สนนท. แถลงการณ์ “ปฏิรูปกองทัพ - ทหารต้องจงรักภักดีต่อประชาชน”

 

วันที่ 25 ม.ค. 2554 สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) ออกแถลงการณ์เรื่อง "ปฏิรูปกองทัพ - ทหารต้องจงรักภักดีต่อประชาชน" แสดงความเห็นว่าคำว่า "ประชาชน" ในคำขวัญของทหารเป็นเพียงเชิงพิธีการ ทั้งตั้งคำถามว่าหรือพื้นที่ของประชาชนไม่เคยมีอยู่จริงในความทรงจำของทหาร เห็นเป้นเพียงศัตรูที่ต้องกำจัด และมองการเรียกร้องประชาธิปไตยของประชาชนเป็นสิ่งแปลกปลอม

ในแถลงการณ์จึงเรียกร้องให้มีการปฏิรูปกองทัพโดยให้ ประการแรก คือการคัดสรรผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงในกองทัพต้องมาจากการสรรหาของสภาผู้แทนราษฎร และคณะรัฐมนตรีประการที่สอง คือการปลูกฝั่งให้ทหารเห็นความสำคัญในการพิทักษ์สิทธิ ส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตยในกองทัพ ทหารสามารถขัดคำบังคับบัญชาได้ หากคำสั่งนั้นเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญ

 

 


แถลงการณ์ สหพันธ์นิสัตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)

“ปฏิรูปกองทัพ - ทหารต้องจงรักภักดีต่อประชาชน”

นับตั้งแต่คำปฏิญาณต่อธงชัย เฉลิมพล ในอันที่จะรักษาไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ถูกทำลายลงด้วยการรัฐประหารวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 คุณค่าและความศักดิ์สิทธิ์ของคำปฏิญาณจากเหล่าทหารในกองทัพไทย ก็ไม่อาจนับเป็นสิ่งที่น่าเชื่อถือได้อีกต่อไป หลักการคุณค่าเสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ, รัฐธรรมนูญที่ผ่านการลงมติของปวงชน, และระบอบประชาธิปไตยที่อนุญาตให้มีกษัตริย์เป็นประมุขอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ อาจเป็นสิ่งที่ทหารในกองทัพไม่อาจเข้าใจได้โดยแท้จริง การให้คำปฏิญาณจึงล้วนแต่เป็นเรื่องเชิงพิธีการ ที่ปราศจากความหวงแหนที่จะพิทักษ์ไว้ซึ่งความจงรักภักดีต่อประชาชนทั้งหลาย ผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยโดยแท้จริงในประเทศนี้  ทั้งยังเป็นหนึ่งในสดมภ์หลักทั้ง 4 ของกองทัพไทย ตามคำขวัญที่กล่าวว่า “เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน”

หรือแท้จริงแล้ว คำว่า “ประชาชน” และตัวตนของ “ประชาชน” จะไม่เคยมีพื้นที่อยู่จริง ในความทรงจำของเหล่าทหาร สิ่งที่พวกเขารู้จักอาจเป็นเพียงอริราชศัตรูที่ต้องทำลายล้างให้หมดสิ้น การเรียกร้องประชาธิปไตยของประชาชนเป็นสิ่งแปลกปลอมของระบอบจารีตนิยมอำนาจนิยมที่มีเครือข่ายล้าหลังของอำมาตยาธิปไตยครอบงำอยู่ กองทัพเป็นเพียงเครื่องมือรักษาเสถียรภาพของผู้นำจารีตนิยมอำนาจนิยม ที่ไม่รู้จักคำว่าประชาธิปไตย และใช้มันเป็นเพียงเครื่องมือพ่วงท้าย หรือต่อไว้ข้างหน้า ปกปิดความเป็นเผด็จการแอบแฝงของตนเอาไว้

ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้ สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.), สหพันธ์นิสิตนักศึกษาอีสาน (สนนอ.) และองค์กรนิสิตนักศึกษาที่เป็นสมาชิกทั่วประเทศ จึงขอแสดงจุดยืนเพื่อการปฏิรูปกองทัพไทย จากการเป็นเครื่องมือของเครือข่ายจารีตนิยมอำนาจนิยม เพื่อใช้ในการปราบปรามประชาชน รวมทั้งเป็นเครื่องมือในการปลุกกระแสชาตินิยมอย่างล้าหลัง เพื่อสร้างปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้เกิดความร้าวฉาน รวมถึงทั้งอาจนำไปสู่การละเมิดคำปฏิญาณครั้งแล้วครั้งเล่า ด้วยการรัฐประหารเพื่อรักษาระบอบเผด็จการจารีตนิยมอำนาจนิยมแอบแฝง ที่มีกองทัพเป็นผู้คุ้มชูเสถียรภาพของมันเอาไว้, ดังนั้น, ท้ายที่สุด เราจึงขอยื่นข้อเสนอให้มีการปฏิรูปกองทัพดังต่อไปนี้

1.)       กองทัพต้องมีจุดเกาะเกี่ยวเชื่อมโยงกับประชาชน การคัดสรรผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงในกองทัพต้องมาจากการสรรหาของสภาผู้แทนราษฎร และคณะรัฐมนตรี ไม่ใช่โดยคณะกรรมาธิการของกองทัพ หรือบุคคลผู้มีบารมีนอกกองทัพ ซึ่งมีอำนาจในการตัดสิน ปรับเปลี่ยนรายชื่อการโยกย้ายทหารได้ อย่างที่เคยเป็นมาในอดีต

2.)       ระบบการศึกษาของทหารต้องปลูกฝังให้เห็นคุณค่าในการพิทักษ์สิทธิ เสรีภาพของประชาชนไว้เป็นอันดับหนึ่ง และส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตยในกองทัพ ทหารสามารถขัดคำบังคับบัญชาได้ หากคำสั่งนั้นเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญ ละเมิดความเป็นมนุษย์ และละเมิดสามัญสำนึกของทหารผู้ใต้บังคับบัญชา

หากกองทัพไทยสามารถปฏิรูปตามแนวทางข้างต้นได้ ย่อมเป็นการออกห่างจากวงจรอุบาทว์  และก้าวสู่การเป็นทหารอาชีพที่จงรักภักดีต่อประชาชนในท้ายที่สุด

25 มกราคม 2554 เนื่องในอดีตวันกองทัพไทย,
“ปฏิรูปกองทัพ - ทหารต้องจงรักภักดีต่อประชาชน”

สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) และองค์กรสมาชิก

 


 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์