อัจฉรา รักยุติธรรม:เรยา หญิงไพร่ไม่เจียม

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

เรยา ถูกสร้างให้มีชาติกำเนิดต้อยต่ำ เป็นลูกสาวของหญิงรับใช้ที่แอบได้เสียกับแขกยาม โดยไม่ผ่านพิธีตบแต่ง ค่าที่เธอทะเยอทะยาน “เกินตัว” เกินฐานะลูกคนรับใช้ ที่มาและที่ไปของเรยาจึงแตกต่างเหลือเกินกับนางเอกในพล็อตผู้ดีตกยากตามแบบ ฉบับละครไทย นอกจากชาติกำเนิดที่ต่ำเตี้ยติดดินแล้ว เรยายังไม่ใช่หญิงไทยใจงามที่ยึดมั่นอยู่ในศีลธรรมอันดี แต่เธอปากร้าย ใจชั่ว เมามัวในกามารมณ์ ผิดศีลข้อกาเมและมุสา จะบวกข้อหาลักขโมย (สามีชาวบ้าน) มาด้วยอีกก็ยังได้ เรตติ้ง ละคร “ดอกส้มสีทอง” ที่พุ่งกระฉูด ไม่เพียงสะท้อนความนิยมในบทละคร แต่เสียงเชียร์และชื่นชม เรยา ถึงกับทำให้ “ผู้ใหญ่” ในบ้านเมืองของเราตบอกเต้นผาง ออกมาชี้แนะห้ามปราม แทนที่จะพยายามทำความเข้าใจว่าละครเรื่องนี้สะท้อนอารมณ์ของสังคมอย่างไร เรยา มนุษย์จริงในโลกสมัยใหม่ เรยาเป็นภาพสะท้อนของมนุษย์ในโลกสมัยใหม่ที่ดิ้นรน ไล่ล่า ไขว่คว้าให้ได้มาซึ่งสิ่งพึงประสงค์ บุคลิกอย่างเรยาเป็นบุคลิกร่วมของผู้คนในยุคปัจจุบันที่เชื่อว่ามนุษย์เป็น ผู้กำหนดชะตากรรมของตนเอง และอาจยกระดับฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้ด้วย กำลังความสามารถ สติปัญญา หรือแม้แต่ไหวพริบเล่ห์เหลี่ยมของตน เรยาเป็นหญิงสาวต้นทุนต่ำที่ไม่ได้พิรี้พิไรอยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตัวแบบ หญิงสาวในอุดมคติอย่างเช่น “พจมาน” ที่ยอมเข้าไปเป็นคนรับใช้ในคฤหาสน์หลังใหญ่อยู่กับความทุกข์ระทมขมขื่นแสน นานก่อนความจริงจะเปิดเผยว่าหล่อนเป็นทายาทผู้ดีมีมรดกตกทอดมหาศาล แล้วครอบครัวของชายกลางจึงค่อยยอม เพราะหล่อน “ผ่าน” มาตรฐานทั้งชาติตระกูล นิสัยใจคอ และทรัพย์ศฤงคาร สังคมไทยหมดยุคขุนน้ำขุนนางไปนานแล้ว และคงมีโอกาสเพียงเศษเสี้ยวของความเป็นจริงที่จะมีคนเดินเข้ามาบอกว่า “คุณครับ ๆ คุณต้องไปรับมรดกพันแปดร้อยล้าน เพราะคุณคือลูกหลานของท่านเจ้าคุณ หม่อมเจ้า หม่อมราชวงศ์ ฯลฯ” เมื่อโอกาสที่บุญพาวาสนาส่งเช่นนั้นคงไม่มี จะให้อดทนอดกลั้นอยู่กับความอดอยาก ก็คงจะอยู่ไม่รอดท่ามกลางภาวะแข่งขันในระบบเศรษฐกิจทุนนิยมที่เป็นอยู่ พฤติกรรมการต่อสู้แย่งชิงของเรยาจึงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้สำหรับคนหนุ่มสาวส่วนใหญ่ สมัยนี้ แต่ไม่ใช่สำหรับ “ผู้ใหญ่” ที่เชิดหน้าชูตาอยู่ได้เพราะมีฐานชาติตระกูลหรือฐานะทางเศรษฐกิจที่ตกทอดมา จากบรรพบุรุษเป็นบุญเก่าเกื้อหนุน นอกจากต่อสู้ช่วงชิงสิ่งที่ต้องการมาให้ได้แล้ว เรยา ยังขบถต่อคุณค่าจารีตหรืออุดมคติบางอย่างที่ “ไร้ความหมาย” ในโลกปัจจุบัน เธอไม่ใช่ “ดาวพระศุกร์” ที่เพียรรักษาเยื่อพรหมจรรย์ไว้ด้วยชีวิตเพื่อแลกกับ “รักแท้” หนึ่ง เดียว ซึ่งในที่สุดรักนั้น “แท้” หรือไม่ก็ไม่ทราบ ดาวพระศุกร์กลับถูกคุณภาคย์พระเอกที่ขี่ม้าขาวไปช่วยเธอมาจากซ่องข่มขืนเธอ เสียเอง หลังจากแต่งงานอยู่กินกันแล้ว คุณภาคย์จะไปมีเมียน้อยเมียมากอีกเท่าไรก็ไม่มีการเปิดเผย การเทิดทูนค่านิยมแบบไทย ๆ เช่นนั้น ไม่ใช่ลักษณะของเรยา ในทางกลับกันเธอเป็นฝ่ายไล่ล่าด้วยการขุดหลุมพราง ยั่วยวน “ฟัน” และทิ้ง ผู้ชายเสียเอง เมื่อเห็นว่าเขาหมดประโยชน์และเธอหมดเสน่หา นี่ เป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้เรยาได้รับเสียงเชียร์จากหญิงยุคใหม่นอกจอที่ อึดอัดกับการถูกกดทับด้วยวัฒนธรรมจารีตแบบชายเป็นใหญ่ที่ฝังตรึงแนบแน่นอยู่ ในสังคมไทยมาเนิ่นนาน ความชื่นชอบและเสียงเชียร์เรยาไม่ควรถูกดูเบาว่าเกิดจากความ “เขลา” ไร้วิจารณญาณของผู้ชม แต่ควรเข้าใจว่าเรยาเป็นภาพสะท้อนบุคลิกและตัวตนของมนุษย์เดินดินแบบหนึ่ง ที่มีอยู่จริงและมากมายในโลกปัจจุบัน ไม่ว่าจะอยากเอาเรยาเป็นเยี่ยงอย่างหรือไม่ก็ตาม การแสดงออกของเรยาได้ช่วยปลดปล่อยความเครียดและความอึดอัดของคนรุ่นใหม่ที่ อยู่ทนและทนอยู่ในสังคมไทยที่ทั้งทันสมัยใหม่และคร่ำครึในคราวเดียวกัน ยิ่งกว่ารัก มากกว่าเงิน ผู้ประพันธ์สร้างให้ดูเสมือนว่าเรยากำลังไขว่คว้าหา “รักแท้” แต่ความรักของเธอที่มีต่อบรรดาสามีกลับวาบไหววูบวาบ พลุ่งพล่านเพียงชั่วแล่น อะไรกันแน่คือสิ่งที่เรยาต่อสู้ดิ้นรนเพื่อให้ได้มาอย่างแท้จริง คำถามนี้ท้าทายการตีความของผู้ชม กับสามีคนแรก เรยาไม่ยอมรับข้อเสนอที่เขาจะปรนเปรอเธอด้วยทรัพย์สินเงินทองและรับเลี้ยง โดยที่เธอไม่ต้องทำงาน แต่เรยากลับขอแลกพรหมจรรย์กับการได้เป็นแอร์โฮสเตสแบบลัดขั้นตอน กับสามีคนที่สองเรยาตั้งอกตั้งใจ “จับ” เขาจนถึงกับยอมตั้งท้องและมีลูก แม้สามีคนนี้จะร่ำรวยแต่เรื่องราวความเป็นไปก็สะท้อนว่าสิ่งที่เรยาต้องการ ไม่ใช่เพียงแค่ทรัพย์สินเงินทอง กับผู้ชายคนสุดท้ายที่เรยาพลาดไปเสียก่อนจะที่เขาจะยอมตกลงปลงใจกับเธอ ก็ไม่มีสิ่งใดชี้ชัดอีกว่าเรยาต้องการเขาเพราะเงิน ความสัมพันธ์ของเรยากับผู้ชายทุกคนในเรื่องชี้ชัดว่าเงินไม่ใช่เป้าหมายหลัก หรือไม่ใช่เป้าหมายเดียวที่เรยาต้องการ และผู้หญิงอย่างเรยาก็ไม่ได้เกิดมาเพื่อไขว่คว้าหา “รักแท้” มิเช่นนั้น เธอคงเลือก “นัท” เพื่อนที่ดีที่สุดที่มีรักเธอมั่นคงเสมอมา อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าเรยาเป็นผู้หญิงสมัยใหม่ที่ไม่ได้ยึดติดอยู่กับค่านิยม อุดมคติเรื่อง “รักแท้” ที่ดูเพ้อฝันเลื่อนลอยเพียงอย่างเดียว เช่น เดียวกับที่เธอไม่เชื่อเรื่องบาปบุญคุณโทษศีลธรรมจรรยา ความเป็นเรยาจึงท้าทายคุณค่าศีลธรรม “ถูก” “ผิด” “ดี” “เลว” ตามเป็นบรรทัดฐานคุณค่าทีฝังตรึงอยู่ในสังคมไทย หากไม่ใช่เงินทอง ไม่ใช่รักแท้ ผู้หญิงอย่างเรยาต้องการอะไร ? ทุนของไพร่ ตั้งแต่เล็กจนโตแม่ผู้ให้กำเนิดดูแลใกล้ชิดและให้ความรักต่อเรยาจนล้นเกิน การไขว่คว้าหาความรักจึงไม่ใช่แรงผลักดันที่ทำให้เรยากระทำสิ่งต่าง ๆ อย่างที่เรามองเห็นเพียงผิวเผิน หากพฤติกรรมของเรยาถูกมองว่าเป็นความบกพร่อง พฤติกรรมนั้นก็เป็นผลผลิตจากความบกพร่องของสังคม เรยามีปมกับความเหลื่อมล้ำทางสังคม ที่ไม่ได้วัดได้ด้วยเงินทองหรือฐานะทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นคนที่เธอรู้สึกว่าตนเองถูกเหยียด ถูกเหยียบย่ำมาตลอดตั้งแต่เล็กจนโต เด็กลูกครึ่งผมหยิกที่ถูกแม่ค้าในตลาดจิกเรียก “อีแขก ๆ” และการเป็นลูก “คนใช้” หรือเรียกอีกอย่างว่า “ขี้ข้า” ซึ่งเกียรติศักดิ์ศรีไม่อาจเทียบค่ากับ “คุณหนู” ไฮโซในบ้านผู้ดีที่เธอไปอาศัยอยู่ นี่คือภาพอดีตที่ผลักดันให้เรยา ตะเกียกตะกายพาตัวเองให้พ้นไปจากฐานะคนชั้นล่าง สำหรับ เรยา แอร์โฮสเตสเป็นอาชีพที่มีเกียรติและมีหน้ามีตาในสังคม อาชีพนี้จะช่วยกลบเกลื่อนรอยด่างพร้อยในเรื่องชาติกำเนิดว่าคนอย่างเธอก็ สามารถกินหรูอยู่สบายใช้ของแบรนด์เนมเทียมหน้าเทียมตาบรรดา “ผู้ดี” ทั้งหลายได้เช่นกัน แต่เพราะเกิดมาในชนชั้นล่างที่ยากไร้ทุนทรัพย์ อับจนทุนวัฒนธรรมในเรื่องชาติตระกูล และไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องทุนทางสังคมเพราะไม่มีวุฒิการศึกษาและเครือ ข่ายอุปถัมภ์ใด ๆ “อีลูกคนใช้กับ แขกยาม” อย่างเธอจึงเดิมพันด้วยทุนเท่าที่มีอยู่คือรูปร่างหน้าตาที่สวยสะและ พรหมจรรย์สดซิง แถมด้วยความสามารถทางภาษาอังกฤษอันเป็นผลพลอยได้จากการที่แม่ไปเป็นคนรับใช้ ในบ้านแหม่ม ทุนสองอย่างนี้กลายเป็นทางลัดช่วยให้เรยาขยับฐานะมาเป็นผู้ดี “ใหม่” ได้ฉับพลัน กระนั้น ก็ตาม เรยายังคงไม่พอใจเพราะทำอย่างไรก็ยังไม่เป็นไฮโซสมบูรณ์แบบ ไม่ได้มีเกียรติและศักดิ์ศรีเทียมเท่ากับคนชั้นสูงแบบที่เธอต้องการ แต่เธอยังคงต่ำต้อยด้อยค่าเมื่อเทียบกับเมียผู้ดีของสามีคนแรกที่เป็นลูก มาเฟียใหญ่ หลังจากจบกับชายคนแรก ชายคนที่สองและสามถูกหมายตาเพราะพวกเขา “เพียบพร้อม” ในแบบที่เธอต้องการ เรยา = หญิงชั่ว ? เรยาเป็นไพร่ขบถที่ไม่ยอมเจียมเนื้อเจียมตัวอยู่ในที่อันควรของตัวเองกลับตะเกียกตะกาย “อัพ” ฐานะมาอยู่ในโลกของ “ผู้ดี” ที่ร้ายยิ่งกว่าคือเธอมาพร้อมกับวัฒนธรรมไพร่แบบไม่กระมิดกระเมี้ยน ยามอารมณ์ดีก็ร่านโลกีย์ยั่วยวนชวนสามีเล่นบทรักตลอดเวลา ยามปรี๊ดขึ้นมาก็พูดจาหยาบคายจิกด่าทั้งอีเมียหลวงและผัว (ทึ่ม ๆ) ของตัวเอง แม้เรยาจะทัดเทียมผู้ดีทั้งหลายหากวัดกันด้วยทรัพย์สินเงินทอง หน้าที่การงาน และรูปร่างหน้าตา (ที่ดูดีกว่าบรรดาผู้ดีนอกจออีกจำนวนมาก) แต่ศักดิ์ศรีความเป็นคนของเธอก็ไม่อาจเทียบเทียมกับคนชั้นสูงได้จริง ๆ เสียที ความไม่ไฮโซตั้งแต่ชาติกำเนิดถูก “เด่นจันทร์” ลูกสาวมาเฟียขุดขึ้นมาเยาะเย้ยถากถางซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขณะที่มารยาทไพร่เอะอะระรานของเธอก็ทำให้ลูกสาวท่านทูตอย่าง “คุณดี๋” ไม่ยอมลดตัวไปเกลือกกลั้วให้เสียเกียรติ ความโผงผางหยาบคายของเรยายังทำให้สามีทั้งสองรับไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อเธอตามด่าราวีเมียผู้ดีของพวกเขาอย่างไม่ลดราวาศอก การผิดศีลธรรม ความร้ายกาจ และมารยาทแบบไพร่ ถูกใช้เป็นเกณฑ์วัดคุณค่าความเป็นคนของเรยา จนผู้ชมอาจคล้อยตามไปว่ามันถูกต้องแล้วที่ในที่สุดหญิง “ร้าย” อย่างเรยาจะพลาดจากทุกสิ่ง แต่โปรดอย่าลืมว่าพฤติกรรมเดียวกันนั้น “คนชั้นสูง” ทั้งหลายในเรื่อง (รวมทั้งนอกเรื่อง?) ต่างก็ประพฤติปฏิบัติเหมือนกัน นับจาก “เจ้าสัว” ที่มีเมียห้าคน “หมวยใหญ่” ที่แอบลักลอบได้เสียกับคู่หมั้นโดยที่ยังไม่แต่งงาน ส่วนพ่อคู่หมั้นของหมวยใหญ่ก็ไปกิ๊กกั๊กกับแม่เลี้ยงสุดเซ็กซี่จนเกือบจะ กรึ๊บกัน “คุณชายใหญ่” แม้จะเพียรโบยตีมโนสำนึกตนเองด้วยแส้ศีลธรรมแต่ก็ยังทำผิดทางมโนกรรมมาโดย ตลอดเพราะมีใจต่อ “คุณนายที่สี่” ซึ่งเป็นแม่เลี้ยงของตนเอง และยังเอาความใคร่ของตัวเองไปบำบัดปลดปล่อยกับเกย์หนุ่มซึ่งตนไม่ได้รัก แม้แต่ไฮโซอย่าง “เด่นจันทร์” ก็ยังเอาลูกน้องนักเลงไปตามคุกคามราวีเรยาร้ายและ “รุนแรง” กว่าที่เรยาเคยทำกับเธอและ “คุณดี๋” ด้วยมาตรฐานทางศีลธรรมเดียวกัน จึงบอกไม่ได้ว่าบรรดา “คนชั้นสูง” นั้นบริสุทธิ์ผุดผ่อง และควรค่าต่อชัยชนะมากกว่าไพร่อย่างเรยา เพียงแต่เหล่าผู้ดีทำความผิดแบบเดียวกันได้แนบเนียนกว่า และใช้อำนาจทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจสร้างความชอบธรรมให้แก่การกระทำของตนเอง ได้ง่ายกว่า เมื่อเทียบกันแล้วเรยาต้องแลกด้วยชีวิตเพื่อพาตนเองไปอยู่ในสังคมชนชั้นสูง แต่ชนชั้นสูงเพียงขยับนิ้วก็สามารถดีดเรยากระเด็นไปจากสังคมที่พวกเขากุม อำนาจได้อย่างง่ายดาย หากจะเรียกสิ่งที่เรยาทำว่าความผิด มันจึงผิดแค่ที่ว่าหล่อนโจ๋งครึ่ม ชัดเจน ตรงไปตรงมาเกินไปหน่อย อยากได้อะไรก็ต่อสู้ดิ้นรนไขว่คว้าให้ได้มา ไม่ถูกต้องตามครรลองของสังคมผู้ดีที่ควรแอบฉกแอบชิงมาอย่างเนียน ๆ หรือจะว่าไปแล้ว เรยาก็ผิดที่หลงเข้าใจไปว่าคนชั้นล่างอย่างเธอจะมีคุณค่าความเป็นคนได้เทียม เท่ากับผู้ดี ในโลกที่บรรดาผู้ดียังเป็นผู้กุมอำนาจและชี้ชะตาบรรดาคนไพร่ ๆ อย่างเธอ

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์