เมื่อ “แอร์-สจ๊วต” งัดข้อ “การบินไทย” ชี้เลือกปฏิบัติ “มาตรการลดน้ำหนัก”

คนงานคอปกขาวรายได้สูงอย่างพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ใครว่าจะไม่ออกมาเรียกร้องสิทธิต่อรองกับนายจ้าง เมื่อ “แอร์โฮสเตส-สจ๊วต” ของสายการบินระดับโลก “การบินไทย” ออกมาโวยในประเด็น “มาตรการลดน้ำหนัก” ล่าสุด “ศาลแรงงานกลาง” นัดไกล่เกลี่ย \พนักงาน-ผู้บริหาร\" แต่นัดแรกผู้บริหารไม่พร้อม นัดอีก 21 เม.ย.นี้ “ลดน้ำหนักหรืองดบิน” สื่อต่างประเทศตีข่าว “แอร์-สจ๊วต” งัดข้อ “การบินไทย” ในมาตรการเกี่ยวกับร่างกายของพวกเขา (ที่มาภาพ: cnngo.com) เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาสื่อทั้งในและต่างประเทศได้นำเสนอรายงานข่าวไปทั่วโลกว่า ภายใต้กฎเกณฑ์ใหม่ที่ออกมาเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว (พ.ศ. 2554) สายการบินระดับโลกอย่างการบินไทย ได้กำหนดระเบียบที่เกี่ยวกับ “ร่างกาย” ของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน โดยกำหนดให้แอร์โฮสเตสจะต้องมีน้ำหนักมวลรวมไม่เกิน 25 จุด และรอบเอวไม่เกิน 81 เซ็นติเมตร และสจ๊วตมีน้ำหนักมวลรวม 27.5 จุด รอบเอว 89 เซ็นติเมตร โดยพนักงานเหล่านี้จะมีเวลา 6 เดือนในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์นี้ หากใครไม่สามารถทำตามได้ จะต้องถูกย้ายไปทำงานเป็นแอร์โฮสเตสเที่ยวบินในประเทศ หรือเป็นแอร์โฮสเตสเที่ยวบินระยะ 1 วัน และสูญเสียเบี้ยเลี้ยงการบิน และหากยังไม่สามารถทำได้ภายใน 1 ปี จะถูกย้ายไปเป็นพนักงานต้อนรับภาคพื้นดิน ซึ่งปรากฏตามหน้าข่าวว่ามีพนักงาน 41 รายไม่สามารถลดน้ำหนักได้ จำนวนนี้ 28 รายเป็นผู้ชาย! ในเบื้องต้น โฆษกการบินไทยให้รายละเอียดกับสื่อว่าเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องทำให้พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินมีน้ำหนักตัวในระดับมาตรฐานและปฏิเสธว่ากฎเกณฑ์นี้ละเมิดต่อสิทธิของพนักงาน และมีจุดประสงค์เพื่อให้พนักงานเหล่านี้มีสุขภาพที่พร้อมจะรับมือกับกรณีฉุกเฉินต้องเคลื่อนย้ายผู้โดยสาร ทั้งนี้ในมุมมองของ “แรงงาน” (พนักงานการบินไทย) กลับมองว่ากฎเกณฑ์ดังกล่าวเป็นรูปแบบของการเลือกปฏิบัติ และนำมาใช้กับแต่เฉพาะพนักงานต้อนรับบนเครื่อง แต่ไม่ใช่กับพนักงานอื่น ๆ ของการบินไทย ขณะที่โฆษกสำนักงานคุ้มครองสวัสดิการและแรงงานระบุว่า กฎเกณฑ์ดังกล่าวไม่ถือผิดกฎหมายและอยู่ภายใต้อำนาจการบริหารของการบินไทย ซึ่งมีจุดประสงค์ห่วงใยต่อการให้บริการผู้โดยสาร ผู้บริหารบินไทยโต้กีดกัน \"แอร์-สจ๊อต\" อ้วน ยันออกคำสั่งตามกรอบการแข่งขันสายการบิน จากนั้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 54 นายธีรพล โชติชนาภิบาล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายผลิตภัณฑ์และการบริการลูกค้า และนายชัชวาล เสนะวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ร่วมแถลงข่าวชี้แจงกรณีออกคำสั่งเรื่อง หลักเกณฑ์การปรับปรุงบุคลิกภาพของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน โดยใช้ค่าดัชนีมวลกาย Body Mass Index (BMI) นายธีรพลระบุว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งของบริษัท การบินไทยฯ ที่ 101/2553 เรื่อง หลักเกณฑ์การปรับปรุงบุคลิกภาพของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน โดยใช้ค่าดัชนีมวลกาย Body Mass Index (BMI) ลงเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2553 คำสั่งนี้ถือเป็นแนวปฏิบัติเพื่อความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจการบิน ซึ่งการบินไทยได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะต้องเป็นสายการบินติด 1 ใน 3 ของเอเชีย และเป็น 1 ใน 5 ของสายการบินระดับโลก ปัจจัยสำคัญที่จะต้องมีการพัฒนาปรับปรุงอยู่เสมอ คือการให้บริการและบุคลิกภาพที่ดีของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน นอกจากจะมีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงแล้ว จะต้องมีรูปร่างที่เหมาะสม มีสมรรถภาพในการปฏิบัติงาน ตลอดจนสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับบริษัท นายธีรพลกล่าวอีกว่า ก่อนที่จะออกคำสั่งนี้เป็นลายลักษณ์อักษร ทางบริษัทการบินไทยฯ ได้พูดคุยชี้แจงกับพนักงานต้อนรับทั้งหญิงและชาย เรื่องการปรับปรุงบุคลิกภาพให้เหมาะสมกับภาพลักษณ์ของพนักงานต้อนรับบน เครื่องบิน เพราะเป็นหนึ่งในปัจจัยการแข่งขันของสายการบินไทยกับสายการบินอื่นๆ หลังจากมีการประกาศคำสั่งดังกล่าวออกมา ให้ระยะเวลาพนักงานในการปรับปรุงภายในระยะเวลา 6 เดือน และยังให้เวลาอีกระยะหนึ่ง พบว่าจากพนักงานผู้ปฏิบัติหน้าที่พนักงานต้อนรับทั้งหมด 6

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์