ทีมข่าวการเมือง: สำรวจทิศทาง เหลือง-แดง ในสุดสัปดาห์แห่งการชุมนุม

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

ไม่เพียงประเด็นการเมืองภายในประเทศเท่านั้นที่ทั้ง 2 ฝ่ายต่างมี วาระของตัวเองในการโจมตีรัฐบาล แต่การเมืองที่เกี่ยวกับการระหว่างประเทศ ก็เป็นประเด็นที่ทั้ง 2 สี ต่างมีอยู่ในมือ เพื่อชี้แจงต่อมวลชน 

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2554 เป็นอีกวันที่ถนนราชดำเนิน รองรับผู้ชุมนุม ทั้ง 2 สี ในเวลาเดียวกัน แตกต่างกันเพียงบริเวณไหน รองรับสีใด และรูปแบบในการชุมนุม ที่กลุ่มหนึ่งปักหลักมาหลายสัปดาห์บริเวณรอบทำเนียบรัฐบาล ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งนัดชุมนุมเดือนละ1-2 ครั้ง เดินจากจุดอื่น มาสิ้นสุดที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย บนถนนราชดำเนินเป็นจุดสุดท้าย ก่อนแยกย้ายกลับบ้าน

ระหว่างข้อเรียกร้องและวาระการรำลึกของคนเสื้อแดง ดำเนินต่อไปบนเงื่อนไขที่แกนนำเกือบทั้งหมดยังไม่ได้รับการประกันตัวออกจาก เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

ฝ่ายเสื้อเหลืองเอง ก็มีวาระและข้อเรียกร้องที่คล้ายกันราวกับแฝดคนละฝา เพราะนายวีระ สมความคิด และน.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูลย์ คนของฝ่ายพันธมิตรฯ ยังอยู่ในคุกของกัมพูชาเช่นเดียวกัน

ไม่เพียงประเด็นการเมืองภายในประเทศเท่านั้นที่ทั้ง 2 ฝ่ายต่างมี วาระของตัวเองในการโจมตีรัฐบาล แต่การเมืองที่เกี่ยวกับการระหว่างประเทศ ก็เป็นประเด็นที่ทั้ง 2 สี ต่างมีอยู่ในมือ เพื่อชี้แจงต่อมวลชน

ขณะที่ฝ่ายเสื้อแดง ชูหลักฐานใบเกิดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในประเด็นสัญชาตินายกรัฐมนตรีไทย เพื่อไปสู่การดำเนินคดีในเวทีระหว่างประเทศ กรณีเหตุการณ์ทางการเมืองในช่วงเดือนเมษา-พฤษภา 2553

ส่วนพันธมิตรฯ มีประเด็นระหว่างประเทศเช่นกัน แต่มีเนื้อหาเรื่องดินแดนและความพยายามจำกัดเวทีไม่ขยายวงไปไกลเกินกว่ากลไก ทวิภาคี ด้านฝ่ายแดง ใช้เนื้อหาในประเด็นสิทธิมนุษยชน และเลือกวิธีการขยายวงออกไประหว่างประเทศ เพื่อหวังผลย้อนกลับมากดดันการเมืองภายใน

บนโต๊ะแถลงข่าวของฝ่ายเสื้อเหลือง ในวันเดียวกันกับปรากฏการณ์การเคลื่อนไหวของฝ่ายเสื้อแดง จึงน่าสังเกตการหยิบยกทั้งประเด็นการเมืองภายนอกและภายในประเทศ ให้เห็นความคืบหน้าของอดีตกลุ่มมวลชนที่เคยมีผลงานล้มฝ่ายบริหารได้สำเร็จ ถึง 3 รัฐบาล

เริ่มที่การเมืองภายในประเทศ ตัวแทนฝ่ายเสื้อเหลือง แถลงเตรียมประชุมเพื่อกำหนดมาตรการชุมนุมใหญ่ โดย นายประพันธ์ คูณมี โฆษกคณะกรรมการรวมพลังปกป้องแผ่นดิน กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรี เป็นคนพูดเอาดีใส่ตัว แล้วก็มาโยนความชั่วให้พี่น้องผู้ชุมนุม ทั้งๆ ที่พี่น้องผู้ชุมนุม(เสื้อเหลือง)ทั้งหมด ไม่มีใครเลยไม่ช่วยคุณวีระและคุณราตรี มีแต่ทางรัฐบาลหาทางทำลายขัดขวางและไม่ช่วย และเชื่อว่าลึกๆ แล้วเป็นการวางแผนระหว่าง นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กับฝ่ายมีอำนาจในการเมืองไทย ไม่ว่ากลุ่มเนวิน (ชิดชอบ) กลุ่มประวิตร (วงษ์สุวรรณ) กลุ่มสุเทพ (เทือกสุบรรณ) จับมือกับ ฮุน เซน ต้องการจะให้นายวีระ ถูกจองจำอยู่ตรงนั้น 

นายอภิสิทธิ์ ก็รู้ว่านายวีระ เป็นคนเปิดโปงทุจริต ที่ดินรถไฟของนายเนวิน นายวีระจึงไม่เป็นที่พอใจของพล.อ.ประวิตร ไม่เป็นที่พอใจของนายสุเทพ ทั้งหมดนี้จึงทำให้คนเหล่านั้น ไม่มีใครออกมาให้สัมภาษณ์ในทางที่จะช่วยเหลือคุณวีระเลย ในทางตรงกันข้าม มีแต่วางแผนจะหาทางให้นายวีระ ติดคุกอย่างหนัก และกัน 5 คนออกมาอย่างไร นี่คือข้อเท็จจริง ผมจึงกราบเรียนว่าพี่น้องประชาชนต้องเข้าใจ ว่านายกรัฐมนตรีเวลานี้ มีจุดยืนที่ผิดเพี้ยนบิดเบี้ยว แล้วก็ไม่มี ความรักชาติรักประชาชนอย่างที่เราคาดหวัง

"จึงอยากจะกราบเรียนว่า ในเร็วๆ นี้ พี่น้องพันธมิตรประชาชน กลุ่มรวมพลังปกป้องแผ่นดิน จะประชุมปรึกษาหารือกันเพื่อเตรียมการนัดประชุม ชุมนุมกันครั้งใหญ่ เพื่อเรียกร้องกดดันรัฐบาล ว่าเมื่อเราได้ให้ข้อมูลข้อเท็จจริงประชาชนมามากพอระดับนี้แล้ว ผมเชื่อว่าวันนี้ประชาชนทั้งประเทศ ได้รับรู้แล้วและเห็นแล้วว่าพฤติกรรมของท่านนายกฯ เป็นอย่างไรและรัฐบาลเป็นอย่างไร

"เราก็จะประชุมปรึกษาหารือกันเพื่อกำหนดมาตรการการเคลื่อนไหว ที่เข้มข้นและเรียกร้องให้ประชาชนออกมาเรียกร้องร่วมกันให้มากที่สุดใน เรื่องนี้” นายประพันธ์กล่าว

ขณะที่ประเด็นการเมืองระหว่างประเทศ พันธมิตรฯ ย้ำประเด็นว่าฝ่ายไทยโดยกระทรวงการต่างประเทศเสียเอง ที่จ้างนักวิชาการค้นคว้าหลักฐานที่เป็นประโยชน์ต่อทางฝ่ายกัมพูชา โดย นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกพันธมิตรฯ กล่าวว่า นับตั้งแต่มีคำพิพากษาศาลโลกจนถึงปัจจุบัน กัมพูชาไม่เคยคิดจะยื่นเรื่องต่อศาลโลกอีก แต่ครั้งนี้กัมพูชาอาจจะนำเรื่องสู่ศาลโลก ตามมาตรา 60 เพราะกระทรวงต่างประเทศ ได้จ้างนักวิชาการมูลค่า 7.1 ล้าน มาให้ความหมายว่าศาลตัดสินได้มากไปกว่าตัวปราสาทพระวิหาร โดยพูดถึงตัวแผนที่ ด้วย อันนี้ทำให้กัมพูชาได้อ้าง กรณีงานวิจัยของ ดร.ชาญวิทย์ (เกษตรศิริ) ซึ่งเป็นผลงานของกระทรวงต่างประเทศทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น ผลร้ายมันเกิดจากแรงจูงใจจากฝ่ายวิชาการ ที่กระทรวงการต่างประเทศสร้างขึ้นเองโดยตรงและกัมพูชากำลังเดินตามแนวทางนี้ อย่างต่อเนื่อง

ที่สำคัญคือก่อนหน้านี้ กัมพูชา ตลอดระยะเวลา 50 ปีไม่เคยใช้เวที ศาลโลกหรือองค์การสหประชาชาติ แต่ที่กัมพูชากำลังจะทำ ได้เพราะเหตุผลเดียวคือ แผนที่มาตรา 1 ต่อ 200,000 ซึ่งไม่เคยผูกพันในเวทีไหน กลับมาผูกพันใน MOU2543 ให้มีสภาพบังคับให้ไทยและกัมพูชาต้องพิจารณา ฉะนั้น หากหาความหมาย แม้ไม่ใช่ขอบเขตคำพิพากษา ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อนานาชาติให้เข้าใจว่าไทยและกัมพูชา กำลังยึดถือแผนที่ 1 ต่อ 200,000 เข้าไปด้วย อันนี้เป็นอันตรายร้ายแรง อย่างยิ่งจากมาตรการของรัฐบาลที่ไม่หยุดยั้งในผลงานทางวิชาการของตัวเอง โดยการจ้างบุคคลภายนอกแล้วให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับฝ่ายกัมพูชา

จากนั้น นายประพันธ์ กล่าวเสริมว่า อย่าลืมว่าผลงานชิ้นนี้ที่มาประกอบเป็นผลงานวิชาการอันนี้ ฝ่ายกัมพูชาได้ข้อมูลหลักฐานนี้ไปหมดแล้ว แล้วก็รู้ว่าผลงานของอาจารย์ชาญวิทย์ และคณะ เป็นผลงานที่กระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้จ้างเอง แล้วผลงานวิชาการกลายเป็นไปสมประโยชน์ฝ่ายกัมพูชาหมดเลย กัมพูชาจะได้หลักฐาน ที่เป็นเอกสารชั้นดี จากฝ่ายไทย ทั้งหมดนี้ ฝ่ายไทยช่วยหาเอกสารหลักฐานให้เขา ไม่แตกต่างจากกรณีคุณวีระและคุณราตรี ที่อภิสิทธิ์ ประวิตร สุเทพ เป็นคนช่วยหาหลักฐานให้เขาทั้งนั้น

เรื่องหลักฐานจากกระทรวงการต่างประเทศ ทำให้กัมพูชามีความมั่นใจที่จะนำเรื่องนี้กลับไปสู่ศาลโลก เพราะนักวิชาการพวกนี้ออกมาพูดว่าเนี่ยเป็นของกัมพูชาหมดแล้ว ดินแดนนี้และ 4.6 ตารางกิโลเมตร แล้วอย่างนี้ใครบ้างมันทำลายชาติ ใครบ้างมันช่วยชาติ

"ผมถึงบอกว่ารัฐบาลเวลานี้ ถ้ายังเป็นแบบนี้ ผมไม่เคยเห็นรัฐบาลไหนที่จะสร้างเงื่อนไข ในการที่จะทำลายแผ่นดินของตัวเอง ทำให้ประเทศตัวเองเสียดินแดนเสียเอกราช ไม่รู้ว่าจะเรียกฉลาดหรือโง่ยังไง ก็สุดแท้แต่วิจารณญาณของท่าน ผมไม่เคยเห็นผู้ปกครองประเทศไหน เขาคิดทำเรื่องแบบอย่างนี้

"แล้วผลงานวิชาการ ก็มีเจ้าหน้าที่สถานทูตกัมพูชามานั่งประชุมเสวนาด้วย เขาได้หลักฐานไปหมดแล้ว ว่านักวิชาการพวกนี้รับจ้างกระทรวงการต่างประเทศ แล้วผลงานทางวิชาการ เป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับประเทศกัมพูชา เป็นผม ผมก็กระโดดงับ ในฐานะนักกฎหมายก็เห็นว่านี่เป็นหลักฐานชั้นดีเลย คุณยอมรับเอง คุณจ้างนักวิชาการมาบอกว่า นี่เป็นดินแดนผม ผมไม่กระโดดงับเหรอ ผมถึงบอกว่าท่านช่วยไปถามรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ และนายกษิต ว่าพวกคุณทำอะไร พวกคุณทำไปทำไม แล้วหลักฐานเป็นหลักฐานที่ปรักปรำประเทศตัวเอง คุณยังทนดูดายอยู่ได้ แล้ววันนี้กัมพูชาก็ได้หลักฐานทั้งหมดนี้ ถึงมีความมั่นใจ ที่จะนำเรื่องร้องขึ้นไปยังศาลโลกอีกครั้งหนึ่ง จาก 50 ปีมาแล้วเขาก็ไม่มีความหวังอยู่แล้ว เขาก็ได้เฉพาะตัวปราสาท กลายเป็นว่าเราถอยร่นๆ จนแผ่นดินจะหมดไปเพราะอย่างนี้” นายประพันธ์กล่าว

ขณะที่ความเคลื่อนไหว ของกลุ่มคนเสื้อเหลือง และคนเสื้อแดง ยังคงดำเนินต่อไป บนปรากฎการณ์ที่สวนทางกัน เช่น ความโดนเด่นในประเด็นที่ฝ่ายหนึ่งเคยทำได้อย่างรวบรัด ชี้แจงต่อมวลชนจนเกิดกระแส พร้อมปรากฎการณ์จำนวนคนกดดัน จนสะเทือนไปหลายรัฐบาล ได้ลดความเข้มข้นไปพร้อมกับปริมาณผู้ชุมนุม

ในเวลาเดียวกันที่อีกฝ่ายหนึ่ง เคยเริ่มต้นจากการหาความเป็นเอกภาพไม่ได้ ทั้งในระดับแกนนำและประเด็นเนื้อหา ต่างขับเคลื่อนกันอย่างลุ่มๆ ดอนๆ ตามอัตถภาพ แต่ความแตกต่างสารพัดประการ กำลังเดินไปสู่ทิศทางที่หาจุดร่วมกันได้เอง...

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น