เรื่องของอ้อม : เธอผิดหรือ? ที่คิดอยากเป็นแม่คน

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

เรื่อง นี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ในนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด (ระยอง) เป็นโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ นี่เป็นเพียงแค่หนึ่งตัวอย่างที่กล้าออกมาเปิดเผยความจริงบอกเล่าเรื่องราว ให้กับสังคมได้รับรู้ ว่าการกดขี่แรงงานให้เป็นเยี่ยงทาสนั้นมีอยู่จริงในอุตสาหกรรมไทย เรื่องราวที่จะเล่าต่อไปนี้เราไม่ได้ใส่ชื่อและนามสกุลจริง ของใคร ถ้าการเขียนเรื่องจริงในครั้งนี้แล้วทำให้ใครต้องรู้สึกเดือดร้อนและลำบากใจ ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย เหตุการณ์เช่นนี้มันเกิดขึ้นได้ในทุกซอกทุกมุมของโรงงาน ไม่ว่าจะเป็นโรงงานขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานระดับล่างสุดหรือพนักงานระดับบริหาร และวลีที่ยังใช้ได้เสมอตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน คือ “ ที่ใดมีการกดขี่ที่นั่นย่อมมีการลุกขึ้นสู้” เรื่อง ที่เกิดขึ้นจริงในครั้งนี้มันไม่ใช่ครั้งแรกและคงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่จะ เกิดขึ้นกับพี่น้องแรงงานไทย แต่อยากจะฝากถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่าน “ท่านต้องมองคนให้เป็นคนอย่ามองคนเป็นเพียงแค่ปัจจัยการผลิตอย่างหนึ่ง” นี่คือเรื่องราวของเธอ

 

0 0 0

 

ใน เช้าวันที่ 27 มกราคม 2554 เวลา 8.30-10.00 น. ผู้จัดการฝ่ายบุคคลฝ่ายบุคคล ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาได้เรียกพนักงานสาวเข้าพบและสอบถามเรื่องข่าวที่เกิด ขึ้นเพราะทราบข่าวว่าผู้ใต้บังคับบัญชาของตนกำลังจะเป็นแม่คน

ผู้จัดการ : มันเกิดอะไรขึ้น? ผมได้ข่าวมาว่าคุณตั้งครรภ์หรือ? ทำไม คุณตั้งครรภ์แล้วไม่แจ้งผม ผมรับคุณเข้าทำงานคุณมีอะไรต้องแจ้งผมก่อนไม่ใช่ไปป่าวประกาศให้คนอื่นรู้ ก่อน ซึ่งตอนนี้มันเป็นปัญหาขึ้นมาแล้วคำพูดมันเป็นนายคนจริงๆ คุณไปเที่ยวประจานตัวเองให้ใครต่อใครรู้หมด ตอนนี้ข่าวรู้ไปทั้งโรงงานแล้ว ผมไม่รู้เรื่องอะไรเลยและรู้เป็นคนสุดท้าย ผมควรจะเอายังไงกับคุณดี

อ้อม : เรื่อง ตั้งครรภ์ที่ทางเราคุยกันเล่นๆ ทุกคนเห็นว่าอ้อมอ้วนขึ้นเลยล้อเล่น อ้อมเลยตอบว่าอ้อมท้อง แต่ตอนนั้นไม่ได้ท้องจริง วันที่ได้ไปท่องเที่ยวประจำปีก็ยังดื่มสังสรรค์กับทุกคนอยู่ แต่มารู้ทีหลังในช่วงก่อนงานเลี้ยงปีใหม่ประมาณวันที่ 15 ธันวาคม 53 เพราะรู้สึกคลื่นไส้ วันกินเลี้ยงบริษัทฯ วันที่ 18 ธันวาคม 2553 เลยได้ขอตัวกลับก่อน ปกติมีงานเลี้ยงอ้อมต้องเคลียร์สถานที่ให้เรียบร้อย แต่วันนั้นไม่ได้อยู่ช่วยงานเพราะว่ารู้ตัวเองดีว่าสภาพร่างกายมันไม่ไหว

ผู้จัดการ : อัน นั้นมันไม่ใช่ปัญหา ปัญหามันเกิดขึ้นแล้วเพราะปากของคุณเอง ตอนนี้ทุกคนในโรงงานรู้กันหมดแล้วว่าคุณท้องเพราะว่าคุณไปป่าวประกาศให้คน อื่นรับทราบหมดว่าคุณท้อง แทนที่คุณจะมาแจ้งผมก่อนผมเป็นหัวหน้าคุณ แต่คุณให้ผมรู้จากปากของคนอื่น ตอนนี้ทุกคนรู้กันทั้งโรงงานแล้วคุณจะเอายังไง

อ้อม :    ……………………………..

ผู้จัดการ : คุณ เขียนใบลาออกแล้วกัน อย่าหาว่าผมใจดำไร้มนุษยธรรมเลยนะ ผมเองก็ลำบากใจและนอนคิดมาทั้งคืน นอนไม่หลับเลย ปัญหาของคุณ คุณเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเองเพราะฉะนั้นจัดการปัญหาของคุณเองซะ อย่าให้ผมหรือใครต้องลำบากใจเลย

อ้อม :    อ้อมรู้ว่าพี่ลำบากใจ แต่อ้อมไม่กล้าบอกพี่เพราะว่าอ้อมเองก็กลัว เห็นเพื่อนไม่ผ่าน Promote กัน 2 คน พี่คิดว่าอ้อมจะไม่กังวลหรือคะ มีวิธีการที่ดีกว่านี้ให้อ้อมไหมคะพี่ ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นมาแล้วและแก้ไขไม่ได้เรามาหามาตรการหรือวิธีการที่ ดีกว่านี้ได้ไหม อ้อมเองก็ไม่ได้อยากให้มันท้องตอนนี้หรอก แต่ยอมรับว่าปล่อยมานานแล้วเป็นปีไม่คิดว่าจะมาติดในช่วงเวลานี้อีกอย่าง หรือว่าอ้อมทำงานไม่ดี ทำงานไม่ถูกใจพี่บอกอ้อมได้นะอ้อมจะปรับปรุงมันให้ดีขึ้น

ผู้จัดการ : คุณเป็นคนที่ทำงานดี ดีมากด้วย และงานทุกอย่างมันกำลังจะเป็นไปด้วยดี แต่เพราะปากของคุณนั่นแหละคุณไปประกาศให้คนอื่นรู้ทำไมว่าคุณท้อง ทำไมคุณมีปัญหาไม่มาปรึกษาผม เราจะได้มาหาทางแก้ปัญหา

อ้อม :    อ้อมขอโทษ อ้อมผิดที่อ้อมไม่ได้แจ้งพี่ แต่อ้อมก็คิดว่าจะแจ้งพี่ด้วยปากของอ้อมเอง เมื่อพี่ประเมิน Promote ครั้งที่ 2 ให้ อ้อม อ้อมไม่อยากให้พี่เสียความรู้สึก ถ้าประเมินผ่านไปแล้วรู้ว่าลูกน้องพี่ท้อง โดยไม่ได้แจ้งพี่ พี่ให้โอกาสกับอ้อมอีกสักครั้งได้ไหม อ้อมเชื่อว่าในหน้าที่การงานและตำแหน่งพี่ พี่สามารถที่จะช่วยหาทางออกที่ดีกว่านี้ให้อ้อมได้

ผู้จัดการ : ผม บอกแล้วไงเรื่องนี้ไม่มีใครผิดหรอก นายท่าน (หมายถึงผู้บริหารชาวญี่ปุ่น) ก็บอกแล้วว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติ คุณก็ไม่ผิดผมก็ไม่ผิด แต่ว่าคุณท้องก่อนผ่าน Promote มันจะเป็นตัวอย่างไม่ดีให้กับพนักงานคนอื่น แล้วคุณก็ขึ้นตรงกับผมแต่กลับทำเสียเอง ผมให้โอกาสคุณแล้ว โทรศัพท์ก็มีทำไมคุณไม่โทรมาแจ้งผม ปกติคุณก็โทรหาผมทำไมคุณไม่โทรมาแจ้งให้ผมรู้ ผมรู้เป็นคนสุดท้ายเลย คุณเห็นผมเป็นอะไร

อ้อม :    เพราะ ว่าเห็นพี่เป็นลูกพี่ไง เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน อ้อมต้องแจ้งพี่ด้วยตัวของอ้อมเอง และแจ้งจากปากตัวเองเท่านั้น ขอทางเลือกที่ดีกว่านี้ได้ไหมคะ ในเมื่อมันท้องแล้ว ค่าใช้จ่ายที่จะตามมาอีก ถ้าอ้อมออกแล้วพี่จะให้อ้อมอยู่ยังไง ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ตามมาอย่างเช่นค่าฝากท้อง ค่าเลี้ยงดูอ้อมจะเอาที่ไหนมา อ้อมขอทางเลือกที่ไม่ใช่การให้ออกจากงานได้ไหม

ผู้จัดการ : ผม ให้โอกาสคุณแล้ว ให้เขียนใบลาออกเป็นวิธีที่ดีที่สุด ตั้งแต่ผมรู้ข่าว ผมก็กินไม่ได้นอนไม่หลับ ผมมันคนทำงาน พอกลับมาจากประชุมที่อมตะนครก็มาเจอเรื่องเรื่องบ้าๆ ไร้สาระที่ทำให้ปวดหัวได้อีก ถ้าผมให้โอกาสคุณเดี๋ยวมันก็มีรายต่อไปอีก แล้วทีนี้มันจะทำให้เสียระบบกันหมด ไม่ใช้ว่าผมไม่อยากจะช่วย ผมก็อยากจะช่วย แต่บางครั้ง เรื่องบางเรื่องจะตะบี้ตะบันช่วย แล้วช่วยแล้วมันจะได้อะไรขึ้นมา ผมเองไม่ได้อยากให้คนอื่นมองว่าไร้มนุษยธรรมหรอกนะอ้อม แต่ว่าผมก็คิดมาทั้งคืนแล้วว่า มันเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว แล้วอีกกี่เดือนคุณจะคลอด ประมาณสิงหาคม กันยายนใช่ไหม?

อ้อม :    คะ ประมาณนั้น พี่....อ้อมไม่อยากออก พี่ช่วยอ้อมไม่ได้หรือคะ อีกอย่างอีกแค่ไม่กี่วันก็ผ่าน Promote

ผู้จัดการ : คุณเข้างานมาเมื่อไหร่นะ

อ้อม :    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2553 คะ ระยะเวลาทดลองงานหมด 28 กุมภาพันธ์ 2554 คะ อีกไม่กี่วันเอง พี่ช่วยอ้อมหน่อยไม่ได้หรือค่ะ แล้วเรื่องอ้อมท้องพี่ได้แจ้งนายไปหรือยัง

ผู้จัดการ : ผม แจ้งทางนายไปแล้ว นายท่านบอกว่าเรื่องท้องเป็นเรื่องของธรรมชาติ ให้ผมจัดการได้เลย ผมก็เลยต้องมานอนคิดทั้งคืนว่าผมจะเอายังไงกับกรณีของคุณดี และผมก็นอนไม่เหลับเลย คุณเลือกทางของคุณเองนะบางครั้งคำพูดของเรามันก็เป็นนายของเรา คุณจะพูดอะไรคุณก็ควรคิดก่อนว่ามันควรพูดหรือเปล่า บางครั้งเรื่องบางเรื่องไม่จำเป็นต้องพูดให้ใครรู้หมดก็ได้ มันเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้วเขียนใบลาออกซะให้มีผลบังคับวันที่ 20 กุมพาพันธ์ 2554 นี้ ออกไปแล้วก็อย่าไปคิดอะไรมากดูแลสุขภาพดีๆ แล้วตั้งแต่วันนี้จนกว่าจะออกจากงานก็ตั้งใจทำงานให้เต็มที่นะ

อ้อม :    อ้อม พูดเรื่องอะไรบ้างคะที่มันไม่เป็นผลดีกับงาน อ้อมเอาความลับอะไรบริษัทไปเปิดเผยก็ไม่มีนี่คะ ข้อมูลบางอย่างของบริษัท อ้อมยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ แต่เรื่องท้อง OK อ้อมผิด ที่ไม่ได้แจ้งพี่เอง ทั้งที่พี่เป็นผู้บังคับบัญชา แต่อ้อมไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่โตขนาดที่พี่ต้องให้อ้อมออกจากงานเลย นี่คะ คนท้องไม่ได้ทำความผิดอะไรสักหน่อย และอ้อมคิดว่าตัวเองมีศักยภาพที่จะทำงานให้พี่ได้อีกตั้ง 6-7 เดือน พี่หาทางออกที่ดีกว่านี้ให้อ้อมได้ไหม การออกเป็นทางเลือกที่อ้อมไม่อยากทำมากที่สุด

ผู้จัดการ : คุณ คิดว่าผมอยากทำหรือไง ผมเองก็ไม่ได้อยากทำแบบนี้ แค่นี้คนอื่นก็มองว่าผมไร้มนุษยธรรมแล้ว ต่อไปมีอะไรก็เก็บซะบ้างอย่าเอาไปพูดให้คนอื่นรู้หมด

อ้อม :    มีทางที่ดีกว่านี้ให้กับอ้อมไหม? ในเมื่อนายให้อำนาจพี่เต็มที่แล้วพี่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงวิธีการให้อ้อมลาออกได้นี่คะ

ผู้จัดการ : นี่แหละ ทางเลือกที่ดีที่สุด คือคุณเขียนใบลาออกจากงานซะ ให้มีผลบังคับใช้วันที่ 20 กุมพาพันธ์นี้

อ้อม :    อีก ครั้งพี่ค่ะ พี่ไม่คิดหน่อยหรือคะว่าค่าใช้จ่ายของอ้อมมันเพิ่มขึ้นเพราะว่าอ้อมท้อง มีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ตามมาและอ้อมเองรับผิดชอบคนเดียวไม่หมดหรอก พี่ให้โอกาสอ้อมอีกสักครั้งได้ไหมคะ ถ้ามีอะไรที่อ้อมทำแล้วไม่ถูกใจพี่ ต้องแก้ไขหรือปรับปรุงอะไร พี่ก็บอกอ้อมมาอ้อมยินดีทำทุกอย่าง เพื่อให้มันดีขึ้น

ผู้จัดการ : ผม ตัดสินใจแล้ว ไม่ใช่ผมไม่อยากช่วย บางครั้งช่วยแล้วจะได้อะไรขึ้นมา ไม่ใช่อยากช่วยก็ตะบี้ตะบันช่วยไปหมดทุกอย่างเป็นไปไม่ได้หรอก เขียนใบลาออกซะ กลับไปคิดทบทวนซะ

อ้อม :    อ้อม จะคิดทบทวนอะไรคะ ในเมื่อพี่เองตัดสินใจให้อ้อมออกแล้ว อ้อมคิดทบทวนไปก็ทำให้ตัวเองเครียดเปล่าๆยังไงพี่ก็ไม่มีทางเลือกที่ดีกว่า นี้ให้อ้อม ไม่ว่าอ้อมจะพูดอะไร คิดอะไร มันก็แค่คิดเท่านั้น ไม่มีวันไปเปลี่ยนความคิดของพี่ได้หรอก พี่ไม่ให้โอกาส ไม่ให้ทางเลือกอ้อมเลย พี่ต้องการให้อ้อมลาออกอย่างเดียว โดยที่อ้อมแค่ตั้งท้อง

ผู้จัดการ : เพราะคุณตั้งท้องนั่นแหละ คุณก็รู้ว่าโรงงานเรายังไม่มีใครตั้งท้องก่อนผ่าน Promote แล้ว Case คุณก็เป็น Case แรก ด้วย ไม่อยากให้มีใครคิดแบบนี้และทำแบบนี้อีก มันเสียระบบ เพราะฉะนั้น ปัญหาของคุณ คุณก็ไปจัดการเองแล้วกัน ไอ้ที่ผมอยากพูดผมก็พูดไปแล้วทั้งหมด ต่อไปออกจากงานแล้วก็ให้ดูแลตัวเองดีๆ อย่าคิดมาก

ต่อมาในวันเดียวกันเย็นวันที่ 27 มกราคม 2554 อ้อมตัดสินใจโทรไปหาผู้จัดการฝ่ายบุคคลอีกครั้งแล้วขอโอกาสให้ผู้จัดการฝ่ายบุคคลทบทวนเรื่องทั้งหมดอีกครั้ง

อ้อม :    พี่ คะ อ้อมขอโอกาสอีกครั้งได้ไหม อ้อมทำใจไม่ได้เลยที่อยู่ๆ พี่มาบอกให้อ้อมลาออก อ้อมมาคิดทบทวนแล้วหากอ้อมทำงานไม่ดี พี่บอกอ้อม อ้อมจะได้แก้ไขได้ถูกจุด ถ้าให้อ้อมออกตอนนี้กว่าอ้อมจะคลอดก็อีกตั้งหลายเดือนให้อ้อมอยู่ว่างๆ ไม่ได้ทำอะไรอ้อมยิ่งเครียด

ผู้จัดการ : คุณ ก็อย่าคิดมาก เรื่องค่าใช้จ่ายอะไรนี่มันเรื่องของคุณ ไม่เกี่ยวกับผม ปัญหาของคุณ คุณแก้ไขเองสิ ผมตัดสินใจไปแล้วจะมาให้ผมช่วยอะไรคุณอีกละ เรื่องบางเรื่องผมก็อยากจะช่วยนะแต่จะให้ตะบี้ตะบันช่วยนะ มันก็เสียระบบหมด เราต่างทำหน้าที่ของตัวเอง ผมต้องเล่นตามบทบาทของผม อย่าให้ผมต้องลำบากใจเลย

อ้อม :    อ้อม ก็ลำบากนะคะพี่ ค่าใช้จ่ายต่างๆ ก็มาก อ้อมไม่อยากออกจากงานตอนนี้ ทำไมคะ ทั้งๆ ที่พี่ช่วยอ้อมได้ ทำไมพี่ไม่ช่วยคะ อ้อมขอร้องพี่ช่วยหาทางออกที่ดีกว่านี้ให้อ้อมได้ไหม อย่างน้อยๆ พี่ก็บอกว่าอ้อมไม่ได้ทำงานแย่พี่ช่วยอ้อมสักครั้งได้ไหมถือว่าเป็นการซื้อ ใจคนๆ หนึ่ง การที่จะมีลูกน้องที่ซื่อสัตย์สักคนไม่ได้หาได้ง่ายๆ นะคะ ถ้าพี่ช่วยอ้อม พี่จะให้อ้อมทำอะไรอ้อมก็ทำทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องลาออก

ผู้จัดการ : ผมเหนื่อยอย่าเอาเรื่องจุกจิกมาใส่สมองผมอีกได้ไหม ผมบอกแล้วไงว่าผมตัดสินใจไปแล้ว ขอผมพักผ่อนก่อนนะไว้ค่อยคุยกันวันหลัง

อ้อม :    อ้อมขอโอกาสคะ พี่ให้โอกาสอ้อมอีกครั้งนะคะ

ผู้จัดการ : จะ ให้ผมให้โอกาสคุณอีกกี่ครั้งละ แค่เรื่องนี้เรื่องเดียวมันก็ทำผมปวดหัวแล้ว คุณรู้ไหมผมคัดเลือกคุณมาจากคนจำนวนมาก ที่ผมใช้เวลานานเพราะว่าคนไม่น้อยที่อยากจะทำงาน ไม่เชื่อคุณไปดูใบสมัครที่ผมคัดมาได้เลยเป็นปึกๆ ผมยังเก็บเอาไว้อยู่เลย ผมคิดว่าคุณเป็นคนที่ดีที่สุดในบรรดาคนที่ผมสัมภาษณ์แต่พอเข้ามาคุณก็เป็น อย่างนี้ แล้วจะให้ผมทำอย่างไร จะให้ผมให้โอกาสอะไรอีกละ แน่นอนคุณอยากกลับเข้ามาทำงานในนิคมอีสเทิร์นซีบอร์ด ผมก็ให้โอกาสคุณแล้ว แต่นี่คุณท้องแล้วคุณไปเที่ยวประจานตัวเอง ไปบอกใครต่อใครทั้งโรงงานว่าคุณท้อง แล้ว จะให้ผมช่วยอะไรได้ มันเป็นเพราะคำพูดของคุณนั่นแหละ

อ้อม :    พี่ ไม่ให้โอกาสอ้อมจริงๆ เหรอคะ อ้อมขอร้องนะ ขอให้พี่คิดอีกสักครั้งคิดว่าเห็นแก่คนๆ หนึ่งที่จะเกิดมาด้วยคะอ้อมเองก็รู้ว่ามันเป็นเรื่องลำบากใจ แต่นายก็ให้อำนาจในการตัดสินใจกับพี่แล้ว พี่มีสิทธิ์จะทำอะไรกับอ้อมก็ได้จะให้อยู่หรือไปมันก็ขึ้นกับพี่ ถือว่าอ้อมขอนะคะ ขอทางเลือกและโอกาสให้อ้อมอีกครั้งนะคะ

ผู้จัดการ : ผมเหนื่อย แค่นี้นะ ผมอยากพักผ่อนไว้ค่อยคุยกันอีกที

อ้อม :    พี่คะ คิดใหม่อีกครั้งได้ไหม ช่วยอ้อมเถอะนะ อ้อมคิดไม่ออกแล้วจริงๆ ภาระอ้อมก็เยอะแยะ

ผู้จัดการ : เรื่องของคุณ ปัญหาของคุณ แค่นี้นะ

ต่อมาวันศุกร์ที่ 28 มกราคม 2554 อ้อม ขอลาหยุดและก็มาทำงานในวันจันทร์ ผู้จัดการฝ่ายบุคคลก็ได้ให้คุณเอ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในสำนักงานได้เอาใบลาออกมาให้เขียนบอกว่าลูกพี่สั่งให้ เขียนใบลาออก อ้อมก็ไม่ได้เขียนและยังเก็บเอาไว้อีก 2 - 3 วัน ระหว่างนั้นอ้อมได้ไปปรึกษากับประธานสหภาพแรงงานฯ ว่ามีวิธีใดช่วยเหลืออ้อมได้บ้างเขาก็บอกว่าจะหาทางออกที่ดีที่สุดให้และ ประธานสหภาพแรงงานฯถามว่ายังไม่ได้ส่งใบลาใช่ไหม? เนืองจากว่าประธานสหภาพแรงงานฯ เข้ากะกลางคืน พอคุณเอ ถามขอใบลาออกคืนอ้อมเลยส่งใบลาออกให้คุณเอในวันที่ 3 เนื่องจากไม่อยากให้เพื่อนร่วมงานต้องลำบากใจ และวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ประธานสหภาพแรงงานฯ ก็มาแจ้งอ้อมว่าเขาได้สอบถามที่ปรึกษาของสหภาพแรงงานฯ ให้แล้ว ปัญหายังมีทางออก อ้อมเลยบอกเขาไปว่า อ้อมส่งใบลาออกไปแล้ว เขาบอกว่าส่งไปทำไม พอดีมี Case ของน้องพนักงานอีกคนที่ใน Line เมื่อวันศุกร์ที่ 4 มกราคมอีก Case เห็น ว่าลูกพี่เขาช่วยเหลือดีจัง แต่กับอ้อมลูกพี่เป็นคนบอกให้เขียน ใบลาออกเอง ทำไมเราต้องยอมในเมื่อเราอยากทำงานต่อและเราก็สามารถที่จะทำงานได้อยู่ เลยให้ประธานสหภาพแรงงานฯ ถามโดยตรงกับนายญี่ปุ่นในวันกินเลี้ยงของบริษัทฯ ประธานสหภาพแรงงานฯ เลยขอให้อ้อม Copy ใบประเมินกับใบลาออกมาให้เขา เพื่อเอาไปเป็นข้อมูลว่าอ้อมเขียนว่าอย่างไรบ้าง แต่อ้อมไม่ได้ Copy เพราะไม่มีเวลา จนวันอังคารเช้าวันที่ 8 มกราคม 2554 อ้อมได้ขอเอกสารแฟ้มประวัติอ้อมจากคุณเอ แล้วก็ได้ Copy เอกสาร ที่เกี่ยวข้องออกมาบางส่วน นั่นคงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้จัดการฝ่ายบุคคลมาถามอ้อมเรื่องที่จะฟ้องร้อง หรือเปล่า แต่คุณเอคงแจ้งให้กับทางผู้จัดการฝ่ายบุคคลทราบว่าอ้อมขอดูแฟ้มประวัติแน่ๆ เขารู้กฎหมายดี เขาเลยกลัวว่าอ้อมจะเอากฎหมายมาเล่นงานเขา อ้อมพอรู้กฎหมาย เรื่องนี้มาบ้าง แต่ว่า..คิดว่ามันไม่มีผลเพราะว่าเราเขียนใบลาออกแล้ว แต่อ้อมก็อยากจะสู้เพราะว่าอ้อมไม่ได้เต็มใจเขียนใบลาออก

ต่อมาในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2554 ขณะที่นั่งทำงานโครงการโรงงานสีขาว เรื่องการจัดห้องประชุมสัมมนาผู้จัดการฝ่ายบุคคลได้มาเรียกขึ้นไปคุยบนห้องประชุม

ผู้จัดการ : คุณทำแบบนี้ คุณจะฟ้องหรือ?

อ้อม :    ทำไมพี่คิดแบบนั้นคะ อ้อมไม่มีความคิดแบบนั้นเลย

ผู้จัดการ : คุณรู้ไหมวันเสาร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2554 ที่ ไปกินเลี้ยงกัน สหภาพแรงงานฯ ได้ไปคุยเรื่องคุณกับนาย คุณไปพูดให้เขาฟังหมด เรื่องไม่ใช่เรื่องก็เอามาเป็นเรื่อง คุณมีส่วนรู้เห็นกับเรื่องนี้ไหม คุณใช่ไหมที่ไปพูดป่าวประกาศให้พวกสหภาพแรงงานฯ รู้ถามจริงเถอะคุณทำแบบนั้นแล้วคุณจะได้อะไรขึ้นมา คุณอยากอยู่ในองค์กร ถามว่าคุณจะอยู่ได้หรือ คุณจะดื้อด้านไปทำไมให้มันได้อะไรขึ้นมา มันไม่ดีเลยสำหรับตัวคุณเอง ผมเองก็เสีย เพราะว่าทุกคนมองผมว่าผมเป็นคนไร้มนุษยธรรม นายท่านเองก็ไม่สบายใจ คุณจะให้ผมทำยังไงกับคุณดี

อ้อม : ทาง สหภาพแรงงานไปถามพี่ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับอ้อม เรื่องนี้พี่บอกว่าทุกคนในบริษัทฯ รู้ทำไมทางสหภาพแรงงานฯ ต้องไปถามพี่ด้วย แล้วเขาถามว่าอะไร ทำไมพี่ต้องมาใส่อารมณ์กับอ้อมด้วย พี่คิดว่าอ้อมปลุกระดมความคิดคนได้ด้วยหรือคะ อ้อมยอมรับว่าได้คุยกับเขาจริง หมายถึงประธานสหภาพแรงงานฯ แต่มันหลังจากที่อ้อมเขียนใบลาออกแล้ว ตามกฎหมายมันไม่มีผล อะไรแล้ว พูดไปก็เท่านั้น เพราะอะไรอ้อมไม่พูดก่อนเขียนใบลาออก พี่รู้ไหม...เพราะว่าพี่บอกว่าอ้อมไม่เก็บอะไร ตั้งแต่วันที่อ้อมลงจากห้องพี่วันพฤหัสบดี อ้อมคุยกับพี่แค่สองคน วันศุกร์อ้อมไม่ได้ไปทำงาน เรื่องที่รู้กันสองคน ทำไมมันรู้ไปทั้ง Line คะ พี่ไปบอกเขาหรือเปล่า หรือคนที่เขามาคุยกับพี่เขาไปป่าวประกาศคะ อ้อมมาทำงาน วันจันทร์ทุกคนทักอ้อมเป็นเสียงเดียวกันทั้งที่อาทิตย์ก่อนเขายังอยู่อีกกะ แต่เขารู้ได้ไงว่าพี่ให้อ้อมเขียนใบลาออก แต่อ้อมก็บอกเขาไปว่าเรื่องจริงแต่อ้อมยังไม่ได้เขียนใบลาออกไปเอาจากไหนมา พูด เขาบอกเรื่องนี้พูดกันไปทั่วทั้งโรงงานแล้วว่าอ้อมไม่มาทำงานตั้งแต่วัน ศุกร์แล้วไม่มีทำงานแล้วด้วย

ผู้จัดการ : นั่น มันเรื่องของคุณ ไม่เกี่ยวกับผม แต่สหภาพแรงงานฯ เขาไปคุยกับนายและไปต่อว่าผมว่าผมไร้มนุษยธรรม คุณไปพูดอะไรให้เขาฟังอีก ทำไมต้องมาสร้างความร้าวฉานภายในบริษัทฯ ด้วย เราเคยอยู่กันมาตั้งนานไม่เคยมีเรื่องราวกันแบบนี้ พอคุณเข้ามามีแต่เรื่องให้น่าปวดหัว

อ้อม : อ้อม พูดกับประธานสหภาพแรงงานจริงๆ เรื่องนี้ว่าการที่ทางสหภาพแรงงาน มีความตั้งใจจะช่วยอ้อม อ้อมขอบใจ แต่อ้อมไม่อยากจะให้เรื่องนี้มันวุ่นวายอีกแล้ว แล้วเขาถามว่าอ้อมเขียนใบลาออกทำไม เหตุผล..ขอเหตุผล อ้อมเลยตอบไปว่าอ้อมคิดดูดีแล้ว เพราะว่าพี่เป็นเป็นลูกพี่ของอ้อม และถ้าหาอ้อมดึงดันอยู่ต่อมันก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไร ในเมื่อลูกพี่ไม่ต้องการ ต้องมีสักวันที่เราจะต้องปะทะกันอีก อ้อมไม่อยากให้เป็นแบบนั้น มันไม่ใช่มี Case เดียวแล้วตอนนี้มันมีอีก Case คือเด็กใหม่ในแผนก QC แต่ ว่าหัวหน้าของเขารับไว้ และหัวหน้าของเขาไปพูดกับผู้จัดการและช่วยเหลือเด็กเขาเต็มที่ แต่ทางผู้จัดการฝ่ายบุคคลกลับผลักใสและให้ทางเลือกกับอ้อมซึ่งเป็นลูกน้อง ของตัวเองโดยการบอกให้ลาออก เขาถามอ้อมว่าอยากทำงานต่อไหม..อ้อมก็ตอบว่าอยากทำอ้อมไม่อยากออก แต่ไม่มีทางเลือก เขามีทางเลือกให้อ้อมแค่ทางเดียว

ผู้จัดการ : ถาม จริง ถ้าคุณฟ้องแล้วคุณจะได้อะไรขึ้นมา ในเมื่อทำงานต่อคุณก็ต้องเป็นลูกน้องผม แล้วคุณจะอยู่ได้หรือ ตอนนี้ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็มีแต่เสียกับเสียเท่านั้นแหละ อย่าดึงดันต่อไปเลย ถ้าคนในองค์กรเป็นแบบคุณ เรียกร้องจะเอานั่นจะเอานี่ และมีปัญหาไม่หยุดหย่อน องค์กรก็ต้องมาคอยแก้ปัญหาให้ตลอดแบบนี้ก็ไม่ต้องทำมาหากินอะไรแล้วองค์กร ล่มจมแน่ๆ ไปทำงานที่ไหนก็ทำไม่ได้หรอกถ้าทำตัวแบบนี้ มี่อะไรก็ป่าวประกาศไปซะหมด เรื่องบางอย่างมันก็ไม่ควรจะเอาไปพูดคุณก็เอาไปพูด ผมถึงได้บอกไงคำพูดมันเป็นนายคน

อ้อม :    อ้อม พูดเรื่องอะไรที่มันไม่ควรจะพูดพี่บอกมาสิคะ มีด้วยเหรอที่เอาความลับบริษัทไปเปิดเผย พี่ยกตัวอย่างมาสักเรื่อง ถ้าเป็นเรื่องที่อ้อมพูดจริงอ้อมจะยอมรับ อ้อมเองก็เก็บอารมณ์นะคะ ทุกคนใน Line มอง ว่าอ้อมเข้มแข็ง จริงๆ อ้อมแค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น มีความรู้สึกไม่ต่างจากคนอื่น คิดมาก กังวล เศร้าเสียใจไม่ได้ต่างกัน แต่เพราะว่าตำแหน่งของอ้อมที่อยู่ มันค้ำคออยู่ไง เลยแสดงอารมณ์ออกมาอย่างนั้นไม่ได้ อ้อมอยากร้องไห้เหมือนกัน เมื่อมีคนถาม แต่อ้อมต้องยิ้มเข้าไว้เพราะว่าคิดว่าเราเป็นผู้ใหญ่ไม่ควรร้องไห้ให้น้อง ได้เห็น แล้วแบบนี้พี่ว่าอ้อมไม่เก็บอารมณ์ยังไง หรือเพราะว่าอ้อมไปคุยกับสหภาพแรงงาน พี่เลยบอกว่าอ้อมไม่เก็บอารมณ์ ถ้าเรื่องลาออก เขารู้ไปทั้ง Line แล้วเพียงแต่ทุกคนไม่รู้ว่าอ้อมเขียนใบลาออกแล้ว เพราะอ้อมหยุดที่จะพูดเพียงประโยคเดียวที่อ้อมพูดคือ"ไปเอามาจากไหน อ้อมยังไม่ได้เขียนใบลาออกเลย แหม!...ข่าวไวจริงๆ นะ ^^" ใครจะรู้ได้ว่าใบหน้าเปื้อนยิ้มนั่นมันซ่อนน้ำตาเอาไว้ข้างใน ไม่มีใครรู้นอกจากตัวของอ้อมเองเท่านั้นแหละ

ผู้จัดการ : เออ...ผมจะเรียกมาถามว่าคุณเกี่ยวข้องกับกล่องแดงหรือเปล่า ไม่ต้องมาร้องไห้หรอก

อ้อม :    เขาเขียนว่าไงคะ ก็แค่คำถามเอง...เขาอาจจะอยากรู้อยากเห็นก็ได้นี่คะ มันเป็นเรื่องธรรมดา ในเมื่อทำกล่องแดงขึ้นมาก็ต้องคำนึงถึง Feedback ที่ มันจะตามมาด้วย ในเมื่อเลือกที่จะให้พนักงานแสดงความคิดเห็นเขาก็แสดงความคิดเห็น แล้วถ้าอ้อมจะเขียน อ้อมก็ไม่ผิด แต่อ้อมว่าพี่ดูน่าจะรู้นะว่าไม่ใช่ตัวหนังสืออ้อม ชัดเจนว่ามันเป็นตัวหนังสือของผู้ชาย คนเราเมื่อมันมีเรื่องมันก็ต้องเกิดคำถาม การที่มีคำถามมันก็ไม่ได้เสียหายอะไรไม่ใช่หรือคะก็แค่ตอบ มันไม่ได้เป็น Comment อะไรสักหน่อย แล้วมันก็ไม่ได้มี Case อ้อม Case เดียวไม่ใช่หรือคะ ความอยากรู้อยากเห็นของคนเรามันปิดกั้นไม่ได้หรอกคะ

ผู้จัดการ : อัน นั้นผมไม่รู้หรอก รู้แต่ว่าสหภาพแรงงานฯ เขามาถามเรื่องคุณ ตอนเช้าวันจันทร์มาก็มีกล่องแดง จะให้ผมคิดว่ายังไงล่ะแล้วเรื่องที่เขียนมามันก็เกี่ยวกับเรื่องท้องทำให้ ทุกคนไม่สบายใจกันไปหมด ผมก็ไม่สบายใจ นายก็ไม่สบายใจ Office ก็ ไม่สบายใจไม่มีใครสบายใจหรอก อ้อมคุณทำแบบนี้แล้วมันได้อะไร มันมีประโยชน์อะไรกับตัวคุณบ้างคุณทำแบบนี้เท่ากับว่าคุณไม่ยอมรับการตัดสิน ใจของผมนะสิ

อ้อม :    อ้อม ยอมรับการตัดสินใจของพี่คะ แต่อ้อมไม่ได้อยากเขียนใบลาออก อ้อมยอมรับว่าอ้อมไม่อยากออก แล้วเรื่องกล่องแดงอ้อมไม่ได้ทำ พี่จะถามอ้อมเรื่องกล่องแดงเท่านั้นแต่พี่อ้างตั้งแต่เรื่องวันเสาร์แล้ว เรื่องที่สหภาพเขาไปคุยกับพวกพี่ทั้งที่อ้อมเองไม่ได้อยู่ด้วย แล้วจะโยงเรื่องเข้าไปเกี่ยวข้องกันทำไม พูดเหมือนพี่ปรักปรำอ้อมอยู่เลยนะเรื่องที่พี่บอกว่าอ้อมไม่เก็บอารมณ์นะ อ้อมขอถามหน่อยวันนั้นที่อ้อมคุยกับพี่แล้วพี่ให้เขียนใบลาออกพี่ได้คุยกับ ใครบ้าง เพราะนอกจากอ้อมกับพี่ไม่มีใครรู้เรื่องนี้ ในเมื่ออ้อมไม่มาใครเป็นคนปล่อยข่าว

ผู้จัดการ : สรุปว่าคุณไม่ยอมรับใช่ไหมว่าคุณเกี่ยวข้องกับกล่องแดง

อ้อม : อ้อม ไม่ยอมรับว่าเกี่ยวข้องกับกล่องแดง และไม่ยอมรับที่พี่คิดจะให้อ้อมลาออกเนื่องจากสาเหตุว่าอ้อมท้อง คนท้องยังทำงานได้อีกตั้ง 7-8 เดือน บางคนทำงานยันคลอดเขาก็ทำกัน แต่พี่จะให้อ้อมลาออกเพราะสาเหตุที่อ้อมท้องอ้อมรับไม่ได้ แต่ที่ยอมเขียนใบลาออกเพราะว่าพี่เป็นลูกพี่อ้อม อ้อมขึ้นตรงกับพี่ อยู่ไปพี่ก็ต้องหาวิธีการให้อ้อมออกอยู่ดี แล้วความคิดเรื่องฟ้องๆ อะไรของพี่ มันไม่เคยอยู่ในหัวอ้อมเลย แต่ในเมื่อพี่พูดกับอ้อมแบบนี้ อ้อมก็ขอคิดดูก่อนไม่ว่าอ้อมจะอ้อนวอนข้อร้องอะไรพี่ อ้อมคิดว่ามันไม่มีประโยชน์เลย ทางเลือกที่พี่มอบให้อ้อมคิดลาออก

ผู้จัดการ : OK ผมถามแค่นี้แหละ ไปทำงานเถอะ

 

0 0 0

 

จากข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2552 ในภาคตะวันออกแรงงานหญิงที่อยู่ในระบบกว่า 300,000 คน ต้องตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการถูกละเมิดสิทธิสตรีและเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง “ใครรับผิดชอบ”

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์