เฟิรสท์สปีช ‘ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร’ คู่ชิงตำแหน่งนายกฯ “มองข้ามความขัดแย้ง...ไม่แก้แค้น แต่แก้ไข”

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กล่าวในการแถลงเปิดตัว หลังได้รับเลือกจากพรรคเพื่อไทย ให้เป็นผู้สมัคร ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ อันดับ 1 พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2554 ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย มีเนื้อหาโดยละเอียด ดังนี้ 0 0 0 เรียนท่านพี่น้องประชาชน และท่านสื่อมวลชนที่เคารพรักอย่างยิ่ง ในวันนี้ ดิฉันดีใจ และมีความภูมิใจที่ได้มาพบกับท่านสื่อมวลชนในอีกสถานะหนึ่งซึ่งเป็นสถานะที่เป็นภารกิจอันทรงเกียรติที่ดิฉันจะได้มีโอกาสเข้ามาร่วมกับพรรคเพื่อไทยในการรับใช้ประชาชน ตลอดเวลาที่ผ่านมา ดิฉันเป็นเด็กต่างจังหวัด เรามีครอบครัวที่ทำการค้าขาย ดิฉันมีโอกาสได้สัมผัสกับการค้าขายตั้งแต่วัยเล็ก ซึ่งเราก็ได้ร่วมรับรู้ธุรกิจตั้งแต่เริ่มก่อร่างสร้างตัว เรียนรู้ปัญหา และการแก้ปัญหาโดยตลอด ประกอบกับครอบครัวของดิฉัน ซึ่งมีทั้งคุณพ่อ พี่สาว และพี่ชายที่เข้ามาทำงานทางการเมือง ดิฉันมีส่วนในการได้ร่วมรับรู้ และร่วมในการพบปะประชาชนตั้งแต่ยังเด็ก ทำให้เข้าใจปัญหาและความทุกข์ยากของประชาชนมาโดยตลอด สำหรับตัวดิฉันเอง ดิฉันจบรัฐศาสตร์ นอกจากนั้น ดิฉันผ่านงานบริษัทเอกชน ผ่านการทำงานมาจากสายประเภทธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจสิ่งพิมพ์ สื่อโทรทัศน์ ทีวี โทรคมนาคม และการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว ทั้งหมดทุกประเภทที่ดิฉันได้เข้ามาร่วมประสบการณ์ในการทำงานนั้น ล้วนเป็นงานพัฒนาและงานบริการเพื่อลูกค้าหรือประชาชนแทบทั้งสิ้น อย่างเช่นเหตุการณ์สึนามิที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2547 ดิฉันทราบอย่างเดียวว่า ในฐานะที่เป็นผู้นำองค์กร ทำอย่างไรให้ประชาชนหรือลูกค้าของดิฉันนั้นสามารถติดต่อกับญาติ หรือเจ้าหน้าที่เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิในครั้งนั้น นั่นคือสิ่งที่ดิฉันพึงกระทำ และทำอย่างดีที่สุด เพื่อให้การช่วยเหลือบรรดาผู้ที่ประสบภัยนั้นรอดชีวิต นี่ก็เป็นอีก 1 งานที่ดิฉันภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่ง ในการช่วยเหลือประชาชน จากการทำงานบริการ ทำให้เข้าใจว่า ทุกข์ หรือความเดือดร้อนของลูกค้านั้น รอไม่ได้ (เน้นเสียง) ต้องได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็วและทันทีคะ อีกส่วนหนึ่งของชีวิต ดิฉันได้ร่วมทำงานกับมูลนิธิไทยคม ทำงานทางด้านของการศึกษาและกีฬาเพื่อเยาวชนไทย ซึ่งดิฉันมองเห็นว่า อนาคตเยาวชนไทยนั้นเป็นสิ่งสำคัญ และอนาคตของเด็กไทยนั้น ถ้าอนาคตเด็กไทยแข็งแรง ก็จะทำให้ประเทศไทยแข็งแรงไปด้วย นั่นคือสิ่งที่ดิฉันอยากเข้ามามีส่วนในการที่จะร่วมพัฒนาเพื่อเยาวชนไทยของเราด้วย ดังนั้น นอกจากงานที่ดิฉันได้มีการเรียนรู้ด้วยความหลากหลายวิชานั้น ยังมีโอกาสที่ได้รับถ่ายทอดความรู้ และแนวความคิดจากคุณพ่อและพี่ชายที่มองในเรื่องของการมองไปข้างหน้าและทางเลือกใหม่ๆ อยู่เสมอ ซึ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ดิฉันพยายามที่จะเรียนรู้มาโดยตลอดตั้งแต่เล็กจนถึงปัจจุบัน หลังเหตุการณ์ปฏิวัติรัฐประหารเมื่อปี 2549 คงไม่เป็นที่ปฏิเสธว่า ด้วยสถานการณ์นี้ ทำให้ดิฉันได้มีโอกาสเรียนรู้และเข้าใจธรรมชาติของการเมืองเป็นอย่างดี และผ่านไปถึง 5 ปี ผู้คนและประชาชนก็ยังคิดถึงพี่ชายและคิดถึงนโยบายเก่าๆ ที่เคยทำมาในอดีต รวมถึงให้ความอบอุ่น ความเมตตากับครอบครัวดิฉัน ดิฉันจึงรู้สึกว่าครอบครัวของเรานั้น เป็นหนี้ประชาชน นี่เป็นเหตุผลใหญ่ของการตัดสินใจเข้ามาทำงานการเมือง ดิฉันไม่ได้เข้ามาเล่นการเมือง แต่ดิฉันอยากจะเสนอตัวมารับใช้ประชาชน อยากเห็นประเทศไทยของเรามองข้ามความขัดแย้ง แล้วเดินไปข้างหน้าด้วยกัน ดังนั้นสิ่งที่ตั้งใจอยากจะเห็นและเข้ามาทำงานครั้งนี้ ก็คือการอยากจะเห็นความสามัคคีปรองดองในชาติเพื่อจะเป็นการส่งสัญญาณว่า พรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะสร้างความปรองดอง และพรรคเพื่อไทยนั้นไม่คิดแก้แค้น แต่จะแก้ไข รวมถึงการสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับประชาชน และแก้ปัญหาความทุกข์ยากปากท้องของประชาชนซึ่งเป็นปัญหาเร่งด่วน และอยากเห็นการเมืองไทยเป็นการเมืองที่สร้างสรรค์ เป็นไปตามระบบนิติธรรม ดังนั้น ดิฉันและพรรคเพื่อไทย ขอยืนยันอีกครั้งว่า พวกเราขอขันอาสาที่จะทำงาน รับใช้ บนภารกิจอันทรงเกียรตินี้ ดิฉันพร้อมที่จะเข้ารับการพิสูจน์ต่อสาธารณชนภายใต้กติกามารยาทที่เป็นธรรม ดิฉันขอยืนยันในเจตนารมย์และความตั้งใจ จะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อเข้ามาทำงานทางการเมืองและรับใช้พี่น้องประชาชน ซึ่งหวังว่าประชาชนจะให้โอกาสดิฉันและพรรคเพื่อไทยในการเข้ามาทำงานรับใช้ในครั้งนี้ 0 0 0 ถามตอบ สื่อมวลชน “พรรคเพื่อไทยคงไม่ได้อนุญาตให้ดิฉันทำเพื่อคนคนเดียว” น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบคำถามสื่อมวลชนกรณีถูกโจมตีเรื่องส่วนตัวว่า “เป็นปกติที่ดิฉันได้เรียนในคำกล่าวเบื้องต้นว่า ดิฉันพร้อมที่จะรับการพิสูจน์ต่อสาธารณชน ภายใต้กติกามารยาทที่เป็นธรรม นี่ก็เรียนว่า ตรงนี้มีความพร้อม และอยากเห็นบ้านเมืองเรานั้นมาเล่นการเมืองในรูปแบบที่สร้างสรรค์” สำหรับคำถามว่าจะนิรโทษกรรมเอาพี่ชายกลับมาใช่หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า “ไม่อยากให้มองอย่างนั้น ต้องเรียนว่าประเทศไทยยึดหลักนิติธรรม การทำอะไรนั้น ก็เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยคงไม่ได้อนุญาตให้ดิฉัน ทำเพื่อคนคนเดียว การทำอะไรต่างๆ นั้น ก็ต้องคำนึงถึงความเสมอภาคและสิทธิเสรีภาพของทุกคน ดิฉันขันอาสามาทำงานเพื่อประชาชนแน่นอนคะ ต้องเห็นแก่ผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง” น.ส.ยิงลักษณ์ ตอบคำถามถึงการประเมินแนวทาง “ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ” จะทำให้ประชาชนสนับสนุนเพื่อไทยและเกิดปรากฏการณ์อะไรได้อีกหรือไม่ โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า “อย่างแรกต้องบอกว่า ท่านทักษิณเอง ท่านมีความคิดดีๆ ก็เป็นธรรมดา ถ้าใครมีความคิดดีๆ ดิฉันก็เปิดกว้างแล้วก็เปิดรับคะ เพราะหลายๆ ท่าน วันนี้นอกจากท่านทักษิณเอง เราก็มีท่านที่ปรึกษาอีกหลายท่านที่พร้อมให้คำแนะนำ ฉะนั้น โจทย์แรกก็คือว่า การที่พรรคควรจะเปิดรับสิ่งที่ที่ดีๆ แล้วก็ผ่านเข้ามาในกระบวนการของพรรคในการที่จะตัดสินใจ ถามว่าผลจะเป็นอย่างไรนั้น ก็คงจะให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน” สำหรับคำถามเกี่ยวกับวิกฤตเรื่องความขัดแย้งและแนวทางปรองดองสามัคคีนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า “การที่เราอยากเห็นประเทศชาติปรองดอง อันนี้ต้องเรียนว่า ดิฉันก็จะใช้ความเป็นผู้หญิงในการก้าวเข้าหา แล้วก็ก้าวไปสู่ความปรองดอง โดยการยินดีที่จะพบ และยินดีที่จะคุยเพื่อแลกเปลี่ยน จึงเรียนเชิญชวนว่า วันนี้ ถึงเวลาแล้วที่เราจะมองข้ามความขัดแย้ง แล้วเพื่อให้ประเทศชาติเดินไปข้างหน้าคะ”

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์