เครือข่ายสิทธิผู้ลี้ภัยฯ เตรียมพบ กสม.หารือร่วมกรณีรัฐบาลไทยปฏิเสธสิทธิฯ ผู้ขอลี้ภัยและผู้ลี้ภัย

 
วันนี้ (1 ก.พ.53) เครือข่ายสิทธิผู้ลี้ภัยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค (Asia Pacific Refugee Rights Network หรือ APRRN) เตรียมจะเข้าพบและยื่นหนังสือต่อ ดร.อมรา พงศาพิชญ์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในวันที่ 3 ก.พ.2554 เวลา 13.30 น.พร้อมหารือร่วมในประเด็นเรื่องความกังวลของเครือข่ายฯ หากรัฐบาลยังคงปฏิเสธสิทธิมนุษยชนของผู้ขอลี้ภัยและผู้ลี้ภัยต่อไป รายละเอียดปรากฏก่อนหน้านี้ในแถลงการณ์แสดงความกังวลเรื่องการกักกันผู้ลี้ภัยและผู้ขอลี้ภัยสัญชาติปากีสถานในประเทศไทย ลงวันที่ 20 ธ.ค.53
 
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา เครือข่ายสิทธิผู้ลี้ภัยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ก็ได้ยื่นหนังสือขอเข้าพบ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขอปรึกษาประเด็นข้อห่วงใยเดียวกันมาแล้ว
 
ทั้งนี้ จากสรุปข้อเท็จจริงเพื่อเผยแพร่ของเครือข่ายสิทธิผู้ลี้ภัยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ระบุว่า จากเมื่อวันที่ 14 ธ.ค.53 ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองได้เข้าจับกุมกลุ่มผู้ขอลี้ภัยและผู้ลี้ภัยชาวปากีสถานซึ่ง นับถือศาสนาอิสลามนิกายอะห์มาดีจำนวนกว่า 86 คน ผู้ซึ่งได้เข้ามาในประเทศไทยเพื่อเพื่อแสวงหาความคุ้มครองจากการประหัตประหารในประเทศปากีสถาน
 
ภัยประหัตประหารต่อผู้เชื่อนิกายอะห์มาดีในประเทศปากีสถานนั้นรุนแรงอย่างยิ่งและก่อการอย่างเป็นระบบตลอดมา อนึ่งประเทศปากีสถานเป็นเพียงรัฐเดียวที่มีประกาศอย่างเป็นทางการว่า ผู้เชื่อนิกายอะห์มาดีมิใช่ชาวมุสลิมและสามารถถูกประหัตประหารได้ ดังนั้น บุคคลเหล่านี้จึงถูกคาดโทษจากการปฏิบัติตามศาสนาของตนซึ่งเป็นการขัดต่อสิทธิมนุษยชนอย่างชัดแจ้ง บุคคลเหล่านี้ได้เข้ามาในประเทศไทยเพื่อเพื่อแสวงหาความคุ้มครองจากการประหัตประหารในประเทศปากีสถาน และได้ลงทะเบียนเพื่อเข้ารับการพิสูจน์สถานะผู้ลี้ภัย ซึ่งดำเนินการโดยสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) ในประเทศไทย
 
ในกลุ่มของผู้ที่ถูกกักกันตัวมีผู้เยาว์ประมาณ 30 ราย ผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 10 ราย เป็นจำนวน 14 ราย นอกจากนี้ ยังมีหญิงตั้งครรภ์ 9 เดือน จำนวน 1 คน รวมถึงบุคคลอื่นๆ ซึ่งมีโรคประจำตัว อาทิเช่น โรคความดันสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และ โรคระบบทางเดินหายใจ
 
จากรายงานล่าสุด ทางเครือข่ายได้รับรายงานมาว่า ผู้ถูกกักกันจำนวนประมาณ 36 คนได้ถูกผลักดันกลับไปยังประเทศปากีสถานแล้ว ซึ่งขัดต่อหลักการไม่ผลักดันกลับตามกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศ ซึ่งมีใจความสำคัญว่า รัฐจะไม่ขับไล่หรือผลักดันผู้ลี้ภัย  ไม่ว่าจะโดยลักษณะใดๆ ไปยังชายเขตแห่งดินแดน ซึ่ง ณ ที่นั้น ชีวิตหรืออิสรภาพของผู้ลี้ภัยอาจได้รับการคุกคาม ด้วยสาเหตุทางเชื้อชาติ ศาสนา สัญชาติ สมาชิกภาพของกลุ่มสังคมเฉพาะหรือความคิดเห็นทางการเมือง
 

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์