เกิดเหตุระเบิดที่่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมา 2 รอบวันนี้

มีรายงานว่าเกิดเหตุระเบิดที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมา 2 รอบ และบ่อเก็บแท่งเชื้อเพลิงใช้แล้วหน่วยที่ 4 เกิดไฟไหม้ขึ้นและมีการปล่อยกัมมันตภาพรังสีโดยตรงสู่อากาศวัดค่าได้ 400 มิลลิซีเวิร์ตต่อชั่วโมง ด้านสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติเผยถ้าวัดรังสีในอากาศเกิน 1 ไมโครซีเวิร์ทต่อชั่วโมง ขึ้นไป จะมีมาตรการให้ประชาชนหลบอยู่ในที่พักอาศัย

วันนี้ (15 มี.ค.) เว็บไซต์สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ รายงานว่า เมื่อเวลา 12.24 น. ตามเวลาประเทศไทย สำนักงานได้รับแจ้งข้อมูลจากทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศว่า บ่อเก็บแท่งเชื้อเพลิงใช้แล้วของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Fukushima-Daiichi หน่วยที่ 4 เกิดไฟไหม้ขึ้นและกัมมันตภาพรังสีถูกปล่อยโดยตรงออกสู่บรรยากาศ อัตราระดับรังสี ณ ที่เกิดเหตุ วัดได้มีค่าถึง 400 มิลลิซีเวิร์ตต่อชั่วโมง สาเหตุที่เกิดไฟไหม้ขึ้นอาจเป็นไปได้ว่ามาจากการระเบิดของไฮโดรเจน

เมื่อเวลา 14.35 น. เวลาประเทศไทย สำนักงานได้รับแจ้งข้อมูลจากทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศว่าไฟที่ไหม้ บ่อเก็บแท่งเชื้อเพลิงใช้แล้วของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Fukushima-Daiichi หน่วยที่ 4 ดับไปแล้วเมื่อเวลา 09.00 น. เวลาประเทศไทย

ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 09.08 น. ตามเวลาประเทศไทย เว็บไซต์สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ยังรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2554 สำนักงานได้รับแจ้งข้อมูลจากทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศว่า NISAได้ยินเสียงระเบิดขึ้นที่ โรงไฟฟ้าหน่วยที่ 2 ในบริเวณของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Fukushima-Daiichi เมื่อเวลา 04.10 น. ตามเวลาในประเทศไทย วันที่ 15 มีนาคม 2554 ในรายงานระบุว่ามีความเป็นไปได้ว่าแหล่งเก็บน้ำสำหรับระบบระบายความร้อนฉุก เฉิน (suppression chamber) อาจได้รับความเสียหายเนื่องจากการระเบิด ซึ่งสาเหตุที่เกิดระเบิดมีรายละเอียดดังนี้

วันที่ 14 มีนาคม 2554 เวลา 11.25 น. ตามเวลาประเทศไทย เนื่องจากระบบหล่อเย็นในแกนเครื่องปฏิกรณ์ไม่สามารถทำงานได้ บริษัท TEPCO ได้แจ้งเหตุฉุกเฉินตามมาตรา 15 ตามกฎหมายมาตราพิเศษการเตรียมพร้อมกรณีฉุกเฉินทางนิวเคลียร์

วันที่ 14 มีนาคม 2554 เวลา 15.16 น. ตามเวลาประเทศไทย ระดับน้ำได้ลดลงถึงจุดสูงสุดของแกนเครื่องปฏิกรณ์ ความดันภายในเครื่องเพิ่มขึ้น และวาล์วปรับความดันเริ่มทำงาน ถึงแม้ว่าได้มีการฉีดน้ำทะเลเข้าไปในเครื่องตั้งแต่เวลา 18.05 น. ตามเวลาประเทศไทย ระดับน้ำยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับที่ตรวจวัดได้

วันที่ 15 มีนาคม 2554 เวลา 04.10 น. มีการระเบิดที่โรงไฟฟ้าหน่วยที่ ๒

วันที่ 15 มีนาคม 2554 เวลา 07.55 น. ตามเวลาประเทศไทย ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศแจ้งว่าได้มีการประเมินความเสียหายของแกน ปฏิกรณ์ ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่สูงกว่าที่ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ ได้ประเมินไว้

นอกจากนี้ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ยังรายงานว่า  สำนักงานฯ ได้มีการติดตั้งเครื่องวัดรังสีในอากาศทั่วประเทศ โดยติดตั้งที่กรุงเทพมหานคร ขอนแก่น เชียงใหม่ และสงขลา โดยการแจ้งเตือนจะเตือนเมื่อระดับรังสีสูงกว่า 200 nSv/hr (Investigation level) โดยสำนักสนับสนุนกำกับดูแลความปลอดภัยจากพลังงานปรมาณู

เมื่อมีการฟุ้งกระจายและมีผลต่อสุขภาพของประชาชนในระดับรุนแรงนั้น สำนักงานจะมีการปฏิบัติโดยใช้แผนฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสีแห่งชาติเป็น แนวทางในการปฏิบัติ ในการปฏิบัติเบื้องต้น จะมีการสุ่มตัวอย่างอาหารตามที่ต่างๆ ที่คาดว่าจะมีวัสดุกัมมันตรังสีตกลงและปนเปื้อน โดยใช้เกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวงสำหรับการปนเปื้อนในอาหารซึ่งถ้าปนเปื้อน วัสดุกัมมันตรังสีที่แผ่รังสีแกมมา เมื่อค่าที่ปนเปื้อนอาหารและน้ำเกินระดับที่กำหนด จะมีการดำเนินการดังนี้

1. แนะนำให้ประชาชน ไม่ดื่ม หรือไม่รับประทานอาหารที่มีการปนเปื้อนวัสดุกัมมันตรังสีดังกล่าว
2. ถ้าวัดระดับรังสีในอากาศได้มากกว่า 1 ไมโครซีเวิร์ทต่อชั่วโมง ขึ้นไป ให้ประชาชนหลบอยู่ในที่พักอาศัย โดยปิดประตู หน้าต่างอย่างแน่นหนา และปิดระบบระบายอากาศ เพื่อป้องกันไม่ให้วัสดุกัมมันตรังสีที่อยู่ในอากาศเข้ามาในที่พักอาศัยได้
3. รอรับการแจ้งจากหน่วยงานระงับเหตุฉุกเฉิน (จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดที่เกี่ยวข้องและได้รับผลกระทบจากเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี และสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ) ว่าจะปฏิบัติตนอย่างไรต่อไป
4. เมื่อระดับรังสีที่ประเมินได้ สูงจนเป็นอันตรายต่อประชาชน หรือ 1 มิลลิซีเวิร์ท แนะนำให้ประชาชนอพยพออกนอกบริเวณ และไปอยู่ในบริเวณที่มีระดับรังสีไม่ทำให้เป็นอันตรายต่อร่างกาย
5. เมื่อระดับรังสีที่ประเมินได้ อยู่ในระดับปกติ แจ้งเตือนให้ประชาชนมีระมัดระวังในเรื่องของการเปรอะเปื้อนทางรังสีที่พื้น ดิน อาคารบ้านเรือน
6. การป้องกันเบื้องต้นสำหรับวัสดุกัมมันตรังสี I-131 เมื่อพบว่ามีการฟุ้งกระจายของวัสดุกัมมันตรังสี I-131 แจ้งให้ประชาชนรับประทาน โปแตสเซียมไอโอได ในทันที เพื่อลดการรับรังสีบีตา และแกมมาที่ต่อมไทรอยด์
7. การป้องกันเบื้องต้นสำหรับวัสดุกัมมันตรังสี Cs-137 ให้รับประทาน Prussian Blue หลังจากที่ได้รับวัสดุกัมมันตรังสี Cs-137 นั้นเข้าสู่ร่างกาย (ตามคำแนะนำของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ)

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์