คณะกรรมการปฏิรูปฯชุด “อานันท์” ประกาศลาออก มีผล 15 พ.ค.นี้

คณะกรรมการปฏิรูปฯ ชุด “อานันท์” ประกาศลาออกยุติบทบาท มีผล 15 พ.ค. นี้ เตรียมสรุปงานทั้งหมดทำพิมพ์เขียวเป็นแนวทางปฏิรูปประเทศ ให้พรรคการเมืองนำไปต่อยอดเป็นนโยบายหาเสียง เชื่อเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาตรงจุด 14 พ.ค. 54 - สำนักข่าวไทยรายงานว่าสำนักงานปฏิรูปเพื่อปฏิรูปสังคมไทยที่เป็นธรรม จัดเวทีเสวนา เรื่อง “เลือกตั้งทั้งที ควรต้องมีปฏิรูป” โดยมีนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทย นายพงศ์โพยม วาศภูติ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสมชัย ฤชุพันธ์ อดีตอธิบดีกรมสรรพสามิตและอดีตผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง พระไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต จังหวัดชัยภูมิ ในฐานะกรรมการปฏิรูป เข้าร่วมเสวนา นายอานันท์ กล่าวว่า แนวทางการปฏิรูปไม่ใช่ของใหม่ ทุกสังคมต้องการความยุติธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ สังคมใดไม่มีความยุติธรรมหรือมีความเหลื่อมล้ำมาก มักมีปัญหา ดังนั้นทุกประเทศจึงแสวงหาวิธีเพื่อแก้ปัญหา ทั้งนี้ปัญหารากเหง้าของสังคมไทยเกิดจากความแตกต่างและความเลื่อมล้ำเป็นส่วนใหญ่ แต่ปัญหาสำคัญ คือ โครงสร้างอำนาจที่ไม่เปิดโอกาสและเปิดพื้นที่ให้คนส่วนใหญ่ของประเทศ เกิดการกระจุกตัวของอำนาจอยู่ในเมืองหลวงและหัวเมืองใหญ่ ๆ ทั้งเรื่องของความมั่นคง เศรษฐกิจ อุตสาหกรรมการค้า การศึกษา สาธารณสุข ทำให้เกิดความรู้สึกว่าเป็นเบี้ยล่างตลอดชีวิต และรู้สึกว่าอนาคตไม่มี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ควรได้รับการแก้ไขปัญหา นายอานันท์ กล่าวด้วยว่า คณะกรรมการปฏิรูปฯ จะรวบรวมในสิ่งที่ทำมาทั้งหมด ถือว่าจะเป็นพิมพ์เขียวให้กับภาคประชาชนและให้พรรคการเมืองนำไปใช้ประโยชน์ในการนำเสนอนโยบายหาเสียงให้กับประชาชนและประเทศ ในส่วนที่เราทำยังไม่สำเร็จ เราจะระบุไว้ว่าให้ศึกษาเพิ่มเติม เชื่อว่าหากใครเข้ามาเป็นรัฐบาลสามารถหยิบยกไปสานต่อได้ อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการฯ มีอายุ 3 ปี แต่เมื่อรัฐบาลยุบสภาและจะมีเลือกตั้ง ดังนั้นคณะกรรมการฯ ได้หารือและตัดสินใจลาออกทั้งคณะ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคมนี้ แต่ทุกคนพร้อมสนับสนุนแนวทางความคิดนี้ต่อไป ซึ่งข้อสรุปของคณะกรรมการฯ ต้องการสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาพื้นฐานของสังคมและการแก้ปัญหาที่ตรงจุด คือ การลดอำนาจรัฐ เพิ่มความเข้มแข็งให้กับประชาชน “พรรคการเมืองควรชูนโยบายในการปฏิรูปประเทศ ที่ขณะนี้ยังไม่เห็นพรรคการเมืองใดมีแนวนโยบายชัดเจน จึงอยากให้พรรคการเมืองเล็งเห็นแนวทางที่ควรปฏิรูปเดินหน้าต่อไป สิ่งที่คณะกรรมการฯ ทำมา ไม่อยากให้มีการสูญเปล่า ข้อสรุปที่มีสามารถเดินหน้าได้จริง และผมตอบไม่ได้ว่าข้อเสนอของคณะกรรมการปฏิรูปฯ จะได้นำไปดำเนินการหรือไม่ แต่ผมคิดแต่เพียงว่าได้ทำสิ่งที่ถูกต้องและควรทำ เมื่อทำไปแล้ว ไม่คิดหวังประโยชน์อื่นใด ทุกอย่างอยู่ที่จิตสำนึก รู้สึกรับผิดชอบของสังคมไทยร่วมกัน” นายอานันท์ กล่าว ด้านนายสมชัย กล่าวว่า เรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการด้านเศรษฐกิจ คณะกรรมการฯ ยังไม่ได้คุยกันอย่างลึกซึ้ง แต่มีแนวทางกว้าง ๆ คือ การปฏิรูประบบคิดด้านการบริหารจัดการเศรษฐกิจในประเทศไทย โดยมีเป้าหมาย 4 ประการคือ 1.จัดสรรทรัพยากรได้อย่างเต็มที่ 2.ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 3.บริหารเศรษฐกิจเจริญเติบโตต่อเนื่อง เกิดเสถียรภาพ 4.การกระจายการปันผลเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรม ซึ่งใน 4 ด้านนี้มีความสำคัญมาก อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยมีภาวการณ์ที่มีจุดอ่อนนั่น คือ การจัดสรรทรัพยากรเศรษฐกิจ เบื้องต้นต้องดำเนินการจัดสรรการใช้ทรัพยากรอย่างเต็มที่ แรงงานมีงานทำ ที่ดินมีการใช้เต็มที่ นักธุรกิจสามารถประกอบธุรกิจได้ นายสมชัย กล่าวว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยบริหารงานที่ดีพอสมควร แต่ปัญหาหลัก คือ ปัญหาการใช้ประโยชน์จากที่ดิน ซึ่งไม่มีนโนบายที่ชัดเจน ทำให้ที่ดินว่างเปล่าไม่ได้ใช้ประโยชน์ มีการกระจุกตัวในบางพื้นที่และอยู่ในมือของผู้มีอำนาจ ประเทศไทยไม่มีการเก็บภาษีที่ดิน มีเพียงแต่การเก็บภาษีโรงเรือนบำรุงท้องที่ ไม่ได้เก็บภาษีที่ทั่วถึง บางคนมีที่ดินมาก แต่ไม่ได้เก็บภาษี ราคาที่ดินก็เพิ่มขึ้นเป็น 100 เท่าจากราคาในอดีต แม้จะมีการเก็บภาษีย้อนหลังเจ้าของที่ดินก็ไม่สะเทือน เราควรมีการเก็บภาษีในอัตราก้าวหน้า จำกัดการครอบครองที่ดินทางการเกษตร ซึ่งในรัฐบาลนี้มีการเสนอร่าง พ.ร.บ.ที่ดินและสิ่งก่อสร้างต่อสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวมีสาระสำคัญ คือ การสกัดกั้นการเก็งกำไร แต่สุดท้ายเมื่อมีการยุบสภา ร่าง พ.ร.บ.นี้ก็ตกไป แต่หวังว่ารัฐบาลชุดใหม่จะหยิบยกร่างพ.ร.บ.นี้มาพิจารณาต่อ ขณะที่นายพงศ์โพยม กล่าวว่า ในการปฏิรูปโครงสร้างอำนาจรัฐ คือ การยกเลิกภูมิภาค ซึ่งคนของกระทรวงมหาดไทยออกมาคัดค้าน เห็นว่าสิ่งที่คณะกรรมการฯ ทำเป็นสิ่งดี ไม่ได้ทำให้บ้านเมืองเสียหาย หากกระจายอำนาจสู่ภูมิภาคได้ จะทำให้ชุมชนเข้มแข็ง ประชาชนสามารถจัดการตัวเองได้ และจัดการระบบในท้องถิ่นได้ดี เพราะรู้ปัญหาในพื้นที่ดี รัฐบาลที่ผ่านมามีแต่ ลด แลก แจก แถม สร้างประชานิยม ทำให้ประชาชนอ่อนแอ ในการเลือกตั้งครั้งหน้าใครมาเป็นรัฐบาล ควรพิจารณาว่ากำนัน ผู้ใหญ่บ้านมีความจำเป็นแค่ไหน ถ้ามีความจำเป็นก็คงอยู่ แต่ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องแยกการบริหารออกจากส่วนกลาง ด้านพระไพศาล วิสาโล กล่าวว่า ก่อนที่เราจะปฏิรูปการเมืองหรืออะไรก็ตาม เราต้องปฏิรูปที่จิตสำนึกก่อน จะต้องเน้นเรื่องกระจายอำนาจ ขณะเดียวกันต้องเน้นเรื่องปฏิรูปการศึกษากระจายอำนาจให้ท้องถิ่นสร้างการศึกษาที่มีความเท่าเทียมกัน ส่งเสริมคนด้อยโอกาสให้ได้รับการศึกษา ทำให้ยกระดับคุณภาพของคนมากขึ้น และจะเป็นการเชื่อมโยงกับการแก้ปัญหาของสังคม ปัญหาสังคมไทยทุกวันนี้ยึดติดกับวัตถุนิยม ขณะที่พลังทางศาสนาและวัฒนธรรมอ่อนแอ พระเองก็คุณภาพลดน้อยลง ดังนั้นต้องปฏิรูป เพื่อให้คณะสงฆ์เข้มแข็งขึ้น นอกจากนี้ชุมชนต้องเข้มแข็งด้วย อย่าเป็นปัจเจกนิยมจนเกินไป นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส กล่าวว่า ความรู้จะไม่สูญหายไป สิ่งที่คณะกรรมการฯ ได้ทำไว้ จะเป็นอำนาจที่เราควรจะถ่ายทอดความรู้นี้ไปสู่ประชาชนผ่านทางเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อเป็นตัวขับเคลื่อนต่อไป เพราะเชื่อว่าถ้าประชาชนมีความรู้มากขึ้น ก็จะเป็นจุดเปลี่ยน ภายหลังการเสวนา นายอานันท์ ให้สัมภาษณ์ว่า ข้อเสนอของคณะกรรมการปฏิรูปฯ ขณะนี้ได้เสนอไปยังพรรคการเมืองและนายกรัฐมนตรีแล้ว แต่ยังไม่ได้พูดคุยในรายละเอียด หวังว่าข้อเสนอดังกล่าวจะได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชนและพรรคการเมือง ส่วนพรรคการเมืองชูนโยบายประชานิยมเป็นสิ่งที่ดีในระดับหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา การรักษาพยาบาล การคมนาคม แต่มองว่าหากมีการใช้มากจนเกินไป ประชาชนอาจเป็นง่อยได้ ซึ่งส่วนทางกับแนวทางปฏิรูปที่ต้องการลดอำนาจรัฐ เพิ่มความเข้มเข็งให้กับประชาชน ปลูกฝังการพึ่งตนเอง เมื่อถามว่า มองว่าสถานการณ์เลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นอย่างไร นายอานันท์ กล่าวว่า จะมีความรุนแรงหรือไม่ ส่วนตัวไม่ทราบ เพราะไม่ได้อยู่ในวงการการเมือง จึงไม่มีข้อมูล แต่ความรุนแรงมีอยู่ในหลายประเทศ ส่วนสถานการณ์การเมืองหลังเลือกตั้งนั้น ไม่ทราบว่าจะเป็นอย่างไร แต่ตนเป็นคนที่มีความหวังและเชื่อมั่นในสติของคนไทย และความมีสติของคน อะไรที่เกินขอบเขตก็จะถกดึงกลับมาเพื่อให้อยู่ในจุดสมดุล บ้านเมืองเรามีมากว่า 800 ปี มีทั้งรัฐบาลที่ดีและเลว เมื่อถึงที่สุด จะมีคนดึงกลับมา

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์