คดีเผาศาลากลางมุกดาหารสืบพยานโจทก์นัดที่ 3

คดีเผาศาลากลางมุกดาหารสืบพยานโจทก์นัดที่ 3  ตำรวจชุดสลายการชุมนุม 5 นาย ขึ้นเบิกความรับไม่รู้ว่าคนที่ตนเองจับมาเป็นผู้ก่อเหตุหรือคนมาดู

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 10.00 น. ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดมุกดาหารออกนั่งพิจารณาคดี ซึ่งมีอัยการเป็นโจทก์ฟ้องนายจันที แสนลา และพวก รวม 29 คน ในข้อหาร่วมกันบุกรุกและเผาศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร   ในวันนี้เป็นการสืบพยานโจทก์ 5 ปาก

พยานโจทก์ที่ขึ้นเบิกความ 4 คน เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.คำชะอี. คำป่าหลาย และดงหลวง  ซึ่งในวันเกิดเหตุ (19 พ.ค.53) ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ควบคุมฝูงชนที่มาชุมนุมที่หน้าศาลากลางจังหวัด มุกดาหาร   ในขณะที่เกิดไฟลุกไหม้อาคารศาลากลางหลังเก่า  มีผู้ชุมนุมอยู่ในบริเวณศาลากลางนับพันคน  ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผู้ที่ก่อเหตุเผา  อีกส่วนหนึ่งเป็นผู้ที่มาดูเหตุการณ์เฉยๆ  รวมทั้งมีบางคนที่ห้ามปรามไม่ให้เผา  เจ้าหน้าที่พยายามระงับเหตุแล้ว แต่ทำไม่ได้ เนื่องจากผู้ชุมนุมมีจำนวนมาก  ทั้งนี้ พยาน 3 คน ไม่เห็นว่าใครเป็นคนเผาอาคารศาลากลาง  เนื่องจากอยู่ในระยะไกล  พยานอีกคนคือ ดต.สุพัฒน์ อินธิแสง เห็นคนที่กลิ้งยางติดไฟเข้าเผาศาลากลาง แต่จำหน้าไม่ได้ เนื่องจากบางคนมีผ้าปิดหน้า  แต่จำคนหนึ่งได้ เนื่องจากคนร้ายมีรูปร่างเตี้ย

ขณะไฟไหม้อาคารดังกล่าว พยานทั้ง 4 ได้รับคำสั่งให้ถอนกำลังออกมาป้องกันอาคารศาลากลางหลังใหม่ไม่ให้ถูกเผาอีก  หลังจากอาคารหลังเก่าถูกไฟไหม้ได้ประมาณ 3 ชั่วโมง  พยานทั้ง 4 จึงได้รับคำสั่งให้เข้าสลายการชุมนุม พยานคนหนึ่งให้การว่าเนื่องจากผู้ชุมนุมพยายามจะเผาอาคารหลังใหม่อีก  แต่คนหนึ่งให้การว่าเนื่องจากผู้ชุมนุมขว้างปาก้อนหินใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ

ในการเข้าสลายการชุมนุมโดยการผลักดันผู้ชุมนุมให้ออกนอกศาลากลาง รวมทั้งจับกุมตัวผู้ชุมนุมที่วิ่งหนีออกมานั้น  พยานไม่ทราบว่าผู้ชุมนุมที่จับได้นั้นมีส่วนร่วมในการเผาศาลากลางหรือเป็นคน มาดูเหตุการณ์    ส.ต.อ.พงษ์ศักดิ์ บุตรคาม ให้การว่าคนที่จับกุมได้อยู่ในกลุ่มคนที่ปาก้อนหินใส่ตำรวจ  ส่วน ดต.สุพัฒน์ ได้ติดตามจับกุมคนที่มีรูปร่างเตี้ย ซึ่งจำได้ว่าเป็นคนที่กลิ้งยางติดไฟใส่อาคาร  แต่จำไม่ได้ว่าแต่งกายอย่างไร  และคนร้ายได้ดึงผ้าปิดหน้าทิ้งขณะที่วิ่งหนี   จึงไม่มีผ้าปิดหน้าขณะที่ถูกจับกุม  แต่พยานไม่ได้ให้การกับพนักงานสอบสวนไว้ว่าเห็นคนร้ายขว้างผ้าปิดปากทิ้ง  อีกทั้งพยานยังรับว่าไม่ได้มีชื่ออยู่ในชุดผู้ร่วมจับกุมด้วย

ส่วนพยานปากสุดท้าย คือ ส.ต.อ.สุเทพ พละสูนย์ จาก สภ.เมืองมุกดาหาร ให้การว่า ในวันเกิดเหตุขณะปฏิบัติหน้าที่รถจักรยานยนต์สายตรวจ ได้รับคำสั่งให้ไประงับเหตุที่ศาลากลาง เมื่อไปถึงศาลากลางพบว่าเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้แล้ว จึงรับผู้ต้องหาไปส่งที่ สภ.เมืองมุกดาหาร โดยไม่เห็นว่าผู้ที่ถูกจับกุมเหล่านั้นกระทำผิดหรือไม่  

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์