Skip to main content
ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ
sharethis

เมื่อวานหลิ่มหลีเถียงกับเพื่อนเสรีชน เป็นครั้งแรกที่หลิ่มหลีกล้ามีปากมีเสียงกับเพื่อนเสรีชน จนถึงขั้นที่ว่า กล้าใช้คำว่า ปกป้องความเป็นสลิ่มอย่างเต็มตัว คิกๆๆๆ (ปกติ เจี๋ยมเจี้ยมค่ะ ไม่กล้าหือพวกเพื่อนเสรีชนหรอกค่ะ) สิ่งที่หลิ่มหลีกล้าเถียง และปกป้องก็เพื่อความรักที่หลิ่มหลีมีให้กับนักร้องวงเจวายเจ(วงดนตรีชายล้วนจากประเทศเกาหลีใต้) แต่ก็ไม่เท่ากับการที่หลิ่มหลีจะเขียนขอบคุณ พี่กึ้ง ที่มาจัดคอนเสริท์ของเจวายเจให้กับพวกเราชาวแคสซิโอเปียในประเทศไทย เพื่อนเสรีชนถามว่า ทำไม ต้องขอบคุณ พี่กึ้ง หลิ่มหลีก็พยายามอธิบายว่า เพราะถ้าไม่มีเขา เราก็อดดู เพื่อนเสรีชนก็บอกว่า มันเป็นเรื่องของธุรกิจ แต่สำหรับหลิ่มหลีและแฟนๆเจวายเจแล้ว เราอยากขอบคุณที่คุณกึ้งกล้าจัดคอน ในขณะที่อีกหลายๆประเทศ ไม่กล้าจัด เรื่องของเรื่องคือ อยากขอบคุณ มันเป็นเรื่องของความกตัญญู สลิ่มอย่างเราได้รับการกล่อมเกลาในด้านการมีศีลธรรม จริยธรรม และความกตัญญูรู้คุณ มาเป็นอย่างดี (ผ่านทางเสียงเพลง ผ่านทางทีวี ผ่านทางโรงหนัง ผ่านทางตัวหนังสือ ผ่านทางโรงเรียน ฯลฯ) กระซิกๆๆๆๆ เสรีชนไม่เข้าใจสลิ่มอย่างหลิ่มหลี ผู้ไม่มีที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ ไม่รู้จะหันหน้าไปหาใคร หาที่พึ่งก็ไม่ได้ ได้แต่หันหาฝักใฝ่ใน “ไอดอลเกาหลี” ก็แค่นั้นเอง แต่เหนืออื่นใด หลิ่มหลีก็อยากจะระบายความในใจเล็กๆที่หลิ่มหลีอึดอัด ก็คือ ความอยากเป็นอภิชน (เขาจะรู้ไหมว่า ไม่อยากใช้คำว่า อภิสิทธ์ชน หลิ่มหลีกลัวบทความตัวเองจะไปสนับสนุนท่านอดีตนายกฯอภิสิทธิ์ สุดที่รักของเหล่าสลิ่มอย่างเราๆ แล้วเด๋วท่านจะอดได้รับเลือกตั้งเพราะ กกต แต่ถ้าระดับความหล่อ ที่ไม่มองไปที่ฝีมือทางการทำงาน ท่านนอนมาอยู่แล้วในเวทีเลือกตั้ง คิกๆๆๆๆ) มันอาจจะไม่ใช่แค่หลิ่มหลีที่อยากเป็นอภิชน จริงๆแล้ว ชนชั้นกลางที่กระเสือกกระสนอยู่ในโลกแห่งประเทศกรุงเทพนี้ ล้วนแล้วแต่กระเสือกกระสนอยากจะเป็นไฮโซ หรือผู้มีอภิสิทธิ์ในสังคมที่ตนเองเวียนว่ายกินขี้ปี้นอนอยู่ ณ โปรแกรมการแสดงคอนเสริท์ JYJ จากประเทศเกาหลีใต้ (ขอย้ำหน่อยว่า ใต้ ไม่ใช่เหนือ) หลิ่มหลีผู้มีแต่เงินแต่ไม่มีเส้นแห่งความเป็นอภิชน ไม่สามารถหาบัตรดูคอนเสริท์ที่นั่งวีไอพีได้ ไม่สามารถหาบัตรเข้าไปดู งาน Meet and Greet งาน Press Con หรืองาน After Concert Party หลิ่มหลียอมรับว่าตัวเองก็ไม่ได้กระเสือกกระสน แต่ถึงจะกระเสือกกระสนก็รู้ว่า ไอ้ความกระเสือกกระสนของตัวเองนั้น มันไม่มีวันสำเร็จ มองไปทางไหน ก็ไม่ได้รู้จักใครที่จะมีเส้นใหญ่เส้นโต อาจจะไม่ได้อิจฉาคนที่ได้ อาจจะไม่ได้เจ็บใจที่อด แต่... ความอยากเป็นอภิสิทธิชนนั้นมัน บังเกิดขึ้นมาแล้ว ย้อนนึกถึงเหตุการณ์หนึ่งขึ้นมา เมื่อวัน Earth Day สตาร์บัคได้แจกกาแฟลาเต้ฟรีในช่วงเช้าจำกัดเวลาแต่ไม่จำกัดจำนวน ขอแค่เอาแก้วมา ก็จะเติมกาแฟให้เลย เป็นธรรมดามากที่เราผู้อยู่ในสังคมชนชั้นกลางจะหากินกาแฟสตาร์บัคที่มีรสชาติมาตรฐานสากลและมีร้านที่ดูดี ไฉไล ไฮโซ ราคากาแฟแก้วหนึ่งเป็นร้อยๆบาท สามัญชนคนรากหญ้ากินไม่ได้แน่ๆ แต่ก็มีคนนำแก้วน้ำมาขอกาแฟกินมากมาย บ้างก็ใช้แก้วที่ซื้อหาจากร้านสตาร์บัคเอง บ้างก็เอาแก้วมาเอง บ้างก็ไปเอาแก้วร้านอื่นมาใส่ บ้างก็เอาขวดน้ำดื่มตัดปากขวดมาทำเป็นแก้ว บ้างก็เอากล่องข้าวมาใส่กาแฟ เห็นแล้วก็ขำ คนมากมายหลายหลากอาชีพ และ “หลายชนชั้น” ล้วนแล้วแต่มาเข้าแถวที่ร้านสตาร์บัคทุกสาขาในประเทศไทยเพื่อรับกาแฟลาเต้แก้วละเป็นร้อยบาทฟรี แม่บ้านในตึก คนขับวินมอเตอร์ไซด์ แมสเซนเจอร์เงินเดือนต่ำหมื่น นักศึกษาทั่วไปที่ยังไม่มีงานทำ อากง อาม่า วัยรุ่นที่ยังไม่มีเงินเดือน พนักงานออฟฟิต คนในตึกที่มีร้านตั้งอยู่หรือตึกข้างเคียง หลิ่มหลีชื่นชม ร้านกาแฟร้านนี้ ได้ยินว่าพนักงานก็ยิ้มต้อนรับเป็นอย่างดี แถวยาว จน ขาประจำ รอคิวไม่ไหว และแล้วก็มีดราม่าเกิดขึ้น เมื่อมีหลายต่อหลายคน มาประกาศทวงสิทธิ์ของการที่เป็นสมาชิก หรือเป็นผู้ดื่มกาแฟร้านนี้เป็นประจำและขอใช้สิทธิในการที่ร้านควรจะมีแถวสำหรับผู้มีสิทธินั้นๆในวันที่แจกฟรีให้กับผู้ยากไร้.. จนเป็นที่มาของดราม่ารุนแรงชนิดที่ หน้าเพจเฟสบุ๊คของสตาร์บัคไทยแลนด์ต้องลบสเตตัสเจ้าปัญหานั้นทิ้ง ก่อนที่เหตุการณ์อันเป็นพระคุณที่ให้ทุกชนชั้นได้กินกาแฟแพง กลายเป็นเหตุการณ์การด่าทอกันในเรื่องความไม่เท่าเทียมกันของชนชั้น ที่หลิ่มหลีขำที่สุด ไม่ใช่การทะเลาะด่าทอกันในเรื่องของการดูถูกคนในระดับชนชั้น แต่ที่หลิ่มหลีขำชิบหาย ก็คงเป็นความตอแหลของสลิ่มบางคนที่ท้ายสุด ก็มีแสดงเสแสร้งเป็นคนดี .. สร้างภาพลักษณ์ด้วยการโพสว่า “กาแฟแก้วนี้อาจะเป็นแก้วแรกและแก้วเดียวในชีวิตของคนบางคน” ...วายยยยยยยยยยยยยย อยากจะดูถูกเขาก็เจือกทำโง่ แสดงความ...วายออกมาได้ การจะดูถูกคนจนมันต้องเนียนกว่านี้ เด๋วให้ท่านรัฐมนตรีคลังกับภรรยาออกหนังสือสอนการดูถูกคนด้วยวิธีเนียนๆซะเลยนิ อีพวกนี้ อยากจะสร้างภาพก็ดันใช้คำให้เขาจับได้ ช่างมัน .. นี่ไม่ใช่ประเด็นอะไรที่จะให้สลิ่มมาด่าสลิ่มกันเอง .. แค่ผีเห็นผี ฮ่าๆๆๆ การที่หลิ่มหลีมาเอ่ยถึงนี้ อาจสร้างความไม่สบายใจให้ใครหลายๆคน แต่... หลิ่มหลีไม่ได้ต้องการที่จะมาทำให้เกิดความแตกแยกนะคะ หลิ่มหลีแค่.. เริ่มเห็นความสำคัญของสิทธิ และมองเห็นความอยากเป็นอภิิชนนั้น หลิ่มหลีไม่ได้เป็นอยู่คนเดียว ความอยากได้สิทธิเหล่านั้นมีมากในหมู่สลิ่ม หรือ ชนชั้นกลาง .. หลิ่มหลีผู้ใช้ชีวิตหลักลอยไปวันๆ ไม่เคยนึกอยากเป็นคนที่มีสิทธิ ก็อยากเป็นขึ้นมา สิ่งที่เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้หลิ่มหลีอยากเป็น someone ที่เก๋ๆ เท่ๆ และมีคนรู้จักว่า อือ...ม ... เธอคือใครในสังคม นี่แหละ สลิ่ม... สลิ่ม ผู้ไม่ได้รังเกียจของฟรี ของล่าง หรือของสูง แต่สลิ่มมีความขวนขวายอยากได้ใคร่มีความเป็นอภิชนที่ควรได้รับเหนือชนชั้นอื่น แต่เทียบเคียงได้กับชนชั้นศักดินา เหยียบหัวชนชั้นหนึ่ง เพื่อก้าวไปสู่อีกชนชั้นหนึ่ง บางครั้งชนชั้นที่พวกสลิ่มเหยียบก็เป็นชนชั้นเดียวกับพวกเขานั่นแหละ แต่ อิอิ เป็นชนชั้นกลางและสูงจากต่างจังหวัด ที่ริอ่านแสดงความรวยอยากเสนอหน้ามาโก้หรูเทียบเคียงชนชั้นกลางในประเทศกรุงเทพ เลยต้องมีการเหยียบกันหน่อย ชนชั้นรากหญ้าอย่าไปน้อยใจเขา เขาไม่ได้เหยียบพวกคุณค่ะ พวกคุณคือกลุ่มคนที่เขาจะสร้างบุญคุณให้ด้วยการทำความดีแสดงให้โลกของพวกเขาได้รับรู้ ฮ่าๆๆๆๆ หลิ่มหลีจะเรียงให้ดูค่ะ.. ชนชั้นรากหญ้า ชนชั้นกลางต่างจังหวัด ชนชั้นล่างกรุงเทพ ชนชั้นสูงต่างจังหวัด ชนชั้นกลางกรุงเทพ ชนชั้นกลางสูงกรุงเทพ ชนชั้นสูงไม่มี ข้ามไปที่ ชนชั้นศักดินา ในทุกมุมของสังคม มันมีเรื่องของการแบ่งชนชั้นโดยไม่รู้ตัว เช่นว่าทุกวันนี้หลิ่มหลีไปทานข้าวตามโรงแรมไฮโซระดับ ดุสิตธานี แลนมาร์ค สุโขทัย หลิ่มหลีก็รู้สึกว่าตัวเองเทียบเทียมชนชั้นสูง การแต่งตัวให้ดูดี ใส่เสื้อผ้าไฮโซแพงหน่อยแต่ก็ไม่ถึงหมื่นอยู่ระดับประมาณ สามถึงห้าพัน กระเป๋าหลุยส์เข้าชุด รองเท้าเกรดแค่Nine west มีไอโฟนสี่ ขับรถเข้ามาในโรงแรมระดับพลาซ่าอาธินี่ ฯลฯ นั้น มันดูดีมาก ประกอบกับหน้าตาดูหมวยไฮซ้อ จริงอยู่อาจจะโดนไฮโซดังๆหรือแท้ๆดูถูกบ้าง แต่ต่ำกว่านี้ไฮโซก็เจอมาแล้ว มาเจอหน้าหมวยหมวยไฮซ้ออย่างหลิ่มหลี เขาก็ปล่อยผ่านๆไป ไม่ได้มากัดให้เหวะหวะแต่อย่างใด การทานอาหารกับเพื่อนๆในร้านระดับเจียนนี่ ซอยต้นสน ก็คือการเป็นชนชั้นสูงชั่วครู่ได้เป็นอย่างดี .. “โอ้ ไฮโซชะมัด กู” อารมณ์ประมาณนั้น ส่วนร้านอาหารระดับลงมาหน่อย ก็ต้องเป็นระดับ chic chic แถว เค อเวนิว อะไรทำนองนั้น เพื่อให้ดูมีระดับและแหวกแนว ไม่โบราณ ไม่เชย โก้ เก๋ หรู ทันสมัย แล้วถ้าชนชั้นไหนก็ไม่รู้ที่หน้าตาดูต่างจังหวัดหน่อย หรือแต่งตัวเชยๆมาเข้าร้านพวกนี้ หลิ่มๆทั้งหลายจะมองด้วยสายตา “มึงไม่อยู่ในที่ๆควรอยู่” ส่วนร้านระดับ สุกี้โหลๆ หรือร้านอาหารญี่ปุ่นโหลๆ ...เราถือว่า เป็นร้านบ้านๆไปแล้วค่ะ กินร้านระดับนี้ก็เมื่อจำเป็นหรือไม่มีคิวให้รอ อารมณ์จะแบบ “อ่ะ อาหารญี่ปุ่นรสชาติไทย กินๆไปเถอะ” อันนี้ไว้ไปกินกะหลิ่มป๊ะป๋า หลิ่มม๊ะม๊า (ไม่ใช้คำว่า ทานกับร้านระดับนี้แล้ว) ส่วนร้านอาหารข้างถนนก็เป็นอะไรที่ .. ทำให้หลิ่มๆอย่างเราได้แสดงตนว่า “เราติดดินได้เหมือนกันนะ ตะเอ๊งงงง” หนุ่มๆไพร่ๆล่ำๆทั้งหลายจ๊ะ อีกหน่อย ประเทศเรา อาจจะมีการแยกแถวของชนชั้นในการขึ้นรถไฟฟ้า รถเมล์ ร้านค้าต่างๆ เพราะทุกวันนี้ เราเริ่มแล้วที่..การแสดงบัตรเครดิตแพลทตินัมในการเข้าจอดรถในห้างสรรพสินค้า อย่ายกเลิกนะคะ .. รอหลิ่มหลีนิ๊ดส์ นึง นะคะ .. เด๋วหลิ่มหลีจะหาสิทธินั้นมาใช้บ้าง คิกๆ อยากเลื่อนระดับชนชั้นบ้าง อะไรบ้าง นะคะ นะคะ

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง Facebook, X/Twitter, Instagram, YouTube, TikTok หรือสั่งซื้อสินค้าประชาไท ได้ที่ https://shop.prachataistore.net