แกนนำพันธมิตรฯ ยันไม่แตกแยก "พิภพ" แจง "สมศักดิ์" ปราศรัยไม่ได้เพราะติดข้อกฎหมาย

จำลอง” ชี้ถ้าแกนนำแตกแยกแล้วจะมาชุมนุมทำไม “พิภพ” ยังเชื่อมั่นในพรรคการเมืองใหม่ และสมศักดิ์ โกศัยสุข “สนธิ” ลั่นต้องยุติการเป็นตัวประกันให้ ปชป. โหวตโนคือปฏิรูปการเมืองครั้งใหญ่ ใครบอกไม่ใช่ประชาธิปไตยให้เอารองเท้าตบหน้า เชื่อในอนาคตจะเกิดภัยพิบัติหนัก รอบก่อนปราศรัยเรื่องแผ่นดินไหวไม่ทันขาดคำก็เกิดขึ้นจริง

 

สนธิยันชุมนุมนี้เป็นงานผู้รักชาติ ไม่ต้องเป็นพันธมิตรฯ ก็เข้าร่วมได้

บรรยากาศการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ เมื่อคืนวานนี้ (30 มี.ค.)นั้น  แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ประกอบด้วยนายสนธิ ลิ้มทองกุล พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายพิภพ ธงไชย ได้ขึ้นเวทีพร้อมกัน ขาดแต่เพียงนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ และนายสมศักดิ์ โกศัยสุข

โดยมีการเปิดเพลงเทียนแห่งธรรมก่อนที่จะมีการกล่าวปราศรัย โดยนายสนธิ ได้ปราศรัยก่อน โดยกล่าวว่า วันนี้ตนไปร่วมงานเผาศพบิดาของเพื่อนมา ชื่อหนิวเหล่า หรือผู้เฒ่าหนิว ก็มีข่าวอัปมงคลจากคนอัปมงคล ข่าวแรกบอกว่าวันที่ 6 เมษายนนี้ พันธมิตรฯ จะเดินขบวนไปถวายฎีกาแล้วสลายการชุมนุม ข่าวที่ 2 กล่าวหาว่ามีการแตกแยกระหว่างการแกนนำพันธมิตรฯ ซึ่งที่จริงแล้วการชุมนุมครั้งนี้ไม่ใช่งานของพันธมิตรฯ แต่เป็นงานของประชาชนผู้รักชาติ ใครก็ได้ไม่จำเป็นต้องเป็นพันธมิตรฯ ขอให้รักชาติก็เข้ามาร่วมได้

นายสนธิกล่าวต่อว่า พันธมิตรฯ เริ่มต้นเมื่อตอนปลายปี 2548 ซึ่งจุดเริ่มต้นในการรวมตัวของพันธมิตรฯ ก็คือความถูกต้องในสังคม หมายถึงจริยธรรม คุณธรรม ไม่ได้หมายถึงอย่างอื่น ความผูกพันระหว่างเรากับพี่น้องนั้นอยู่บนพื้นฐานความถูกต้อง ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของการหลงในตัวบุคคล เรื่องอะไรที่เป็นปัญหาของชาติบ้านเมืองแล้ว เราพร้อมที่จะออกมาต่อสู้และเชิญชวนพี่น้องอีกหลายกลุ่มหลายฝ่ายแม้ไม่ใช่ พันธมิตร ให้ออกมาร่วมต่อสู้ เหมือนกรณีเขมรและเขาพระวิหาร

 

ชี้ต้องยุติการเป็นตัวประกันพรรคประชาธิปัตย์ โหวตโนคือปฏิรูปการเมืองครั้งใหญ่

เราพูดมาตลอดเวลาว่าการเมืองครั้งนี้เป็นการเมืองที่สกปรก อัปรีย์ไปจัญไรมา เราต้องยุติการเป็นตัวประกันให้พรรคประชาธิปัตย์ที่เอาไปพูดว่าไม่เลือกเรา เขามาแน่ ทั้งที่จริงๆ แล้วถึงเลือกเราเขาก็มา เพราะมันเลวทั้งคู่ พวกเราถึงรณรงค์ให้โหวตโน ซึ่งนัยของมันคือการปฏิรูปการเมืองครั้งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เราจะโหวตโนหมด ไม่เว้นแม้แต่พรรคการเมืองใหม่

เพราะเราได้พูดที่สนามกีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แล้วว่า การตั้งพรรคการเมืองก็เพื่อหวังให้การเมืองดีขึ้น พรรคการเมืองใหม่ต้องเป็นเครื่องมือของพันธมิตรฯ ไม่ใช่เจ้านายของพันธมิตรฯ ถ้าพี่น้องเห็นว่าการเมืองแบบนี้เป็นการเมืองน้ำเน่า พรรคการเมืองใหม่ไม่ควรจะส่งคนลงเลือกตั้ง พรรคการเมืองใหม่ก็ควรจะฟังปรัชญานี้ ในฐานะที่พันธมิตรฯ เป็นเจ้าของพรรคการเมืองใหม่ หากกติกานี้ สมาชิกพรรคการเมืองใหม่คิดว่าไม่ยอมรับ แต่ไปยอมรับกติกาของ กกต.พรรคการเมืองใหม่กับพันธมิตรก็ต้องแยกทางกันเดิน

 

ใครบอกโหวตโนไม่ใช่ประชาธิปไตย พี่น้องถอดรองเท้าตบหน้าซะ

“โหวตโนคือสิทธิทางประชาธิปไตย อ้ายอีคนไหนบอกว่าโหวตโนไม่ใช่ประชาธิปไตย พี่น้องต้องถอดรองเท้าตบหน้ามันซะ” นายสนธิกล่าว และว่า เหมือนการเอากับข้าวมาวางบนโต๊ะ แล้วให้เราเลือกว่าจะกินอะไร เราเลือกไม่กินก็ได้ เพราะเรารู้ว่าคนทำมันเกลียดเรามันแอบถุยน้ำลายใส่กับข้าว และมันทำกับข้าวสกปรก อุปมาอุปมัยเหมือนการเมืองขณะนี้ที่มันเลวหมด อัปรีย์ไปจัญไรมา เราไม่เอา เราต้องการอาหารบนโต๊ะที่สะอาด ถูกสุขลักษณะ

นายสนธิ กล่าวต่อว่า ความผูกพันระหว่างตนกับแกนนำแต่ละคน สัมพันธ์กันด้วยจิตวิญญาณ แต่เมือไหร่ที่ตนทำผิด พล.ต.จำลองหรือคนอื่นๆ ก็ไม่คบกับตน เพราะฉะนั้นแล้วคนที่เขียนเรื่องความแตกแยกของแกนนำพันธมิตรฯ คงไปฟังคำพูดของคนบางคนที่ต้องการให้พันธมิตรฯ แตกแยกมา

 

พิภพ” แจง “สมเกียรติ” มาไม่ได้เพราะป่วย “สมศักดิ์” ติดข้อกฎหมาย

ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 21.40 น. นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นปราศรัยว่า วันนี้แกนนำขึ้นเวทีพร้อมกัน ขาดนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ เพราะป่วย แต่ก็ได้โทรศัพท์มาบอกว่าเอาอย่างไรก็เอาด้วยหมด ส่วนนายสมศักดิ์ โกศัยสุข ก็ยินดีมาแต่ติดเงื่อนไขข้อกฎหมาย อันนี้เข้าใจเพราะถูกเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่

นายพิภพ กล่าวว่า นายสุริยะใส ก็เป็นเลขาธิการพรรคการเมืองใหม่ ใครก็รู้ว่าตนรักนายสุริยะใสมากเพียงใด ไม่ว่าพรรคการเมืองใหม่จะมีมติเรื่องโหวตโนอย่างไร พันธมิตรฯก็เคารพประชาธิปไตยในพรรค สมาชิกพรรคการเมืองใหม่ก็คือพันธมิตรฯ ย่อมเข้าใจว่าพันธมิตรฯคิดอะไร และแน่นอนความเป็นพันธมิตรฯ กับความเป็นพรรคการเมืองใหม่ กฎกติกาย่อมต่างกัน แต่จิตใจไม่ต่างกัน การเมืองใหม่เกิดจากพันธมิตรฯ ดังนั้นพันธมิตรฯไม่มีวันทำลายพรรคการเมือง ใหม่เด็ดขาด

 

ลั่นเชื่อมั่นในพรรคการเมืองใหม่ และสมศักดิ์ โกศัยสุข

ทางการเมืองอาจมีช่วงจังหวะที่ความคิดทางการเมืองไม่เหมือนกัน การแยกก็แยกเฉพาะช่างที่คิดไม่เหมือนกัน แต่สุดท้ายก็ไปสู่จุดเดียวกันคือสร้างการเมืองสะอาด

"เราเคารพประชาธิปไตยพี่น้องพันธมิตรฯที่เป็นสมาชิกพรรคการเมือง ใหม่ เราต้องพิสูจน์ว่าพรรคเกิดจากพันธมิตรฯ แต่ก็มีกฎหมายเฉพาะ และพิสูจน์ให้เห็นว่าการเมืองใหม่มีความเป็นประชาธิปไตย และสมาชิกพรรคต้องใช้ความเป็นประชาธิปไตยบนปัญญา ความรู้ และความสะอาด ผมเชื่อมั่นในเรื่องพรรคการเมืองใหม่ เชื่อมั่นในตัวสมศักดิ์ด้วย" นายพิภพ กล่าว

 

ชี้ความมหัศจรรย์ 5 ประการของพันธมิตรฯ ร่วมเป็นร่วมตาย เห็นพ้องกันไม่เคยแตกแยก

นายพิภพ กล่าวอีกว่า การต่อสู้ร่วมกันมาในการเป็นพันธมิตรฯ สิ่งที่เป็นความมหัศจรรย์ของพันธมิตรฯ คือ 1.เรา มีมวลชนที่หนาแน่นยาวนานมาจนถึงทุกวันนี้ 2.สามารถสร้างแกนนำที่มาจากความหลากหลาย มีประวัติต่างกัน แต่รวมกันได้ 3.ในการต่อสู้ที่ยาวนานความเห็นอาจต่างกันบ้าง นี่เป็นประชาธิปไตยในแกนนำ และผู้ประสานงาน แต่จุดยืนไม่ต่างกัน เมื่อจุดยืนไม่ต่างกันความเห็นต่างมันก็กลายเป็นแค่เรื่องปลีกย่อย

4.เรามีฉันทามติทุกครั้งที่ประชุมกัน จนเห็นพ้องต้องกัน ไม่เคยแตกแยก 5.เรายืนอยู่ร่วมเป็นร่วมตาย แกนนำ 4 ราย อาจไม่ได้ถูกกระสุนแบบนายสนธิ แกนนำรุ่นสองไปยืนรับกระสุนที่หน้ารัฐสภาเมื่อวันที่ 7 ตุลา แกนนำคนอื่นยืนอยู่กับพี่น้องที่ทำเนียบ 193 วัน ไม่รู้ว่าวันไหนเอ็ม 79 จะลงเมื่อไหร่ วันนี้นายอภิสิทธิ์ก็ไม่เคยคิดเข้าไปตรวจสอบกรณีที่พันธมิตรฯ โดนระเบิดเลย แม้แต่นิดเดียว

 

ลั่นพันธมิตรฯ ปกป้อง 7.5 หมื่นล้าน ปรับ 500 ล้านได้อย่างไร ลั่น พธม. ไม่มีวันแตกแยก

นายพิภพ กล่าวอีกว่า พันธมิตรฯถูกดำเนินคดี ทางแพ่งโดนไป 500 ล้านบาท ถามว่าคุ้มหรือไม่ คุ้ม ต่อให้โดนอีก 500 ล้านบาท ก็คุ้ม นี่คือ 5 แกนนำ ผู้ประสานงาน รวมทั้งพี่น้องพันธมิตรฯ ที่โดนฟ้องร้อง แพ้คดีแพ่งก็จะอุทธรณ์ต่อ เพราะเชื่อมั่นว่าทำถูก พันธมิตรฯออกมาเพื่อปกป้อง 75,000 ล้าน จะมาปรับ 500 ล้าน ได้อย่างไร ยอมรับคำพิพากษาและชะตากรรมแต่ไม่มีวันท้อถอย

"พี่น้องพันธมิตรฯ และแกนนำ ร่วมทุกข์ร่วมสุขมาขนาดนี้ จะแตกแยกได้อย่างไร วันนี้พี่น้องบางส่วนอาจไม่เห็นด้วยในบางเรื่อง ไม่เข้าร่วมในบางประเด็น สุดท้ายจิตวิญญาณรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ไม่ไปไหน วันหนึ่งมันจะกลับมาบรรจบกัน การโหวตโน การต่อสู้เรื่องดินแดน มันมาถึงจุดที่สังคมเริ่มเข้าใจมากขึ้น รัฐสภาก็เริ่มโลเล อภิสิทธิ์ก็แกว่งไปแกว่งมา อาการเหมือนทักษิณตอนปลายสมัย ทักษิณช่วงเป็นรัฐบาลครั้งที่ 2 เสียงมากมายชี้เป็นชี้ตายประเทศได้เลย แต่ประมาทพันธมิตรฯ หลงระเริงกับอำนาจ สุดท้ายอาการแกว่งของทักษิณนำไปสู่การยุบสภาเหมือนอภิสิทธิ์วันนี้ไม่มีผิด" นายพิภพ กล่าว

นายพิภพ ยังกล่าวอีกว่า ตนดีใจ แกนนำดีใจ ที่ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพี่น้องมา เราไม่ได้เป็นแกนนำที่ลอยอยู่ในอากาศ แต่อยู่กับพ่อแม่พี่น้อง ให้มั่นใจว่าแกนนำกับพันธมิตรฯไม่มีวันแตกแยก เพราะภารกิจยังไม่สิ้นสุด และต่อให้ภารกิจสิ้นสุดก็ไม่แตกเพราะเราหลอมรวมกันมา ไม่ใช่พี่น้องก็เป็นพี่น้องกันแล้ว ไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน ไม่ใช่พ่อแม่เดียวกัน ก็เหมือนพ่อแม่เดียวกันแล้ว ขอให้มั่นใจว่าแกนนำ 5 คน ไม่มีวันแตกแยก และจะร่วมต่อสู้กับพี่น้องพันธมิตรฯ จนกว่าการเมืองจะสะอาด

 

จำลองยันแกนนำไม่แตกแยก แตกกันแล้วจะมาชุมนุมทำไม

ต่อมา พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า เขาลือว่าพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยแตกกัน หากพี่น้องจำกันได้ช่วงก่อนที่เราจะมาชุมนุมครั้งนี้ เขาก็ลือว่า พล.ต.จำลอง กับ สมณะโพธิรักษ์ แตกกัน เนื่องจากเขาเห็นว่ากองทัพธรรม กับ สันติอโศก ออกมาแล้ว แล้วจำลองอยู่ไหน ในความเป็นจริงตนเสนอจะชุมนุมวันที่ 11 ธ.ค.2553 ต่อมาเราประชุมกันเห็นควรเลือนไปวันที่ 25 มกราคม ซึ่งตนก็เป็นคนออกมาประกาศเอง แล้วอยู่ๆ ตนออกมาก่อนวันที่ 25 ก็เลยทำให้คนงง อย่างไรก็ดีเรื่องนี้ สมณะโพธิรักษ์ เข้าใจดีเรื่องนี้ก็เลยจางไป

พล.ต.จำลอง กล่าวต่อว่า ช่วงเราชุมนุม 193 วัน เวลา 20.30 บรรดาแกนนำฯจะออกมาพร้อมกันเพื่อร้องเพลงเทียนแห่งธรรม คราวนี้มาทีละคนสองคน เขาก็เลยเอาไปเป็นประเด็นใส่ความว่าต้องแตกกันแล้วแน่ๆ ทั้งนี้ตนเห็นว่าหากปล่อยให้ข่าวนี้แพร่ออกไปโดยไม่ออกมาชี้แจง ดังนั้นจะไม่เป็นผลดีทำให้ประชาชนเข้าใจผิด ขอยืนยันอีกครั้งว่าไม่แตกกัน

ขอให้พี่น้องมันใจไม่แตกกัน แตกกันแล้วจะมาชุมนุมทำไม แต่เรามีการพัฒนาการชุมนุม แกนนำพันธมิตรฯชุมนุมมีมติเป็นเอกฉันท์ สำหรับการชุมนุมครั้งนี้เป็นการชุมนุมรวมพลังปกป้องแผนดิน ได้ตั้งกรรมการขึ้นมา 16 คน ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นคณะกรรมการป้องกันราชอาณาจักรไทย นี่คือความเป็นมา แต่ไม่ได้มีความแตกแยกกัน คณะกรรมการป้องกันราชอาณาจักรไทย มีหน้าที่กำหนดนโยบายชุมนุม ปรึกษากันทำอย่างไรไม่ให้เสียดินแดนมากกว่าเก่า ทำอย่างไรนำไปสู่ชัยชนะให้ได้ โดยในบางครั้งก็ประชุมกันทั้งสองคณะ ทั้งสองคณะรู้เห็นเป็นใจกันตลอด เพียงแต่แบ่งหน้าที่กันทำ เมื่อเขาไม่รู้และต้องการทำให้เราแตกกันจริงๆ ก็เลยโฆษณาว่าเราแตกกันเพื่อต้องการตัดกำลัง แต่เป็นไปไม่ได้พี่น้องมีความเหนียวแน่นมาก

พล.ต.จำลอง กล่าวด้วยว่า เรามาชุมนุมครั้งนี้โชคดีมาก เจอ 3 ฤดูเลย ร้อน หนาว ฝน ที่บอกยังไม่ต้องเฮโลกันมาเยอะๆ มีมากก็ดีแต่แค่นี้ก็ชนะแล้ว ไม่ได้หมายถึงไม่ต้องมามากๆกันเลย หากรัฐบาลเปานกหวีดเมื่อไรต้องมาทันที่ ต้องขอขอบคุณพี่น้องที่มีความหนักแน่น แม้เข้าจะลือแล้วลืออีก พี่น้องก็ไม่หลงเชื่อ คงมาชุมนุมอย่างเหนียวแน่น แม้ภาคใต้เสียหายไปเพราะน้ำท่วมหนัก ก็ยังพยายามผลัดเปลี่ยนกันมา ขอยืนยันเราจะทำอย่างนี้เราจะสามัคคีกลมเกลียวเหนียวแน่น จนกว่าจะได้รับชัยชนะ

 

สนธิปราศรัยอีกรอบ ลั่นรอบก่อนพูดเรื่องแผ่นดินไหวยังไม่ทันขาดคำก็ไหวจริง

หลังจาก พล.ต.จำลอง ปราศรัยเสร็จ นายสนธิขึ้นปราศรัยว่า เกิดเป็นพันธมิตรสู้มาแล้ว 2-3 ศึก และคงต้องตายในฐานะพันธมิตรฯ เมื่อได้สู้มาแล้ว เมื่อคุณธรรมจริยธรรมมาอยู่ข้างหน้าแล้ว มันปฏิเสธไม่ได้ เราก็ต้องเดินหน้าต่อไป เหมือนที่ตนเคยบอกว่า พล.ต.จำลองได้มาพบแล้วบอกว่า การต่อสู้เรื่องเสียดินแดนนั้นตนยอมไม่ได้ สนธิจะไม่ร่วมก็ไม่เป็นไร แต่ตนบอกว่าจะร่วมต่อสู้ด้วย เพราะสิ่งที่ พล.ต.จำลองสู้นั้นเป็นเรื่องของชาติบ้านเมือง ตนต้องเข้าร่วม นี่คือจิตวิญญาณที่เราจะทำเพื่อส่วนรวม ไม่จำเป็นต้องมีสนธิสัญญา ถ้าเป็นการทำเพื่อส่วนรวม เราต้องเข้าร่วม

นายสนธิ กล่าวต่อว่า พี่น้องจำได้ใช่ไหมฮะ ว่าผมพูดเมื่อ 2-3 ครั้งที่แล้ว ผมพูดเรื่องภัยพิบัติ แผ่นดินไหว พูดไม่ทันขาดคำแผ่นดินไหวจริง และผมบอกว่าน้ำท่วมหาดใหญ่และเมื่อน้ำหายท่วมทั้งนายกเทศมนตรี และพรรคประชาธิปัตย์ ก็ไม่ได้ทำอะไร น้ำท่วมนครศรีธรรมราชก็ไม่ได้ทำอะไร เห็นหรือยังว่าภัยพิบัติจะเกิดขึ้นต่อไปเรื่อยๆ และการเมืองเมืองไทยในระบบนี้จะแก้ปัญหาภัยพิบัติไม่ได้เด็ดขาด เพราะนักการเมืองคิดแต่หน้าตาชื่อเสียง และจะเอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง

 

เตรียมช่วยเหลือน้ำท่วมภาคใต้ อัด ปชป. ไม่มีงบช่วยน้ำท่วม แต่มีงบพันล้านใช้โฆษณา

ผมอยากให้พี่น้องชาวใต้สบายใจ คราวที่แล้วที่มีการช่วยเหลือน้ำท่วม พี่น้องบริจาคมา 10 ล้านกว่าบาท เราใช้ไปใช้มา ยังเหลืออยู่ 7 ล้านบาท ทุกบาททุกสตางค์ที่ใช้จ่ายมีหลักฐานหมด จึงมีเงินเหลือที่จะนำไปช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมครั้งนี้โดยที่ไม่จำเป็นต้อง รบกวนพี่น้องอีก แต่จะใช้เงินที่เหลืออยู่ให้หมดก่อน โดยเงินที่ได้รับบริจาคมาทุกบาททุกสตางค์ถึงมือพี่น้องผู้ประสบภัย มีหลักฐานการใช้เงินและมีภาพถ่ายการช่วยเหลือให้เห็นชัดเจน ไม่เหมือนนักการเมืองที่ลงไปช่วยต้องรอให้ทีวีมาถ่ายก่อนค่อยแจกของ

นายสนธิกล่าวต่อว่า วันนี้ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ บอกว่า เงินที่จะไปช่วยเหลือชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมไม่มีแล้ว รัฐบาลต้องไปหามาจากที่อื่น แต่ป้ายโฆษณาพรรคประชาธิปัตย์ที่ติดตั้งอยู่บริเวณทางไปสนามบินสุวรรณภูมิ ใช้งบประมาณถึง 1 พันกว่าล้านบาท เพราะการเมืองเป็นแบบนี้ เราจึงต้องโหวตโน พรรคการเมืองไหนเราไม่เอาทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงเดือดร้อนมาโจมตีเราว่าไม่เป็นประชาธิปไตย ทั้งที่นายกฯ ก็เคยพูดไว้เมื่อก่อนหน้านี้ว่าการโหวตโนเป็นสิทธิของประชาชน

 

ย้ำอีก 3-4 ปีข้างหน้าถ้าไม่มีผู้บริหารเพื่อส่วนรวม น้ำจะท่วมกรุงเทพฯ

นายสนธิย้ำว่า จากนี้ไปอีก 3-4 ปีข้างหน้า ถ้าเราไม่มีผู้บริหารประเทศที่กล้าหาญ ซื้อสัตย์ ตั้งใจทำงานเพื่อส่วนรวม ประเทศ น้ำจะต้องท่วมกรุงเทพ วันนี้แทนที่นายสุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. จะเห็นว่าภัยพิบัติเริ่มมาแล้ว จะต้องรีบขุด ลอกคู ปรับสถานที่กันไม่ให้น้ำท่วม สนใจอยู่อย่างเดียว คือการสร้างสกายวอล์ก 50 กิโลเมตรรอบกรุงเทพมหานคร ในราคากิโลเมตรละ 300 ล้านบาท เพียงเพื่อต้องการไม่ให้พ่อค้าแม่ค้าเกะกะ นี่คือการทำงานของพรรคประชาธิปัตย์

เพราะฉะนั้นพี่น้องจะเห็นได้ชัด ว่าถ้าเราไม่หาทางเปลี่ยนแปลง เอาคนที่มีความกล้าหาญ ผู้บริหารประเทศที่มีความซื่อสัตย์แล้วพร้อมที่จะทำงานเพื่อส่วนร่วมเข้ามา แผ่นดินจะต้องไหว นี่แผ่นดินไหวทางอีสาน

 

อ้างคำผู้เฒ่าจีน เมืองไทยทางใต้จะหาย ส่วนพม่าจะหายครึ่งประเทศ กัมพูชาจะหายไปหมด

เห็นหรือยังพี่น้อง ผมลืมเล่าให้ฟังว่าผู้เฒ่าหนิวเหล่าเคยเล่าให้ผมฟังว่าแผ่นดินจะไหวมาก เล่าให้ฟังหลายปีแล้ว หนิวเหล่าบอกว่าที่เมืองจีนท่านได้สร้างสร้างเจดีย์ไว้ 5 จุด เพื่อตรึงประเทศจีน เพื่อไม่ให้แผ่นดินประเทศจีนไหวตามพื้นโลก แล้วท่านก็บอก ท่านบอกเมืองไทยก็สร้างเจดีย์ แต่ท่านพูดอย่างนี้ ท่านดูแล้วจะตรึงไว้ได้เฉพาะอีสาน เหนือ ลงมากระทั่งถึงภาคกลาง ทางใต้จะตรึงไม่ได้ ท่านบอกอย่างนี้ ท่านพูดของท่านนะ เชื่อไม่เชื่อให้รอดูต่อไป ให้ระวังเอาไว้ เมืองไทยทางใต้จะหายไป ผมเรียนให้ทราบอย่างนี้ ขอให้รับทราบไว้ก่อนนี่คือคำพูดของคนแก่คนหนึ่ง ซึ่งศึกษาทั้งวิทยาศาสตร์และจิตวิญญาณทุกอย่าง พม่าจะหายไป พม่าจะหายไป ที่สำคัญที่สุด พม่าจะหายไปครึ่งประเทศ ที่สำคัญที่สุด เขมรจะหายไปทั้งประเทศ (ผู้ชุมนุมโห่ร้อง)

เขมรจะหายไปทั้งประเทศ นี่คือคำพูดของหนิวเหล่า ผู้เฒ่าหนิวอเมริกานั้น แคลิฟอร์เนียทั้งภาคจะหักและจมลงทะเลไปหมด (ผู้ชุมนุมปรบมือ) ยุโรปจะแบ่งออกเป็นเกาะ เกาะอังกฤษจะไม่เหลือ เหลือเป็นจุดๆ คำพูดคำทำนายทายทักล่วงหน้าไม่เป็นไร แต่ข้อเท็จจริงมี เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ ไม่เคยเจอวันที่ 30 มีนาคม อากาศเย็นแบบนี้ ไม่เคยเจอ (ผู้ชุมนุมปรบมือ) ธรรมดาแล้ววันที่เริ่มมีงานกาชาดมันร้อนจนเหงื่อไหลรอดรักแร้ออกมาตลอดเวลา เลยใช่ไม่ใช่ พี่น้อง เพราะฉะนั้นพี่น้องอย่าประมาทภูมิอากาศ และภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้น

 

ที่มา: เรียบเรียงจาก ASTV [ไฟล์เสียง] และ ASTVผู้จัดการออนไลน์ [1] , [2] , [3]

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์