ประกวดเทพธิดาแรงงาน : การช่วงชิงความหมาย ‘คนงาน’ ด้วย ‘ความงาม’

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ
การปรับโครงสร้างของระบบทุนนิยมโลกปัจจุบันก่อให้เกิดความพร่าเลือนต่อโลกของ แรงงานหลายประการ ภาพของแรงงานในยุคปัจจุบันมิได้มีองค์ประกอบของแรงงานในระบบการผลิตแบบโรง งานเป็นกลุ่มหลักเพียงกลุ่มเดียว หากประกอบด้วยแรงงานในระบบการจ้างงานแบบยืดหยุ่น อาทิ งานเหมาช่วง งานชั่วคราว งานที่รับไปทำที่บ้าน เป็นต้น รวมทั้งแรงงานในภาคการผลิตที่ไม่เป็นทางการอีกจำนวนมาก ซึ่งมีแรงงานหญิงเป็นองค์ประกอบสำคัญ ดังนั้น การจัดการอย่างใดอย่างหนึ่งเกี่ยวกับแรงงานหญิงย่อมส่งผลต่อความคิด และแนวทางการปฏิบัติของผู้ใช้แรงงาน ขบวนการแรงงานจะจัดขบวนในการขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตของ แรงงานอย่างไรในสภาวการณ์ดังกล่าว ?
 
แรงงานหญิงในสังคมไทย
ในอดีตที่ผ่านมา แรงงานเป็นกลุ่มที่มีความเข้มแข็งมากกว่าพลังอื่นๆ โดยเฉพาะแรงงานหญิง หากมองพัฒนาการของแรงงานในอดีตจนถึงปัจจุบัน จะเห็นว่าผู้หญิงเป็น องค์ประกอบสำคัญของแรงงานในประเทศไทย ทั้งในมิติของปริมาณและมิติของการเป็นพลังเคลื่อนไหวในอดีตที่มีบทบาทสำคัญ ในการเรียกร้องเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบทางสังคมที่เอื้อประโยชน์ต่อ คนทำงานจำนวนมาก ย้อนอดีตไปเมื่อต้นทศวรรษที่ 2530 การรวมกลุ่มที่เข้มแข็งของแรงงานหญิงภาคอุตสาหกรรมหลายประเภทโดยเฉพาะสิ่งทอ ทั้งในองค์กรที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ทำให้ การเรียกร้องของคนงานหญิงในภาคอุตสาหกรรมประสพความสำเร็จในการผลักดันให้ เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบทางสังคมให้มีหลักประกันสำหรับประชาชนคนทำงานทั่วไป ที่ไม่ได้รับสวัสดิการและการคุ้มครองตามกฎหมาย การเรียกร้องที่สำคัญในอดีต อาทิ สิทธิการลาคลอด 90 วันสำหรับลูกจ้างเอกชนและการเรียกร้องกฎหมายประกันสังคม และการเรียกร้องอื่นๆที่เกี่ยวกับกระบวนการใช้กฎหมายรวมทั้งสิทธิและ สวัสดิการของผู้ใช้แรงงานกลุ่มต่างๆ
 
การ เคลื่อนไหวของแรงงานหญิงในระยะแรกได้รับการหนุนเสริมจากหลายส่วนทั้งจาก องค์กรแรงงาน นักวิชาการ องค์กรพัฒนาเอกชน และต่อมามีพัฒนาการการรวมกลุ่มที่เข้มแข็งมากขึ้น รวมทั้งเป็นองค์กรตัวแทนของแรงงานที่เข้าไปมีส่วนร่วมในการผลักดันให้ออก กฎหมายและแนวปฏิบัติในด้านแรงงานหลายเรื่อง รวมทั้งการสื่อสารกับสังคมให้เข้าใจปัญหาแรงงาน กล่าวได้ว่า การเปลี่ยนแปลงและการปรับโครงสร้างในระบบสวัสดิการและการคุ้มครองแรงงานหลาย เรื่องเกิดจากการขับเคลื่อนของกลุ่มแรงงานหญิง อย่างไรก็ตามในช่วงที่ผ่านมา ความเข้มแข็งของการเคลื่อนไหวของแรงงานลดถอยลงด้วยปัจจัยทั้งภายในและภายนอก ขบวนการแรงงานเองได้ถูกผนวกเข้ากับกระแสการเคลื่อนไหวทางการเมือง แนวคิดและเป้าหมายในการเคลื่อนไหวจึงมีการเปลี่ยนแปลง และมีแนวทางแตกต่างกันตามเป้าหมายของแต่ละองค์กร
 
 
 
ประกวดเทพธิดาแรงงาน : การช่วงชิงความหมายบนเรือนร่างแรงงานหญิง
มติ ที่ให้มีการประกวดเทพธิดาแรงงานในวันแรงงานแห่งชาติที่จะมาถึง เป็นประเด็นที่มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนอะไรในโลกของแรงงาน ? การประกวดเทพธิดาแรงงาน มีนัยอย่างไรต่อแรงงานหญิง? แนว คิดในเรื่องการประกวดเทพธิดาแห่งความงาม ย้อนรอยไปถึงจุดกำเนิดของความคิดในเรื่องความงามในตำนานอารยธรรมกรีกโบราณ และมีการนำมาพัฒนารูปแบบการคัดเลือก และมอบรางวัลให้ผู้ที่มีความงามสูงสุด ซึ่งมีความผันแปรของความหมายและสัญลักษณ์แตกต่างกันไปในแต่ละยุคสมัย การจัดประกวดซึ่งมีความงามเข้าไปเกี่ยวข้องได้รับความนิยมมากขึ้นในยุคการ ขยายตัวของอุตสาหกรรมเพื่อความบันเทิง ในช่วงศตวรรษที่ 19-20 การจัดงานวันแรงงานในสหรัฐอเมริกามีผู้หญิงเป็นกลุ่มเป้าหมายของกิจกรรมเพื่อให้เป็นจุดสนใจของการจัดงาน ร่วมกับกิจกรรมอื่นๆ
 
การ จัดประกวดความงาม มีลักษณะทั่วไปของการแข่งขัน ด้วยการวัดเรือนร่างของผู้เข้าประกวด ซึ่งวางอยู่บนฐานการพิจารณาเรื่องมาตรฐานของความงาม ความสมบูรณ์ด้านใดด้านหนึ่ง การกำหนดสัดส่วนในเรือนร่างของผู้หญิงที่เข้าประกวดจึงเป็นเกณฑ์มาตรฐาน เบื้องต้น ซึ่งมีข้อวิพากษ์วิจารณ์อยู่ว่า เป็นการหนุนเสริมค่านิยมที่มองคุณค่าของผู้หญิง(โดยเฉพาะวัยรุ่น) ที่เรือนร่าง ความสวยงาม ซึ่งเพิ่มแรงกดดันให้ผู้หญิงต้องทำตัวให้สวย และต้องใช้เวลาและค่าใช้จ่ายในเรื่องการแต่งตัว เสริมสวย ทำศัลยกรรม ตลอดจนการอดอาหารเพื่อให้ร่างกายสวยงาม นอกจากนั้นยังเป็นการลดทอนความสำคัญของแรงงานหญิงซึ่งมีบทบาทเรียกร้อง ในสิทธิ ความเสมอภาค ความเป็นธรรมและสวัสดิการสังคม
 
การจัดประกวดเทพธิดาแรงงานมีนัยของความหมายแตกต่างจากการประกวดทั่วไปที่จัดกันอย่างไร ? แรงงานในระบบทุนนิยมอุตสาหกรรมนั้น ผู้ใช้แรงงานเป็นเจ้าของแรงงานกายและแรงงานสมองของตัวเองในการทำงาน และเข้าสู่กระบวนการใช้แรงงานในการผลิตเพื่อแลกเปลี่ยนกับค่าจ้างในการดำรง ชีพ บนพื้นฐานความสัมพันธ์การแลกเปลี่ยนเชิงเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นลักษณะทั่วไปของความสัมพันธ์ในสังคมทุนนิยม โดยในกระบวนการผลิต ศักยภาพแรงงานกายจะถูกดึงมาใช้เพื่อให้เกิดมูลค่าในการผลิต คนงานหญิงสัมพันธ์กับทุนนิยมสองมิติ ทั้งในมิติการผลิตและมิติของการบริโภคที่แรงงานหญิงเองก็กลายมาเป็นผู้ บริโภคสินค้าทุนนิยม การเป็น ‘คนงาน’ ในกระบวนการผลิตของทุนนิยมอุตสาหกรรม เรือนร่างของคนงานอยู่ภายใต้กระบวนการผลิตที่เคร่งครัด ขาดอิสระทั้งทางร่างกายและกระบวนการคิด ในขณะที่ชนชั้นกลางถึงแม้จะทำงานรับค่าจ้างแต่ก็มีอิสระ ไม่ต้องอยู่ในสถานะเป็นผู้ผลิตสินค้าป้อนตลาดเพื่อการบริโภค และไม่ต้องใช้แรงงานกายอย่างเข้มข้น ชนชั้นกลางจึงมีเวลาว่างมากกว่าและมีศักยภาพในการบริโภคสูงกว่าคนงาน การที่แรงงานจะบริโภคได้มากน้อยเพียงใดเป็นผลมาจากสถานะการเป็นผู้ผลิตว่า จะต่อรองกับทุนและได้รับค่าตอบแทนในการยังชีพมากน้อยเพียงใด
 
ขณะ เดียวกันในปริมณฑลของการบริโภค ผู้ใช้แรงงานก็เป็นกลุ่มเป้าหมายทางการตลาดของสินค้าทุนนิยมเฉกเช่นมวลชน ทั่วไปในสังคม การประกวดประชันกันในเรื่อง ‘ความ งาม’ ของเรือนร่าง จึงไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของแรงงานหญิง หากเงื่อนไขในสถานะของผู้ผลิตนั้นยังด้อยคุณภาพ ค่าจ้างต่ำ แล้วยังต้องเสียค่าใช้จ่ายเพื่อปรุงแต่งเรื่องความสวยงาม
 
ใน อดีตที่ผ่านมา แรงงานหญิงในสังคมไทยถูกนำเสนอในพื้นที่สาธารณะด้วยภาพลักษณ์การทำงานของ ผู้หญิง รวมทั้งการสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของแรงงานหญิง อันเป็นภาพลักษณ์ของ ‘คนงาน’ ที่เป็นเจ้าของแรงงานกายและแรงงานสมองของตัวเองในการทำงาน เป็นภาพลักษณ์ซึ่งเปิดเผย ‘ความงาม’อันแท้จริงบนเรือนร่างของแรงงานหญิง แต่ในกระบวนการประกวดเทพธิดาแรงงาน ความหมายของความงามดังกล่าวกำลังถูกช่วงชิงด้วยปฏิบัติการของการสร้างความ หมายด้วยวิธีการอันแยบยลบนความซับซ้อนของระบบการผลิตและความสัมพันธ์การจ้าง แรงงาน ที่ตัวตนของคนงานเองจะ ถูกนิยามความหมายไปในรูปแบบอื่นซึ่งลดทอน ความหมายของเรือนร่างที่เป็นจุดกำเนิดของแรงงานในการสร้างผลผลิต และการเรียกร้องสิทธิในฐานะที่เป็นเจ้าของร่างกาย ถูกสร้างความหมายให้กลายเป็นวัตถุที่ต้องปรุงแต่งเพื่อความสวยงาม สร้าง ความพร่าเลือนในตัวตนของคนงาน ให้อยู่ในโลกของจินตนาการที่ผิดไปจากความเป็นจริง เป็นความคลุมเครือระหว่างโลกของการทำงานในกระบวนการผลิตและโลกของจินตนาการ ในปริมณฑลของการบริโภค
 
การ สร้างมาตรวัดของการประกวดด้วยการให้คุณค่ากับความสวยงามบนเรือนร่างยังไปตอก ย้ำความเหลื่อมล้ำทางสังคมเพิ่มขึ้น ด้วยการสร้างค่านิยมที่ส่งเสริมสถานภาพของผู้ที่มีความงามสูงสุดด้วยการให้ รางวัลและอภิสิทธิ์ทางสังคม เป็นการสร้างนิยามของความงามที่ตายตัวและไม่ยั่งยืน ทั้งยังลดทอนความแตกต่างหลากหลายทางกายภาพของมนุษย์ซึ่งเป็นความงามตามสภาพ ธรรมชาติ ความหมายของความงามนั้นควรถูกสร้างขึ้นโดยสัมพันธ์กับบริบทในชีวิตจริงของคน ในสังคม และมีเกณฑ์วัดที่หลากหลาย เป็นมิติความงามบนฐานของการยอมรับความความแตกต่าง และความเท่าเทียมกันของมนุษย์
 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์