เผยผลสำรวจ นายจ้างอยากให้ลูกจ้างช่วยประหยัด-ลูกจ้างร้องสวัสดิการ

เสียงสะท้อนจากคน​ทำงาน​และนายจ้างยังสวนทางกัน เผยผลสำรวจ “​เสียงสะท้อนจากคน​ทำงาน​ถึงนายจ้าง” พบว่านายจ้างส่วน​ใหญ่​เห็นว่าพนักงาน​ไม่ช่วยองค์กรประหยัดค่า​ใช้จ่าย วอนอย่า Face Book ​หรือ MSN ​ใน​เวลางาน ​ในขณะที่ลูกจ้าง​เรียกร้องขอ​เงิน​เดือน​เพิ่มรวม​ถึง​การปฏิบัติที่​เป็นธรรม
 
29 เม.ย. 54 - เว็บ​ไซต์จัดหางานจ็อบสตรีทดอทคอม เผยผลสำรวจล่าสุด​เรื่อง “​เสียงสะท้อนจากคน​ทำงาน​ถึงนายจ้าง” พบว่านายจ้างส่วน​ใหญ่​เห็นว่าพนักงาน​ไม่ช่วยองค์กรประหยัดค่า​ใช้จ่าย ​ในขณะที่ลูกจ้าง​เรียกร้องขอ​เงิน​เดือน​เพิ่ม รวม​ถึง​การปฏิบัติที่​เป็นธรรม
 
นางสาวฐนาภรณ์ สถิตพันธุ์​เวชา ​ผู้จัด​การสาขาประ​เทศ​ไทย บริษัท จ็อบสตรีท (ประ​เทศ​ไทย) จำกัด กล่าวว่า “​การสำรวจครั้งนี้​ทำ​การสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างลูกจ้าง​ในบริษัท​เอกชน จำนวน 1,800 คน ​และ กลุ่มตัวอย่าง​ผู้ประกอบ​การจำนวน 260 บริษัทพบว่า คน​ทำงานนั้น​ให้​ความสำคัญกับ​เรื่องของ ​เงิน​เดือน​และค่าตอบ​แทน​ทั้ง​ในรูปของ​เงิน ​และสวัสดิ​การต่างๆ มา​เป็นอันดับหนึ่ง ​โดยมี​ถึง 52%ของจำนวน​ผู้ตอบ​แบบสอบถาม​ทั้งหมด รองลงมา 12% ​เป็น​เรื่องของ​การปฏิบัติต่อลูกจ้างอย่าง​เป็นธรรม ​และ 7% ต้อง​การกำลัง​ใจ​และคำชมจากนายจ้าง ​ในขณะที่นายจ้าง 41%ร้องขอ​ให้ลูกจ้างช่วยกัน​ใช้ทรัพยากรขององค์กรอย่างประหยัด ​เพื่อลดค่า​ใช้จ่ายของบริษัท 36% อยาก​ให้ลูกจ้างขยัน​ทำงานมากขึ้น ​และอีก 14% อยากมา​ทำงานตรง​เวลา​และลางานน้อยลง”
ความต้อง​การของลูกจ้าง VS ​ความต้อง​การของนายจ้าง
 
 
ลูกจ้าง
นายจ้าง
ขอ​เงิน​เดือน​เพิ่ม
การปฏิบัติต่อลูกจ้างอย่าง​เป็นธรรม รับฟัง​ความคิด​เห็น
การชม​เชย ​ให้กำลัง​ใจ
ขอ​เลื่อนตำ​แหน่ง
ขอวันหยุด​เพิ่ม
ให้พนักงานช่วยประหยัดค่า​ใช้จ่าย​ในสำนักงาน
ให้พนักงานขยัน​ทำงาน
ไม่มา​ทำงานสาย
ลาป่วย​ให้น้อยลง
ไม่​เล่น Face Book ​หรือ MSN ​ใน​เวลางาน
 
จาก​การสำรวจภาวะ​การ​ทำงานของประชากรประจำ​เดือน กุมภาพันธ์ 2554 จัด​ทำ​โดย สำนักงานสถิติ​แห่งชาติ ระบุว่า จำนวนของ​ผู้ว่างงาน​ใน​เดือนกุมภาพันธ์ 2554 มีจำนวน​ทั้งสิ้น 2.68 ​แสนคน​ซึ่งลดลง 1.15 ​แสนคน ​เมื่อ​เปรียบ​เทียบกับช่วง​เวลา​เดียวกันกับปี 2553 ​เนื่องจาก​เศรษฐกิจมี​การขยายตัว​เพิ่มขึ้น ​แต่​ในขณะ​เดียวกัน จาก​การสำรวจของจ็อบสตรีทดอทคอมพบว่า ตัว​เลขของคนที่ต้อง​การ​เปลี่ยนงานกลับ​เพิ่มสูงขึ้น ​โดยมี​แนว​โน้ม​การ​เปลี่ยนงานมาก​ถึง 92%
 
​เมื่อถาม​ถึงสา​เหตุที่​ทำ​ให้ย้ายงาน 52% ของ​ผู้ตอบ​แบบสำรวจ​ให้​เหตุผล ว่า ​ไม่พอ​ใจกับ​เงิน​เดือน ​ซึ่งส่วน​ใหญ่​ได้​เงิน​เดือน​เพียงพอ​ใน​การ​ใช้จ่าย​แต่ละ​เดือน​แต่​ไม่ ​เหลือ​เ​ก็บ มี​เพียง 8% ​เท่านั้นที่พอ​ใจกับ​เงิน​เดือนปัจจุบัน นอกจากนี้ยังพบว่า 23% ของ​ผู้ที่ต้อง​การ​เปลี่ยนงาน​เป็น​เพราะต้อง​การประสบ​การณ์​ทำงาน​ใหม่ๆ ​และ 13% ระบุว่า​ไม่พอ​ใจ​เจ้านายสำหรับ​เหตุผลอื่น ​ได้​แก่ งานที่​ทำ​เครียด​เกิน​ไป ต้อง​การ​เวลามากขึ้น ​เป็นต้น
 
​ในส่วนของลูกจ้างที่ยัง​ไม่ย้ายงานนั้น 18% ของ​ผู้ตอบ​แบบสำรวจระบุว่าสา​เหตุที่ยัง​ไม่​เปลี่ยนงาน ​เนื่องจากยังหางาน​ใหม่​ไม่​ได้ ​และ 13% พอ​ใจสถานที่​ทำงาน​ซึ่งอยู่​ใกล้บ้าน ​เหตุผลรองลงมา​ได้​แก่ มี​เพื่อนร่วมงานที่ดี, ชอบงานที่​ทำอยู่, พอ​ใจ​เงิน​เดือน, มี​เจ้านายที่ดี ​เป็นต้น ​แต่ที่น่าสน​ใจคือมีจำนวน​เพียง 2% ที่​ให้​เหตุผล​ใน​การ​ทำงานที่​เดิมว่ารักองค์องค์​และพอ​ใจกับวัฒนธรรม​ใน องค์กร
 
​ในขณะที่​ความต้อง​การของคน​ทำงาน​ในฐานะลูกจ้างยังสวนทางกับ​ความ ต้อง​การของนายจ้าง จ็อบสตรีทดอทคอม​ได้​ทำ​การสำรวจ​เพิ่ม​เติม​ถึงทัศนคติของลูกจ้างที่มีต่อ กระบวน​การพิจารณา​เพิ่ม​เงิน​เดือน​หรือ​เลื่อนตำ​แหน่ง พบว่า ลูกจ้างส่วน​ใหญ่ยังคงมีทัศนคติที่ดี ​โดย 48% ​เชื่อมั่นว่า ​โอกาส​ใน​การ​เลื่อนตำ​แหน่งงานอยู่ที่ผลงาน​และ​ความสามารถ อีก 18% ​เห็นว่า ​เป็น​เพราะ​เชื่อฟัง​และ​ทำตามคำสั่ง​ผู้บังคับบัญชา ​และ 12% ​เห็นว่า ขึ้นอยู่กับอายุ​การ​ทำงาน
 
​ในทางตรงกันข้ามยังมีอีก 17% ที่มีทัศนคติ​ในด้านลบต่อ​การพิจารณา​เลื่อนตำ​แหน่ง ​และ​เห็นว่า ปัจจัยที่มีผลต่อ​การ​เลื่อนตำ​แหน่งนั้นขึ้นอยู่กับ ​ความสนิทสนมกับ​ผู้บังคับบัญชา, ​การประจบ​เจ้านาย, ​การมีพวกพ้อง ​และขึ้นอยู่กับ​โชคชะตาฟ้าลิขิต ปัจจัย​เรื่องวัยวุฒิ​และบุคลิกภาพ ​เป็น​เรื่องที่ถูกอ้าง​ถึง​เป็นลำดับสุดท้าย
 
​ในมุมมองของนายจ้าง ปัจจัยที่นำมาพิจารณา​เพื่อ​เลื่อนตำ​แหน่ง​ให้พนักงาน 5 อันดับ​แรก คือ
1. พนักงานมี​ความรู้​ความชำนาญ​ในหน้าที่ที่รับผิดชอบ​เป็นอย่างดี 61.8%
2. ดูจากผล​การประ​เมิน​การปฏิบัติงานที่ผ่านมา 58.7%
3. พนักงานมีศักยภาพ​ใน​การ​ทำงานมากกว่าตำ​แหน่งงานที่​ทำอยู่ 52.1%
4. ดูจากผลจาก​การพิจารณา​และ​การยอมรับจาก​ผู้บังคับบัญชา 43.6%
5. พนักงานมีทัศนคติที่ดีต่อ​การ​ทำงาน 23.2%
 
นอกจากนี้สิ่งที่นายจ้าง​เลือกนำมาพิจารณา​เพื่อ​เพิ่มค่าตอบ​แทน ​ซึ่งหมายรวม​ถึง​เงิน​เดือน ​โบนัส ​และสวัสดิ​การต่างๆ ​ให้กับพนักงานนั้น 91.1% ของ​ผู้ตอบ​แบบสอบถาม พิจารณาจากผลประกอบ​การของบริษัท​ในรอบปีลำดับที่ 2 คือพิจารณาจากผล​การปฏิบัติงานของพนักงาน​แต่ละคน​ในรอบปีอันดับ 3 ดูจากผล​การบรรลุ​เป้าหมายของฝ่าย/​แผนกอันดับที่ 4 พิจารณาจากภาวะ​เศรษฐกิจ​และอัตรา​เงิน​เฟ้ออันดับที่ 5 พิจารณาจากข้อมูล​เปรียบ​เทียบ​การขึ้นค่าจ้างของบริษัทอื่นๆ ​ในกลุ่มธุรกิจ​เดียวกัน
 
“งานสำรวจครั้งนี้​ทำขึ้น​เพื่อ​เปิด​โอกาส​ให้ลูกจ้าง​ได้​แสดงออก​ ถึง​ความต้อง​การ ​เนื่อง​ในวัน​แรงงาน​แห่งชาติ ​ซึ่ง​เป็นวันที่​เรา​ให้​ความสำคัญกับ​แรงงาน​ไทย ​ใน​การช่วยสะท้อน​ความต้อง​การของลูกจ้าง​เหล่านี้ ​ไปยังนายจ้าง ​ในขณะ​เดียวกัน​ก็​ได้นำ​เสนอมุมมอง​ในส่วนของนายจ้าง ​เพื่อสร้าง​ความ​เข้า​ใจระหว่าง​ทั้งสองฝ่าย ​ซึ่ง​เห็น​ได้ชัด​เจนว่ายังมี​ความคิดที่อาจจะสวนทางกันอยู่หวังว่าผลสำรวจ ครั้งนี้จะช่วยสร้าง​ความ​เข้า​ใจ​ให้​เกิดขึ้นระหว่างลูกจ้าง​และนายจ้าง ​ซึ่งจะมีผลดีต่อ​การปรับทัศนคติ​ใน​แง่บวก​ให้คน​ทำงาน ​และ​เพื่อ​เป็นประ​โยชน์​ใน​การวาง​แผนงาน​การบริหารทรัพยากรมนุษย์​ใน องค์กรต่างๆ ต่อ​ไป” นางสาวฐนาภรณ์กล่าว​เพิ่ม​เติม

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์