“ประเวศ” แนะ “ปฏิรูปท้องถิ่น” ภูมิต้าน “รัฐประหาร”

วันนี้ (2 มี.ค.53) เวทีวิชาการ “ฟื้นพลังชุมชนท้องถิ่น สู่การอภิวัฒน์ประเทศไทย” งานประชุมของหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 1-3 มีนาคม 53 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมเทค บางนา เปิดเวทีวันที่ 2 ด้วย ปาฐกถาพิเศษ เทศาภิวัฒน์: ปฏิรูปการบริหารประเทศ โดย ศ.นพ.ประเวศ วะสี ประธานสมัชชาปฏิรูปประเทศไทย

ศ.นพ.ประเวศ วะสี ประธานสมัชชาปฏิรูปประเทศไทย ระบุว่า การปฏิรูปประเทศไทยที่สำคัญที่สุดคือการปฏิรูปการบริหารประเทศจากการเอากรม เป็นตัวตั้งเป็นการเอาพื้นที่เป็นตัวตั้ง หรือ ‘เทศาภิวัฒน์’ เพราะการรวมศูนย์อำนาจรัฐกว่าร้อยปีที่ผ่านมาทำให้เกิดความอ่อนแอที่มีผล ร้ายแรงอย่างน้อย 7 ประการคือ 1) ชุมชนท้องถิ่นทั้งหมด ไม่สามารถจัดการตัวเองได้ 2)ความขัดแย้งระหว่างอำนาจรวมศูนย์กับวัฒนธรรมท้องถิ่นนำไปสู่ความรุนแรง เช่น สามจังหวัดภาคใต้ 3) รวมศูนย์อำนาจเรื่องการศึกษา 4) ระบบราชการอ่อนแอทางปัญญา เพราะใช้แต่อำนาจ เป็นระบบรัฐที่ล้มเหลว แก้ปัญหาไม่ได้ 5) คอร์รัปชั่นอย่างหนัก 6) การเมืองที่ไร้คุณภาพ เป็นคณาธิปไตย 7) รัฐประหารได้ง่าย

น.พ.ประเวศกล่าวด้วยว่า การปฏิวัติรัฐประหารและการแก้ปัญหาประชาธิปไตยไทยแบบที่ผ่านมา คือการเปลี่ยนยอดของอำนาจ แต่ไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างอำนาจ เป็นการแก้ไขที่ส่วนบน การปฏิรูปประเทศไทยจึงต้องปฏิรูปการบริหารประเทศจากกรมไปสู่การเอาพื้นที่ เป็นตัวตั้ง เพราะว่าพื้นที่มีองค์กร มีประชาชน พลังในชุมชนท้องถิ่นเพื่อการปฏิรูปนั้นมีมหาศาลซึ่งสามารถทำได้โดยธรรม (หลักการที่ถูกต้องสมเหตุผล) และโดยรัฐธรรมนูญ จึงลงมือทำได้ทันที และต้องจัดการให้เกิดการบูรณาการอย่างน้อย 8 เรื่อง คือ เศรษฐกิจ จิตใจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม สุขภาพ การศึกษา และประชาธิปไตย ทั้งนี้ การพัฒนาควรมุ่งไปที่การสัมมาชีพเต็มพื้นที่ เคารพความเป็นคนและเคารพความรู้ในตัวคน

น.พ.ประเวศเสนอด้วยว่า ปัจจุบัน เรามีองค์กรท้องถิ่นเกือบ 8,000 แห่งคือ อปท.ทั้งระดับจังหวัด ภูมิภาค และท้องถิ่น ในกลุ่มจังหวัดที่ใกล้เคียงกันควรเชื่อมโยงกันทั้งประเทศ และรวมตัวกันเป็น “สภาผู้นำท้องถิ่นแห่งชาติ” โดยทำงานร่วมกับองค์กรชุมชนทั้งหมด และเชื่อมโยงประชาชนทั้งหมดทุกภาค ซึ่งจะเป็นฐานอำนาจของประชาชนและชุมชนท้องถิ่นเพื่อเสนอและขับเคลื่อนนโยบาย ที่สำคัญในอนาคต และหากทำได้เช่นนี้ ต่อไปประเทศไทยก็จะมีผู้นำระดับชาติที่จะมาจากผู้นำชุมชน

“นี่คือการปฏิวัติประชาชนแบบใหม่ เป็นการปฏิวัติเงียบโดยประชาชนรวมตัวกัน ติดอาวุธด้วยปัญญา ใช้ความรู้ ใช้สันติวิธี ทั้งหมดเป็นพลังที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศไทย” นพ.ประเวศกล่าวย้ำ โดยเสนอแนวทางการปฏิรูปมาจากฐานของท้องถิ่น 8 ประการคือ 1) การสื่อสารที่ทั่วถึงให้เกิดสัมมาทิฐิ ว่าประเทศต้องเปลี่ยนแปลงโดยเอาท้องถิ่นเป็นตัวตั้ง 2) กรมปรับบทบาทไปสนับสนุนท้องถิ่นทางวิชาการและนโยบาย 3) หนึ่งมหาวิทยาลัยต่อหนึ่งจังหวัด และแต่ละจังหวัดควรมีการรวมตัวกันลงขันกันตั้งสถาบันวิจัยเพื่อท้องถิ่น 4) การศึกษาเพื่อชุมชนท้องถิ่น ไม่รวมศูนย์อำนาจ 5) ภาคธุรกิจเชื่อมโยงชุมชนท้องถิ่นเพื่อความเข้มแข็งของท้องถิ่น 6) การเงินการคลังเพื่อชุมชนท้องถิ่น เช่น ให้ท้องถิ่นเป็นผู้เก็บภาษีอากร และการสร้างธนาคารชุมชน 7) ต้องออกกฎหมายความเข้มแข็งชุมชนท้องถิ่น เพื่อปลดพันธนาการ เพราะปัจจุบันมีกฎหมายกว่า 100 ฉบับที่ดึงอำนาจไว้ส่วนกลาง และ 8) เพิ่มงบประมาณให้ท้องถิ่นทันที

“คนไทยต้องสามารถสรรค์สร้างประเทศไทยให้เป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุดได้” น.พ.ประเวศกล่าวในท้ายที่สุดโดยเน้นย้ำให้ชุมชนทั้งหมดได้รวมตัวกันเพื่อ เปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปสู่ความลงตัวในระดับใหม่ สร้างฐานประเทศที่ใหญ่และแข็งแรงให้ประเทศไทยมั่นคง

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์