ศาลมุกดาหารให้ประกันคนเสื้อแดง6คนสุดท้าย หลังขังยาว9เดือน

ศาลจังหวัดมุกให้ประกันผู้ต้องหาเสื้อแดงยกคุก หลังขังยาวโดยไม่ให้ประกันกว่า9เดือน ขณะที่ญาติผู้ต้องขังเรือนจำอื่นในอีสานอีกกว่าห้าสิบครอบครัวยังรอความหวัง การให้สิทธิประกันตัวจากศาล

เมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 3 มีนาคม 2554 ศาลจังหวัดมุกดาหาร  ได้มีคำสั่งให้มีการปล่อยตัวชั่วคราว ผู้ต้องหาคดีเผาศาลากลางมุกดาหาร ที่ยังคงเหลืออยู่ในเรือนจำจำนวน 6 คนสุดท้ายจากเดิมที่เคยมีผู้ต้องขังเสื้อแดงทั้งหมด 29 คน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

การให้ประกันดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์การสลาย การชุมนุมของกลุ่ม นปช.ที่บริเวณแยกราชประสงค์และเหตุการเผาศาลากลางในภาคอีสานจำนวน 4 จังหวัด เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 หรือนับเป็นเวลากว่า 9เดือนหลังการจับกุม

ในขณะเดียวกันผู้ต้องขังในคดีเคียวกันในจังหวัดอื่นเช่น ขอนแก่น มหาสารคาม อุดรและอุบล จำนวนกว่าห้าสิบคนซึ่งยังไม่ได้รับคำสั่งให้ประกันตัวจากศาลจังหวัดแต่อย่าง ใด ทั้งนี้แทบทั้งหมดของผู้ต้องขังที่ถูกจับกุมล้วนแต่เป็นผู้มีฐนะยากจนและมี ปัญหาสุขภาพทางกายและทางจิตหลังจากถูกจับขังไว้โดยไม่ได้รับสิทธิในการ ประกันตัวเป็นระยะเวลานาน


รายชื่อและสภาพปัญหาของผู้ต้องขังในเรือนจำมุกดาหารที่ได้รับอนุมัติการประกันตัว 6รายสุดท้าย    

1. นายจันที แสนลา อายุ 36 ปี ตำบลนาสีนวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร มีบุตร-ธิดารวม ๓ คน โดยบุตรอาศัยอยู่กับบิดาของชื่อ นายฟอง   แสนลา   อายุ 80 ปี ซึ่งป่วยเป็นโรคถุงลมโป่งพอง และมารดาอายุ 72 ปี ซึ่งต้องหาของป่า(เช่น หน่อไม้ ใบย่านาง มะกอก) ไปขายที่ตลาดพรเพ็ชร เพื่อให้มีรายได้เลี้ยงดูหลานทั้ง 3 คน สภาพบ้านเป็นเพียงบ้านไม้มุงสังกะสีที่ผุพัง ปกติมีนายจันที แสนลา เป็นผู้หารายได้หลักของครอบครัว ปัจจุบันครอบครัวจึงมีความลำบากมากในการดำเนินชีวิต
2. นายณัฐวุฒิ   พิกุลศรี อายุ 34 ปี อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร มีบุตร ๑ คน คือเด็กชายเกรียงศักดิ์ พิกุลศรี กำลังศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 นางบุญมี พิกุลศรี ผู้เป็นย่าเลี้ยงดูเพียงลำพัง ย่าที่อยู่ในวัยชราจึงต้องออกเก็บของเก่าหารายได้ประทังชีวิต และเลี้ยงดูหลาน  ต้องประสบกับความยากลำบาก บ้านที่อยู่อาศัยก็เป็นบ้านของญาติ
3. นายไมตรี พันธุ์คูณ อายุ 24 ปี อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร บิดามารดาอยู่ในวัยแก่ชรา สุขภาพไม่แข็งแรง ฐานะยากจน เมื่อนายจันทีถูกจับ บิดามารดาต้องทำงานในไร่นาทั้งหมดด้วยตัวเอง บ้านที่อยู่ก็ตั้งอยู่ห่างไกลชุมชน การสัญจรไปมาลำบาก
4. นายวิชัย อุสุพันธ์   อายุ 40 ปี อาชีพ คนขับสามล้อเครื่องรับจ้าง อยู่อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร บิดาในวัยชราต้องอยู่คนเดียว ขาดคนดูแล และต้องทำงานหนักด้วยการขี่สามล้อเครื่องรับจ้าง เพื่อหาเงินเลี้ยงตัวเอง และดูแลลูกชายที่อยู่ในเรือนจำ
5. นายทินวัฒน์ เมืองโคตร อายุ 24 ปี ต.คำป่าหลาย อ.เมือง จ.มุกดาหาร กำลังศึกษาอยู่ ปวส.2 สาขาไฟฟ้ากำลัง ที่โรงเรียนเทคโนโลยีรักไทย จังหวัดมุกดาหาร เมื่อถูกจับกุมทำให้ไม่สามารถไปสอบในภาคเรียนที่ 1 และเรียนต่อในภาคเรียนที่ 2 ได้ บิดามารดาแก่ชรา และมีฐานะยากจน หาเลี้ยงชีพด้วยการทำไร่ถั่ว-ข้าวโพด และนำไปเร่ขาย  เพื่อให้มีรายได้เลี้ยงตัวเอง เลี้ยงดูหลานกำพร้า
6. นายไพรวัลย์ พรเพชร อายุ 39 ปี อาชีพรับจ้าง เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร มีฐานะยากจน หาเช้ากินค่ำ มีบุตร 2 คน แต่งงานมีครอบครัวแล้ว มีพี่ชายป่วยเป็นโรคตับ และมีอาการทางประสาทต้องดูแล แต่เมื่อนายไพรวัลย์ถูกจับกุมตัวไม่มีคนดูแล พี่ชาย ทิ้งเป็นภาระของเพื่อนบ้าน ญาติที่ไปทำงานอยู่ทางกรุงเทพฯ ต้องมารับตัวไปดูแล

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์