ใบตองแห้ง...ออนไลน์: จดหมายเปิดผนึกถึงนายกฯอานันท์: 112 ไม่ใช่แค่การบังคับใช้

ขอเขียนจดหมายเปิดผนึกมั่ง ถึงท่านนายกฯ อานันท์ที่ผมชื่นชม จำได้ว่าสมัยที่เคยสัมภาษณ์ท่าน ผมงี้แสนปลื้ม จนถึงวันนี้ก็ยังขอเรียกท่านว่านายกฯ อานันท์ เพราะท่านยังเป็นนายกฯ ในดวงใจคนชั้นกลางอย่างผม (แบบเดียวกับชวนยังเป็นนายกฯ ในดวงใจของคนใต้ ทักษิณเป็นนายกฯ ในดวงใจของเสื้อแดง) ได้อ่านที่นายกฯ อานันท์ชี้แจงนักข่าวต่างประเทศเรื่องมาตรา 112 แล้วมองเห็นทั้งด้านที่มีความหวังเล็กๆ และด้านที่ผิดหวัง...เยอะหน่อย ด้านที่มีความหวังเล็กๆ คือนายกฯ อานันท์ยอมรับว่าการบังคับใช้กฎหมายมีปัญหา เนื่องจากใครก็ได้มีสิทธิกล่าวโทษ ซึ่งเปิดโอกาสให้คนใช้ประโยชน์จากตัวกฎหมายและสถาบันพระมหากษัตริย์เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง หากแก้ปัญหาดังกล่าวได้ก็คงจะลดปัญหาที่เกิดขึ้น นั่นแสดงว่านายกฯ อานันท์เห็นด้วยกับข้อเสนอให้แก้ไขมาตรา 112 อย่างน้อยก็ให้มีหน่วยงานกลางหน่วยเดียวเป็นผู้แจ้งความกล่าวโทษ (ซึ่งนิติราษฎร์เสนอให้เป็นสำนักราชเลขาธิการ) เรื่องนี้ต้องแก้ไขกฎหมายนะครับ ไม่ว่าจะให้หน่วยงานใดก็แล้วแต่ เพราะถ้ามาตรา 112 ยังเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ที่ยอมความไม่ได้ (ไม่เหมือนหมิ่นประมาทบุคคลธรรมดา) ใครๆ ก็แจ้งความได้ ถ้าไม่ต้องการให้นาย ก. นาย ข.แจ้งความกล่าวโทษได้ ก็ต้องเพิ่มข้อจำกัดเข้าไปในตัวบทกฎหมาย ซึ่งเมื่อท่านพูดกับสากลโลกเช่นนี้แล้ว ก็หวังว่าในฐานะที่ท่านเป็น Royalist ที่มีเครดิตสูงในหมู่ชนชั้นนำ จะช่วยผลักดันให้เกิดการแก้ไข เพื่อช่วย “ลดปัญหา” ไม่เพียงแค่พูดลอยๆ แล้วหายไปกับสายลม และหวังว่าท่านจะแสดงท่าทีคัดค้านการ “ใช้ประโยชน์จากสถาบันพระมหากษัตริย์” ที่มีการออกหมายเรียกหมายจับอย่างมากมายโดยส่อนัยไล่ล่ากวาดล้างกันทางการเมือง ไม่ใช่ท่านพูดแล้ววางเฉย ปล่อยให้ “ใช้ประโยชน์จากสถาบันพระมหากษัตริย์” กันต่อไป ในฐานะผู้จงรักภักดีอย่างแท้จริง ท่านควรจะต้องช่วยยับยั้งกลั่นกรองเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ อย่างไรก็ดี ส่วนที่น่าผิดหวังในคำให้สัมภาษณ์คือ ท่านบอกว่า “การดำรงอยู่ของกฎหมายไม่ได้เป็นปัญหา แต่สิ่งที่เป็นปัญหาคือการบังคับใช้ และเจ้าหน้าที่ที่บังคับใช้” นั่นหมายความว่าท่านอานันท์ไม่เห็นว่าการกำหนดโทษจำคุก 3-15 ปีเป็นปัญหา แค่เป็นปัญหาที่ใครก็กล่าวโทษได้ อ้าว แล้วปัญหาการบังคับใช้กฎหมายในแง่ที่ผู้ต้องหามักไม่ได้ประกันตัวละครับ สาเหตุที่ไม่ให้ประกันเพราะศาลท่านอ้างว่าคดีนี้มีโทษสูง จำเลยอาจหลบหนี จำเลยจำนวนหนึ่งก็เลยหนีจริงๆ เพราะผิดไม่ผิดยังไม่รู้ แค่ถูกกล่าวโทษก็ขังยาว ฉะนั้นที่ท่านนายกฯ อานันท์บอกว่าตัวบทกฎหมายไม่มีปัญหา มีเพียงปัญหาการบังคับใช้ จึงผิดตรรกะ เพราะทั้งสองด้านเกี่ยวเนื่องกัน ปัญหาการบังคับใช้ไม่ได้มีเพียงเรื่องที่ใครก็กล่าวโทษได้ แต่ยังมีกรณีที่กล่าวโทษมั่ว และเมื่อผู้ต้องหามอบตัวแล้วมักไม่ได้รับประกันตัวตามสิทธิในรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ยังมีเรื่องการวินิจฉัยและตีความของศาล ซึ่งท่านนายกฯ อานันท์ไม่ได้พูดหมด ผมยกตัวอย่างนะครับ ปัญหาการบังคับใช้เช่นกรณีจีรนุช เปรมชัยพร กับกรณีสมยศ พฤกษาเกษมสุข ซึ่งถูกออกหมายจับโดยไม่รู้ตัว เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบไม่เคยแจ้งให้ทราบ จีรนุชถูกจับที่ ตม.เมื่อกลับจากต่างประเทศ สมยศถูกจับที่ ตม.เมื่อจะเดินทางเข้าเขมร ผลคือสมยศไม่ได้ประกันตัว เพราะศาลมองว่าจะหลบหนี ทั้งที่สมยศถูกออกหมายจับตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ.เมื่อวันที่ 20-22 ก.พ.เขายังนำคณะทัวร์ไปเขมร และยังขึ้นเวทีปราศรัย แถลงข่าว เคลื่อนไหว อยู่ตามปกติ กระทั่งจะไปเขมรอีกครั้งเมื่อวันที่ 30 เม.ย.จึงถูกจับ ปัญหาการบังคับใช้ยังมีเรื่องของการกล่าวโทษได้ครอบจักรวาล ไม่ว่าจะพูดหรือเขียนอย่างระมัดระวังแค่ไหน เช่นกรณีของ อ.ใจ อึ๊งภากรณ์ อ.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ซึ่งผมเคยอ่านข้อความที่เขาถูกกล่าวหาแล้ว เซอร์ไพรส์มาก เพราะเป็นข้อความที่ปกติธรรมดา พูดง่ายๆ ว่า สิ่งที่ อ.สมศักดิ์เคยพูดและเขียนมา ยังน่าจะ “โดน” ยิ่งกว่านี้ เช่นเดียวกับกรณีจักรภพ เพ็ญแข ข้อความที่จักรภพพูด ที่มีสื่อถอดความมาเผยแพร่ให้อ่านกันทั้งประเทศ เป็นข้อความที่นักวิชาการมากมายเคยพูดมาก่อน หลังจักรภพก็ยังมีคนพูด การกล่าวโทษตามมาตรา 112 จึงเป็นเรื่อง “ลมเพลมพัด” แล้วแต่ลมจะพัดไปทางใคร คุณก็ซวย นอกจากนั้นยังมีการเลือกปฏิบัติ ดังเช่นคดีของ “อากง” วัย 61 ผู้ถูกกล่าวหาว่าส่ง SMS หมิ่น DSI อ้างข้อมูล กอ.รมน.ว่าถูกขึ้น “บัญชีดำ” ในฐานะเสื้อแดงฮาร์ดคอร์ จะหมิ่นหรือไม่หมิ่น ว่ากันไปตามพยานหลักฐานสิครับ ดูซิมการ์ด ดูบันทึกการใช้โทรศัพท์ ทำไมต้องอ้างรายงาน กอ.รมน.เหมือนเราอยู่ในยุคถีบลงเขา เผาลงถังแดง นี่คือการเลือกปฏิบัติ คือแปลว่าถ้าคุณเป็นเสื้อแดง ถ้าคุณถูก กอ.รมน.ขึ้นบัญชีดำ ก็น่าเชื่อว่าผิดมาตรา 112 แบบเดียวกันเลย เอากระดาษแผ่นเดียวที่ ศอฉ.เขียนขึ้นเอง มากล่าวหา 18 แกนนำเสื้อแดง “ล้มเจ้า” ถ้าแน่จริง พล.อ.ประยุทธ์ หรือใครก็ตามที่รับผิดชอบ ต้องลงชื่อในแผนผัง รับรองว่าเป็นความจริง คนที่ถูกกล่าวหาเขาจะได้ฟ้องกลับ เพื่อพิสูจน์กัน ปัญหาการบังคับใช้ที่กล่าวมาทั้งหมด ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่เกิดขึ้นเพราะตัวบทกฎหมายมาตรา 112 เป็นปัญหา การบังคับใช้ที่ครอบจักรวาลมาจากตัวบทกฎหมายที่กำหนดความผิดครอบจักรวาลและบทลงโทษเกินสมควรแก่เหตุ ต่อให้ท่านนายกฯ อานันท์เชื่อว่าให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเป็นผู้กล่าวโทษแล้วจะลดปัญหา ถ้าไม่แก้ไขตัวบทกฎหมายให้ชัดเจนแน่นอน เหมาะสม หน่วยงานที่รับไปก็จะมีปัญหายุ่งยากลำบากใจในการวินิจฉัยเสียเอง มาตรา 112 ยกระดับขึ้นมาจากความผิดฐานดูหมิ่นและหมิ่นประมาทบุคคลธรรมดา แน่นอนว่า “นี่เป็นวัฒนธรรมของเรา” ซึ่งพอยอมรับได้ถ้าสมเหตุสมผล และอยู่ในกรอบของระบอบประชาธิปไตยที่สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ แต่ปัญหาที่ดำรงอยู่คือ มาตรา 112 กำหนดความผิดและกำหนดโทษแตกต่างจากบุคคลธรรมดาหลายสิบหลายร้อยเท่า การหมิ่นประมาทบุคคลธรรมดา มีข้อยกเว้นความผิด หากเป็นการติชมโดยสุจริต วิพากษ์วิจารณ์เพื่อประโยชน์สาธารณะ และยกเว้นโทษ หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นความจริง เว้นแต่เป็นเรื่องส่วนตัว... แต่มาตรา 112 ไม่มี การหมิ่นประมาทบุคคลธรรมดา มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี การดูหมิ่นบุคคลธรรมดา มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน... แต่มาตรา 112 ไม่แยก และเหมารวมโทษจำคุก 3-15 ปี หมายความว่าศาลจะตัดสินต่ำกว่า 3 ปีไม่ได้ นี่เป็นโทษที่สูงกว่าสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชด้วยซ้ำ และแก้ไขใหม่โดยคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน หลัง 6 ตุลา 2519 หลัง 6 ตุลา 2519 ที่ท่านนายกฯ อานันท์ถูกพักราชการจากปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ในข้อหาฝักใฝ่ลัทธิคอมมิวนิสต์ จนต้องลาออกจากราชการนั่นละครับ ความอยุติธรรมที่ท่านได้รับในครั้งนั้นผมยังเจ็บแค้นแทนไม่หาย ท่านถูกกล่าวหาด้วยการขึ้นบัญชีดำและอ้างข้อมูลฝ่ายความมั่นคง คล้ายๆ กันนี่แหละ ถึงวันนี้ผมอยากถามท่านจังว่า ท่านเห็นว่าการเพิ่มโทษโดยประกาศคณะปฏิรูปฯ เหมาะสมหรือไม่ กฎสากลกับมาตรฐาน ผมไม่ทราบว่าท่านนายกฯอานันท์เคยอ่านคำแถลงของนิติราษฎร์ หรือคำให้สัมภาษณ์ของ อ.วรเจตน์หรือเปล่า อ.วรเจตน์ชี้ว่า มาตรา 112 ไม่ควรอยู่ในหมวดความมั่นคงของรัฐ เพราะรัฐประชาธิปไตย ไม่ใช่รัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ที่รัฐกับพระมหากษัตริย์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน รัฐประชาธิปไตย ตัวรัฐแยกกับพระมหากษัตริย์ พระมหากษัตริย์เป็นเพียงองค์กรหนึ่งของรัฐ การกระทำผิดต่อพระมหากษัตริย์จึงไม่ใช่กระทบความมั่นคงของรัฐทุกกรณี ต้องแยกแยะเป็นกรณีไป เช่น ลอบปลงพระชนม์ ถือว่ากระทบความมั่นคง แต่การหมิ่นประมาทหรือดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ถือเป็นความผิดที่ไม่กระทบความมั่นคง (เพราะพระมหากษัตริย์ไม่ใช่รัฐ เราเปลี่ยนแปลงมา 79 ปีแล้ว) สิ่งที่ผมพยายามจะพูดก็คือ มาตรา 112 ทั้งตัวบทกฎหมายและการบังคับใช้ตีความ ตั้งอยู่บนฐานของอุดมการณ์ที่ยังเห็นว่ารัฐกับพระมหากษัตริย์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน หรืออีกนัยหนึ่ง เป็นมรดกอุดมการณ์สมบูรณาญาสิทธิราชย์ ที่ตกทอดมาอยู่ในระบอบประชาธิปไตย อุดมการณ์เช่นนี้แหละที่ทำให้เป็นปัญหา ทั้งหลักการของกฎหมายและการบังคับใช้ แต่ถ้ามาตรา 112 อยู่ภายใต้อุดมการณ์ประชาธิปไตย การดำรงอยู่ของกฎหมายจะไม่เป็นปัญหาเลย ท่านนายกฯ อานันท์กล่าวอย่างฟังดูงดงามว่า “คนไทยส่วนใหญ่รัก เคารพ และเทิดทูนสถาบันกษัตริย์ ซึ่งคนจากประเทศอื่นๆ อาจมองว่าคนไทยรักและเคารพสถาบันกษัตริย์แบบแปลกๆ แต่ไม่ว่าภายนอกจะมองว่าอย่างไร แต่นี่เป็นวัฒนธรรมของเรา เช่นเดียวกับในหลักการพหุวัฒนธรรม ผู้อื่นก็ควรจะเคารพในความหลากหลาย และไม่ควรตัดสินว่าอะไรดีหรือไม่ดี” คำถามคือ มาตรา 112 อยู่ในหลักการพหุวัฒนธรรม เคารพในความหลากหลาย อย่างที่ท่านพูดหรือเปล่า ผู้ที่รัก เคารพ เทิดทูนสถาบันกษัตริย์ อย่างพงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง “เคารพในความหลากหลาย และไม่ควรตัดสินว่าอะไรดีหรือไม่ดี” ดังที่ท่านพูดหรือเปล่า “มันก็ไม่ใช่หน้าที่ของผมที่ต้องไปตัดสินสถาบันกษัตริย์ในที่อื่นๆ เช่น ในอังกฤษ หรือนอร์เวย์ เพราะเป็นกษัตริย์ของเขา ประชาชนของเขา ผมคิดว่าการใช้กฎสากลกับระบอบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญในทุกที่ๆ นั้นไม่ถูกต้องเพราะมีรายละเอียดต่างๆ ที่แตกต่างกัน แต่ก็ควรมีมาตรฐานหนึ่งๆ ที่กำหนดไว้ซึ่งยอมรับได้ร่วมกัน” ตรงนี้ยิ่งฟังแล้วสับสน ท่านบอกว่าใช้กฎสากลไม่ได้ แต่ควรมีมาตรฐาน แล้วจะมีมาตรฐานอะไร ถ้าไม่ใช่มาตรฐานของระบอบประชาธิปไตยซึ่งเป็นสากล ท่านนายกฯ อานันท์เป็นนักเรียนเก่าอังกฤษ จบกฎหมายเกียรตินิยมจากเคมบริดจ์ และรับราชการเป็นเอกอัครราชทูตในหลายประเทศ ท่านคงเข้าใจดีว่า ในระบอบประชาธิปไตย (อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข) ของอังกฤษ หรือของหลายๆ ประเทศในยุโรป สถาบันกษัตริย์ล้วนดำรงอยู่ได้ด้วยการที่คนส่วนใหญ่รักเคารพ เช่นเดียวกับประเทศไทย สถาบันกษัตริย์ของอังกฤษเปิดให้พวกนิยมสาธารณรัฐ หรือพวก Republic วิพากษ์วิจารณ์มาเป็นร้อยสองร้อยปีแล้ว แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังรักเคารพ ชื่นชม โดยสถาบันกษัตริย์ปรับตัวอยู่ตลอด ตั้งแต่สมัย The King’s Speech มาถึง The Queen (หนังยังข้ามมาชนะใจคนอเมริกันจนได้ออสการ์ไปหลายตัว) ถึงวันนี้ แม้พวก Republic ยังวิพากษ์วิจารณ์อยู่ แต่ก็เป็นเพียงเสียงข้างน้อยหยิบมือ แม้อังกฤษไม่มีกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แต่ใครพูดจาไม่เหมาะสมแสดงความไม่เคารพ ก็ถูกสาธารณชนต่อต้านหรือบอยคอตต์ นั่นคือมาตรฐานสากลของระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ อยู่ภายใต้หลักการสิทธิเสรีภาพ ในอันที่จะเชื่อ ในอันที่จะรัก เคารพ นับถือ ซึ่งเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานในระบอบประชาธิปไตย คำถามคือท่านนายกฯ อานันท์เชื่อหรือไม่ว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ของเราสามารถดำรงอยู่ได้ เป็นที่เคารพ รัก เทิดทูน ของคนส่วนใหญ่ โดยไม่ต้องมีมาตรา 112 ผมเชื่อ ท่านเชื่อหรือไม่ ที่พูดเช่นนี้ไม่ใช่ผมบอกว่าต้องยกเลิกมาตรา 112 แต่ให้คงไว้โดยเพิ่มข้อยกเว้นความผิดในกรณีที่ติชมโดยสุจริตหรือวิจารณ์เพื่อประโยชน์สาธารณะ และกำหนดโทษให้เหมาะสม ไม่ใช่บอกว่ายกเลิกแล้วให้ใครก็ได้มาปาวๆ พูดจาให้ร้าย ดูหมิ่นสถาบันอันเป็นที่เคารพรักของคนส่วนใหญ่ สาเหตุที่เราต้องเรียกร้องให้แก้ไขมาตรา 112 เป็นเพราะอะไร สาเหตุมันไม่ใช่เรื่องของความคันปากอยากวิพากษ์วิจารณ์เบื้องสูง ใครจะอยากหาเหาใส่หัวหาอัปรีย์ใส่ตัวถึงขนาดนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะว่าตลอด 5 ปีที่ผ่านมา มีการอ้างอิงสถาบัน ดึงสถาบันอันควรเป็นที่เคารพรักของคนไทยทุกฝ่าย มาใช้ประโยชน์ มาเป็นอาวุธกล่าวหาให้ร้ายกันทางการเมือง จนเกิดการแบ่งฝักฝ่ายและทำให้คนอีกฝ่ายคับแค้นใจจนตอบโต้ด้วยอารมณ์ โดยเมื่อมีการวิพากษ์วิจารณ์ความพยายามดึงสถาบันเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมืองของผู้แอบอ้างผู้ใกล้ชิด ก็จะถูกคนเหล่านั้นใช้ประโยชน์จากมาตรา 112 และสถาบันพระมหากษัตริย์ จนกระทั่งวิกฤตบานปลายมาถึงปัจจุบัน ซึ่งท่านนายกฯ อานันท์ก็คงทราบดีว่า วิกฤตในวันนี้พัฒนาไปถึงไหนแล้ว อดีตนายกฯ โปร่งใสอย่างท่านน่าจะเข้าใจดีว่าเมื่อเกิดแรงต้าน ท่านจะกดจะดันมันไว้ หรือจะหาวิธีให้ไอน้ำระบายออกมาบ้าง เราเรียกร้องให้แก้ไขมาตรา 112 เปิดโอกาสให้วิจารณ์เพื่อประโยชน์สาธารณะ กล่าวให้ถึงที่สุดก็คือเพื่อประโยชน์ของสถาบัน เพราะสถาบันดำรงอยู่เพื่อประโยชน์สาธารณะ สถาบันจะดำรงอยู่เป็นมิ่งขวัญของประชาชนสืบไปชั่วกาลนาน ก็ต้องไม่ถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง เมื่อใดที่มีแนวโน้มว่าสถาบันจะถูกดึงเข้ามา หรือถูกอ้างอิง ต้องเปิดกว้างให้มีการท้วงติงเพื่อปกป้องสถาบัน และต้องเปิดกว้างเพื่อรับฟังทุกฝ่าย อันจะเป็นประโยชน์ต่อสถาบัน (และต่อสาธารณะ) เราเรียกร้องให้ปฏิรูปอำนาจของสถาบันพระมหากษัตริย์ ก็เพื่อที่จะทำให้เกิดความชัดเจน เป็นไปตามหลักการประชาธิปไตยอย่างเคร่งครัด ไม่ปล่อยให้เกิดความคลุมเครือ จนมีผู้อ้างอิงไปใช้อำนาจนอกรัฐธรรมนูญ แทรกแซงอำนาจบริหาร อำนาจตุลาการ สร้างรัฐทหารซ้อนรัฐ หรือกระทั่งอ้างสถาบันฉีกรัฐธรรมนูญ ซึ่งก่อให้เกิดวิกฤตกับประเทศทุกครั้งที่ผ่านมา หรือท่านนายกฯ อานันท์จะไม่ยอมรับว่า การอ้าง “พระราชอำนาจ” จนเลยเถิดไปจากกรอบของระบอบประชาธิปไตย เป็นสาเหตุหนึ่งในวิกฤตที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ขอเรียนตรงๆ ว่า ผมฟังท่านนายกฯ อานันท์ตอบคำถามเรื่องการปฏิรูปอำนาจของสถาบันพระมหากษัตริย์แล้ว นอกจากผิดหวัง ผมยังห่อเหี่ยว มองไม่เห็นอนาคต มองไม่เห็นทางออกที่จะนำไปสู่ “การเปลี่ยนผ่านอย่างสันติ” เพราะผมมองว่าท่านนายกฯ อานันท์เป็นผู้จงรักภักดีที่แท้จริง ที่มีสายตากว้างไกล เป็น Royalist หัวก้าวหน้าที่มีเครดิตสูงสุด หนึ่งในน้อยคน แต่เมื่อท่านนายกฯ อานันท์ยังคิดได้แค่นี้ ผมก็ได้แต่เศร้าใจ ด้วยความเคารพ ใบตองแห้ง 22 พ.ค.54 ...................................

บางขุนนนท์

[quote=บางขุนนนท์]คนเราถ้าไม่คิดจะหมิ่นก็ไม่น่าจะเดือดร้อนอะไร
คนคิดหมิ่นจึงเดือดร้อน
ซ.ต.พ.[/quote]

แสดงว่าอ่านหนังสือไม่แตก
อ่านไม่เข้าใจ
อ่านโดยไร้ความคิดไตร่ตรอง
เรียกอีกอย่างว่าโง่โดยเจตนา(ฮา)
อ้อ
ก่อนจะตอบโต้
กรุณากลับไปอ่านทวนดูอีกรอบ(โดยละเอียด)
บางทีอาจได้คิดว่า..
ที่เราว่านั้นยังน้อยไป(ฮา)

บางขุนนนท์

[quote=บางขุนนนท์]คนเราถ้าไม่คิดจะหมิ่นก็ไม่น่าจะเดือดร้อนอะไร
คนคิดหมิ่นจึงเดือดร้อน
ซ.ต.พ.[/quote]

คนบางคนไม่คิดจะหมิ่นอะไร แถมรักในหลวง แต่ก็ถูกใส่ร้ายป้ายสี โจมตีทั้งจากทางกฏหมาย(มาตรา112) และจากทางสังคม(การล่าหัวแม่มด,การแห่ประจาน...ทั้งที่จริง เขาเหล่านั้นนั่งเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรเลย)

ทำให้เขาเหล่านั้น เสียเวลา เสียอารมรณ์ เสียอนาคต...ทั้งที่เขาเหล่านั้น ไม่ได้ทำอะไรเลย

ผมไม่ได้พูดถึงสมศักดิ์เจียมนะ แต่ผมพูดถึงประชาชนไทยทั่วไปแบบนักศึกษาหรือพนักงานบริษัท ที่วันๆตื่นเช้าไปทำงานกินข้าวกลับบ้านนอน...แต่วันดีคืนดีดันถูกใส่ร้ายป้ายสี ถูกพวกล่าหัวแม่มดนำข้อมูลส่วนตัวไปเปิดเผย ไปประจาน

อย่าคิด ว่ามันไม่มี...และอย่าคิดว่าคนไม่หมิ่นก็ไม่น่าจะเดือดร้อน เพราะมาตรานี้ คือดาบสองคม ที่เสียบแทงได้ทั้งคนที่หมิ่นอยู่แล้ว และคนที่ไม่ได้หมิ่นแต่มีศัตรูที่ต้องการทำให้เสียอนาคตเสียชื่อเสียง

like โคตร โคตร

like โคตร โคตร

ทอนกิด wrote:บางขุนนนท์

[quote=ทอนกิด][quote=บางขุนนนท์]คนเราถ้าไม่คิดจะหมิ่นก็ไม่น่าจะเดือดร้อนอะไร
คนคิดหมิ่นจึงเดือดร้อน
ซ.ต.พ.[/quote]

แสดงว่าอ่านหนังสือไม่แตก
อ่านไม่เข้าใจ
อ่านโดยไร้ความคิดไตร่ตรอง
เรียกอีกอย่างว่าโง่โดยเจตนา(ฮา)
อ้อ
ก่อนจะตอบโต้
กรุณากลับไปอ่านทวนดูอีกรอบ(โดยละเอียด)
บางทีอาจได้คิดว่า..
ที่เราว่านั้นยังน้อยไป(ฮา)[/quote]

[b]ทอนกิด

ทำไมเที่ยวนี้ไม่พูดอะไรอย่างที่ชอบๆ อีกล่ะ หรือมีไก่ถูกเชือดเป็นตัวอย่างเลย หงอ

นี่แสดงว่าเป็นพวก ดีแต่หน้าจอ หงอตอนงานเข้า (ฮา) ว่ะ

ปล. บอกความก้าวหน้าให้อีกหน่อย คดีของเอ็ง ตร. เขาสรุปเห็นควรสั่งฟ้องไปแล้วนะ ทีนี้ก็ไปลุ้นอัยการอีกรอบ แต่เพื่อความไม่ประมาทของชีวิต เงินทองก็เก็บไว้เยอะๆ เผื่อต้องเดินทางไกลมาขึ้นศาลถึงร้อยเอ็ดด้วยนะ นี่หวังดีจริงๆ นะ (กร๊ากกกกกกก)

หมายเหตุ.- ธรรมดาคนที่มีคดีต้องขึ้นโรงขึ้นศาล ค่าใช้จ่ายในการสู้คดีที่อยู่ในภูมิลำเนาตัวเอง ก็ประมาณ 2 แสนบาท แต่กรณีนี้ ทอนกิด บ้านอยู่ไหนผมก็ไม่รู้ แต่เดาว่าต้องไม่ใช่ร้อยเอ็ดแน่ๆ ก็ขอให้เพิ่มเข้าไปอีก 20 - 30% ก็ประมาณ 3 แสน เท่านั้น ไม่แพง ไม่แพง (ฮา)

แต่ถ้าไม่สู้คดี ยอมรับสารภาพเลยก็เหลือหลักหมื่น แต่ว่าต้องติดคุกเลยนะ (ฮิฮิฮิ ฮ่าฮ่าฮ่า กร๊ากกกกก)[/b]

เมื่อโต้ตอบ นายทอนกิด แล้ว

[b]เมื่อโต้ตอบ นายทอนกิด แล้ว ก็ขอให้วิทยาทานด้วยการ สีซอ ชี้แจง พวกอยากล้มเจ้า ซะหน่อย (แล้วอย่าแถเลยว่าพวกมึงไม่ได้คิดล้มเจ้า แถไปยังไงก็ไมมีคนที่ไหนเชื่อนอกจากควายด้วยกัน) (ฮา)

กรณี ทอนกิด เป็นกรณีตัวอย่างอย่างดีของคนที่กระทำละเมิด ม. 112

รายละเอียดเป็นอย่างไรไปหาดูได้จากกระทู้ข่าวเก่าๆ ที่ไอ้ตาขาวทอนกิดตัวนี้มันละเมิดพระราชินี แต่อยู่ในกระทู้ข่าวไหนไม่บอก ไปหาเอาเอง เพราะถ้าผมบอกผมก็โดนข้อหาทำให้เป็นที่ปรากฎ

แต่กรณีทอนกิดก็คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดที่ กม. ม. 112 ยังต้องมีอยู่ในเมืองไทย

เพราะ แอบอ้างกันอย่างไรว่า กม. นี้ กดขี่ ถูกใช้เป็นเครื่องมือ ถูกใช้เพื่อกลั่นแกล้ง

แต่กรณีตัวอย่างไอ้ตาขาวอย่างทอนกิดก็เป็นตัวอย่างที่ชัดแจ้งว่า ทำไมถึงต้องมี กม. นี้

เพราะถ้าจะถามว่าไอ้ห่าทอนกิดตัวนี้มันไม่รู้หรือว่า กม. ม. 112 มี แล้วโทษหนักหนาแค่ไหน มันต้องรู้อยู่แล้วยกเว้นมันจะควายสุดๆ ก็เรื่องของมัน

ในเมื่อ! ทั้งๆ ที่มันรู้ มันก็ยังเสแสร้ง ใฃ้เล่ห์แอบแฝง (แต่เล่ห์แบบนี้ เขาเรียกควายโค่ด) (ฮา) ละเมิด จาบจ้วง พระราชินี แล้ว กม. ม. 112 ผิดตรงไหน เพระ กม. ก็มีอยู่แล้ว แต่มันเสือกเลือกจะทำผิดเอง[/b]

ดีมากครับ

ดีมากครับ เห็นด้วยตามที่เขียนทุกประการ

อีกประเด็นที่อยากขยายความ เมื

[b]อีกประเด็นที่อยากขยายความ

เมื่อวานคุณสุกัญญา มิเกล นักร้องสาวเสียงทรงพลังของเวทีมัฆวาน มาทำหน้าที่ขับกล่อมมวลชนตามหน้าที่ของเธอ ซึ่งเธอได้แสดงความเห็นบนเวทีระหว่างเพลง

ซึ่งน่าแปลก คนอย่างเธอที่ไม่ได้จบการศึกษาสูงๆ ไม่ได้มีหน้าที่การงานสลักสาคัญอะไร แต่เธอกลับมีหลักการคิดเรื่อง ม. 112 ได้ดีอย่างเหลือเชื่อ ช่างต่างจากพวกที่ไปลงชื่อสนับสนุนให้แก้ไข กม. ม. 112 ที่แต่ละชื่อก็มีสถานะทางสังคมที่ดูเหมือน (เน้น! ย้ำ! แค่ ดูเหมือน นะ) (ฮา) จะมีวุฒิภาวะ มีความรับผิดชอบ มีจริยธรรม แต่ดันเสือกไม่มี

เธอว่าไว้อย่างนี้

เธอบอกว่าเรื่อง ม. 112 ให้คิดเทียบเคียงกับเรื่องครอบครัวหนึ่ง ซึ่งในครอบครัวก็ต้องมีพ่อแม่ ซึ่งบ้านไหนๆ ก็มีกฎของบ้านที่ทุกบ้านต้องปฎิบัติตามกฎเป็นสามัญ เช่น ทุกคนก็กินข้าวบนโต๊ะอาหาร ขับถ่ายในห้องสุขา แต่ถ้าลูกๆ หลานๆ บ้านไหน เสือกกระโหลกจะไปนั่งขี้บนโต๊ะกินข้าว แล้วไปนั่งกินข้าวที่โถส้วม ก็คงโดนพ่อแม่ตี

ดังนั้น กม. ม. 112 มันก็มีอยู่แล้ว เหมือน กม. อาญา ทั่วๆ ไป ซึ่งในเมื่อ กม. ม. 112 ก็ใช้บังคับอยู่แล้ว แล้วเกิดมีใครมาอ้างว่า กม. ไม่ดีต้องยกเลิก

แล้วถ้าหากมีใครอยากยกเลิกกฎหมายอื่นๆ อีกบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร ต่อไป ก็ฆ่ากันได้ ข่มขืนกันได้ เล่นการพนันกันได้ อย่างนั้นหรือ (ถามกลับอีกที ถ้าไอ้ทอนกิดมันด่าแม่คุณๆ อย่างที่มันด่าท่าน ยอมรับได้หรือไม่?)

แล้วมาคิดมุมกลับอีกที ทำไมถึงต้องการวิพากษ์วิจารณ์สถาบันฯ โดยไม่มีความรับผิดชอบ

อย่าบอกนะว่าอย่างที่แอบกระทำกันลับหลังอย่างนั้นน่ะ เป็นการกระทำที่เหมาะสมแบบที่อารยะชนเขากระทำกัน

เพราะขอชี้หน้าตีตราไว้เลยว่า จนบัดนี้ในเมืองไทยยังไม่มีใครวิจารณ์สถาบันฯ อย่างเหมาะสม อย่างมีวุฒิภาวะ ซักที (ใครเคยเห็น แต่ขอบอกก่อนว่าต้องมั่นใจด้วยว่าเหมาะสมจริงนะ (ฮา) เอามาให้ดูหน่อย) เพราะขนาดกรณีที่ไอ้หงอกมันพูดไว้ในกระทู้ ฟ้าหญิงฯ ก็ยังไม่มีความเหมาะสม เพราะมันใช้ลีลากระทบกระเทียบแดกดัน ซึ่งถามจริงๆ คนอย่างมันเป็นใครเสือกกะโหลกอะไรไปกระทบกระเทียบแดกดันฟ้าหญิงฯ มันถือดีอ้างสิทธิ์ (ห่าเหว) อะไร

ซึ่ง สุดท้ายก็ชัดเจน ไม่มีหรอกการวิจารณ์สถาบันโดยสุจริต

ในเมื่อไม่มีการวิจารณณ์ที่สุจริต ก็ต้องมี กม. เอาไว้เบิ๊ดกระโหลกอย่างนี้แหละ

การ ดูหมิ่น เสียดสี จาบจ้วง ทั้งโดยตรงโดยอ้อม (ตัวอย่างก็ไอ้หอนกิดนั่นแหละ) เป็นการกระทำที่ดีที่น่าเอาเยี่ยงอย่างหรือ

จบแค่นี้แหละ

เพระรู้ว่าสีซอไปก็ไร้ค่า หมาก็เป็นหมา ควายก็เป็นควาย วันยันค่ำ (ฮา)

หมายเหตุ .- เผื่อใครจะบอกก็บทความนี้ไง การวิจารณ์สถาบันฯ ที่เหมาะสม ก็ต้องบอกว่า บทความนี้มันไม่ได้วิจารณ์สถาบัน มันวิจารณ์กฎหมาย คนละเรื่องกัน[/b]

อยากให้สถาบันพระมหากษัตริย์

อยากให้สถาบันพระมหากษัตริย์ อยู่คู่ไทยไปตลอด แต่ต้องมีเหตุผล ไม่ใช่หลับหูหลับตา และเห็นด้วยกับบทความนี้

มีคนเป็นจำนวนมากที่เหลืออดกับ

มีคนเป็นจำนวนมากที่เหลืออดกับ ม.112 ไม่ใช่เพราะไม่จงรักภักดี แต่เพราะความไม่เป็นธรรมในการนำมาบังคับใช้การกระทำเดียวกัน คนหนึ่งผิด อีกคนไม่ผิด การอ้างเบื้องสูงมาใช้ประโยชน์และทำลายฝ่ายตรงข้ามกลับไม่ผิดทั้งที่มันเป็นการกระทำที่เป็นการสร้างความโกรธน้อยเนื้อต่ำใจต่อผู้ถูกทำลาย ซึ่งให้ผลร้ายต่อความศรัทธาเชื่อมั่นที่เคยมีต่อสถาบัน เป็นการกระทำที่เป็นการทำลายสถาบันอย่างร้ายแรงและกว้างขวางมากกว่าการที่มีผู้กล่าวร้ายสถาบันตรง ๆ เสียอีก เพราะการกล่าวร้ายหากไม่มีเหตุผลหรือไม่สามารถพิสูจน์ได้ ก็ไม่มีใครเชื่อ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นเช่นนั้น
การดึงสถาบันมาทำลายฝ่ายตรงข้าม สร้างความแตกแยกร้าวลึก

"ใครกันแน่ที่ทำลายสถาบัน รัฐ ทหาร ศาล หรือ ประชาชน"
"ม.112 เป็น กม.ที่ปกป้องสถาบันจริงหรือ จะแก้ไขหรือคงไว้เดิม หรือยกเลิก"

I Pad

[quote=I Pad][b]อีกประเด็นที่อยากขยายความ

เมื่อวานคุณสุกัญญา มิเกล นักร้องสาวเสียงทรงพลังของเวทีมัฆวาน มาทำหน้าที่ขับกล่อมมวลชนตามหน้าที่ของเธอ ซึ่งเธอได้แสดงความเห็นบนเวทีระหว่างเพลง

ซึ่งน่าแปลก คนอย่างเธอที่ไม่ได้จบการศึกษาสูงๆ ไม่ได้มีหน้าที่การงานสลักสาคัญอะไร แต่เธอกลับมีหลักการคิดเรื่อง ม. 112 ได้ดีอย่างเหลือเชื่อ ช่างต่างจากพวกที่ไปลงชื่อสนับสนุนให้แก้ไข กม. ม. 112 ที่แต่ละชื่อก็มีสถานะทางสังคมที่ดูเหมือน (เน้น! ย้ำ! แค่ ดูเหมือน นะ) (ฮา) จะมีวุฒิภาวะ มีความรับผิดชอบ มีจริยธรรม แต่ดันเสือกไม่มี

เธอว่าไว้อย่างนี้

เธอบอกว่าเรื่อง ม. 112 ให้คิดเทียบเคียงกับเรื่องครอบครัวหนึ่ง ซึ่งในครอบครัวก็ต้องมีพ่อแม่ ซึ่งบ้านไหนๆ ก็มีกฎของบ้านที่ทุกบ้านต้องปฎิบัติตามกฎเป็นสามัญ เช่น ทุกคนก็กินข้าวบนโต๊ะอาหาร ขับถ่ายในห้องสุขา แต่ถ้าลูกๆ หลานๆ บ้านไหน เสือกกระโหลกจะไปนั่งขี้บนโต๊ะกินข้าว แล้วไปนั่งกินข้าวที่โถส้วม ก็คงโดนพ่อแม่ตี

ดังนั้น กม. ม. 112 มันก็มีอยู่แล้ว เหมือน กม. อาญา ทั่วๆ ไป ซึ่งในเมื่อ กม. ม. 112 ก็ใช้บังคับอยู่แล้ว แล้วเกิดมีใครมาอ้างว่า กม. ไม่ดีต้องยกเลิก

แล้วถ้าหากมีใครอยากยกเลิกกฎหมายอื่นๆ อีกบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร ต่อไป ก็ฆ่ากันได้ ข่มขืนกันได้ เล่นการพนันกันได้ อย่างนั้นหรือ (ถามกลับอีกที ถ้าไอ้ทอนกิดมันด่าแม่คุณๆ อย่างที่มันด่าท่าน ยอมรับได้หรือไม่?)

แล้วมาคิดมุมกลับอีกที ทำไมถึงต้องการวิพากษ์วิจารณ์สถาบันฯ โดยไม่มีความรับผิดชอบ

อย่าบอกนะว่าอย่างที่แอบกระทำกันลับหลังอย่างนั้นน่ะ เป็นการกระทำที่เหมาะสมแบบที่อารยะชนเขากระทำกัน

เพราะขอชี้หน้าตีตราไว้เลยว่า จนบัดนี้ในเมืองไทยยังไม่มีใครวิจารณ์สถาบันฯ อย่างเหมาะสม อย่างมีวุฒิภาวะ ซักที (ใครเคยเห็น แต่ขอบอกก่อนว่าต้องมั่นใจด้วยว่าเหมาะสมจริงนะ (ฮา) เอามาให้ดูหน่อย) เพราะขนาดกรณีที่ไอ้หงอกมันพูดไว้ในกระทู้ ฟ้าหญิงฯ ก็ยังไม่มีความเหมาะสม เพราะมันใช้ลีลากระทบกระเทียบแดกดัน ซึ่งถามจริงๆ คนอย่างมันเป็นใครเสือกกะโหลกอะไรไปกระทบกระเทียบแดกดันฟ้าหญิงฯ มันถือดีอ้างสิทธิ์ (ห่าเหว) อะไร

ซึ่ง สุดท้ายก็ชัดเจน ไม่มีหรอกการวิจารณ์สถาบันโดยสุจริต

ในเมื่อไม่มีการวิจารณณ์ที่สุจริต ก็ต้องมี กม. เอาไว้เบิ๊ดกระโหลกอย่างนี้แหละ

การ ดูหมิ่น เสียดสี จาบจ้วง ทั้งโดยตรงโดยอ้อม (ตัวอย่างก็ไอ้หอนกิดนั่นแหละ) เป็นการกระทำที่ดีที่น่าเอาเยี่ยงอย่างหรือ

จบแค่นี้แหละ

เพระรู้ว่าสีซอไปก็ไร้ค่า หมาก็เป็นหมา ควายก็เป็นควาย วันยันค่ำ (ฮา)

หมายเหตุ .- เผื่อใครจะบอกก็บทความนี้ไง การวิจารณ์สถาบันฯ ที่เหมาะสม ก็ต้องบอกว่า บทความนี้มันไม่ได้วิจารณ์สถาบัน มันวิจารณ์กฎหมาย คนละเรื่องกัน[/b][/quote]

เป็นความเห็นที่มีสาระดีที่สุดในบรรดาความเห็นที่แสดงต่อบทความนี้

บางขุนนนท์

[quote=บางขุนนนท์]คนเราถ้าไม่คิดจะหมิ่นก็ไม่น่าจะเดือดร้อนอะไร
คนคิดหมิ่นจึงเดือดร้อน
ซ.ต.พ.[/quote]

คิดลึกๆแล้วเห็นด้วยกับคุณ

มายาจินตา wrote:บางขุนนนท์

[quote=มายาจินตา][quote=บางขุนนนท์]คนเราถ้าไม่คิดจะหมิ่นก็ไม่น่าจะเดือดร้อนอะไร
คนคิดหมิ่นจึงเดือดร้อน
ซ.ต.พ.[/quote]

คนบางคนไม่คิดจะหมิ่นอะไร แถมรักในหลวง แต่ก็ถูกใส่ร้ายป้ายสี โจมตีทั้งจากทางกฏหมาย(มาตรา112) และจากทางสังคม(การล่าหัวแม่มด,การแห่ประจาน...ทั้งที่จริง เขาเหล่านั้นนั่งเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรเลย)

.......................................

ผมไม่ได้พูดถึงสมศักดิ์เจียมนะ แต่ผมพูดถึงประชาชนไทยทั่วไปแบบนักศึกษาหรือพนักงานบริษัท ที่วันๆตื่นเช้าไปทำงานกินข้าวกลับบ้านนอน...แต่วันดีคืนดีดันถูกใส่ร้ายป้ายสี ถูกพวกล่าหัวแม่มดนำข้อมูลส่วนตัวไปเปิดเผย ไปประจาน

[/quote]

ถ้าคุณไม่พูดหมิ่นหรือกระทำที่หมิ่น ใครจะไปฟ้องร้องคุณ
การที่คนจะถูกฟ้องร้อง ก่อนอื่นจะต้องมีคนมาฟ้องร้อง เจ้าหน้าที่ก็จะขอหลักฐาน หาหลักฐานเพิ่มเติม หาพยานแวดล้อมและประจักษ์พยานให้สมบูรณ์ครบถ้วนพอที่จะทำการฟ้องร้องได้
ถ้าคุณไม่คิดจะหมิ่นคุณจะเดือดร้อนอะไร
ม.122 มีไว้สำหรับคนที่หมิ่น
เมื่อคุณไม่หมิ่นใครจะหาหลักฐานอะไรที่ไหนไปฟ้องร้องคุณ

มายาจินตา wrote:บางขุนนนท์

[quote=มายาจินตา][quote=บางขุนนนท์]คนเราถ้าไม่คิดจะหมิ่นก็ไม่น่าจะเดือดร้อนอะไร
คนคิดหมิ่นจึงเดือดร้อน
ซ.ต.พ.[/quote]

ผมไม่ได้พูดถึงสมศักดิ์เจียมนะ แต่ผมพูดถึงประชาชนไทยทั่วไปแบบนักศึกษาหรือพนักงานบริษัท ที่วันๆตื่นเช้าไปทำงานกินข้าวกลับบ้านนอน...แต่วันดีคืนดีดันถูกใส่ร้ายป้ายสี ถูกพวกล่าหัวแม่มดนำข้อมูลส่วนตัวไปเปิดเผย ไปประจาน

อย่าคิด ว่ามันไม่มี...และอย่าคิดว่าคนไม่หมิ่นก็ไม่น่าจะเดือดร้อน เพราะมาตรานี้ คือดาบสองคม ที่เสียบแทงได้ทั้งคนที่หมิ่นอยู่แล้ว และคนที่ไม่ได้หมิ่นแต่มีศัตรูที่ต้องการทำให้เสียอนาคตเสียชื่อเสียง[/quote]

ถ้าคุณไม่พูดหมิ่นหรือกระทำที่ไม่หมิ่น ใครจะไปฟ้องร้องคุณ
การที่คนจะถูกฟ้องร้อง ก่อนอื่นจะต้องมีคนมาฟ้องร้อง เจ้าหน้าที่ก็จะขอหลักฐาน หาหลักฐานเพิ่มเติม หาพยานแวดล้อมและประจักษ์พยานให้สมบูรณ์ครบถ้วนพอที่จะทำการฟ้องร้องได้
ถ้าคุณไม่คิดจะหมิ่นคุณจะเดือดร้อนอะไร
ม.122 มีไว้สำหรับคนที่หมิ่น
เมื่อคุณไม่หมิ่นใครจะหาหลักฐานอะไรที่ไหนไปฟ้องร้องคุณ

คนเราไม่เห็นด้วยในสิ่งที่สังค

คนเราไม่เห็นด้วยในสิ่งที่สังคมเสนอมา
เหตุเพราะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ

แต่เมื่อวันหนึ่งเมื่อตัวเขา ญาติเขา
หรือคนที่เขารัก หรือ คนที่เขาเคารพ
โดนกระทำเช่นนี้บ้าง

เขาจะซ.ต.พ. หรือ get หรือซาโตริ หรือบรรลุธรรมเรื่องนี้เองโดยธรรมชาติ

แหม

แหม บทความหลังๆของคุณใบตองแห้งนี่ ใช้ได้มากๆ พักหลังรู้สึกว่าเริ่มอ่านแล้วลื่นสายตาดีจังเลย

สมิงขาว wrote:มายาจินตา

[quote=สมิงขาว][quote=มายาจินตา][quote=บางขุนนนท์]คนเราถ้าไม่คิดจะหมิ่นก็ไม่น่าจะเดือดร้อนอะไร
คนคิดหมิ่นจึงเดือดร้อน
ซ.ต.พ.[/quote]

ผมไม่ได้พูดถึงสมศักดิ์เจียมนะ แต่ผมพูดถึงประชาชนไทยทั่วไปแบบนักศึกษาหรือพนักงานบริษัท ที่วันๆตื่นเช้าไปทำงานกินข้าวกลับบ้านนอน...แต่วันดีคืนดีดันถูกใส่ร้ายป้ายสี ถูกพวกล่าหัวแม่มดนำข้อมูลส่วนตัวไปเปิดเผย ไปประจาน

อย่าคิด ว่ามันไม่มี...และอย่าคิดว่าคนไม่หมิ่นก็ไม่น่าจะเดือดร้อน เพราะมาตรานี้ คือดาบสองคม ที่เสียบแทงได้ทั้งคนที่หมิ่นอยู่แล้ว และคนที่ไม่ได้หมิ่นแต่มีศัตรูที่ต้องการทำให้เสียอนาคตเสียชื่อเสียง[/quote]

ถ้าคุณไม่พูดหมิ่นหรือกระทำที่ไม่หมิ่น ใครจะไปฟ้องร้องคุณ
การที่คนจะถูกฟ้องร้อง ก่อนอื่นจะต้องมีคนมาฟ้องร้อง เจ้าหน้าที่ก็จะขอหลักฐาน หาหลักฐานเพิ่มเติม หาพยานแวดล้อมและประจักษ์พยานให้สมบูรณ์ครบถ้วนพอที่จะทำการฟ้องร้องได้
ถ้าคุณไม่คิดจะหมิ่นคุณจะเดือดร้อนอะไร
ม.122 มีไว้สำหรับคนที่หมิ่น
เมื่อคุณไม่หมิ่นใครจะหาหลักฐานอะไรที่ไหนไปฟ้องร้องคุณ[/quote]

ฮุ ฮุ แล้วชมว่า นาย ไอ"เหลือบ เขียนได้ดี
ก็ในบทความของคุณใบตองแห้งเขาเขียนชัดเจนว่าเรื่องนี้มีปัญหา
เรื่อง "การกล่าวโทษ" กับ "การคุมขังระหว่างรอการตัดสิน"พาวนไปไหน
อย่าว่าแต่เรื่องนี้เลยครับ "ไม่ข้ามถนนทางม้าลาย"ก็ผิดกฎหมาย
ใช้สะพานลอยก็ไม่ผิด โดนจับปรับ100 จะบ่นหาพระแสงไร 555+
ผมก็พูดดูเท่ห์ได้ แค่อยากจะโชว์พาวฝ่ายตรงข้ามถึงกับไม่พูดในเนื้อหา
ของบทความเลยหรอครับ(ฮา)
ขอบคุณครับ

อยากให้ใบต้องแห้งพูดคำว่าจงรั

อยากให้ใบต้องแห้งพูดคำว่าจงรักภักดี อย่างเต็มปากเต็มคำ

ตั้งแต่อ่านมาไม่เคยเห็น ใบต้องแห้ง พูดว่าจงรักภักดีเลยสักครั้งเดียว อย่าดีแต่แหลไปแหลมา

มายาจินตา wrote:บางขุนนนท์

[quote=มายาจินตา][quote=บางขุนนนท์]คนเราถ้าไม่คิดจะหมิ่นก็ไม่น่าจะเดือดร้อนอะไร
คนคิดหมิ่นจึงเดือดร้อน
ซ.ต.พ.[/quote]

คนบางคนไม่คิดจะหมิ่นอะไร แถมรักในหลวง แต่ก็ถูกใส่ร้ายป้ายสี โจมตีทั้งจากทางกฏหมาย(มาตรา112) และจากทางสังคม(การล่าหัวแม่มด,การแห่ประจาน...ทั้งที่จริง เขาเหล่านั้นนั่งเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรเลย)

ทำให้เขาเหล่านั้น เสียเวลา เสียอารมรณ์ เสียอนาคต...ทั้งที่เขาเหล่านั้น ไม่ได้ทำอะไรเลย

ผมไม่ได้พูดถึงสมศักดิ์เจียมนะ แต่ผมพูดถึงประชาชนไทยทั่วไปแบบนักศึกษาหรือพนักงานบริษัท ที่วันๆตื่นเช้าไปทำงานกินข้าวกลับบ้านนอน...แต่วันดีคืนดีดันถูกใส่ร้ายป้ายสี ถูกพวกล่าหัวแม่มดนำข้อมูลส่วนตัวไปเปิดเผย ไปประจาน

อย่าคิด ว่ามันไม่มี...และอย่าคิดว่าคนไม่หมิ่นก็ไม่น่าจะเดือดร้อน เพราะมาตรานี้ คือดาบสองคม ที่เสียบแทงได้ทั้งคนที่หมิ่นอยู่แล้ว และคนที่ไม่ได้หมิ่นแต่มีศัตรูที่ต้องการทำให้เสียอนาคตเสียชื่อเสียง[/quote]

บ้าหรือเปล่า นั่งอยู่เฉยๆใครเขาจะไปทำอะไรได้ นอกจากไปแอบทำไว้โดยที่คนอื่นไม่รู้ แล้วเจ้าตัวคิดว่าเจ้าหน้าที่ไม่รู้

ของพวกนี้มันต้องมีหลักฐาน กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา

เหมือนกับกรรมของ ไอ้สมศักดิ์ ไม่เจียม(กะลา) ใครที่อ่านก็รู้ว่ามัน "เจตนา" อะไร

อยากแก้กันนักกฏหมาย 112 จะได้มีช่องทางดาและวิจารณ์บุคคลและสถาบัน โดยไม่ผิดกฏหมาย

คนพวกนี้มันน่าจะจับไปทำปู๋ยให้หมด

มายาจินตา wrote:บางขุนนนท์

[quote=มายาจินตา][quote=บางขุนนนท์]คนเราถ้าไม่คิดจะหมิ่นก็ไม่น่าจะเดือดร้อนอะไร
คนคิดหมิ่นจึงเดือดร้อน
ซ.ต.พ.[/quote]

คนบางคนไม่คิดจะหมิ่นอะไร แถมรักในหลวง แต่ก็ถูกใส่ร้ายป้ายสี โจมตีทั้งจากทางกฏหมาย(มาตรา112) และจากทางสังคม(การล่าหัวแม่มด,การแห่ประจาน...ทั้งที่จริง เขาเหล่านั้นนั่งเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรเลย)

ทำให้เขาเหล่านั้น เสียเวลา เสียอารมรณ์ เสียอนาคต...ทั้งที่เขาเหล่านั้น ไม่ได้ทำอะไรเลย

ผมไม่ได้พูดถึงสมศักดิ์เจียมนะ แต่ผมพูดถึงประชาชนไทยทั่วไปแบบนักศึกษาหรือพนักงานบริษัท ที่วันๆตื่นเช้าไปทำงานกินข้าวกลับบ้านนอน...แต่วันดีคืนดีดันถูกใส่ร้ายป้ายสี ถูกพวกล่าหัวแม่มดนำข้อมูลส่วนตัวไปเปิดเผย ไปประจาน

อย่าคิด ว่ามันไม่มี...และอย่าคิดว่าคนไม่หมิ่นก็ไม่น่าจะเดือดร้อน เพราะมาตรานี้ คือดาบสองคม ที่เสียบแทงได้ทั้งคนที่หมิ่นอยู่แล้ว และคนที่ไม่ได้หมิ่นแต่มีศัตรูที่ต้องการทำให้เสียอนาคตเสียชื่อเสียง[/quote]

บ้าหรือเปล่า นั่งอยู่เฉยๆใครเขาจะไปทำอะไรได้ นอกจากไปแอบทำไว้โดยที่คนอื่นไม่รู้ แล้วเจ้าตัวคิดว่าเจ้าหน้าที่ไม่รู้

ของพวกนี้มันต้องมีหลักฐาน กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา

เหมือนกับกรรมของ ไอ้สมศักดิ์ ไม่เจียม(กะลา) ใครที่อ่านก็รู้ว่ามัน "เจตนา" อะไร

อยากแก้กันนักกฏหมาย 112 จะได้มีช่องทางดาและวิจารณ์บุคคลและสถาบัน โดยไม่ผิดกฏหมาย

ถึงนายอนันต์ฯ

ถึงนายอนันต์ฯ จะเห็นตรงกับที่คุณใบตองแห้งต้องการ มาตรา 112 ก็ยังคงอยู่และบังคับใช้ไปอย่างทุกวันนี้แหละ
เนื่องมาจาก ไม่มีใครอยาก แกว่งเท้าหาเสื้ยน ให้มันเจ็บตัว ก็ต่างก็เอาตัวรอดกันไปทั้งนั้น

จะมีก็แต่ประชาชนธรรมดา อย่างเราๆท่านๆ ที่เห็นควรแก้ไขมาตรา 112 นี่แหละ ต้องช่วยกัน นี่ก็จวนเลือกตั้งใหม่แล้ว
เราควรบอกพรรคการเมืองต่างๆไปเลยว่า หากพรรคการเมืองใดรับปากว่าจะแก้ไขมาตรา 112 นี่ให้มันเป็นที่ต้องการของประชาชนอย่างเรา เรายินดีจะเทคะแนนเสียงให้พรรคนั้นได้เป็นรัฐบาลไปเลย จะได้มีปากมีเสียงในการแก้ไข ไม่ต้อง
ไปหวังพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลอื่นๆอีก

พล wrote:บางขุนนนท์

[quote=พล][quote=บางขุนนนท์]คนเราถ้าไม่คิดจะหมิ่นก็ไม่น่าจะเดือดร้อนอะไร
คนคิดหมิ่นจึงเดือดร้อน
ซ.ต.พ.[/quote]

คิดลึกๆแล้วเห็นด้วยกับคุณ[/quote]
ถ้าทุกคนต่างทำหน้าที่ที่ควรกระทำของตน ไม่ไปยุ่งวุ่นวาย ช่วยจัดโน่นจัดนี่ให้ชาวบ้านเขา ปล่อยให้มันเป็นไป
ตามที่ชาวบ้านเขาต้องการ ก็คงไม่มีใครพูดหมิ่นใคร

kikapoo wrote:มายาจินตา

[quote=kikapoo][quote=มายาจินตา][quote=บางขุนนนท์]คนเราถ้าไม่คิดจะหมิ่นก็ไม่น่าจะเดือดร้อนอะไร
คนคิดหมิ่นจึงเดือดร้อน
ซ.ต.พ.[/quote]

คนบางคนไม่คิดจะหมิ่นอะไร แถมรักในหลวง แต่ก็ถูกใส่ร้ายป้ายสี โจมตีทั้งจากทางกฏหมาย(มาตรา112) และจากทางสังคม(การล่าหัวแม่มด,การแห่ประจาน...ทั้งที่จริง เขาเหล่านั้นนั่งเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรเลย)

ทำให้เขาเหล่านั้น เสียเวลา เสียอารมรณ์ เสียอนาคต...ทั้งที่เขาเหล่านั้น ไม่ได้ทำอะไรเลย

ผมไม่ได้พูดถึงสมศักดิ์เจียมนะ แต่ผมพูดถึงประชาชนไทยทั่วไปแบบนักศึกษาหรือพนักงานบริษัท ที่วันๆตื่นเช้าไปทำงานกินข้าวกลับบ้านนอน...แต่วันดีคืนดีดันถูกใส่ร้ายป้ายสี ถูกพวกล่าหัวแม่มดนำข้อมูลส่วนตัวไปเปิดเผย ไปประจาน

อย่าคิด ว่ามันไม่มี...และอย่าคิดว่าคนไม่หมิ่นก็ไม่น่าจะเดือดร้อน เพราะมาตรานี้ คือดาบสองคม ที่เสียบแทงได้ทั้งคนที่หมิ่นอยู่แล้ว และคนที่ไม่ได้หมิ่นแต่มีศัตรูที่ต้องการทำให้เสียอนาคตเสียชื่อเสียง[/quote]

บ้าหรือเปล่า นั่งอยู่เฉยๆใครเขาจะไปทำอะไรได้ นอกจากไปแอบทำไว้โดยที่คนอื่นไม่รู้ แล้วเจ้าตัวคิดว่าเจ้าหน้าที่ไม่รู้

ของพวกนี้มันต้องมีหลักฐาน กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา

เหมือนกับกรรมของ ไอ้สมศักดิ์ ไม่เจียม(กะลา) ใครที่อ่านก็รู้ว่ามัน "เจตนา" อะไร

อยากแก้กันนักกฏหมาย 112 จะได้มีช่องทางดาและวิจารณ์บุคคลและสถาบัน โดยไม่ผิดกฏหมาย

คนพวกนี้มันน่าจะจับไปทำปู๋ยให้หมด[/quote]

งั้นก็ดีแล้วคับที่คุณมีสังคมส่วนที่ดี ไม่มีใครโดนลูกหลงจากสิ่งที่ผมบอก.....ก็จงภาวนาอย่าให้หวยไปลงล็อคแจ็คพอตแตกกับคุณหรือบริวารคุณแล้วกันนะคับ เพราะคนข้างตัวผมแจ็คพอตแตกไปหลายคนแล้ว ทั้งเข้าพบศอฉ.เอย,ทั้งโดนแห่ประจานโดยขบวนการล่าแม่มดเอย บางคนถอนตัวเกือบไม่ทันจะติดรากแห112เอา....เขาเหล่านี้รอบตัวผมล้วนแ้จ็คพอตแตก แม้จะไม่ได้ทำไปหลายคนแล้วคับ(คนเหล่านี้รักในหลวงคับ คนส่วนใหญ่ในประเทศก็รักในหลวงทั้งนั้น แต่ทำไมเขาโดน ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันนะ....)

ถ้าคุณเคยดูข่าวบ้างตอนที่มีคนถูกเรียกไปพบศอฉ(หรือแม้แต่พบ กอ.รมน ในปัจจุบัน) คุณจะเห็นว่ามีทั้งนักศึกษา พ่อค้าแม่ค้า เจ้าสัวร้านอาหารธุรกิจส่วนตัวก็มี...ซึ่งแต่ล่ะคนหน้าตาสดใสจิตใจไม่ล้มเจ้าทั้งนั้น มีเพียงส่วนน้อยจริงๆที่คิดล้มเจ้าแบบนั้น....ผมก็ไม่เข้าใจนะว่าทำไมเขาถึงโดนจับไปสอบถามหรือสอบสวน...ว่างๆใครหาคำตอบให้ผมทีนะ

อ๋อ ขอร้องอย่าละเมิดสิทธิของผมนะคับ ในบทความนี้ผมพิมพ์ให้เกียรติทุกท่านทุกตัวอักษร ผมไม่พยายามยัดหรือบังคับให้คุณเชื่อแบบผม คุณจะไม่เชื่อผมก็ได้(ผมพิมพ์ไว้ตอนแรกแค่ว่า "อย่าคิด" ซึ่งนั้นไม่ใช่การบังคับให้คุณเชื่อ) ก็หวังว่าคุณจะไม่บังคับให้ผมเชื่อแบบคุณนะคับ คนเราถึงจะคิดต่าง แต่ก็อยู่ร่วมสังคมกันได้คับ

(อย่าลืมว่าแม้คุณกับผมจะอยู่บนสังคมเดียวกันคือสังคมไทย สังคมมันกว้างคับ สังคมภาคส่วนที่คุณอยู่อาจมีแต่สิ่งดีๆ จนมองไม่เห็นความทุกข์ของคนในอีกสังคมนึง จนมีชุดตรรกะที่แตกต่างจากสังคมอีกภาคส่วนนึง ก็เป็นไปได้คับ...คนกรุงเทพคิดอย่างนึง คนต่างจังหวัดแบบผมคิดอย่างนึง คนเมืองนอกคิดแบบนึง ก็มีให้เห็นกันเยอะแยะ)

ผมหวังว่าเมื่อผมให้เกียรติคุณ คุณก็จะให้เกียรติผม ไม่ด่าผมเป็นวัวเป็นควายเพราะแค่ผมคิดไม่เหมือนคุณนะคับ

สุดท้าย ผมไม่ค่อยเห็นด้วยว่าคนพวกนี้จะมีประโยชน์แค่"ไปทำปุ๋ย"นะคับ เค้าอุส่าร่ำเรียนมา ถ้าคุณต้องการจะใช้งานเค้าให้เป็นประโยชน์ ต้องการให้เค้าอยู่ในสังคมกับเราได้ ก็ไม่ควรจะจับเขาหรือเนรเทศเขาเพื่อ"ไปทำปุ๋ย" ลูกเดียวคับ ควรหาประโยชน์จากเขาให้ได้บ้าง....คนนะครับ ไม่ใช่ขี้ดินขี้วัว ฮิฮิฮิ

ธรรมดา...ของคน...บนโลกนี้ อยา

ธรรมดา...ของคน...บนโลกนี้
อยากจะมี...ความรัก...สักแค่ไหน
อยากจะมี...คนรัก...สักเท่าใด
อยากจะได้...จากใครๆ...เท่าไรกัน

หากว่าคน...กับคน...เกิดสนใจ
และถึงกับ...รักใคร่...ไปฉะนั้น
ด้วยหลักเกณฑ์...ธรรมดา...อันสามัญ
เขาควรมี...สัมพันธ์...กันอย่างไร

แล้วอย่างไร...คือรัก...อันหนักแน่น
แล้วอย่างไร...คือคลอนแคลน...น่าหวั่นไหว
อย่างไรคือ...ซาบซึ้ง...ตรึงหทัย
อย่างไรคือ...เหลวไหล...ไม่แน่นอน

อันใดคือ...นิยาม...ของความรัก
อันใดเล่า...คือหลัก...ไม่อาจถอน
อะไรเล่า...คือเกณฑ์มั่น...ไม่สั่นคลอน
แล้วใครเล่า...จักบอกสอน...ต่อผู้คน

ถ้าโชคดี...บุญหนัก...มีศักดิ์ใหญ่
มีอำนาจ...เหนือใคร...ในทุกหน
ก็ย่อมมาก...คนน้อม...ยอมจำนน
จะแปรผล...ว่ารักสร้าง...หรืออย่างไร

คนรักกัน...อาจไม่พร้อม...ยอมจำนน
อาจมีเรื่อง...ต้องทน...ทั้งเล็กใหญ่
แต่เพราะรัก...พวกเขา...ก็เข้าใจ
แม้ต้องทน...แค่ไหน...ก็รักกัน

คนไม่รัก...อาจพร้อม...ยอมจำนน
และแน่นอน...ต้องทน...ในผลนั้น
เพราะไม่รัก...หักหาญ...รำคาญครัน
และมันคง...จักสะบั้น...ในไม่นาน
มันไม่สู้...ตัดสะบั้น...สิ้นรำคาญฯ

หมวย

[quote=หมวย]อยากให้ใบต้องแห้งพูดคำว่าจงรักภักดี อย่างเต็มปากเต็มคำ

ตั้งแต่อ่านมาไม่เคยเห็น ใบต้องแห้ง พูดว่าจงรักภักดีเลยสักครั้งเดียว อย่าดีแต่แหลไปแหลมา[/quote]
แหลจริงนะอาหมวย สงสัยคงจะคันอย่างว่ายิกๆ อยากเป็น "หนม" ใช่ใหมล่ะ !

สิชล

[quote=สิชล]มีคนเป็นจำนวนมากที่เหลืออดกับ ม.112 ไม่ใช่เพราะไม่จงรักภักดี แต่เพราะความไม่เป็นธรรมในการนำมาบังคับใช้การกระทำเดียวกัน คนหนึ่งผิด อีกคนไม่ผิด การอ้างเบื้องสูงมาใช้ประโยชน์และทำลายฝ่ายตรงข้ามกลับไม่ผิดทั้งที่มันเป็นการกระทำที่เป็นการสร้างความโกรธน้อยเนื้อต่ำใจต่อผู้ถูกทำลาย ซึ่งให้ผลร้ายต่อความศรัทธาเชื่อมั่นที่เคยมีต่อสถาบัน เป็นการกระทำที่เป็นการทำลายสถาบันอย่างร้ายแรงและกว้างขวางมากกว่าการที่มีผู้กล่าวร้ายสถาบันตรง ๆ เสียอีก เพราะการกล่าวร้ายหากไม่มีเหตุผลหรือไม่สามารถพิสูจน์ได้ ก็ไม่มีใครเชื่อ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นเช่นนั้น
การดึงสถาบันมาทำลายฝ่ายตรงข้าม สร้างความแตกแยกร้าวลึก

"ใครกันแน่ที่ทำลายสถาบัน รัฐ ทหาร ศาล หรือ ประชาชน"
"ม.112 เป็น กม.ที่ปกป้องสถาบันจริงหรือ จะแก้ไขหรือคงไว้เดิม หรือยกเลิก"[/quote]
-มีใครทราบบ้างว่ากรณีที่ 3 องคมนตรีคุยกัน เป็นเรื่องอะไร ใครรู้บ้าง? แล้วที่ นปช.ไปแจ้งความมีความคืบหน้าอย่างไร
-อีกอย่างความจริงเราอยากรู้นะว่าเวลาศาลตัดสินมีการพิจารณาว่าอย่างไร? อยากรู้แนวทาง มุมมองการตีความ รายละเอียดการพิจารณาคดีของผู้พิพากษา ถ้ามีการพิจารณาโดยเปิดเผยก็ดีนะ

หมวย

[quote=หมวย]อยากให้ใบต้องแห้งพูดคำว่าจงรักภักดี อย่างเต็มปากเต็มคำ

ตั้งแต่อ่านมาไม่เคยเห็น ใบต้องแห้ง พูดว่าจงรักภักดีเลยสักครั้งเดียว อย่าดีแต่แหลไปแหลมา[/quote]

ถ้าไม่พูด หรือพูดตรงข้ามที่คุณอยากได้ยิน นี่ผิดเหรอครับ งง ฮานาบ้าาาา

I Pad

[quote=I Pad][b]อีกประเด็นที่อยากขยายความ

เมื่อวานคุณสุกัญญา มิเกล นักร้องสาวเสียงทรงพลังของเวทีมัฆวาน มาทำหน้าที่ขับกล่อมมวลชนตามหน้าที่ของเธอ ซึ่งเธอได้แสดงความเห็นบนเวทีระหว่างเพลง

ซึ่งน่าแปลก คนอย่างเธอที่ไม่ได้จบการศึกษาสูงๆ ไม่ได้มีหน้าที่การงานสลักสาคัญอะไร แต่เธอกลับมีหลักการคิดเรื่อง ม. 112 ได้ดีอย่างเหลือเชื่อ ช่างต่างจากพวกที่ไปลงชื่อสนับสนุนให้แก้ไข กม. ม. 112 ที่แต่ละชื่อก็มีสถานะทางสังคมที่ดูเหมือน (เน้น! ย้ำ! แค่ ดูเหมือน นะ) (ฮา) จะมีวุฒิภาวะ มีความรับผิดชอบ มีจริยธรรม แต่ดันเสือกไม่มี

เธอว่าไว้อย่างนี้

เธอบอกว่าเรื่อง ม. 112 ให้คิดเทียบเคียงกับเรื่องครอบครัวหนึ่ง ซึ่งในครอบครัวก็ต้องมีพ่อแม่ ซึ่งบ้านไหนๆ ก็มีกฎของบ้านที่ทุกบ้านต้องปฎิบัติตามกฎเป็นสามัญ เช่น ทุกคนก็กินข้าวบนโต๊ะอาหาร ขับถ่ายในห้องสุขา แต่ถ้าลูกๆ หลานๆ บ้านไหน เสือกกระโหลกจะไปนั่งขี้บนโต๊ะกินข้าว แล้วไปนั่งกินข้าวที่โถส้วม ก็คงโดนพ่อแม่ตี

ดังนั้น กม. ม. 112 มันก็มีอยู่แล้ว เหมือน กม. อาญา ทั่วๆ ไป ซึ่งในเมื่อ กม. ม. 112 ก็ใช้บังคับอยู่แล้ว แล้วเกิดมีใครมาอ้างว่า กม. ไม่ดีต้องยกเลิก

แล้วถ้าหากมีใครอยากยกเลิกกฎหมายอื่นๆ อีกบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร ต่อไป ก็ฆ่ากันได้ ข่มขืนกันได้ เล่นการพนันกันได้ อย่างนั้นหรือ (ถามกลับอีกที ถ้าไอ้ทอนกิดมันด่าแม่คุณๆ อย่างที่มันด่าท่าน ยอมรับได้หรือไม่?)

แล้วมาคิดมุมกลับอีกที ทำไมถึงต้องการวิพากษ์วิจารณ์สถาบันฯ โดยไม่มีความรับผิดชอบ

อย่าบอกนะว่าอย่างที่แอบกระทำกันลับหลังอย่างนั้นน่ะ เป็นการกระทำที่เหมาะสมแบบที่อารยะชนเขากระทำกัน

เพราะขอชี้หน้าตีตราไว้เลยว่า จนบัดนี้ในเมืองไทยยังไม่มีใครวิจารณ์สถาบันฯ อย่างเหมาะสม อย่างมีวุฒิภาวะ ซักที (ใครเคยเห็น แต่ขอบอกก่อนว่าต้องมั่นใจด้วยว่าเหมาะสมจริงนะ (ฮา) เอามาให้ดูหน่อย) เพราะขนาดกรณีที่ไอ้หงอกมันพูดไว้ในกระทู้ ฟ้าหญิงฯ ก็ยังไม่มีความเหมาะสม เพราะมันใช้ลีลากระทบกระเทียบแดกดัน ซึ่งถามจริงๆ คนอย่างมันเป็นใครเสือกกะโหลกอะไรไปกระทบกระเทียบแดกดันฟ้าหญิงฯ มันถือดีอ้างสิทธิ์ (ห่าเหว) อะไร

ซึ่ง สุดท้ายก็ชัดเจน ไม่มีหรอกการวิจารณ์สถาบันโดยสุจริต

ในเมื่อไม่มีการวิจารณณ์ที่สุจริต ก็ต้องมี กม. เอาไว้เบิ๊ดกระโหลกอย่างนี้แหละ

การ ดูหมิ่น เสียดสี จาบจ้วง ทั้งโดยตรงโดยอ้อม (ตัวอย่างก็ไอ้หอนกิดนั่นแหละ) เป็นการกระทำที่ดีที่น่าเอาเยี่ยงอย่างหรือ

จบแค่นี้แหละ

เพระรู้ว่าสีซอไปก็ไร้ค่า หมาก็เป็นหมา ควายก็เป็นควาย วันยันค่ำ (ฮา)

หมายเหตุ .- เผื่อใครจะบอกก็บทความนี้ไง การวิจารณ์สถาบันฯ ที่เหมาะสม ก็ต้องบอกว่า บทความนี้มันไม่ได้วิจารณ์สถาบัน มันวิจารณ์กฎหมาย คนละเรื่องกัน[/b][/quote]
ไอควาย

I Pad

[quote=I Pad][b]อีกประเด็นที่อยากขยายความ

เมื่อวานคุณสุกัญญา มิเกล นักร้องสาวเสียงทรงพลังของเวทีมัฆวาน มาทำหน้าที่ขับกล่อมมวลชนตามหน้าที่ของเธอ ซึ่งเธอได้แสดงความเห็นบนเวทีระหว่างเพลง

ซึ่งน่าแปลก คนอย่างเธอที่ไม่ได้จบการศึกษาสูงๆ ไม่ได้มีหน้าที่การงานสลักสาคัญอะไร แต่เธอกลับมีหลักการคิดเรื่อง ม. 112 ได้ดีอย่างเหลือเชื่อ ช่างต่างจากพวกที่ไปลงชื่อสนับสนุนให้แก้ไข กม. ม. 112 ที่แต่ละชื่อก็มีสถานะทางสังคมที่ดูเหมือน (เน้น! ย้ำ! แค่ ดูเหมือน นะ) (ฮา) จะมีวุฒิภาวะ มีความรับผิดชอบ มีจริยธรรม แต่ดันเสือกไม่มี

เธอว่าไว้อย่างนี้

เธอบอกว่าเรื่อง ม. 112 ให้คิดเทียบเคียงกับเรื่องครอบครัวหนึ่ง ซึ่งในครอบครัวก็ต้องมีพ่อแม่ ซึ่งบ้านไหนๆ ก็มีกฎของบ้านที่ทุกบ้านต้องปฎิบัติตามกฎเป็นสามัญ เช่น ทุกคนก็กินข้าวบนโต๊ะอาหาร ขับถ่ายในห้องสุขา แต่ถ้าลูกๆ หลานๆ บ้านไหน เสือกกระโหลกจะไปนั่งขี้บนโต๊ะกินข้าว แล้วไปนั่งกินข้าวที่โถส้วม ก็คงโดนพ่อแม่ตี

ดังนั้น กม. ม. 112 มันก็มีอยู่แล้ว เหมือน กม. อาญา ทั่วๆ ไป ซึ่งในเมื่อ กม. ม. 112 ก็ใช้บังคับอยู่แล้ว แล้วเกิดมีใครมาอ้างว่า กม. ไม่ดีต้องยกเลิก

แล้วถ้าหากมีใครอยากยกเลิกกฎหมายอื่นๆ อีกบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร ต่อไป ก็ฆ่ากันได้ ข่มขืนกันได้ เล่นการพนันกันได้ อย่างนั้นหรือ (ถามกลับอีกที ถ้าไอ้ทอนกิดมันด่าแม่คุณๆ อย่างที่มันด่าท่าน ยอมรับได้หรือไม่?)

แล้วมาคิดมุมกลับอีกที ทำไมถึงต้องการวิพากษ์วิจารณ์สถาบันฯ โดยไม่มีความรับผิดชอบ

อย่าบอกนะว่าอย่างที่แอบกระทำกันลับหลังอย่างนั้นน่ะ เป็นการกระทำที่เหมาะสมแบบที่อารยะชนเขากระทำกัน

เพราะขอชี้หน้าตีตราไว้เลยว่า จนบัดนี้ในเมืองไทยยังไม่มีใครวิจารณ์สถาบันฯ อย่างเหมาะสม อย่างมีวุฒิภาวะ ซักที (ใครเคยเห็น แต่ขอบอกก่อนว่าต้องมั่นใจด้วยว่าเหมาะสมจริงนะ (ฮา) เอามาให้ดูหน่อย) เพราะขนาดกรณีที่ไอ้หงอกมันพูดไว้ในกระทู้ ฟ้าหญิงฯ ก็ยังไม่มีความเหมาะสม เพราะมันใช้ลีลากระทบกระเทียบแดกดัน ซึ่งถามจริงๆ คนอย่างมันเป็นใครเสือกกะโหลกอะไรไปกระทบกระเทียบแดกดันฟ้าหญิงฯ มันถือดีอ้างสิทธิ์ (ห่าเหว) อะไร

ซึ่ง สุดท้ายก็ชัดเจน ไม่มีหรอกการวิจารณ์สถาบันโดยสุจริต

ในเมื่อไม่มีการวิจารณณ์ที่สุจริต ก็ต้องมี กม. เอาไว้เบิ๊ดกระโหลกอย่างนี้แหละ

การ ดูหมิ่น เสียดสี จาบจ้วง ทั้งโดยตรงโดยอ้อม (ตัวอย่างก็ไอ้หอนกิดนั่นแหละ) เป็นการกระทำที่ดีที่น่าเอาเยี่ยงอย่างหรือ

จบแค่นี้แหละ

เพระรู้ว่าสีซอไปก็ไร้ค่า หมาก็เป็นหมา ควายก็เป็นควาย วันยันค่ำ (ฮา)

หมายเหตุ .- เผื่อใครจะบอกก็บทความนี้ไง การวิจารณ์สถาบันฯ ที่เหมาะสม ก็ต้องบอกว่า บทความนี้มันไม่ได้วิจารณ์สถาบัน มันวิจารณ์กฎหมาย คนละเรื่องกัน[/b][/quote]
ไอควาย

ยุครสช.อานันท์ด่านักการเมืองม

ยุครสช.อานันท์ด่านักการเมืองมันปาก
ครั้นหัวหน้ารสช.ตายมีมรดกหลายพันล้าน เยอะกว่านักการเมืองที่อานันท์ด่าหลายเท่า
หัวหน้า รสช.มีมรดกหลายพันล้าน เป็นเรื่องที่ชอบแล้ว???
ตกลงว่าใครเลวกว่าใครแล้วใครสมควรถูกด่ากันแน่???

อานันท์ขอบคุณ รสช. ที่เชิญมาเป็นนายกฯ ด้วยการ'มองไม่เห็น'การคอรัปชั่นของเผด็จการของทหารเหรอ???

จะบอกให้นะ คุณไม่มีค่าอะไรในประวัติศาสตร์ไทย!!!

ทีประชาชนไม่ต้องการคือการบังค

ทีประชาชนไม่ต้องการคือการบังคับใช้กฎหายต่างหาก แล้วทีสามองคมนตรีพูดจาอาฆาตมาตรร้ายไม่เห็นมีใคร่ดำเดินการเลยเพราะการบังคับใช้ต่างหากทีไม่เป็นธรรม

ถุกต้องและเห็นด้วยครับบางทีเว

ถุกต้องและเห็นด้วยครับบางทีเวลาอาจจะทำให้คุณอนันเปลียนไปโชคดีจังที่อยุ่ต่างประเทศและเป็นประเทศที่เท่าเทียมทางสังคมหวังว่าสักวันประเทศไทยจะเป็นอย่างนี้บ้าง

talisman wrote:กด like

[quote=talisman]กด like ให้แสนครั้ง[/quote]

กด like ให้แสนครั้ง กับอีก 1 ครั้ง