โป๊ปเตรียมออกทีวี​ให้คนตั้งคำ​ถามครั้งแร​กในประวัติ​ศาสตร์

ครั้งนี้เป็น ‘ครั้งแรก’ ที่สามัญชนธรรมดาได้รับอนุญาตให้ ‘ตั้งคำถาม’ ถึงสมเด็จพระสันตะปาปา ผู้ถูกยกย่องว่าเป็น ‘ตัวแทนแห่งพระเจ้า’

 
‘โป๊ป’ เบเนดิกต์ที่ 16
ภาพจาก Catholic Church (England and Walles)
 

‘โรซาริโอ คาร์เรลโล’ ผู้ดำเนินรายการประจำสถานีโทรทัศน์ RAI ของอิตาลี เปิดเผยข่าวใหญ่สำหรับชาวคริสต์ผู้นับถือนิกายโรมันคาทอลิคทั่วโลก เมื่อวันที่ 9 มี.ค.2554 โดยระบุว่าสมเด็จพระสันตะปาปาหรือ ‘โป๊ป’ เบเนดิกต์ที่ 16 ประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิคพระองค์ปัจจุบัน จะปรากฏตัวในรายการ ‘In His Image’ ซึ่งจะออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่องเครือข่ายของ RAI เนื่องในวัน ‘แบล็ค ฟรายเดย์’ (Black Friday) หรือวันที่ 22 เม.ย.2554 ซึ่งเป็นวันศุกร์สุดท้ายก่อนจะถึงวันอีสเตอร์ และเป็นวันที่มีขึ้นเพื่อรำลึกถึงวันที่พระเยซูถูกตรึงบนไม้กางเขน

การปรากฏตัวเข้าร่วมรายการโทรทัศน์อิตาลีของประมุขคริสตจักรและนครรัฐ วาติกันครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะสมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น ปอล ที่ 2 ประมุขคริสตรจักรพระองค์ก่อน ได้เคยเข้าร่วมในรายการเดียวกันนี้เมื่อปี 2542 แต่ครั้งนี้เป็น ‘ครั้งแรก’ ที่สามัญชนธรรมดาได้รับอนุญาตให้ ‘ตั้งคำถาม’ ถึงพระสันตะปาปา ผู้ถูกยกย่องว่าเป็น ‘ตัวแทนแห่งพระเจ้า’ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

สำนักวาติกันออกแถลงการณ์ชี้แจงเพิ่มเติมว่าสถานีโทรทัศน์ RAI จะเปิดให้คนทั่วโลกส่งเรื่องที่ต้องการถามโป๊ปเบเนดิกต์ ที่ 16 มายังเว็บไซต์ RAI Weekly ตั้งแต่วันที่ 13 มี.ค.เป็นต้นไป จากนั้นผู้จัดรายการจะคัดเลือกคำถามที่มีผู้ถามมากที่สุด 3 ข้อ เพื่อนำไปถามต่อโป๊ปเบเนดิกต์ ที่ 16 ซึ่งจะเป็นผู้ตอบข้อสงสัยทั้ง 3 ข้อด้วยตัวเอง และทางผู้จัดรายการเชื่อมั่นว่าจะมีผู้คนจากทั่วโลกส่งคำถามมาเข้าร่วมอย่าง ล้นหลาม ขณะที่สถิติเฉลี่ยของผู้ชมรายการในช่วงเวลาปกติมีประมาณ 7 ล้านคนทั่วประเทศ

สื่อที่เป็นตัวแทนชาวคริสต์สรรเสริญว่าการปรากฎตัวออกสื่อโทรทัศน์ของโป๊ ปเบเนดิกต์ที่ 16 เพื่อตอบคำถามของประชาชน ถือเป็นความกรุณาปราณีของผู้นำสูงสุดแห่งคริสตจักรที่พยายามเข้าถึงจิดใจชาว คริสต์ทั่วโลก ทั้งยังเป็นพัฒนาการที่สำคัญเมื่อเทียบกับเหตุการณ์ในอดีตซึ่งการตั้งคำถาม ต่อผู้เป็นตัวแทนแห่งพระเจ้าถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ ‘ผิดมหันต์’ ไม่เว้นแม้แต่การตั้งสมมติฐานหรือการเผยแพร่แนวคิดที่ขัดแย้งกับความเชื่อหรือคำสั่งสอนของคริสตจักรในสมัยโบราณ

หลักฐานทางประวัติศาสตร์จำนวนมากบ่งชี้ว่าผู้ที่คิดแตกต่างจากคริสตจักร ในหลายศตวรรษที่ผ่านมาต้องเผชิญกับชะตากรรมอันเลวร้าย ไม่ว่าจะเป็นการล่าแม่มดในช่วงยุคกลางของยุโรป หรือกระทั่งการสั่งกักขัง ‘กาลิเลโอ กาลิเลอิ’ นักคณิตศาสตร์และนักดาราศาสตร์คนสำคัญของอิตาลี ในปี ค.ศ.1633 โทษฐานที่เสนอทฤษฎีขัดแย้งกับความเชื่อของคริสตจักรว่า ‘โลกไม่ได้เป็นศูนย์กลางของจักรวาล’

อย่างไรก็ตาม ในทัศนะของสื่อเสรีนิยมในซีกโลกตะวันตกจำนวนหนึ่ง กลับมองว่าการเปิดโอกาสให้คนตั้งคำถามกับประมุขแห่งคริสตจักรในครั้งนี้อาจ เป็นเพียง ‘เครื่องมือในการประชาสัมพันธ์’ เพราะในช่วง เวลาไล่เลี่ยกับที่โป๊ปเบเนดิกต์ ที่ 16 จะไปปรากฏตัวในรายการโทรทัศน์ ทางคริสตจักรได้เตรียมจัดพิธีเปิดตัวหนังสือรวบรวมทัศนะของโป๊ปที่มีต่อ ประเด็นทางสังคมต่างๆ เป็นเล่มที่ 2 หลังจากที่มีการจัดพิมพ์หนังสือเล่มแรกไปเมื่อปีที่แล้ว

ส่วนประเด็นที่ถูกโจมตีอีกประการหนึ่งคือเรื่อง ‘ความจริงใจ’ ในการเปิดโอกาสให้คนตั้งคำถาม เพราะประเด็นที่โป๊ปเบเนดิกต์ ที่ 16 จะ ‘ไขข้อข้องใจ’ ถูก กำหนดว่าจะต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับพระประวัติของพระเยซูเท่านั้น ส่วนคำถามในประเด็นอื่นๆ นอกเหนือจากนี้จะไม่ได้รับการพิจารณาแต่อย่างใด ที่สำคัญคือการตอบคำถามของโป๊ปจะเป็นการบันทึกเทปล่วงหน้า 1 วัน ซึ่งแม้แต่คณะผู้จัดรายการก็ไม่อาจระบุได้ว่าเวลาในการดำเนินรายการจะเป็นไป ตามที่วางไว้คือประมาณ 80 นาทีหรือไม่ เพราะมีความเป็นไปได้ว่าช่วงเวลาตอบคำถามอาจมากกว่าหรือน้อยกว่าเวลาที่วาง ไว้

ทั้งนี้ ในปี 2553 ทั้งคริสตจักรโรมันคาทอลิคและโป๊ปเบเนดิกต์ที่ 16 ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากกลุ่มเหยื่อผู้ถูกล่วงละเมิดทางเพศในวัยเด็ก ทั้งจากประเทศไอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ ออสเตรีย สวิตเซอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา รวมถึงเยอรมนีซึ่งเป็นบ้านเกิดของโป๊ป โดยเหยื่อทั้งหมดระบุว่าผู้ก่อเหตุคือพระและนักบวชนิกายโรมันคาทอลิค ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตมีการร้องเรียนต่อทางคริสตจักรอยู่เป็นระยะ แต่กลับไม่มีผู้ใดในคริสตจักรดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงหรือหาตัวผู้กระทำ ความผิดมาลงโทษ

นอกจากนี้ รัฐบาลไอร์แลนด์ได้เปิดเผยข้อมูลการสอบสวนพระและผู้เกี่ยวข้องกับคริสตจักร โรมันคาทอลิคทั่วประเทศในปี 2553 ที่ผ่านมา พบว่ามีพระและนักบวชผู้ก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศผู้เยาว์ในความดูแล ระหว่างปี ค.ศ.1930-1990 จำนวนกว่า 200 ราย ส่งผลให้รัฐบาลไอร์แลนด์เตรียมหาทางดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ที่มีส่วน เกี่ยวข้องในการก่อเหตุทั้งหมด

แม้โป๊ปเบเนดิกต์ ที่ 16 ได้ออกมากล่าวแสดงความเสียใจต่อเหยื่อที่ถูกพระคาทอลิคล่วงละเมิดอย่างไม่ เป็นทางการในเดือนมีนาคม 2553 รวมถึงประณามผู้ก่อเหตุในไอร์แลนด์ว่าทรยศต่อพระผู้เป็นเจ้า แต่ก็ต้องเผชิญกับเสียงโต้แย้งจากผู้เสียหายว่าเรื่องที่เกิดถือเป็นความรับ ผิดชอบของคริสตจักรและโป๊บองค์ปัจจุบันด้วยเช่นกัน ที่ไม่กระทำการใดๆ เพื่อหยุดยั้งความเลวร้ายที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้ยังมีหลักฐานยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรด้วยว่าสมัยโป๊ปเบเนดิกต์ ที่ 16 ยังดำรงตำแหน่งพระคาร์ดินัลโจเซฟ แรตซิงเกอร์ ในปี 2544 ได้มีการส่งจดหมายในนามคริสตจักรถึงบิชอปทั่วโลกไม่ให้เอ่ยถึงการล่วงละเมิด ทางเพศที่เกิดขึ้นโบสถ์คาทอลิคในความดูแล แต่ให้ดำเนินการคว่ำบาตรพระหรือนักบวชผู้ก่อเหตุอย่างเงียบๆ เพื่อจะได้ดำรงไว้ซึ่งความสงบสุขและดีงามของคริสตจักร แต่ในความเห็นของเหยื่อผู้ถูกกระทำถือว่านั่นคือความพยายาม ‘ปกปิดความผิด’ ที่ไร้ความเป็นธรรมและหยามหมิ่นพระผู้เป็นเจ้า

ผู้โจมตีโป๊ปเบเนดิกต์ที่ 16 อย่างรุนแรงด้วยการเขียนจดหมายเปิดผนึกส่งถึงสื่อมวลชนในสหรัฐฯ คือ ‘ซินเนด โอ’คอนเนอร์’ นักร้องหญิงชาวไอริช ซึ่งเคยก่อเหตุประท้วงอดีตสมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น ปอล ที่ 2 เมื่อ 18 ปีก่อน ระหว่างร้องเพลงถ่ายทอดสดในรายการ Saturday Night Live ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งโอ’คอนเนอร์ได้ร้องเพลง War ของบ็อบ มาร์ลีย์ ที่มีเนื้อหาเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับผู้คน รวมถึงการเผชิญหน้ากับปัญหาการล่วงละเมิดและทารุณเด็ก และได้ฉีกรูปภาพของโป๊ปจอห์น ปอล ที่ 2 และกล่าวทิ้งท้ายว่า “จงต่อสู้กับศัตรูที่แท้จริง” และการประท้วงอดีตพระสันตะปาปาในครั้งนั้นทำให้โอ’คอนเนอร์ถูกกีดกันจากการแสดงคอนเสิร์ตหลายงานในสหรัฐฯ

ขณะที่จดหมายฉบับล่าสุดที่เขียนขึ้นในเดือน มี.ค.ปีที่แล้วของโอ’คอนเนอร์ ระบุว่าเธอมีประสบการณ์ที่เลวร้ายจากการถูกส่งตัวเข้ารับการดัดสันดานใน ศูนย์เยาวชนหญิงประจำโบสถ์คาทอลิคในไอร์แลนด์ ซึ่งใช้แรงงานเด็กเกินกว่าเหตุ และออกความเห็นว่าปัญหาการล่วงละเมิดและทารุณเด็กโดยพระหรือนักบวชในโบสถ์คา ทอลิคเกิดขึ้นเป็นเวลานาน และเป็นผลจากระบอบการปกครองของศาสนจักรที่ไม่เปิดโอกาสให้คนธรรมดาตั้งคำถาม หรือตรวจสอบ ‘ผู้รับใช้พระเจ้า’

ส่วนเสียงตอบรับในการเตรียมการตั้งคำถามที่จะออกอากาศที่สถานีโทรทัศน์ RAI ในวันที่ 22 เม.ย.นี้ มีผู้วิพากษ์วิจารณ์เช่นกันว่าหากประมุขคริสตจักรโรมันคาทอลิคต้องการเปิด โอกาสให้ประชาชน ‘ตั้งคำถาม’ อย่างแท้จริง แต่เหตุใดกลับห้ามพูดถึง ‘บาดแผล’ หรือประวัติศาสตร์ที่รอการชำระสะสางของคริสตจักร และสิ่งนี้จะเรียกว่าเป็น ‘การเยียวยา’ ได้อย่างไร


ข้อมูลอ้างอิง

1. To Sinead O'Connor, the pope's apology for sex abuse in Ireland seems hollow. The Washington Post. March 28, 2010

2. Pope Watch: Vatican May Issue Formal Apology for Abuse Scandal in June. Beliefnet. April 29, 2010

3. Pope Benedict to answer Italian TV viewers' questions in papal first. The Guardian. March 8, 2011

4. Papal first as Pope prepares to answer viewers' questions for religious TV show. The Daily Mail. March 9, 2010
 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์