จากงานแต่งวิลเลียม-เคท ถึงสถาบันกษัตริย์ไทยผ่านมุมมอง ส.ศิวรักษ์

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ
ใครที่ ติดตามชมการถ่ายทอดสดพระราชพิธีเสกสมรสอันยิ่งใหญ่ระหว่างเจ้าชายวิลเลียม และแคทเธอรีน มิดเดิลตันเมื่อเย็นวานนี้จนจบราวหนึ่งทุ่มครึ่ง (ตามเวลาประเทศไทย) คงจะมีความอิ่มเอมกันเต็มที่ เพราะได้เห็นขั้นตอนต่าง ๆ ของงานอย่างครบถ้วนตั้งแต่การปรากฏพระองค์ของเจ้าชายและเคท สมาชิกพระราชวงศ์วินเซอร์ แขกเหรื่อคนสำคัญ มาสู่การประกอบพิธีในมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ แล้วเสด็จไปยังพระราชวังบักกิ้งแฮมด้วยรถม้า และจบลงที่ฉากไคลแม็กซ์การจุมพิตระหว่างเจ้าชายและเคท ท่ามกลางเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีอย่างกึกก้องจากประชาชนที่มาเฝ้าชมหน้า พระราชวัง
 
ถ้านี่เป็น ภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง มันก็เป็นภาพยนตร์ความยาวสี่ชั่วโมงที่จบลงอย่างแฮปปี้ เอนดิ้งตามความคาดหวังของผู้ชมนับล้าน ๆ คนทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย โดยผู้ชมต่างก็ได้รับความสุขความอิ่มเอมไปเต็มอกกันถ้วนหน้า คุ้มค่ากับการเฝ้ารอดูทั้งในช่วงถ่ายทอดพระราชพิธี และการเฝ้ารอมาก่อนหน้านั้น แต่สำหรับคนไทย ผมคิดว่าถ้าจะให้การรับชมพิธีเสกสมรสนี้สมบูรณ์ที่สุด ควรจะได้ชมรายการ “ตอบโจทย์” ช่วงสนทนาระหว่าง สุลักษณ์ ศิวรักษ์ แขกรับเชิญ กับภิญโญ ไตรสุริยธรรมา ผู้ดำเนินรายการ ทางช่องไทยพีบีเอสตอนสามทุ่มด้วย
 
เพราะการ สนทนาครั้งนี้เป็นการทำความเข้าใจสถาบันกษัตริย์ โดยตั้งต้นจากการพูดคุยถึงพระราชพิธีเสกสรมรสวิลเลียม-เคท มาสู่การวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ไทยของ ส.ศิวรักษ์ ได้อย่าง “น่าฟัง” เป็นอย่างยิ่ง
 
ส.ศิวรักษ์ กล่าวว่า พระราชพิธีเสกสมรสอันยิ่งใหญ่อลังการของสมาชิกราชวงศ์แห่งอังกฤษครั้งนี้ทำ ให้เราเห็นแล้วว่า สถาบันกษัตริย์นั้นมีความสำคัญและความจำเป็นต่อสังคมอย่างแน่นอน เห็นได้จากจำนวนผู้คนนับแสนที่มาเฝ้าชมบนท้องถนน นั่นก็เพราะว่าคนเรายังต้องการอะไรที่โรแมนติก ต้องการความฝัน ความหวัง สถาบันกษัตริย์ให้สิ่งเหล่านี้แก่ผู้คนได้ทั้งหมด การแต่งงานระหว่างเจ้าชายกับหญิงสามัญชนนี่แสนจะโรแมนติกเลยนะครับ ลองคิดดูสิว่าถ้าเป็นลูกประธานาธิบดีแต่งงานจะมีใครให้ความสนใจมากเท่านี้ ไหม
 
สถาบัน กษัตริย์นั้นเป็นสิ่งสะสมความงดงามต่าง ๆ มาแต่อดีต และคนปัจจุบันก็มีแนวโน้มถวิลหาความดีงามในอดีต ดังนั้นคนจะไปแสวงหาสิ่งเหล่านี้ได้จากที่ไหน ถ้าไม่ใช่สถาบันกษัตริย์
 
ภิญโญ ต่อข้อถาม ส.ศิวรักษ์ ถึงเรื่องงบประมาณที่ราชวงศ์อังกฤษใช้ในการจัดงานแต่งงานครั้งนี้ ส.ศิวรักษ์ บอกว่า จริง ๆ แล้วก็เป็นเงินที่รัฐบาลตั้งถวายให้ แต่ว่าถ้าไม่พอก็ต้องออกพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เองบ้าง ฝ่ายครอบครัวของมิดเดิลตันแม้ว่าจะไม่ได้ร่ำรวยก็ช่วยกันออกสมทบบ้าง ของอย่างนี้เป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องช่วยกัน
 
แต่ว่าสิ่ง ที่สำคัญของสถาบันกษัตริย์อังกฤษคือ การใช้จ่ายเงินนั้นมีความเปิดเผย โปร่งใส ประชาชนรับรู้และวิพากษ์วิจารณ์ได้ จึงไม่เป็นที่ติฉินนินทา แต่ของไทยเรื่องนี้แม้แต่จะพูดถึงก็ไม่ได้ จึงย่อมจะถูกนินทา แม้ห้ามนินทาต่อหน้าได้ แต่ว่าลับหลังก็จะถูกคนนินทาอยู่ดี ราชวงศ์อังกฤษนั้นปรับปรุงตัวเองอยู่ตลอดเวลา งานไหนถูกวิจารณ์ว่าใช้เงินมากไปไม่สมเหตุสมผล เขาก็พร้อมที่จะแก้ไข
 
ต่อมาภิญโญ ซัดคำถามที่หนักแน่นขึ้นอีกเกี่ยวกับการล้มสถาบันกษัตริย์ โดยภิญโญกล่าวก่อนว่า เขาเองเป็นคนที่เห็นว่า ส.ศิวรักษ์ นี่แหละที่เป็นคนรักสนับสนุนสถาบันยิ่งคนหนึ่ง เพียงแต่ว่าวิธีการเทิดทูนสถาบันของ ส.ศิวรักษ์ คือการกล้าวิพากษ์วิจารณ์ อย่างตรงไปตรงมา จนถูกมองว่าเป็นตัว “ล้มสถาบัน“ จึงเป็นเหตุให้โดนข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมาไม่น้อย
 
ส.ศิวรักษ์ ตอบว่า สถาบันกษัตริย์จะล้มไม่ได้ ถ้าเปรียบสถาบันกษัตริย์ก็เหมือนต้นไม้ใหญ่ แม้ตอนนี้มันมีเพลี้ยมีกาฝากอะไรอยู่บ้าง ก็ต้องเลาะกาฝากออก “...แต่ จะโค่นต้นไม้ใหญ่ลงนั้นเป็นของไม่ดีแน่” สถาบันกษัตริย์เป็นของคู่บ้านคู่เมืองไทยมาตลอดประวัติศาสตร์ เป็นที่สะสมความดีงามอันเป็นอุดมคติของสังคม แม้ในอดีตสถาบันกษัตริย์จะเคยทำอะไรเลวร้าย เราก็ไม่ควรเชื่อมเอาความเลวร้ายนั้นมาผูกกับปัจจุบัน อดีตต้องรับใช้ปัจจุบัน และปัจจุบันก็จะรับใช้อนาคต
 
และในเรื่อง ของการวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ไทยนั้น ส.ศิวรักษ์ กล่าวว่า สถาบันกษัตริย์เป็นสถาบันหลักอันหนึ่งของสังคม เช่นเดียวกับสถาบันชาติ ศาสนา ควรจะต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ และควรจะเป็นการวิจารณ์ด้วยประสงค์จะก่อให้เกิดความดีงามขึ้น แต่ว่าทุกวันนี้การวิพากษ์วิจารณ์ถูกคนที่มีอำนาจบางกลุ่มกล่าวหาว่าเป็นการ หมิ่นพระบรมเดชานุภาพทั้งหมด
 
ส.ศิวรักษ์ ยังกล่าวอีกว่า ตอนนี้พระเจ้าอยู่หัวทรงชรามาก และก็ทรงพระประชวร          จำได้ไหมพระเจ้าอยู่หัวยังเคยตรัสว่า ถ้ารักพระเจ้าอยู่หัว อย่าเอาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพไปทำให้พระองค์หนักพระราชหฤทัย ขอให้พวกที่เอาข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพทั้งหลายมาเป็นเครื่องมือทำลายกัน ทางการเมืองหยุดเรื่องนี้ได้เสียที
 
โดยส่วนตัว ผมดีใจที่วันนี้ ส.ศิวรักษ์ ยังคงยืนยันในคำพูดของตัวเองเช่นเดิม เหมือนที่เคยพูดถึงสถาบันกษัตริย์มาตลอดนับสิบ ๆ ปี และผมเชื่อมั่นว่าปัญญาชนวัยสนธยาคนนี้มีความจริงใจและบริสุทธิ์ใจต่อการปก ป้องสถาบันมากที่สุดคนหนึ่ง เพียงแต่ว่าแกไม่ใช้วิธีการพูดยกปอปอปั้นอย่างที่คนส่วนใหญ่ทำกัน
 
และขอแสดงความชื่นชมสถานีไทยพีบีเอส ที่นำเสนอรายการที่ให้ความสว่างทางสติปัญญาแก่สาธารณชนได้อย่างทันสถานการณ์และมีคุณภาพ
 
จากส่วน หนึ่งของการสัมภาษณ์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ปัญญาชนคนสำคัญคนหนึ่งของไทย ในรายการตอบโจทย์ เมื่อคืนวันศุกร์ 29 เมษายน ที่ผ่านมาดังที่ยกมานี้แหละครับ ที่ผมคิดว่าถ้าใครมีโอกาสได้ดูก็จะช่วยทำให้การรับชมพระราชพิธีเสกสมรสวิ ลเลียม-เคท มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เพราะทำให้เราย้อนกลับมาทบทวนบทบาทและสถานะของสถาบันกษัตริย์ที่ (เราบอกว่า) รักของเราด้วย บางทีอาจจะทำให้เราเห็นว่า เราในฐานะประชาชนได้ทำหน้าที่อันเป็นการรักษาสถาบันกษัตริย์ไว้ให้ดีแล้ว หรือยัง ผมคิดว่าประชาชนธรรมดาอย่างเราไม่ใช่เพลี้ยหรือกาฝากที่กัดกร่อน “ต้นไม้ใหญ่” เราต่างหากที่ต้องช่วยกันขจัด ‘เพลี้ย’ และ ‘กาฝาก’ เหล่านั้น ซึ่งไม่ง่ายเลย!

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์