คนทำงาน ตปท. เสนอเพิ่มมาตรการลงโทษบริษัทหลอกลวง

คนงานไทยที่เคยไปทำงานต่างประเทศเสนอเพิ่มมาตรการลงโทษบริษัทหลอกลวง แรงงาน ขึ้นบัญชีดำบริษัทหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องทางเครือข่ายเส้นทางทางการเงิน ต่างๆ ไม่ให้สามารถกลับมาทำธุรกิจจัดหางานได้อีก ส่วน ขรก.แรงงานต้องมีการตรวจสอบ ไม่ให้เกี่ยวข้องธุรกิจจัดหางาน
 
 
 
 
เมื่อวันที่ 16 ก.พ. 54 ที่ผ่านมา โครงการรณรงค์เพื่อแรงงานไทยได้จัดเวทีระดมความคิดเพื่อจัดทำข้อเสนอร่าง กฎหมายคุ้มครองแรงงานข้ามชาติ ในส่วนของแรงงานไทยไปต่างประเทศ ที่เทศบาลตำบลหนองไผ่ อ.หนองหาน จ. อุดรธานี โดยมีอดีตคนงานไทยที่เคยไปทำงานต่างประเทศในเขตภาคอีสานเข้าร่วมเวทีเสวนา
 
สุธาสินี แก้วเหล็กไหล โครงการรณรงค์เพื่อแรงงานไทย ได้นำเสนอปัญหาการค้าแรงงานไทยไปต่างประเทศในปัจจุบัน โดยเล่าถึงความคืบหน้ากรณีการฟ้องร้องของแรงงานไทยกับบริษัทจัดหางานในกรณี ของสวีเดน สเปน ที่กำลังอยู่ในชั้นศาล ส่วนกรณีของโปแลนด์ที่บริษัทจัดหางานกำลังยื่นอุทธรณ์คำสั่งของพนักงานตรวจ แรงงานอยู่
 
ทั้งนี้สุธาสินี ได้อธิบายถึงความสำคัญของวิธีการจัดส่งคนไปทำงานต่างประเทศ ตาม พ.ร.บ. จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน นั้นมันมี 5 ช่องทาง (1. กรมการจัดหางานส่งไป (ไม่เสียค่านายหน้า) 2.เดินทางไปกับบริษัทจัดหางาน (เสียค่านายหน้า)  3. เดินทางไปทำงานด้วยตัวเอง (ไม่เสียค่านายหน้า) 4.นายจ้างในประเทศไทยพาคนงานไปทำงาน (ไม่เสียค่านายหน้า) 5.นายจ้างในประเทศไทยพาคนงานไปฝึกงาน (ไม่เสียค่านายหน้า) ซึ่งคนงานที่จะไปทำงานต่างประเทศมักจะไม่ทำการศึกษาวิธีการต่างๆ ทำให้ถูกหลอกลวงได้ง่าย
 
ในช่วงบ่ายของการเสวนาได้มีการระดมความคิดเพื่อจัดทำข้อเสนอ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานข้ามชาติ (ฉบับคู่ขนาน) ในส่วนแรงงานไทยไปต่างประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาการหลอกแรงงานไทยไปต่างประเทศ โดยปัญหาการเก็บค่าหัวคิวเกินจริงนั้นคนงานไทยที่ไปทำงานต่างประเทศเสนอว่า ควรให้ยกเลิกบริษัทจัดหางานเอกชนและให้รัฐจัดส่งแทน ตั้งเป็นหน่วยงานด้านการจัดส่งคนไทยไปทำงานต่างประเทศ มีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่ต่ำ จัดเก็บเข้ารัฐไม่ต้องเข้ากระเป๋าเอกชน ซึ่งจะเป็นการตัดช่องทางการหลอกลวงคนงานได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดที่สุด  
 
นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอให้มีการปฏิรูปกองทุนเงินทดแทน ทั้งด้านระยะเวลาการครอบคลุมเมื่อคนงานกลับมายังประเทศไทยแล้วเกิดอาการเจ็บ ป่วย (เสนอให้ยืดเวลาออกไปอีก 6 เดือน) มีการจ่ายเงินให้กับคนงานอย่างเหมาะสม รวมถึงการขยายสิทธิประโยชน์ให้มากกว่าเดิม การปรับปรุงเรื่องระยะเวลาของกระบวนการทางกฎหมาย คนงานมิสิทธิยื่นคัดค้านการอุทธรณ์ของบริษัทจัดหางานได้ และเสนอให้คดีหลอกลวงแรงงานเป็นคดีพิเศษที่มีการสืบสวนสอบสวนในระยะเวลาที่ เป็นธรรมแก่คนงาน
 
มีการตรวจสอบข้าราชการของกระทรวงแรงงาน ในเรื่องของความสัมพันธ์กับบริษัทจัดหางาน ไม่ว่าจะเป็นเครือญาติ ตัวแทน และเส้นทางการเงินต่างๆ โดยคนงานเสนอว่าข้าราชการกระทรวงแรงงานจะต้องไม่มีความสัมพันธ์กับธุรกิจจัด หางานโดยเด็ดขาด และข้อเสนอบทลงโทษแก่บริษัทจัดหางานที่มีการหลอกลวงคนงาน ควรเป็นบทลงโทษที่หนักคือขึ้นบัญชีดำบริษัทหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องทางเครือ ข่ายเส้นทางทางการเงินต่างๆ ไม่ให้สามารถกลับมาทำธุรกิจจัดหางานได้อีก

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์