ฝากขัง 5 ผู้ต้องหาคดีซุกบึ้มป่วนม็อบ "พธม" - "จตุพร" ปูดสีเขียวตั้งวงถก รปห.

ฝากขัง 5 ผู้ต้องหาคดีซุกบึ้มป่วนม็อบ "พธม" ตร.ชี้ไม่ต้องโอนให้ "ดีเอสไอ" ปัดสร้างสถานการณ์ "จัดฉาก" "จตุพร" ปูด "บิ๊กสีเขียว" ตั้งวงวางแผนทำรัฐประหาร อ้าง "4เงื่อนไข" หวังตั้งรัฐบาลแห่งชาติ

26 ม.ค. 54 - ความคืบหน้าการจับกุมนายธวัชชัย เอี่ยมนาค อายุ 37 ปี อาชีพวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง อยู่บ้านเลขที่ 784 ถนนเจริญกรุง แขวงบางลำพูล่าง เขตคลองสาน กทม. ผู้ต้องหาพร้อมกับพวก 5 คน ข้อหามีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน พ.ศ.2490 มาตรา 4 (3) มาตรา 38 และมาตรา 74 และกรณีพกวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง เตรียมก่อเหตุบริเวณที่ชุมนุมกลุ่มพันธมิตร เวลา 10.30 น. พนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ควบคุมตัวนายธวัชชัยมาขออำนาจศาลฝากขังผัดแรกเป็นเวลา 12 วันตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม ถึง 6 กุมภาพันธ์นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ และคัดค้านประกันตัว ซึ่งศาลสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังตามคำร้อง สำหรับผู้ต้องหาที่เหลืออีก 4 คนถูกนำตัวไปขออำนาจศาลอาญาธนบุรี ฝากขังผัดแรกวันนี้เช่นกัน

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 (ผบก.น.6 ) หนึ่งในชุดจับกุมนายธวัชชัยกับพวก 5 คน ยันยันว่าการจับกุมไม่ได้เป็นการสร้างสถานการณ์จัดฉาก มีทีมงานทำเรื่องนี้มานานตั้งแต่ปีที่แล้วที่เริ่มมีเหตุการณ์ รวมทั้งประสานหน่วยงาน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สันติบาล หน่วยข่าวทางทหาร หน่วยข่าวมหาดไทย เป็นต้น ยืนยันตำรวจทุกคนทำตามหน้าที่

ด้าน พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวว่า ทางตำรวจจะไม่ส่งผู้ต้องหาหรือโอนคดีให้กับดีเอสไอดำเนินคดีข้อหาก่อการร้าย เนื่องจากรัฐบาลประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินใน กทม.ไปแล้ว จึงไม่เข้าข่ายเป็นคดีพิเศษเหมือนคดีที่ผ่านมา ผู้ต้องหาทั้งหมดตำรวจจะเป็นผู้ดำเนินการเอง เบื้องต้นแจ้งข้อหามีอาวุธสงครามไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อน และจะสอบสวนเพื่อขยายผลหาผู้อยู่เบื้องหลังหรือร่วมขบวนการต่อไป

"ล่าสุด ยังได้เจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรเบื้องต้นรับว่าจะอยู่ 3-7 วัน จากนั้น จะประเมินว่าจะทำอย่างไรต่อไป ยังไม่ชัดเจน อาจอยู่ต่อหรือกลับ มีการเจรจาอยู่แล้ว แต่จะได้ผลแค่ไหนอยู่ที่กลุ่มผู้ชุมนุมด้วยว่าจะเชื่อฟังหรือเจอกันครึ่ง ทาง" ผบช.น.ระบุ

ด้าน พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีจับกุมผู้ต้องหา 5 คนเตรียมก่อเหตุวางระเบิดว่าก่อนจับกุม 1 วัน พล.ต.ต.สุวัฒน์แจ้งให้ทราบแล้วว่าติดตามกลุ่มดังกล่าวว่าจะมีการก่อเหตุก่อ กวน ไม่ได้มีการจัดฉากแน่นอน ก่อนจับกุมต้องมีการเตรียมข้อมูลเตรียมการต้องใช้เวลา การจับกุมก็ต้องใช้ความระมัดระวังและผู้ต้องหาเองก็รับสารภาพ ไม่มีใครคิดที่จะจัดฉาก เอาบ้านเมืองมาล้อเล่น ใครมาเอาตำรวจเป็นเป้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง ใครคิดแบบนี้ก็ผิดแล้ว

เมื่อถามถึงกระแสการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 5 คน เป็นการเลื่อยขาเก้าอี้ ผบ.ตร.หรือไม่ พล.ต.อ.วิเชียรกล่าวว่า ตนเป็นตำรวจมาถึงยศ พล.ต.อ.แล้ว มาทำงานก็เพื่อแทนคุณแผ่นดิน ไม่เอาบ้านเมืองมาล้อเล่น ทำงานเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ถ้าใครคิดว่าตนเองทำหน้าที่ไม่เหมาะสม จะไปก็ไป ไม่ได้ยึดติดกับเก้าอี้ ส่วน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ปรึกษา (สบ 10) ที่ผ่านมาการทำงานต่างๆ ก็ได้รายงานให้ตนทราบตลอดตามขั้นตอนไม่ได้รายงานนายกรัฐมนตรีโดยตรง

ผบ.ตร.กล่าวอีกว่า ตนได้ให้หลักการทำงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เป็นกลไกในการรักษาความปลอดภัย ความสงบเรียบร้อยให้ได้ ในภาวะที่บ้านเมืองแตกแยกก็ต้องวางตัวเป็นกลาง โดยใช้หลักของกฎหมาย แต่หากกฎหมายไม่พอถ้าหากต้องใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯก็ต้องร้องขอรัฐบาล หรือให้ทหารมาช่วย แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นนั้นยังสามารถรักษาความสงบเรียบร้อยได้

"จตุพร" ปูด "บิ๊กสีเขียว" ตั้งวงวางแผนทำรัฐประหาร อ้าง "4เงื่อนไข" หวังตั้งรัฐบาลแห่งชาติ

ที่รัฐสภา นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะแกนนำคนเสื้อแดง แถลงว่าเมื่อวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา มีการประชุมวางแผนการทำรัฐประหารที่เซฟเฮาส์แห่งหนึ่ง มีนายทหารใหญ่นั่งประชุมกัน ซึ่งหากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี อยากทราบเรื่องดังกล่าวให้ไปถาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่ามีการประชุมวางแผนกันจริง โดยคนที่นำเรื่องมาบอกตนนั้นเป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ที่มียศเดียวกันกับนายทหารที่พูดกัน เพราะทหารแตงโมมีเยอะ

นายจตุพรกล่าวว่า วงหารือมีการประเมินสถานการณ์ โดยเห็นว่าน่าจะมีเงื่อนไขให้ทำการรัฐประหาร 4 ข้อ ประกอบด้วย 1.กล่าวอ้างเรื่องความแตกแยกภายในชาติ 2.เรื่องการเสียดินแดนให้กัมพูชาอันมาจากนโยบายทางการทูตที่ล้มเหลวของ รัฐบาล 3.ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4.ที่เกี่ยวข้องกับทหารเองในเรื่องการสลายการชุมนุม 91 ศพ

"ยังมีการพูดคุยกันว่าหลังทำรัฐประหารแล้วจะให้มีรัฐบาลแห่งชาติเกิดขึ้น นอกจากนี้ ยังมีอดีตนายทหารใหญ่เดินสายคุยกับคอลัมนิสต์โดยอธิบายถึงเหตุผลการทำรัฐ ประหาร ถ้านายอภิสิทธิ์ไปถาม พล.อ.ประวิตร หรือนายทหาร ก็คงปฏิเสธ แต่ได้มีการเตรียมกำลังทหารแล้ว 30 กองร้อย หรือราว 3,000 นาย อ้างว่าเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ดังนั้น หากมีการสร้างสถานการณ์ให้เกิดการปะทะกันของผู้ชุมนุม 2 กลุ่ม กำลังทหารเหล่านี้ก็แปรสภาพได้ทันที พวกเราถึงแม้จะชิงชังในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ แต่ก็ยังเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงต้องไปตามระบบ รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ต้องพ้นไปตามระบอบประชาธิปไตย” นายจตุพรกล่าว

นายจตุพรกล่าวด้วยว่า กรณีการจับกุมอาวุธจำนวนมากบริเวณแยกมิสกวันใกล้การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนั้น ถือเป็นครั้งแรกที่ทั้งคนเสื้อเหลืองและเสื้อแดงเห็นตรงกันว่าเป็นการจัดฉาก ของตำรวจ เพื่อสนองคำสั่งรัฐบาล ตำรวจทั้งนครบาลยังจับกลุ่มนินทาการจัดฉากครั้งนี้ว่าสามานย์ ทำไปเพื่ออะไร ขนาดมอเตอร์ไซค์ที่ยึดได้ยังเป็นการยกลงจากรถกระบะ

ที่มาข่าว: มติชนออนไลน์

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์