ชาวเวียงชัยฟ้องศาลปกครองให้ระงับก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล

ประชาชนจาก อ.เวียงชัย จ.เชียงราย เดินทางมายื่นเรื่องศาลปกครองให้มีคำสั่งให้ถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงไฟฟ้าชีวมวล ที่ออกโดยคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน และให้มีคำสั่งบรรเทาทุกข์ชั่วคราวให้โรงงานหยุดการก่อสร้าง โดยศาลกำลังตรวจหลักฐาน โดยจะแจ้งผลให้ทราบภายใน 3 สัปดาห์ เมื่อ 23 พ.ค. 54 ประชาชนจาก อ.เวียงชัย จ.เชียงราย เดินทางมาที่ศาลปกครองจังหวัดเชียงใหม่ บริเวณศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อยื่นคำฟ้องต่อศาล ให้มีการระงับการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด 9.9 เมกะวัตต์ในพื้นที่ เมื่อ 23 พ.ค. 54 ประชาชนจาก อ.เวียงชัย จ.เชียงราย เดินทางมาที่ศาลปกครองจังหวัดเชียงใหม่ บริเวณศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อยื่นคำฟ้องต่อศาล ให้มีการระงับการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด 9.9 เมกะวัตต์ในพื้นที่ วันนี้ (23 พ.ค. 54) ที่ศาลปกครองจังหวัดเชียงใหม่ บริเวณศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ มีชาวบ้านจาก อ.เวียงชัย จ.เชียงราย ประมาณ 200 คน เดินทางมายื่นเรื่องฟ้องศาลปกครองให้มีคำสั่งระงับการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลในพื้นที่ โดยการฟ้องดังกล่าว มีการฟ้องคดีต่อศาลปกครองเพื่อขอให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงไฟฟ้าชีวมวล ของบริษัทพลังงานสะอาดดี 2 จำกัด และขอให้ศาลมีคำสั่งบรรเทาทุกข์ชั่วคราวเพื่อให้โรงงานหยุดดำเนินการก่อสร้างในระหว่างการพิจารณาคดี นอกจากนี้ยังฟ้องคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เป็นผู้ถูกฟ้องคดี ด้วยเหตุออกใบอนุญาตโรงไฟฟ้าชีวมวลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากอยู่ในพื้นที่เกษตรกรรมซึ่งห้ามตั้งโรงงานทุกจำพวก และใช้ดุลพินิจโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จนก่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้ฟ้องคดี ประชาชนและชุมชนจำนวนมาก นายร่วมบุญ โพธิ์ทอง ผู้กำกับดูแลช่วยงานตุลาการพร้อมองค์คณะ ศาลปกครองจังหวัดเชียงใหม่ ออกมารับเรื่องพร้อมทั้งชี้แจงให้ชาวบ้านทราบว่า ทางศาลปกครองจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับเรื่องไว้พิจารณาตามขั้นตอน เพราะเป็นข้อพิพาทระหว่างประชาชนในพื้นที่กับหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจากราชการ โดยจะแจ้งผลการดำเนินการให้ทราบภายใน 3 อาทิตย์ จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมได้เดินทางกลับ อ.เวียงชัย จ.เชียงราย ด้านนางสุพรรณี แสงอรุณ ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ผ่านมาในเฉพาะพื้นที่จังหวัดเชียงราย ได้ดำเนินการก่อสร้างโรงงานไฟฟ้าแกลบมากถึง 11 โรง ซึ่งขาดการจัดการและควบคุมตรวจสอบ ทำให้เกิดผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร การแย่งชิงน้ำภาคการเกษตร ปัญหาฝุ่นละออง และมลพิษทางอากาศ จนกระทั่งมีการฟ้องร้องกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามมา ความไม่ชัดเจนของนโยบายการกำกับดูแลการอนุญาตให้สร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล ได้สร้างปัญหาความขัดแย้งอย่างกว้างขวางระหว่างชุมชนและบริษัทเอกชนหรือ หน่วยงานของรัฐที่เป็นผู้ออกใบอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงไฟฟ้า นางสุพรรณีเปิดเผยด้วยว่า ขณะนี้ชาวบ้านในพื้นที่ 100 กว่าคน กำลังถูก อส. และตำรวจ เข้ามาเจรจาว่าในพื้นที่จะมีการสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล ถ้าใครขัดขวางจะดำเนินคดี ดังนั้น ชาวบ้านจึงเดินทางมาที่ศาลขอให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงไฟฟ้าชีวมวล และมีคำสั่งคุ้มครอง อย่าเพิ่งให้มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้า ขณะเดียวกัน \เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน\" ได้ออกคำแถลงในวันนี้ด้วย โดยมีใจความว่า \"โรงไฟฟ้าชีวมวลที่เป็นพลังงานทางเลือกที่น่าจะส่งผลกระทบเพียงเล็กน้อยนั้น ปัจจุบันได้สร้างปัญหาความขัดแย้งอย่างกว้างขวางระหว่างชุมชนและบริษัทเอกชนหรือหน่วยงานของรัฐที่เป็นผู้ออกใบอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงไฟฟ้าชีวมวลกำลังการผลิตไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ ซึ่งไม่ต้องทำรายงานการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) โรงไฟฟ้าดังกล่าวเกิดขึ้นจำนวนมากในชุมชนเกษตรกรรมหลายชุมชนทั่วทุกภาคของประเทศ เนื่องจากในหลายพื้นที่ที่สร้างแล้วเกิดปัญหามากมายตามมาทั้งปัญหาการแย่งชิงทรัพยากรน้ำจากภาคเกษตร ปัญหาฝุ่นละออง มลพิษทางอากาศที่ก่อผลกระทบต่อสุขภาพ และผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรและทรัพยากรในชุมชน เนื่องจากมาตรฐานในการจัดการและควบคุมตรวจสอบไม่มีมาตรฐานเท่าที่ควร เฉพาะจังหวัดเชียงรายมีโรงไฟฟ้าพลังงานแกลบมากถึง 11 โรง จนกระทั่งปัญหาบานปลายเป็นความรุนแรงและเป็นคดีความฟ้องร้องสร้างภาระแก่ทุกฝ่าย สร้างความแตกแยกขัดแย้งในชุมชน และประการสำคัญคือเกิดผลกระทบต่อวิถีชุมชนเกษตรกรรมอันเป็นทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และความมั่นคงทางอาหารแก่ชุมชน ประชาชน และสังคม\" \"ความไม่ชัดเจนของนโยบายการกำกับดูแลการอนุญาตให้สร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด 9.9 เมกะวัตต์ ช่องว่างทางกฎหมาย เช่นร่างกฎหมายผังเมืองที่ยังไม่ประกาศใช้ และขาดนโยบายที่ชัดเจนในการควบคุมความเหมาะสมของพื้นที่ในการสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลนี้ ทำให้สถานการณ์ดังกล่าวคุกคามสิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากรสิ่งแวดล้อมและการกำหนดวิถีตนเอง\"คำแถลงตอนหนึ่งของ \"เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน\" ระบุ"

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์