แถลงการณ์ สนนท. “สงครามไม่ใช่คำตอบ”

เมื่อวันที่ 7 .. 54 ที่ผ่านมา สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) ออกแถลงการณ์ต่อสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา “สงครามไม่ใช่คำตอบ” ชี้สงครามครั้งนี้ไม่อาจมอบความเป็นวีรบุรุษให้แก่ผู้ใดนอกจากเหยื่อของความ คลั่งชาติเท่านั้น

 

แถลงการณ์สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยต่อสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
สงครามไม่ใช่คำตอบ
 
ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2554 เป็น ต้นมา สถานการณ์พื้นที่ทับซ้อนชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณปราสาทพระวิหารและพื้นที่ใกล้เคียงก็ได้ดำเนินมาถึงจุดแตกหัก เมื่อเกิดการปะทะกันระหว่างทหารไทยและกัมพูชา ก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนบริสุทธิ์ที่อาศัย อยู่ในเขตอำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ ประชาชนชาวกัมพูชา และทหารของทั้งสองประเทศ
 
แม้ว่าขณะนี้ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ สถานการณ์การสู้รบจะดูคลี่คลายลงบ้าง หลังจากการเจรจาถึง 2 ครั้ง ระหว่างกองทัพไทยและกัมพูชา แต่ก็ใช่จะเป็นเครื่องยืนยันว่าการสู้รบจะไม่เกิดขึ้นอีก เพราะในขณะที่รัฐบาลซึ่งได้เฝ้าย้ำมาตลอดว่าแนวทางสันติ และการเจรจาคือทางออกของข้อพิพาทนี้ ก็ไม่เคยสามารถใช้การเจรจาให้เกิดประสิทธิภาพได้อย่างจริงจัง และไม่สามารถยับยั้งการะปะทะให้เกิดขึ้นแม้เพียงสักครั้งเดียว
 
ก่อน หน้านี้ ทั้งชาวไทยและกัมพูชาต่างก็มีชีวิตเป็นปกติสุขบนพื้นที่ทับซ้อน การค้าชายแดนเป็นไปอย่างปกติ แม้แต่เจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ในแนวชายแดนก็มีความอลุ่มอล่วยให้ กัน สงครามครั้งนี้จึงเป็นสงครามที่คนไทยไม่อยากให้เกิดขึ้นโดยเฉพาะคนในพื้นที่ หากคนในพื้นที่ขัดแย้งกัน ยังจะพอเป็นชนวนในการปะทะที่สมเหตุสมผลกว่า แต่สงครามครั้งนี้ไม่มีเหตุอันควรใดๆเลย นอกจากกระแสคลั่งชาติที่รัฐบาล และคนไทยบางกลุ่มสร้างขึ้นมาเท่านั้น ซึ่งต่างจากความรักชาติ ที่ปรารถนาจะเห็นชาติของตนสงบสุข รุ่งเรือง เป็นที่ยอมรับ และเป็นที่รักของประเทศเพื่อนบ้าน คนที่รักชาติจึงมุ่งประสานประโยชน์มากกว่าการกีดกัน มุ่งเจรจามากกว่าสู้รบ พื้นที่เพียงไม่ถึงห้าตารางกิโลเมตร ย่อมไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะทำให้คนรักชาติต้องเอาชาติอันเป็นที่รักของตน ไปยุ่งเกี่ยวกับความรุนแรงเช่นนี้
 
การ ปะทะครั้งนี้คือความรุนแรงที่รัฐก่อ วาระซ่อนเร้นของเหตุการณ์นี้เป็นเรื่องที่ประชาชนไทยไม่อาจเพิกเฉยได้ หากการปะทะรุนแรงขึ้น สถานการณ์อาจถูกยกระดับกลายเป็นสงคราม ผู้ไม่หวังดีอาจใช้เงื่อนไขจากการปะทะนำไปสู่การก่อรัฐประหาร ประกอบกับภาพความเป็นวีรบุรุษของทหารอาจช่วยลดแรงต้านจากประชาชน แต่แม้ว่าจะมีทหารเสียชีวิต พวกเขาก็เป็นวีรบุรุษที่เราไม่อาจชื่นชมด้วยรอยยิ้ม สงครามครั้งนี้ไม่อาจมอบความเป็นวีรบุรุษให้แก่ผู้ใดนอกจากเหยื่อของความ คลั่งชาติเท่านั้น
           
สหพันธ์ นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) จึงขอเสนอทางออกของปัญหา ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด และเป็นวิธีเดียวกันกับที่รัฐบาลเน้นย้ำอยู่เสมอ เป็นขั้นตอนดังนี้
 
1.    ตัดบทบาททหารออกจากความขัดแย้ง โดยถอนทหารจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด ไทยควรแสดงความจริงใจในการยุติความรุนแรงโดยเป็นผู้ถอนทหารออกก่อน ไม่จำเป็นว่าจะต้องรอให้กัมพูชาถอนก่อน และต้องให้สัญญาว่าข้อพิพาทเรื่องดินแดนในครั้งนี้จะไม่มีทหารเข้ามาเกี่ยว ข้องอีก
2.    รัฐบาลชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อประชาชนที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว
3.    ใช้วิธีเจรจาทางการทูต  รัฐบาล ไทยและกัมพูชาควรร่วมโต๊ะถกปัญหาให้ลุล่วงด้วยกัน โดยนำหลักฐานที่แต่ละฝ่ายมีมาชี้แจงให้เข้าใจ เมื่อได้ข้อตกลงเรื่องดินแดนแล้ว จึงหาทางสร้างประโยชน์ร่วมกันในพื้นที่ดังกล่าว
4.    รัฐบาลและกองทัพควรเปิดเผยความจริงที่เกิดขึ้นให้กับประชาชนไทยทราบมากกว่านี้ เพราะการปิดหรือบิดเบือนข่าวไม่ทำให้อะไรดีขึ้น
 
เหตุการณ์ ครั้งนี้ จะมองจากมุมไหนก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นก้าวที่ผิดพลาดของกองทัพและรัฐบาลไทย ที่ปล่อยให้ยานพาหนะทางการทหารของไทยรุกล้ำเข้าไปในเขตแดนกัมพูชาก่อน ไม่ว่าจะด้วยความพลั้งเผลอหรือเจตนาก็ตาม ความเสียหาย และโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นเพราะพื้นที่ทับซ้อนเพียง 4.6 ตาราง กิโลเมตรนี้ จะต้องได้รับการชดใช้อย่างดีที่สุดเท่าที่รัฐบาลไทยจะทำได้ ในฐานะประชาชนที่รับรู้เหตุการณ์อยู่ภายนอก เราเสียใจ กังวล และห่วงใยพี่น้องประชาชนพลเรือน และทหารด้วยความจริงใจ เราเห็นภาพบ้านถูกไฟไหม้ โรงเรียนเสียหาย เห็นพื้นดินยุบเป็นหลุมใหญ่เพราะแรงของหัวจรวด และปืนใหญ่ เราเห็นเด็กวิ่งร้องไห้ด้วยความหวาดกลัวระเบิดที่ดังอยู่ข้างหลัง เราเสียดายความสัมพันธ์อันดีของไทยและกัมพูชาที่ต้องมาขาดสะบั้นลง และเสียดายงบการทหารมหาศาลที่มาจากภาษีของประชาชนถูกนำไปใช้ในการก่อศัตรู กับประเทศเพื่อนบ้าน ทุกวันที่การปะทะดำเนินไป เราได้แต่หวังว่าเมื่อไหร่เหตุการณ์อันเลวร้ายจะจบลงเสียที
 
 
เพื่อความผาสุกของคนไทย สงครามไม่ใช่คำตอบ!
 
สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)
7 กุมภาพันธ์ 2554