฉพาะหรือความคิดเห็นทางการเมือง

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์