ใจ อึ๊งภากรณ์: ขบวนการเสื้อแดงกับปัญหาการเลือกตั้ง

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

คนเสื้อแดงรู้ดีว่าอำมาตย์กำลังจะโกงการเลือกตั้งด้วยวิธีหลากหลาย ... ตั้งแต่การทำรัฐประหาร ๑๙ กันยา การยุบพรรค การตัดสิทธิ์นักการเมือง การร่างรัฐธรรมนูญทหาร การใช้ กกต. เป็นเครื่องมือ การติดสินบนและการข่มขู่ให้นักการเมืองเปลี่ยนข้าง และการคุมสื่อด้วยกฏหมายเผด็จการ นอกจากนี้เราเริ่มมองออกว่าพรรคเพื่อไทยไม่มีความกระตือรือร้นที่จะเข้าใจสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไทย หวังแต่จะพึ่งบุญเก่าและไม่คิดค้นนโยบายใหม่ๆ ที่จะครองใจประชาชน ซึ่งอาจยิ่งทำให้ฝ่ายตรงข้ามโกงการเลือกตั้งได้ง่ายขึ้น แต่คนที่เสนอว่า “การเลือกตั้งไม่สำคัญ” โดยอ้างว่าต้องการโค่นอำมาตย์อย่างเดียวแทน เป็นคนที่ไม่เข้าใจพลวัตของการต่อสู้และความเชื่อมโยงระหว่างการต่อสู้ประจำวันกับการปฏิวัติ และที่แย่กว่านั้น บ่อยครั้งคนที่เสนอว่าเราต้องหันหลังกับการเลือกตั้ง เป็นคนที่ไม่มีข้อเสนออะไรเลยที่เป็นรูปธรรมนอกจากการด่าเบื้องบนหรือคนที่มองต่างมุมกับตนเอง นักปฏิวัติมาร์คซิสต์อย่าง อันโตนีโอ กรัมชี่ อธิบายมานานแล้วว่าในการปฏิวัติล้มอำมาตย์หรือเผด็จการทุนนิยม เราต้องให้ความสำคัญกับการต่อสู้เพื่อครองใจประชาชนด้วย ไม่เช่นนั้นเราจะเคลื่อนต่อไปเพื่อล้มระบบไม่ได้ เพราะเราจะขาดมวลชน การต่อสู้เพื่อครองใจคนจำนวนมากคือการต่อสู้เพื่อช่วงชิงความชอบธรรมในสังคม และในสังคมไทย ความชอบธรรมทางการเมืองที่มีพลังมหาศาล มาจากการชนะการเลือกตั้งและประชาธิปไตย นี่คือสาเหตุที่เราหันหลังให้การเลือกตั้งไม่ได้ แต่นั้นไม่ได้หมายความว่าเราจะหลงคิดว่าการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้เป็นจุดจบของการต่อสู้ หรือจะแก้ปัญหาอะไรได้ และเราไม่ควรหลงคิดว่าถ้าพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง เราจะมีอำนาจรัฐ และเราจะสามารถสร้างประชาธิปไตยแท้ได้ ประสบการณ์จากความอ่อนแอของรัฐบาลพรรคพลังประชาชนที่เผชิญหน้ากับม็อบมีเส้นและทหารที่ไม่ทำตามคำสั่งรัฐบาลน่าจะเป็นบทเรียนสำหรับเรา แต่ในมุมกลับ ถ้าพรรคประชาธิปัตย์และพรรคแนวร่วมชนะการเลือกตั้งผ่านการโกงเล็กๆน้อยที่ทำมาตลอด เขาจะได้เปรียบมากในเชิงความชอบธรรมถ้าเราไม่เตรียมตัวโต้ตอบล่วงหน้า การเลือกตั้งที่จะถึงนี้ ไม่ใช่การกลับไปสู่สภาพเดิมของการเมืองไทยก่อนรัฐประหาร ๑๙ กันยา การเสนอนโยบายจิ๊บจ๊อยเรื่องราคาน้ำมันปาล์มหรือเรื่องช่างไข่เป็นกิโล ไม่เหมาะสมกับสภาพการเมืองปัจจุบัน เพราะสังคมไทยผ่านวิกฤตการเมืองมาหลายปี ผ่านการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของคนเสื้อแดง ผ่านการสูญเสียทั้งสิทธิ์และเลือดเนื้อโดยอันธพาลพันธมิตรฯ และทหารมือเปื้อนเลือด ตอนนี้ประชาชนไทยจำนวนมากต้องการแก้ปัญหาใหญ่ๆ ในสังคมไทย เช่นปัญหานักโทษการเมือง ปัญหากฏหมายเผด็จการ 112 ปัญหาระบบศาลที่ไม่มีมาตรฐานความยุติธรรม ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่เรื้อรังและเกี่ยวข้องกับการทำรัฐประหารแต่แรก สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องใหญ่ๆ ทั้งสิ้นที่ท้าทายอำนาจอำมาตย์ และขบวนการเสื้อแดงต้องชูประเด็นเหล่านี้และตั้งคำถามยากๆ กับนักการเมืองทุกพรรครวมถึงพรรคเพื่อไทยด้วย เราต้องมีส่วนสำคัญในการกำหนดวาระทางการเมืองของการเลือกตั้ง และข้อเสนอหรือข้อเรียกร้องของเราต้องแหลมคมพอที่จะทนทานต่อการแพ้การเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย คือต้องเป็นข้อเรียกร้องที่เราใช้เคลื่อนไหวต่อไปได้ ไม่ว่าใครจะชนะการเลือกตั้ง ในช่วงนี้มีหลายคนในขบวนการเสื้อแดง เช่นหนูหริ่งบก.ลายจุด พูดว่า “คนเสื้อแดงเข้าใจว่าทำไมต้องต้านอำมาตย์ แต่ยังไม่เข้าใจประชาธิปไตย” ผมคิดว่าเขาไม่ได้ใช้ประโยคนี้ในลักษณะเดียวกับที่ทหารเผด็จการหรือพวกเสื้อเหลืองใช้เพื่อเป็นข้ออ้างในการทำรัฐประหาร แต่ผมคิดว่าเราควรมีการขยายความและเปลี่ยนคำ เพราะประชาธิปไตยเป็นแค่พื้นที่อิสระเสรีสำหรับการกำหนดลักษณะสังคม นโยบายสาธารณะ และรูปแบบการปกครองโดยพลเมือง ตรงนี้ผมมั่นใจว่าคนเสื้อแดงเข้าใจชัดเจน แต่ประเด็นว่าเราจะนำพื้นที่อิสระเสรีนี้มาใช้สร้างสังคมแบบไหน นั้นเป็นข้อถกเถียงแน่นอน บางคนต้องการแค่หมุนนาฬิกากลับสู่รัฐบาลทักษิณ บางคนต้องการสิทธิเสรีภาพมากกว่านั้น บางคนต้องการระบบสาธารณรัฐ บางคนต้องการรัฐสวัสดิการและในที่สุดสังคมนิยม การที่เราชาวเสื้อแดงไม่มีจุดร่วมตรงนี้เป็นเรื่องธรรมดา แต่มันไม่ใช่ว่าเราไม่เข้าใจประชาธิปไตย และตราบใดที่เราไม่มีประชาธิปไตย เราก็ไม่สามารถลงมือถกเถียงและลองผิดลองถูกอย่างเป็นรูปธรรมในการใช้พื้นที่อิสระเสรีของประชาธิปไตยได้ ข้อเรียกร้องที่จะท้าทายอำมาตย์ ต้องปล่อยนักโทษการเมืองเสื้อแดงทุกคนและยกเลิกคดี ต้องยกเลิกกฏหมายหมิ่นและกฏหมายคอมพิวเตอร์ที่ใช้ปิดปากประชาชนไทย ต้องนำนักการเมืองและนายพลที่มีส่วนในการสั่งฆ่าประชาชนมาลงโทษ ต้องร่างรัฐธรรมนูญใหม่โดยชุมชนคนเสื้อแดงต้องมีส่วนสำคัญในทุกขั้นตอนของกระบวนการ ต้องมีการปฏิรูปกองทัพ และระบบศาล แบบถอนรากถอนโคน ต้องสร้างสันติภาพในภาคใต้และที่ชายแดนเขมรด้วยมาตรการทางการเมืองที่แทนวิธีทหาร ประเทศไทยต้องเริ่มสร้างรัฐสวัสดิการถ้วนหน้าและครบวงจร ผ่านการเก็บภาษีจากคนรวย สหภาพแรงงาน และกลุ่มชุมชน ต้องมีสิทธิเสรีภาพในการต่อรองตามมาตรฐานสากล อ่านบทความของใจ อึ๊งภากรณ์ได้ที่ http://redthaisocialist.com

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์