หลิ่มหลี: ปวดหัวกับหมอแก่แก่จริงเลยนะเนี่ย

หลิ่มหลีอ่าน ปลดล๊อกความไม่สงบหลังเลือกตั้งของ หมอแก่ๆ รวยๆ คนหนึ่ง ที่ใครไม่รู้ตั้งให้เป็นประชาชนอาวุโส ตั้งตอนไหน ตั้งยังไง ใครตั้ง ทำไมพ่อหลิ่มหลีไม่ได้เป็นบ้าง อะไรบ้าง หลิ่มหลีก็ งง งง รู้แต่ว่า หมอแก่ๆ แกชอบมาบอกอะไรแปลกๆ ให้หลิ่มหลีไม่เข้าใจ อ่านยังไงหลิ่มหลีก็ไม่รู้เรื่อง แถมแกชอบบัญญัติศัพท์แปลกๆ อีก ที่บ้านหลิ่มหลีไม่มีพจนานุกรมแปลไทยเป็นไทยซะด้วย เวลาได้ศัพท์จากแกมาแต่ละที นึกว่าแกมาจากประเทศไทย ณ ดาวอังคาร หรือโน่น เนปจูน โน่น อยากจะชู๊ด ส่งแกกลับดาวแกจริงๆ วัยรุ่น ปวดหัว วัยรุ่น งง วัยรุ่นไม่ชอบการเมือง วัยรุ่นอยากช๊อปปิ้ง แต่วัยรุ่นบางคน ไม่ได้โง่เชื่อที่แกคิด ฟังที่แกพูดทุกคำหรอกนะ ไดโนเสาร์ หลิ่มหลีจะดูเฉพาะ จูราสสิก ปาร์ค แต่ไม่ได้ดูแม่งทุกเรื่องที่มีไดโนเสาร์ เล่นเรื่องอื่นบ้าง อะไรบ้าง ขอร้อง ไอ้คำว่า ความไม่สงบยังคงอยู่ เหมือนถูกล๊อค ว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยชนะเสียงไม่ขาด ปชป. ก็จะรวมกับพรรคอื่นเป็นรัฐบาล มวลชนคนเสื้อแดงก็จะออกมากล่าวหาว่า กองทัพและมือที่มองไม่เห็นมาแทรกแซง แล้วก็รวมกันออกมาต่อต้าน เคลื่อนไหวนอกสภา หลิ่มหลีว่า การจะต่อต้านหรือไม่ต่อต้าน มันต้องอยู่ที่ความหน้าด้านของพรรคที่ได้คะแนนที่สองว่า จะหน้าหนาขนาดไหน ที่จะมีมารยาททางการเมืองในการหยุดการเคลื่อนไหวที่จะเป็นรัฐบาลให้ได้จน เนื้อตัวสั่น ...สองปีที่ผ่านมา ก็ล่อเงินในประเทศไทยซะหมดตูด แถมยังกู้มาเต็มพิกัด ห่า แล้วจะไม่ให้เข้าใจได้ยังไงว่า คราวรัฐบาลอภิสิทธัตถะ ไม่ได้จัดตั้งในค่ายทหาร ไม่ได้มีการเอาทหารบีบบังคับนักการเมืองให้ย้ายฝ่าย ห่า ตาหลิ่มหลีไม่บอดนะ ถึงสื่อต่างๆ จะลงข่าวน้อยๆ แต่ก็หาเจอนะ ย้อนไปก่อนหน้านั้น พรรคการเมืองสี่พรรคพร้อมใจกัน โดยยุบพรรคภายในวันเดียว ก็ไม่ใช่เพราะไอ่กลุ่มมือห่าที่มองไม่เห็นหรอ แล้วไอ่กลุ่มมือห่านั่น มันเพื่อนใครหว่ะ ... ถ้าไม่ใช่เพื่อนวัยเดียวกันของหมอที่มาจากยุคไดโนเสาร์ด้วยกันหง่ะ ไม่ได้เกิดมามีเขาบนหัวมาแต่กำเนิด หรือ จงใจให้ใครเอาเขามาสวมหัวเมียตัวเองแล้วดูเมียตัวเองสวิงกิ้งกับคนอื่นให้เกิดอาการทางเพศจนต้องไปหาแพทย์หรอกนะยะ หลิ่มหลีถามหน่อย ไอ่ที่ปิดหน้าทำเนียบอยู่เนี่ย มันยังอยู่ทำพ่อทำแม่หรอ ถ้าไม่ได้อยู่เพราะรอคิวแสดงหลังการเลือกตั้งนะ ดูก็รู้ว่า หลังการเลือกตั้ง ถ้าพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล ไม่ว่าจะเสียงเกินกึ่งหรือไม่ก็ตาม ไอ่เหลืองสีขี้เนี่ยก็จะเริ่มตีกลองร้องเป่าขึ้นมาทันที ว่า ...รัฐบาลนี้ ต้องไล่ ..ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ไม่ว่าจะเพราะอะไร ไล่ ไล่ ไล่ ไล่ นายกฯ สมชายไม่ได้เข้าไปเหยียบทำเนียบรัฐบาลยังไง ว่าที่นายกฯ จากพรรคเพื่อไทยก็จะไม่ได้เหยียบทำเนียบฉันนั้น หลิ่มหลีไม่ได้โง่นะ นี่แหละ คือที่มาว่า ทำไม หลิ่มหลีไม่อยากไปเลือกตั้ง เพราะควายมันตั้งป้อม รอแสดง เป็นฉากๆ อยู่ หลิ่มหลีอ่านๆ ไป เห็นวิธีแก้ไขแล้ว ก็ยิ่งปวดตับ ทำไมคนแก่เป็นแบบนี้ เรียนมาก็สูงกว่ากู ทำไม ทำไม ทำไม ถึงต้องให้คนโง่ๆ อย่างหลิ่มหลีมาด่าด้วยก็ไม่รู้ น่าเบื่อมากเลย เสียเวลากิน breakfast มากๆ ทักษิณต้องแก้ไขตัวเองอะไร อาร๊ายยยยยยยยยยยยย เขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ไอ่ที่ว่าโกง รัฐบาลอภิสิทธัตถะอยู่มาตั้งกี่ปี คตส. อยู่มาตั้งกี่ปี ปปช. อยู่มาตั้งกี่ปี จับได้ไหมว่าที่เขาโกงนี่มันเป็นอย่างไร อย่านะ อย่าบอกว่า เรื่องซื้อที่ดิน ห่า ถ้าผัวไม่เซ็นให้เมียซื้อที่ ก็โมฆียะ ก็ผิดอีก แล้วพอเซ็นให้เมียซื้อที่ก็ผิด ก็เสือกติดคุก หาคดีโกงจริงๆ ไม่ได้สักคดี จนต้องหลังชนฝาเลือกคดีเฮงซวยแบบนี้ คนเสื้อแดงเขาก็ทนไม่ได้ เขาก็ต่อสู้ แต่ถามว่า เขาต่อสู้เพื่อทักษิณหรอ ก็เปล่าเลย เขาอดยาก เขาลำบาก เขายากแค้น เขาอยากมีกิน เขาอยากลืมตาอ้าปาก เขารู้ว่า คนที่ทำได้คือใคร แล้วขนาดคนเส้นใหญ่อย่างทักษิณยังไม่ได้ความยุติธรรม คนไม่มีเส้นไม่มีจะแดกอย่างเสื้อแดงชนบท จะไปเหลือห่าอะไร เขาก็สู้ เขาขออะไร เขาก็ขอยุบสภา เลือกตั้งใหม่ เหี้ยที่ไหนยิงพวกเขาตาย เหี้ยที่ไหนใส่ร้ายพวกเขาขนาดนี้ หือ? แก่แล้ว จับให้ถูกจุดหน่อย จริงอยู่ ในยุคทักษิณ มีการคอร์รัปชั่นกันขนานใหญ่ แต่ยังไงเขาก็คือรัฐบาลเสียงข้างมากที่ประชาชนส่วนใหญ่ ขอย้ำนะหมอ ..ประชาชนส่วนใหญ่ ประชาชนส่วนใหญ่เลือกเขาเข้ามาทำงาน ไม่มีควายหน้าไหน ไม่มีสลิ่มหน้าไหน มีสิทธิมาไล่เขาไป แล้วไอ่ที่ไล่ ที่ประท้วงก็ไม่เท่าไร แต่ถึงขั้น รัฐประหาร รัฐบาลของทักษิณเลยเนี่ย ไม่มีประเทศไหนเขาทำกัน ไม่ว่าจะได้เหตุผลใดๆทั้งสิ้น ถ้ารัฐบาลนั้นมันเฮงซวย ประชาชน ขอย้ำ ประชาชน ประชาชนก็จะเป็นผู้ไม่เลือกเขาเข้ามาในครั้งต่อต่อไปเอง หมอ!!! ประเทศที่เป็นประชาธิปไตย ทหารไม่มีสิทธิเอาเหตุผลห่าอะไรมารัฐประหารรัฐบาลที่ประชาชนเลือก ยิ่งมาตามฆ่าประชาชนที่เสียภาษีเอาเงินเหล่านั้นมาเลี้ยงทหารด้วยแล้ว ไม่มีใครเขาทำกัน สุดท้าย ยิ่งหนัก อย่ามาบอกว่า ปรับวิถีความคิดของคนไทยที่คิดจะห้ำหั่นกันมากเกินไป คนห่ำหั่นคือใคร หมอ !!!!... คนห่ำหั่น คือใคร กรวย โมโห พูดมาได้ ไสหัวกลับไปอยู่วัด กินเงินหลวงไป๊ ยิ่งอ่าน ยิ่งโมโห ไปบอกคนข้างๆ แวดล้อมหมอ ให้ยอมรับเสียงประชาชนให้ได้ และฟังเสียงข้างมากซะทีนะหมอ ก่อนที่อะไร อะไรมันจะสายเกินไป อย่าให้วัยรุ่นต้องมาถอนหงอกของคนแก่เลย เสียเวลาดูซีรีย์เกาหลีจริงๆเลย ชางมินเล่นด้วยนะเนี่ย

ถึงแม้ว่า

ถึงแม้ว่า หลิ่มหลีจะด่าขนาดนี้ หมอแก่ๆรวยๆก็ไม่รู้สึกอะไรหรอกครับ เงินทองมันปิดตาอยู่

ยอดเยี่ยมจริงๆคุณ ลิ่มหลี

ยอดเยี่ยมจริงๆคุณ ลิ่มหลี พูดได้ตรงประเดนและชัดเจนที่สุด ผมเอือมระอาพวกแก่แต่ไม่เก๋าเต็มทน ท่านจำไม่ได้หรือว่าเสียงของประชาชนคือเสียงสวรรค์ เพาะนั้นถ้าไม่อยากตกนรกก็จงฟังเสียงประชาชนซะ เอ้า กราบๆๆๆๆ

จริงอยู่รัฐบาลทักษิณคอรัปชั่น

จริงอยู่รัฐบาลทักษิณคอรัปชั่นขนานใหญ่ ถ้างั้นรัฐบาลที่ผ่านมาไม่มีคำศัพท์จะมาเรียกเลยน่ะเนี่ย

1. ชนบทที่ห่างไกล ยังต้องการ

1. ชนบทที่ห่างไกล ยังต้องการ หมอและครู อีกมากนะ คุณหมอ ไปคิดเอาเอง

2. รัฐบาล ประชาธิปปัด โกงกันเห็นๆ เป็น แสนๆล้าน หลักฐานชี้ชัดจะๆ ตัวโกงบ้านโกงเมืองก็ยังอยู่ตัวเป็นๆไม่ไปฟ้องร้อง หมออย่าลืมนะ เวรกรรมมีจริง

หมอโกโรโกโส ทำตัวเหมือนคนดี

หมอโกโรโกโส ทำตัวเหมือนคนดี แต่ลับหลังปากว่าตาขยิบ ช่วยไปสอนลูก สอนหลานที่บ้านให้เป็นคนดีก่อนที่จะมาเที่ยวสอนคนอื่นเถอะ

โหย..ลิ้มเหลี่ย

โหย..ลิ้มเหลี่ย อ่านที่หลิ่มหลีเขียนแล้วมันสุดๆ จนขี้แทบเล็ด ได้หมาแก่ เอ้ย..หมอแก่ ท่านพยายามพูดให้เป็นนามธรรมจะได้จับต้องไม่ได้ ดูมีศิลปะ เป็นคนดี แต่ไม่รู้ว่าคืออะไร ก็ไถ่ไปได้เรื่อยๆ มีหญ้ากินก็บอกว่ากำลัง ประทับทรัพยาหารวิมารสวรรค์...

คนเค้ารู้กันทั่วบ้านทั่วเมือง

คนเค้ารู้กันทั่วบ้านทั่วเมือง ว่าหมอเองก็เป็นอะไหล่เผด็จการชิ้นหนึ่งเหมือนกัน ไม่น่าออกความเห็นสั่วๆให้เด็กๆเขาถอนหงอกเลย......คริๆๆๆๆ

แหล่มเลยหลี แค่หมอหมา หมอควาย

แหล่มเลยหลี แค่หมอหมา หมอควาย สมองหมดอายุั้งนานแล้ว ไม่รู้เมื่อไหร่อายุจะหมดซะที พวกแก่
เพราะเกิดนานก็งี้แหละ

ผมไม่เห็นด้วยกับอ.ประเวศมากมา

ผมไม่เห็นด้วยกับอ.ประเวศมากมาย แต่บทความนี้อ่านแล้วรู้สึกคนเขียนมันในอารมณ์ การด่าอาจารย์ประเวศว่า "แก่" "รวย" "ความเห็นไม่ตรงกับเสียงส่วนใหญ่" แสดงว่าผู้เขียนเห็นคุณสมบัติเหล่านี้เป็นที่น่ารังเกียจ รอวันไหนผุ้เขียนนิรนามขี้ขลาดคนนี้แก่ เมื่อนั้นคงรู้สึก ถ้าไม่ชอบคนรวยก็คงจะเกลียดทักษิณเข้าไส้เป็นแน่ ส่วนอาจารย์ประเวศจะรวยหรือไำม่ผมไม่ทราบจริงๆ ที่ร้ายที่สุดผู้เขียนถือว่าใครมีทัศนะไม่ตรงกับคนส่วนใหญ่นั้นใช้ไม่ได้ นี่เป็นทัศนคติเผด็จการ ตรงกันข้ามกับความคิดประชาธิปไตยที่ถือว่าทุกความคิดเสมอภาคกัน เสียงข้างน้อยมีค่าเท่ากับเสียงส่วนใหญ่ ผู้เขียนยังขู่จะส่งวัยรุ่นมาถอนหงอกอ.ประเวศ ผมก็เลยนึกถึงบรรยากาศ "ประชาธิปไตย" สมัยรัฐบาลทักษิณที่ใครวิจาร์ืรัฐบาลก็ถูกคำคมของทักษิณเฉือนโดยใช้อำนาจครองสื่อในมือของทักษิณ เรื่องอ.ประเวศ อ.เสน่ห์ อ.ระพี ถูกคั้งฉายา "ราษฎรอาวุโส" นั้น น่าหมั่นไส้จริงๆ ใครตั้งฉายานี้ก็เท่ากับฆ่าพวกเขาทั้งเป็น น่าสงสารทั้งสาม แล้วผมก็ไม่รู้ด้วยว่ามีวิธีใดที่จะลาออกจากตำแหน่งดังกล่าว ถ้าวันไหนมีใครมาตั้งฉายานี้กับผม ผมจะโดดลงคลองเลย

ผมเชื่อว่าเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง ได้เป็นรัฐบาล ผมอ้อนวอนผู้สนับสนุนทั้งหลายให้คงยึดหลักประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพ สิทธิมนุษยชน อย่างคงเส้นคงวา อย่ากลายเ็ป็นพวกสองมาตรฐานด้านกลับ ภายใต้รัฐบาลทักษิณประชาชนเคยถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐฆ่าอย่างไม่มีความผิดจำนวนนับพันคน นี่ทักษิณบอกว่าจะทำสงครามยาเสพติดรอบสอง ภายใต้รัฐบาลเพื่อไทยใหม่ถ้ารัฐบาลละเมิดสิทธิของประชาชนผมหวังว่าหมู่มิตรเสื้อแดงจะออกมาคัดค้านอย่างแข็งขันเสมือนเป็นรัฐบาลอภิสิทธิ์

สำหรับอาจารย์ประเวศนั้น เขาแสดงความเห็นอย่างไร กรุณาโต้ตอบด้วยเหตุผล ฟันด้วยเหตุผลเต็มที่เลย! ผมจะเชียร์ อย่าใช้นิสัยไร้ปัญญาประชดเขาด้วยความมัน ตีเขาด้วยสำนวนไร้เหตุผล ตัวคุณเองไม่ใช่นักประชาธิปไตย

"ผุ้เขียนนิรนามขี้ขลาดคนนี้"

"ผุ้เขียนนิรนามขี้ขลาดคนนี้"

ผมไม่ชอบคำนี้ของคุณจอนเลยครับ การด่าแบบนี้มันจะต่างอะไรกับที่คุณจอนว่าผู้เขียนด่าหมอประเวศเล่าครับ
ผมไม่เห็นว่ามันจะมีเหตุผลอะไรเลยกับการอ้างว่าเขาใช้นามแฝงแล้วสรุปว่าเขาขี้ขลาด

ถ้าเช่นนั้น นักเขียนในอดีตที่ใช้นามแฝง เช่น นายผี นายเข้ม เย็นยิ่ง ฯลฯ ก็ต้องขี้ขลาดใช่ไหมครับ?

ผมว่าไม่ใช่หรอก ขี้ขลาดหรือไม่ต้องดูเนื้อหาว่าเขาเขียนอะไร

ลีลาล้อเลียนแบบ "หลิ่มหลี" ผมว่ามันไม่แรงหรอกหากเทียบกับสิ่งที่หมอประเวศทำในระยะ 4-5 ปีมานี้

นักปรัชญาชายขอบ

[quote=นักปรัชญาชายขอบ]"ผุ้เขียนนิรนามขี้ขลาดคนนี้"

ผมไม่ชอบคำนี้ของคุณจอนเลยครับ การด่าแบบนี้มันจะต่างอะไรกับที่คุณจอนว่าผู้เขียนด่าหมอประเวศเล่าครับ
ผมไม่เห็นว่ามันจะมีเหตุผลอะไรเลยกับการอ้างว่าเขาใช้นามแฝงแล้วสรุปว่าเขาขี้ขลาด

ถ้าเช่นนั้น นักเขียนในอดีตที่ใช้นามแฝง เช่น นายผี นายเข้ม เย็นยิ่ง ฯลฯ ก็ต้องขี้ขลาดใช่ไหมครับ?

ผมว่าไม่ใช่หรอก ขี้ขลาดหรือไม่ต้องดูเนื้อหาว่าเขาเขียนอะไร

ลีลาล้อเลียนแบบ "หลิ่มหลี" ผมว่ามันไม่แรงหรอกหากเทียบกับสิ่งที่หมอประเวศทำในระยะ 4-5 ปีมานี้[/quote]

ตรงนี้ผมยอมรับว่าแรงไปครับ แค่ผมไม่ชอบคนเขียนบทความนิรนามที่ชอบโจมตีคนอื่นอย่างมันสะใจโดยไม่เปิดโฉมหน้าตัวเอง เป็นการแสดงความไม่รับผิดชอบต่อข้อโจมตีของตน จะอ้างว่าอัตรายอย่างที่ชอบอ้างก็ไม่จริง ส่วนนามแฝงที่คูณกล่าวถึงนั้นไม่ได้นิรนามแต่อย่างใด และไม่ได้ใช้กันเพื่อโจมตีบุคคลอื่นอย่างมันสะใจ ใครๆก็รู้ว่านายเข้ม เย้นยิ่งเป็นใครแต่แรก มันเป็นลีลาในการเขียนถึงจอมผลถนอม เช่นเดียวกันผมก้ไม่ถือว่า "บก.ลายจุด" เป้นนามแฝงนิรนาม เป็นต้น

จอน อึ๊งภากรณ์

[quote=จอน อึ๊งภากรณ์]ผมไม่เห็นด้วยกับอ.ประเวศมากมาย แต่บทความนี้อ่านแล้วรู้สึกคนเขียนมันในอารมณ์ การด่าอาจารย์ประเวศว่า "แก่" "รวย" "ความเห็นไม่ตรงกับเสียงส่วนใหญ่" แสดงว่าผู้เขียนเห็นคุณสมบัติเหล่านี้เป็นที่น่ารังเกียจ รอวันไหนผุ้เขียนนิรนามขี้ขลาดคนนี้แก่ เมื่อนั้นคงรู้สึก ถ้าไม่ชอบคนรวยก็คงจะเกลียดทักษิณเข้าไส้เป็นแน่ ส่วนอาจารย์ประเวศจะรวยหรือไำม่ผมไม่ทราบจริงๆ ที่ร้ายที่สุดผู้เขียนถือว่าใครมีทัศนะไม่ตรงกับคนส่วนใหญ่นั้นใช้ไม่ได้ นี่เป็นทัศนคติเผด็จการ ตรงกันข้ามกับความคิดประชาธิปไตยที่ถือว่าทุกความคิดเสมอภาคกัน เสียงข้างน้อยมีค่าเท่ากับเสียงส่วนใหญ่ ผู้เขียนยังขู่จะส่งวัยรุ่นมาถอนหงอกอ.ประเวศ ผมก็เลยนึกถึงบรรยากาศ "ประชาธิปไตย" สมัยรัฐบาลทักษิณที่ใครวิจาร์ืรัฐบาลก็ถูกคำคมของทักษิณเฉือนโดยใช้อำนาจครองสื่อในมือของทักษิณ เรื่องอ.ประเวศ อ.เสน่ห์ อ.ระพี ถูกคั้งฉายา "ราษฎรอาวุโส" นั้น น่าหมั่นไส้จริงๆ ใครตั้งฉายานี้ก็เท่ากับฆ่าพวกเขาทั้งเป็น น่าสงสารทั้งสาม แล้วผมก็ไม่รู้ด้วยว่ามีวิธีใดที่จะลาออกจากตำแหน่งดังกล่าว ถ้าวันไหนมีใครมาตั้งฉายานี้กับผม ผมจะโดดลงคลองเลย

ผมเชื่อว่าเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง ได้เป็นรัฐบาล ผมอ้อนวอนผู้สนับสนุนทั้งหลายให้คงยึดหลักประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพ สิทธิมนุษยชน อย่างคงเส้นคงวา อย่ากลายเ็ป็นพวกสองมาตรฐานด้านกลับ ภายใต้รัฐบาลทักษิณประชาชนเคยถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐฆ่าอย่างไม่มีความผิดจำนวนนับพันคน นี่ทักษิณบอกว่าจะทำสงครามยาเสพติดรอบสอง ภายใต้รัฐบาลเพื่อไทยใหม่ถ้ารัฐบาลละเมิดสิทธิของประชาชนผมหวังว่าหมู่มิตรเสื้อแดงจะออกมาคัดค้านอย่างแข็งขันเสมือนเป็นรัฐบาลอภิสิทธิ์

บรรดานักคิด รุ่น อ ประเวศ คุณอานันท์ ควรพิจารณาตัวเอง สังคมไทยให้เกียรติอย่างสูงเป็นระดับปูชนียบุคคล ชาวบ้านยอมให้ไทยชี้นำ สมัยเขียนรัฐธรรมนูญ 2540 ท่านก็เป็นผู้นำ ต่อมาพวกท่าน ก็ชี้นำอีกว่ารัฐธรรมนูญ2540 รวมถึง นักการเมือง พรรคการเมืองที่ได้ดี จากรัฐธรรมนูญนี้ไม่ดี พวกท่านไ้ด้ทั้งการยอมรับ ตอนหลังได้งบประมาณ ได้เงิน ได้อำนาจ ชี้นำชาวบ้าน แต่บ้านเมืองเลวลง พวกท่านต่างหากที่ควรพิจารณาตัวเอง ว่าที่บ้านเมืองเป็นเช่นนี้ เพราะพวกท่านล้าหลัง(อย่าลืม ชาวบ้านก็ตามท่านมาตลอด) การเปลี่ยนแปลงของสังคมหรือไม่ หรืออตติ เพราะลาภยศ หรือไม่ บางคนทนเห็นพวกท่านดื้อด้านไม่ไหว ก็ธรรมดา ที่จะมีคนออกมาวิจารณ์เช่นนี้
สำหรับอาจารย์ประเวศนั้น เขาแสดงความเห็นอย่างไร กรุณาโต้ตอบด้วยเหตุผล ฟันด้วยเหตุผลเต็มที่เลย! ผมจะเชียร์ อย่าใช้นิสัยไร้ปัญญาประชดเขาด้วยความมัน ตีเขาด้วยสำนวนไร้เหตุผล ตัวคุณเองไม่ใช่นักประชาธิปไตย[/quote]

จอน อึ๊งภากรณ์

[quote=จอน อึ๊งภากรณ์]ผมไม่เห็นด้วยกับอ.ประเวศมากมาย แต่บทความนี้อ่านแล้วรู้สึกคนเขียนมันในอารมณ์ การด่าอาจารย์ประเวศว่า "แก่" "รวย" "ความเห็นไม่ตรงกับเสียงส่วนใหญ่" แสดงว่าผู้เขียนเห็นคุณสมบัติเหล่านี้เป็นที่น่ารังเกียจ รอวันไหนผุ้เขียนนิรนามขี้ขลาดคนนี้แก่ เมื่อนั้นคงรู้สึก ถ้าไม่ชอบคนรวยก็คงจะเกลียดทักษิณเข้าไส้เป็นแน่ ส่วนอาจารย์ประเวศจะรวยหรือไำม่ผมไม่ทราบจริงๆ ที่ร้ายที่สุดผู้เขียนถือว่าใครมีทัศนะไม่ตรงกับคนส่วนใหญ่นั้นใช้ไม่ได้ นี่เป็นทัศนคติเผด็จการ ตรงกันข้ามกับความคิดประชาธิปไตยที่ถือว่าทุกความคิดเสมอภาคกัน เสียงข้างน้อยมีค่าเท่ากับเสียงส่วนใหญ่ ผู้เขียนยังขู่จะส่งวัยรุ่นมาถอนหงอกอ.ประเวศ ผมก็เลยนึกถึงบรรยากาศ "ประชาธิปไตย" สมัยรัฐบาลทักษิณที่ใครวิจาร์ืรัฐบาลก็ถูกคำคมของทักษิณเฉือนโดยใช้อำนาจครองสื่อในมือของทักษิณ เรื่องอ.ประเวศ อ.เสน่ห์ อ.ระพี ถูกคั้งฉายา "ราษฎรอาวุโส" นั้น น่าหมั่นไส้จริงๆ ใครตั้งฉายานี้ก็เท่ากับฆ่าพวกเขาทั้งเป็น น่าสงสารทั้งสาม แล้วผมก็ไม่รู้ด้วยว่ามีวิธีใดที่จะลาออกจากตำแหน่งดังกล่าว ถ้าวันไหนมีใครมาตั้งฉายานี้กับผม ผมจะโดดลงคลองเลย

ผมเชื่อว่าเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง ได้เป็นรัฐบาล ผมอ้อนวอนผู้สนับสนุนทั้งหลายให้คงยึดหลักประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพ สิทธิมนุษยชน อย่างคงเส้นคงวา อย่ากลายเ็ป็นพวกสองมาตรฐานด้านกลับ ภายใต้รัฐบาลทักษิณประชาชนเคยถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐฆ่าอย่างไม่มีความผิดจำนวนนับพันคน นี่ทักษิณบอกว่าจะทำสงครามยาเสพติดรอบสอง ภายใต้รัฐบาลเพื่อไทยใหม่ถ้ารัฐบาลละเมิดสิทธิของประชาชนผมหวังว่าหมู่มิตรเสื้อแดงจะออกมาคัดค้านอย่างแข็งขันเสมือนเป็นรัฐบาลอภิสิทธิ์

สำหรับอาจารย์ประเวศนั้น เขาแสดงความเห็นอย่างไร กรุณาโต้ตอบด้วยเหตุผล ฟันด้วยเหตุผลเต็มที่เลย! ผมจะเชียร์ อย่าใช้นิสัยไร้ปัญญาประชดเขาด้วยความมัน ตีเขาด้วยสำนวนไร้เหตุผล ตัวคุณเองไม่ใช่นักประชาธิปไตย[/quote]

บรรดานักคิด รุ่น อ ประเวศ คุณอานันท์ ควรพิจารณาตัวเอง สังคมไทยให้เกียรติอย่างสูงเป็นระดับปูชนียบุคคล ชาวบ้านยอมให้ไทยชี้นำ สมัยเขียนรัฐธรรมนูญ 2540 ท่านก็เป็นผู้นำ ต่อมาพวกท่าน ก็ชี้นำอีกว่ารัฐธรรมนูญ2540 รวมถึง นักการเมือง พรรคการเมืองที่ได้ดี จากรัฐธรรมนูญนี้ไม่ดี พวกท่านไ้ด้ทั้งการยอมรับ ตอนหลังได้งบประมาณ ได้เงิน ได้อำนาจ ชี้นำชาวบ้าน แต่บ้านเมืองเลวลง พวกท่านต่างหากที่ควรพิจารณาตัวเอง ว่าที่บ้านเมืองเป็นเช่นนี้ เพราะพวกท่านล้าหลัง(อย่าลืม ชาวบ้านก็ตามท่านมาตลอด) การเปลี่ยนแปลงของสังคมหรือไม่ หรืออตติ เพราะลาภยศ หรือไม่ บางคนทนเห็นพวกท่านดื้อด้านไม่ไหว ก็ธรรมดา ที่จะมีคนออกมาวิจารณ์เช่นนี้

จอน อึ๊งภากรณ์

[quote=จอน อึ๊งภากรณ์][quote=นักปรัชญาชายขอบ]"ผุ้เขียนนิรนามขี้ขลาดคนนี้"

ผมไม่ชอบคำนี้ของคุณจอนเลยครับ การด่าแบบนี้มันจะต่างอะไรกับที่คุณจอนว่าผู้เขียนด่าหมอประเวศเล่าครับ
ผมไม่เห็นว่ามันจะมีเหตุผลอะไรเลยกับการอ้างว่าเขาใช้นามแฝงแล้วสรุปว่าเขาขี้ขลาด

ถ้าเช่นนั้น นักเขียนในอดีตที่ใช้นามแฝง เช่น นายผี นายเข้ม เย็นยิ่ง ฯลฯ ก็ต้องขี้ขลาดใช่ไหมครับ?

ผมว่าไม่ใช่หรอก ขี้ขลาดหรือไม่ต้องดูเนื้อหาว่าเขาเขียนอะไร

ลีลาล้อเลียนแบบ "หลิ่มหลี" ผมว่ามันไม่แรงหรอกหากเทียบกับสิ่งที่หมอประเวศทำในระยะ 4-5 ปีมานี้[/quote]

ตรงนี้ผมยอมรับว่าแรงไปครับ แค่ผมไม่ชอบคนเขียนบทความนิรนามที่ชอบโจมตีคนอื่นอย่างมันสะใจโดยไม่เปิดโฉมหน้าตัวเอง เป็นการแสดงความไม่รับผิดชอบต่อข้อโจมตีของตน จะอ้างว่าอัตรายอย่างที่ชอบอ้างก็ไม่จริง ส่วนนามแฝงที่คูณกล่าวถึงนั้นไม่ได้นิรนามแต่อย่างใด และไม่ได้ใช้กันเพื่อโจมตีบุคคลอื่นอย่างมันสะใจ ใครๆก็รู้ว่านายเข้ม เย้นยิ่งเป็นใครแต่แรก มันเป็นลีลาในการเขียนถึงจอมผลถนอม เช่นเดียวกันผมก้ไม่ถือว่า "บก.ลายจุด" เป้นนามแฝงนิรนาม เป็นต้น[/quote]

ที่จริงคุณ "หลิ่มหลี" เธอก็มีตัวตนไม่ต่างจากเจ้าของนาม "บก.ลายจุด" หรือ "นายเข้ม เย็นยิ่ง" นะครับ เพียงแต่เธออาจไม่ดังเท่า เพราะเธอเปิดเผยตัวชัดเจนใน fb บทความนี้และบทความอื่นๆ ก็อ่านได้ใน fb ของเธอ แฟนคลับของเธอก็มาก

เฮ้อ...ผมก็ไม่รู้ว่าแค่ไหนมันถึงจะพอดีนะครับ การต่อสู้ที่เป็นอยู่เนี่ย คนตัวเล็กๆธรรมดาๆแถมยังขี้ขลาดมากอย่างพวกผมก็อยากจะมีส่วนร่วมในการต่อสู้ตามวิธีที่ตัวเองพอทำได้เท่านั้นเอง

(พูดตามตรง หลังเหตุการณ์ 10 เมษา ถ้ามีใครจะตะโกนใส่หน้าอภิสิทธิ์ว่า "ไอ้ฆาตกร" ผมว่ามันยังไม่รุนแรงหากเทียบกับที่เขาสั่งให้สลายการชุมนุมตอนกลางคืนและใช้วิธีผิดหลักสากล แต่ "ฆาตกรทางความคิด" หรือ "ฆาตกรทางปัญญา" มันก็อาจจะมีอยู่เหมือนกันนะครับ ถ้าคิดดูให้ดีๆ)

ถ้าจำไม่ผิด ตอนมีพฤษภาทมิฬ 35

ถ้าจำไม่ผิด ตอนมีพฤษภาทมิฬ 35 อ.ประเวศ หมอเสม พริ้งพวงแก้ว อ.ระพี สาคริก ท่านช่วยกันหนุนให้ปชช. ต่อต้านรัฐประหาร และท่านเหล่านั้นเรียก ตัวเองว่า "ราษฎรอาวุโส" ซึ่งก็เหมาะสม แต่ให้สงสัยมากๆๆ ทำไมการกระชับพืันที่ทำปชชเสียชีวิต 92 ศพ บาดเจ็บนับพัน อ.ประเวศนิ่งเฉย แถมท่าทีเข้าข้าง เห็นด้วยกับการสลายการชุมนุม อ.ประเวศเปลี๋ยนไป๋ อาจเป็นเพราะแก่ สมองขาดเลือด จึงเพี้ยนเห็นดีเห็นงามกับมารค น่าเสียดายประวัติชีวิตที่เยี่ยม มาด่างตอนปั้นปลายชีวิต ถูกไอ้มารคเชิด

สิทธิในการวิภาควิจารฺณ์ืกันอย

สิทธิในการวิภาควิจารฺณ์ืกันอย่างตรงไปตรงมาด้วยเหตุผลและมารยาทเป็นเรื่องที่ชอบธรรมและเท่าเทียมกันในหมู่นักคิดนักเขียน และการวิภาควิจารณ์บุคคลสาธารณะในลักษณะการตรวจสอบเป็นเรื่องดียิ่ง แต่ลักษณะการด่าหรือล้อเล่นในลักษณะทำนอง "ไอ้แก่หัวหงอก ถ้าไม่กลับเนื้อกลับตัวเ็ห็นตามเสียงส่วนใหญ่เดีํยวจะส่งวัยรุ่นมาถอนหงอกหรอก" แม้อ่านแล้วอาจน่าสะใจ ผู้น้อยสั่งสอนผู้ใหญ่ แต่มันเป็นการเล่นนอกกติกา ไม่ยุติธรรมค่ออาจารย์ประเวศ และไม่ยุติธรรมต่อผู้สูงอายุผมหงอกทั้งหลาย (รวมทั้งตัวผม) หากบังเอิญเป็นที่รู้กันว่าอ.ประเวศเป็นเกย์ผมเดาว่าประเด็นนี้ก็มีโอกาสจะเข้ามาอยู่ในบทความนี้ด้วย และการพูดถึงเสียงส่วนใหญ่เหมือนเป็นเสียงที่ชอบธรรมก็น่ากลัว ทั้งหมดนี้ผมไม่ได้คิดว่าผู้เขียนบทความมีเจตนาเลวร้าย แต่ความมันคึกคะนองทำให้เล่นนอกกติกา ผมต้องการให้นักเขียนในประชาไทรักษากติกามารยาท เขียนด้วยเหตุผล พยายามลดอคติ ผลงานไหนผมรุ้สึกว่าด้อยคุณภาพหริอนอกกติกาผมจะวิจารณ์อย่างนี้ ผู้เขียนอาจตั้งใจดี อาจน่าสงสาร แต่การเขียนบทความเหมือนการขับรถ ต้องระมัดระวัง เคารพสิทธิของคนอื่น เขียนด้วยความรับผิดชอบ ใช้เหตุผลมากกว่าสาดโคลน

เรียน อ. จอน เท่าที่ผมจำได้

เรียน อ. จอน
เท่าที่ผมจำได้ คุณหมอประเวศท่านอุปโลกน์ตัวท่านเองเป็น "ราษฎรอาวุโส" ไม่ได้มีใครหวังดีหรือร้ายไปตั้งให้ท่านแต่อย่างใด ท่านใช้มากกว่าหนึ่งครั้งด้วยเมื่อสิบกว่าปีก่อน ครั้นฉายานี้เริ่มเสื่อมมนต์ขลัง แถมเริ่มกลายเป็นฉายาที่ฟังตลกดี กลายเป็นบูมเมอแรง ท่านก็ไม่ใช้อีก ดังนั้นการที่สาธารณชนเขาจำได้และขอใช้แบบที่ท่านคงไม่ต้องการ คงห้ามไม่ได้ครับ เพราะเป็นเรื่องของการเมืองสาธารณะครับ

เรียน คุณฯชายขอบ
เมื่อเร็วๆนี้คุณเขียนเรื่องนักโทษทางความคิดหรือมโนธรรม (prisoner of conscience) ว่าเป็นความผิดที่ละเมิดความเป็นมนุษย์ เพราะมนุษย์ต้องมีเสรีภาพที่จะคิด โดยเฉพาะคิดต่างจากคนอื่น ต่างจากที่อำนาจหรือชุมชนหนึ่งๆต้องการ คิดอย่างที่ถูกคนอื่นมองผิดๆ โดยไม่ถูกทำให้การคิดและความคิดนั้นกลายเป็นอาชญากรรม และคนที่คิดอย่างนั้นต้องไม่ถูกทำให้กลายเป็นอาชญากร
ผมเห็นด้วบกับคุณเต็มร้อยในบทความนั้น

ผมสงสัยว่า ความเห็นของคุณที่ว่ามี "ฆาตกรทางความคิด" หรือ "ฆาตกรทางปัญญา" อยู่นั้น เป็นอย่างไรครับ คุณกำลังเสนอเป็นนัยหรือเปล่าว่า อ.ประเวศเป็นอย่างนั้น กรุณาอย่าออกข้างๆคูๆนะครับ ถ้าคิดอย่างนั้นก็กล้ารับซะ ถ้าผมเข้าใจผิดก็ขออภัยล่วงหน้าและขอความกรุณาอธิบายด้วย

ความคิดที่ว่า ความคิดบางอย่างถึงกับเป็น"ฆาตกรรมทางความคิด" ซึ่งย่อมหมายความว่าคนที่คิดเช่นนั้นก็เป็น "ฆาตกรทางความคิด" นั้น มันต่างอะไรกับความคิดและพวกที่กำลังกวาดล้างคนอื่นอย่างที่คุณฯชายขอบเองเพิ่งประณามไปเมื่อไม่กี่วันก่อน อย่าบอกง่ายๆนะครับว่าเพราะคุณยืนอยู่ข้างประชาชนส่วนใหญ่ ส่วนอีกฝ่ายอยู่ข้างรัฐ เพราะถ้าตอบอย่างนั้น ก็หมายความว่ายอมรับว่าเป็นความคิดแบบเดียวกันแต่ต่างกันเพียงอำนาจในมือเท่านั้นเอง เพราะนั่นหมายความว่าหากคนและความคิดแบบเดียวกันนี้เกิดมีอำนาจขึ้นมา ก็คงทำอีหรอบเดียวกัน

ผมคงตอบแทนอ.จอนไม่ได้ว่าแค่ไหนจึงควรด่ากันได้แรงๆแค่ไหนมากไปและน่ากลัว และเกณฑ์ของผมกับอ.จอนก็อาจต่างกัน แต่ผมคิดว่าการตั้งคำถามว่าแค่ไหนเหมาะสมเพื่อดีเฟนด์การด่าคนอื่นอย่างแรงๆนั่นต่างหากที่เป็นปัญหา คนๆนั้นควรคิดให้ดีถึงความเหมาะสมของสิ่งที่ตนทำแทนที่จะโยนภาระไปให้คนอื่นตอบ ของแบบนี้สอนกันไม่ค่อยได้หรอกครับ ผมสนับสนุนคำเตือนของ อ.จอนในเรื่องนี้ ส่วนข้อที่ว่าแค่ไหนจึงจะเหมาะ คงเป็นเรื่องที่ผู้ที่ตระหนักต้องค่อยๆว่ากันไป แต่ผมไม่เห็นด้วยกับท่าทีปฏิเสธด้วยการโยนคำถามกลับอย่างไม่แคร์

การรู้จักถกเถียงแย้งกันต่อสู้กันทางความคิดอย่างหนักแต่อย่างอารยะเป็นส่วนหนึ่งที่เราต้องช่วยกันสร้างขึ้นท่ามกลางเสรีภาพทางความคิด ผมไม่สนับสนุนการเซ็นเซอร์ใดๆทั้งสิ้น แต่ผมเห็นว่าผู้ที่กระทำไม่เหมาะสมควรรับข้อท้วงติงและคิดเอาเอง ไม่ใช่ใช้โล่เสรีภาพทางความคิด มาปกป้องการกระทำที่ไม่เหมาะสมของตน

นักปรัชญาชายขอบ wrote:จอน

[quote=นักปรัชญาชายขอบ][quote=จอน อึ๊งภากรณ์][quote=นักปรัชญาชายขอบ]"ผุ้เขียนนิรนามขี้ขลาดคนนี้"

ผมไม่ชอบคำนี้ของคุณจอนเลยครับ การด่าแบบนี้มันจะต่างอะไรกับที่คุณจอนว่าผู้เขียนด่าหมอประเวศเล่าครับ
ผมไม่เห็นว่ามันจะมีเหตุผลอะไรเลยกับการอ้างว่าเขาใช้นามแฝงแล้วสรุปว่าเขาขี้ขลาด

ถ้าเช่นนั้น นักเขียนในอดีตที่ใช้นามแฝง เช่น นายผี นายเข้ม เย็นยิ่ง ฯลฯ ก็ต้องขี้ขลาดใช่ไหมครับ?

ผมว่าไม่ใช่หรอก ขี้ขลาดหรือไม่ต้องดูเนื้อหาว่าเขาเขียนอะไร

ลีลาล้อเลียนแบบ "หลิ่มหลี" ผมว่ามันไม่แรงหรอกหากเทียบกับสิ่งที่หมอประเวศทำในระยะ 4-5 ปีมานี้[/quote]

ตรงนี้ผมยอมรับว่าแรงไปครับ แค่ผมไม่ชอบคนเขียนบทความนิรนามที่ชอบโจมตีคนอื่นอย่างมันสะใจโดยไม่เปิดโฉมหน้าตัวเอง เป็นการแสดงความไม่รับผิดชอบต่อข้อโจมตีของตน จะอ้างว่าอัตรายอย่างที่ชอบอ้างก็ไม่จริง ส่วนนามแฝงที่คูณกล่าวถึงนั้นไม่ได้นิรนามแต่อย่างใด และไม่ได้ใช้กันเพื่อโจมตีบุคคลอื่นอย่างมันสะใจ ใครๆก็รู้ว่านายเข้ม เย้นยิ่งเป็นใครแต่แรก มันเป็นลีลาในการเขียนถึงจอมผลถนอม เช่นเดียวกันผมก้ไม่ถือว่า "บก.ลายจุด" เป้นนามแฝงนิรนาม เป็นต้น[/quote]

ที่จริงคุณ "หลิ่มหลี" เธอก็มีตัวตนไม่ต่างจากเจ้าของนาม "บก.ลายจุด" หรือ "นายเข้ม เย็นยิ่ง" นะครับ เพียงแต่เธออาจไม่ดังเท่า เพราะเธอเปิดเผยตัวชัดเจนใน fb บทความนี้และบทความอื่นๆ ก็อ่านได้ใน fb ของเธอ แฟนคลับของเธอก็มาก

เฮ้อ...ผมก็ไม่รู้ว่าแค่ไหนมันถึงจะพอดีนะครับ การต่อสู้ที่เป็นอยู่เนี่ย คนตัวเล็กๆธรรมดาๆแถมยังขี้ขลาดมากอย่างพวกผมก็อยากจะมีส่วนร่วมในการต่อสู้ตามวิธีที่ตัวเองพอทำได้เท่านั้นเอง

(พูดตามตรง หลังเหตุการณ์ 10 เมษา ถ้ามีใครจะตะโกนใส่หน้าอภิสิทธิ์ว่า "ไอ้ฆาตกร" ผมว่ามันยังไม่รุนแรงหากเทียบกับที่เขาสั่งให้สลายการชุมนุมตอนกลางคืนและใช้วิธีผิดหลักสากล แต่ "ฆาตกรทางความคิด" หรือ "ฆาตกรทางปัญญา" มันก็อาจจะมีอยู่เหมือนกันนะครับ ถ้าคิดดูให้ดีๆ)[/quote]

อยากตะโกนใส่หน้าอภิสิทธิ์ว่า "ไอ้ฆาตกร" ก็เชิญครับ แล้วใครจะตะโกนใส่หน้าทักษิณว่า "ไอ้ฆาตกร" ก็เช่นกัน
แต่นี่เป็นพื้นที่ของสื่อครับ เป็นพื้นที่วิภาควิจารณ์กันด้วยเหตุผล ไม่ใช่พื้นที่ด่าดันว่า "ไอ้ฆาตกร" และอาจารย์ประเวศก็ไม่ได้อยู่ในข่ายเดียวกับ อภิสืทธิ์-ทักษิณ

คุณหลิ่มหลีอาจจะใช้ถ้อยคำไม่เ

คุณหลิ่มหลีอาจจะใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกใจบ้างอย่างที่คุณจอนฯ ท้วงติง

แต่เนื้อหาหลัก ๆ ผมว่าคุณหลิ่มหลีพูดได้ค่อนข้างตรงแล้ว และโดยส่วนตัว ผมเห็นว่ายังน้อยไปด้วยซ้ำ

ผมก็เคยแสดงความเห็นต่อแนวความคิดของนายประเวศฯ ไว้นานแล้่วและระยะหลัง ๆ ก็ไม่เคยให้ความสนใจในสิ่งที่นายประเวศฯพยายามนำเสนอเพื่อชี้นำสังคมอีกเลย

เพราะในความคิดของผม นายประเวศฯ (รวมทั้งพวกที่ชอบยกตัวเองว่าเป็นชนชั้นนำของสังคมหลาย ๆ คน) มีสภาพไม่ต่างกับของเน่าจนหนอนขึ้นไปแล้ว

นายประเวศฯ ไม่มีหลักการ (ถ้าหากจะบอกว่ามีหลักการก็เป็นหลักการที่ผิด เพราะเป็๋นไปเพื่อประโยชน์ของเผด็จการและระบอบที่ล้าหลังไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน) ไม่สามารถชี้นำสังคมไปในทางที่ถูกต้องได้ มีแต่จะชักนำให้หลงทิศผิดทาง

ลืมไป... ทำไมการต่อสู้กันทางค

ลืมไป...
ทำไมการต่อสู้กันทางความคิดอย่างหนักแต่อย่างอารยะเป็นส่วนหนึ่งของเสรีภาพทางความคิด ?
ทำไมในโลกตะวันตกจึงแคร์เรื่องนี้กันมาก (แต่เขาไม่แก้ปัญหานี้ด้วยการเซ็นเซอร์) ?

ตอบ -- เพราะการถกเถียงอย่างอารยะอยู่บนฐานความเคารพในความเป็นมนุษย์ของผู้ที่เรากำลังต่อสู้อยู่ หากคุณฯชายขอบแคร์ความเป็นมนุษย์ก็น่าจะตระหนักข้อนี้ด้วย ส่วนแค่ไหนมากไป แค่ไหนเหมาะสม คงวางกฎเกณ์ตายตัวไม่ได้

ความไร้อารยะไม่ใช่อาชญากรรมในตัวเอง จึงต้องไม่เซ็นเซอร์ แต่เป็นความไม่เคารพในความเป็นคนของผู้ที่คิดต่าง จึงต้องแก้ด้วยการถกเถียงกัน ยกระดับวัฒนธรรมทางความคิดของชุมชนสังคมนั้นๆ

ความมีอารยะในการต่อสู้ทางความคิดเป็นคนละเรื่องลิบลับกับความดัดจริต หากแยกแยะไม่ได้และสวนกลับง่ายๆด้วยการหาว่า ความมีอารยะในการต่อสู้ทางความคิด = ความดัดจริต ย่อมเป็นดัชนีชี้ว่าเป็นปัญหาของคนสวนกลับเช่นนั้นเองที่ไม่สามารถแยกแยะได้

คัดมาจาก

คัดมาจาก http://www.vcharkarn.com/vcafe/92546

"ราษฎรอาวุโส" เป็นคำที่นักพัฒนาองค์กรเอกชนจำนวนหนึ่งใช้เรียกบุคคลที่เห็นว่าได้ดำรงตนเป็นผู้ที่มีคุณประโยชน์ต่อประเทศ โดยเฉพาะในด้านการพัฒนาชนบท การพัฒนาชุมชน และการให้ความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมตามแต่สถานการณ์

สังเกตดูการตั้งใจใช้คำว่า "ราษฎร" ก็เพื่อให้หมายถึงคนธรรมดาสามัญ

เท่าที่ผมจำได้นะครับ น่าจะเริ่มต้นในช่วงที่งานขององค์กรพัฒนาเอกชน หรือ NGOs ยังอยู่ในยุคบุกเบิก คือในช่วงต้นของรัฐบาลพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประมาณปี 2523 - 2525

และเมื่อเกิดวิกฤตการณ์ในประเทศครั้งสำคัญ ๆ ในเวลาต่อมา บุคคลที่ถือว่าเป็น "ปัญญาทางสังคม" เหล่านี้ก็มีบทบาทร่วมกันเสนอแนะความคิดเห็น โดยไม่ได้ลงไปเคลื่อนไหวเป็นฝักฝ่ายทางการเมืองโดยตรง สื่อมวลชนจึงขนานนามว่า "ราษฎรอาวุโส" ดังเห็นได้จากวิกฤติการณ์เดือนพฤษภาคม 2535 ที่ "ราษฎรอาวุโส" รวม 3 ท่าน คือ ศ.เสน่ห์ จามริก ศ.นพ.ประเวศ วะสี และศ.ระพี สาคริก ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกันเพื่อความสมานฉันท์ของชาติ

เป็นเรื่องของสังคมเฉพาะกลุ่ม ไม่ใช่เรื่องตามกฎหมาย

ครูพิภพ ธงไชย ผู้จัดการมูลนิธิเด็ก และที่ปรึกษาคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ให้ข้อมูลย้อนไปถึงกลุ่ม “พลเมืองอาวุโส” ซึ่งก่อตั้งขึ้นด้วยความห่วงใยบ้านเมือง โดย ศ.น.พ.ประเวศ วะสี และผู้อาวุโสอีกหลายท่านที่รวมตัวระดมความคิดเห็นพยายามหาทางออกให้ผู้มีอำนาจ เป็นทางออกอันจะมีคุณต่อสังคมไทย

ทั้งนี้เวลานั้นเป็นช่วงหลังปฏิวัติของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.)

การประชุมครั้งแรกมีขึ้น ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในรูปสภาผู้สูงอายุ ปัญญาชนอาวุโสผู้เป็นที่เคารพในบ้านเมืองเข้าร่วมประชุม อาทิ น.พ.เสม พริ้งพวงแก้ว ศ.นิคม จันทรวิฑูร อ.ศรีสว่าง พั่ววงศ์แพทย์ ศ.เสน่ห์ จามริก อ.สุลักษณ์ ศิวรักษ์ อ.ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม

ต่อมาถึงวิกฤตการณ์พฤษภาทมิฬ พ.ศ.2535 พลเมืองอาวุโสร่วมกันเสนอแนะความคิดเห็น ซึ่งไม่ใช่การเคลื่อนไหวใช้ความรุนแรงหรือฝักใฝ่ทางการเมือง บทบาทของพลเมืองอาวุโสจึงชัดเจนขึ้น

ครั้งนั้นพลเมืองอาวุโส 3 ท่าน คือ ศ.เสน่ห์ ศ.น.พ.ประเวศ และ ศ.ระพี สาคริก ออกแถลงการณ์ร่วมกันเพื่อความสมานฉันท์ของชาติ สื่อมวลชนเลือกคำ ราษฎรอาวุโส มาใช้ในปรากฏการณ์นี้

สรุปคือ ราษฎรอาวุโส เป็นภาษาข่าวของหนังสือพิมพ์ที่ตั้งขึ้น มิได้จำกัดว่ามีใครบ้าง แต่ภาพโดยรวมของราษฎรอาวุโสคือบุคคลที่มีบทบาทวิพากษ์วิจารณ์ ชี้แนวทางการบริหารบ้านเมืองอันชอบธรรมต่อประชาชนให้แก่ผู้มีอำนาจ มองย้อนไปในอดีต

ครูพิภพกล่าวว่าคำว่าราษฎรอาวุโส เป็นเช่นกันกับคำที่สื่อมวลชลใช้ในช่วงเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 คือปัญญาชน โดยคนหนึ่งที่หมายถึงคือ อ.สุลักษณ์ หรือ ส. ศิวรักษ์ องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ผู้ที่ได้รับยกย่องเป็นปัญญาชนเป็นที่ยอมรับจากสังคมคือความดีที่สั่งสมมา และการนำเสนอแนวคิดเพื่อส่วนรวมโดยไม่มีประโยชน์ใดๆ แอบแฝง คำว่า ราษฎรอาวุโส ในแวดวงสื่อมวลชน นักวิชาการ นักพัฒนาองค์กรเอกชนพร้อมใจใช้เรียกขานบุคคล

ที่เห็นได้ชัดเจนว่าดำรงตนเป็นผู้ที่มีคุณประโยชน์ต่อประเทศ โดยเฉพาะในด้านการพัฒนาชนบท การพัฒนาชุมชน และการให้ความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมตามแต่สถานการณ์ เป็นกลุ่มบุคคลที่หวังดีต่อชาติบ้านเมืองโดยไม่มีกฎหมายมารองรับ แต่ด้วยวัตรปฏิบัติของท่านที่มีมาแต่อดีต และข้อคิดความเห็นที่เป็นแนวทางชี้แนะให้แก่ผู้มีอำนาจทั้งหลายในฐานะผู้ผ่านโลกผ่านชีวิตมามาก

ขอบคุณคุณหลิ่มหลี

ขอบคุณคุณหลิ่มหลี ที่ช่วยพูดแทนใจคนอีกมากมาย

ในการเลือกตั้งยุคก่อนโน้น ซึ่งบ้านเมืองเป็นเผด็จการมาก
คน กทม.ชอบเลือกคุณสมัคร เพิ่อไปใช้ฝีปาก จัดการคนไม่ดี แทนตัวเอง

ปัจจุบัน มีคนหลายๆคนจะเลือกคุณชูวิทย์
ด้วยเหตุผลว่า ให้เป็นตัวแทนไปต่อสู้กับความไม่ถูกต้อง

คุณหลิ่มหลี พูดแทนคนมากมายที่ได้รับความทุกข์ยาก บาดเจ็บ-ตาย
อันเป็นผลมาจากพฤติกรรมของราษฎรอาวุโส

ผลย่อมเกิดจากเหตุ..
ความดีที่เคยทำมายุคต่อต้าน รสช. ก็ยังนึกขอบคุณอยู่
แต่ความหลงผิด มีอคติ ขาดเมตตา ในระยะ 4-5 ปีมานี้...ต้องถูกตำหนิ

ถ้าวางตนได้เหมาะสมกับความเป็นราษฎรอาวุโส ก็คงไม่ถูกเด็กๆถอนหงอก.

นามแฝง wrote: เรียน

[quote=นามแฝง]
เรียน คุณฯชายขอบ
เมื่อเร็วๆนี้คุณเขียนเรื่องนักโทษทางความคิดหรือมโนธรรม (prisoner of conscience) ว่าเป็นความผิดที่ละเมิดความเป็นมนุษย์ เพราะมนุษย์ต้องมีเสรีภาพที่จะคิด โดยเฉพาะคิดต่างจากคนอื่น ต่างจากที่อำนาจหรือชุมชนหนึ่งๆต้องการ คิดอย่างที่ถูกคนอื่นมองผิดๆ โดยไม่ถูกทำให้การคิดและความคิดนั้นกลายเป็นอาชญากรรม และคนที่คิดอย่างนั้นต้องไม่ถูกทำให้กลายเป็นอาชญากร
ผมเห็นด้วบกับคุณเต็มร้อยในบทความนั้น

ผมสงสัยว่า ความเห็นของคุณที่ว่ามี "ฆาตกรทางความคิด" หรือ "ฆาตกรทางปัญญา" อยู่นั้น เป็นอย่างไรครับ คุณกำลังเสนอเป็นนัยหรือเปล่าว่า อ.ประเวศเป็นอย่างนั้น กรุณาอย่าออกข้างๆคูๆนะครับ ถ้าคิดอย่างนั้นก็กล้ารับซะ ถ้าผมเข้าใจผิดก็ขออภัยล่วงหน้าและขอความกรุณาอธิบายด้วย

ความคิดที่ว่า ความคิดบางอย่างถึงกับเป็น"ฆาตกรรมทางความคิด" ซึ่งย่อมหมายความว่าคนที่คิดเช่นนั้นก็เป็น "ฆาตกรทางความคิด" นั้น มันต่างอะไรกับความคิดและพวกที่กำลังกวาดล้างคนอื่นอย่างที่คุณฯชายขอบเองเพิ่งประณามไปเมื่อไม่กี่วันก่อน อย่าบอกง่ายๆนะครับว่าเพราะคุณยืนอยู่ข้างประชาชนส่วนใหญ่ ส่วนอีกฝ่ายอยู่ข้างรัฐ เพราะถ้าตอบอย่างนั้น ก็หมายความว่ายอมรับว่าเป็นความคิดแบบเดียวกันแต่ต่างกันเพียงอำนาจในมือเท่านั้นเอง เพราะนั่นหมายความว่าหากคนและความคิดแบบเดียวกันนี้เกิดมีอำนาจขึ้นมา ก็คงทำอีหรอบเดียวกัน

ผมคงตอบแทนอ.จอนไม่ได้ว่าแค่ไหนจึงควรด่ากันได้แรงๆแค่ไหนมากไปและน่ากลัว และเกณฑ์ของผมกับอ.จอนก็อาจต่างกัน แต่ผมคิดว่าการตั้งคำถามว่าแค่ไหนเหมาะสมเพื่อดีเฟนด์การด่าคนอื่นอย่างแรงๆนั่นต่างหากที่เป็นปัญหา คนๆนั้นควรคิดให้ดีถึงความเหมาะสมของสิ่งที่ตนทำแทนที่จะโยนภาระไปให้คนอื่นตอบ ของแบบนี้สอนกันไม่ค่อยได้หรอกครับ ผมสนับสนุนคำเตือนของ อ.จอนในเรื่องนี้ ส่วนข้อที่ว่าแค่ไหนจึงจะเหมาะ คงเป็นเรื่องที่ผู้ที่ตระหนักต้องค่อยๆว่ากันไป แต่ผมไม่เห็นด้วยกับท่าทีปฏิเสธด้วยการโยนคำถามกลับอย่างไม่แคร์

การรู้จักถกเถียงแย้งกันต่อสู้กันทางความคิดอย่างหนักแต่อย่างอารยะเป็นส่วนหนึ่งที่เราต้องช่วยกันสร้างขึ้นท่ามกลางเสรีภาพทางความคิด ผมไม่สนับสนุนการเซ็นเซอร์ใดๆทั้งสิ้น แต่ผมเห็นว่าผู้ที่กระทำไม่เหมาะสมควรรับข้อท้วงติงและคิดเอาเอง ไม่ใช่ใช้โล่เสรีภาพทางความคิด มาปกป้องการกระทำที่ไม่เหมาะสมของตน[/quote]

ไม่ใช่โยนคำถามกลับอย่างไม่แคร์ ไม่ใช่ไม่เตารพ "เหตุผล" ของคุณจอน ที่ต้องการให้พื้นที่สื่อเป็นพื้นที่ของการใช้เหตุผล
เพียงแต่อยากเสนอให้มองอีกมุมเท่านั้นเอง

ส่วน "ฆาตกรทางความคิด" "ฆาตกรทางปัญญา" เป็นคำอุปมาอุปมัยครับ มันมีได้ไหมในความเป็นจริง ผมคิดว่ามีได้เพราะเรื่องความคิด หรือเรื่องทางปัญญาในแง่หนึ่งมันเป็นเรื่องของ "อำนาจ" (เช่น อำนาจในฐานะผู้เชี่ยวชาญ มีบารมี มีชื่อเสียง ครอบครองพื้นที่สื่อได้มากกว่าใครๆ เข้าถึงอำนาจรัฐ งบประมาณรัฐในการเผยแพร่ความคิดของตนเองได้มากกว่า ฯลฯและความคิด หรือปัญญาที่มันมีอำนาจครอบงำนั้นมันมีปัญหา เช่น ไม่ปกป้องหลักการที่ถูกต้องเท่าที่ควรจะเป็น ไม่แฟร์กับฝ่ายที่ขัดแย้งกันใน "บริบท" ที่ควรจะแฟร์ เป็นต้น)

ผมเคยถามคนบางคน เขาบอกผมว่าเห็นด้วยกับเสื้อแดงในเรื่องหลักการ เรื่องต่อต้านรปห.เรื่องอุดมการณ์ประชาธิปไตย แต่ไม่เชื่อถือตัวบุคคล เช่น ทักษิณ "สามเกลอหัวขวด" (ที่เรียกกันในระยะนั้น) แต่เขาเลือกเชื่อ/คาดหวังกับเรื่องปฏิรูปประเทศเพราะเขาเชื่อถือหมอประเวศ คุณอานันท์

ผมไม่ได้บอกว่าการเลือกของเขาผิดหรือถูก แต่มันไม่ใช่การเลือกบนการวิเคราะห์ "เหตุผล" อย่างชัดแจ้ง นี่ก็คือตัวอย่างการถูกครอบงำทางความคิดด้วยภาพลักษณ์ของตัวบุคคล

ลองอ่านบทความของหมอประเวศที่คุณหลิ่มหลีวิจารณ์นะครับ เขาอ้างว่าทักษิณทำให้คนเกลียดและกลัวมากจนเป็นอันตรายแก่ประเทศ และเสนอให้ทักษิณเปลี่ยนแปลงตัวเองในระดับพื้นฐานจะเป็นประโยชน์แก้ประเทศและต่อโลก (แต่เราเคยได้ยินเขาอ้างเหตุผลแบบนี้ เสนอแนะแบบนี้กับอีกฝ่ายไหม อภิสิทธิ์เป็นต้นคนเกลียดมากไหม ควรปรับเปลี่ยนตัวเองอย่างไร หมอประเวศอาจแนะนำด้วยเจตนาดีก็ได้ แต่ปัญหาคือมันเป็นคำแนะนำโดยปัญญาชนอาวุโสใน "บริบท" ของ 1) ปัญหาเชิงหลักการเรื่องรปห.และกระบวนการเอาผิดแบบสองมาตรฐาน 2) ในทางการเมืองการหาเสียงเลือกตั้งกำลังมีการต่อสู้เรื่องนี้อย่างแหลมคม คำแนะนำดังกล่าวมันเอื้อประโยชน์แก่ฝ่ายใด หรือหากไม่คิดเรื่องเอื้อประโยชน์ถามว่ามันเป็นคำแนะนำที่ให้ความสำคัญต่อความไม่ชอบธรรมของรปห.และกระบวนการสองมาตรฐานหรือไม่ ปัญญาชนอาวุโสควรใส่ใจปัญหาพื้นฐานแบบนี้แค่ไหน)

ตัวอย่างที่ยกมานี้เป็นต้น จะอุปมาอุปมัยเป็น "ฆาตกรทางความคิด/ทางปัญญา" ได้หรือไม่? ก็เป็นอิสระที่จะมองครับ ผมก็มองของผมอย่างนี้ มุมมองของผมถูกผิดอย่างไรก็วิจารณ์กันได้

ส่วนเรื่องบทความของ "คุณหลิ่มหลี" ผมคิดว่ามันไม่ไร้เหตุผลเสียทีเดียว เรื่องเสียดสี เรื่องด่า เป็นแค่ "ลีลา" ทำให้บทความออกรสชาติ ไม่จืดชืด แข็งทื่อ แห้งแล้ง ไม่มีชีวิตชีวา น่าเบื่อ คนอ่านประชาไทโคตรจะแยกแยะได้อยู่แล้ว บทความบางคนในประชาไทด่าแรงๆก็มี เช่นบทความของอาจารย์ใจที่เรียกพันธมิตรว่า "พันธมาร" "ม็อบฟาสซิสต์" ฯลฯ (ผมไม่ได้เถียงเพื่อเอาชนะ เห็นด้วยกับ "เหตุผลหลักๆ" ของคุณจอน แต่ก็ไม่อยากให้มองคุณหลิ่มหลี เหมือน รมต.วธ.มองแม่ชีทศพร และเรยา เฮ้อ...)

ปล.หวังว่าคุณ "นามแฝง" คงไม่คิดว่าผมตอบข้างๆ คูๆ นะครับ ผมตอบได้แค่นี้จริงๆ ถูก ผิด เป็นเสรีภาพที่คุณจะวินิจฉัยเอง และวิจารณ์กันได้อยู่แล้วครับ

ผมไม่ได้เห็นว่าบทความของ

ผมไม่ได้เห็นว่าบทความของ "คุณหลิ่มหลี" ไร้เหตุผล และไม่ได้เรียกร้องว่าห้ามมีสีสัน แต่แค่ไหนอย่างไรก็คิดดูเอาแล้วกัน
การตอบข้อวิจารณ์โดยทำให้เป็นเรื่อง ขาว/ดำ ห้ามเสียดสีเลย/ด่าขนาดไหนก็ได้ ใช้ได้แต่เหตุผลล้วนๆ/เอามันอย่างเดียว ก็เป็นแค่เทคนิคการโต้วาทีที่ไม่เป็นประโยชน์เท่าไรหากเราตระหนักถึงปัญหานี้ เพราะเป็นการผลักไปสู่คำตอบแบบขาว/ดำ ลงท้ายเพื่อปกป้องตัวเองที่จะด่าได้ตามพอใจ นี่เป็นปัญหาวัฒนธรรมการวิจารณ์ที่มีคำตอบอยู่สักแห่งระหว่างสองขั้ว และชุมชนที่มีการถกเถียงกันต้องค่อยๆทักท้วงกันปรามกันรับฟังกันและแก้ตัวกันไปตามแต่โอกาส ไม่มีคำตอบตายตัวหรอกครับ
อันที่จริงผมไม่ได้ติดใจบทความของ "คุณหลิ่มหลี" มากเท่ากับความเห็นของคุณฯชายขอบว่ามี่ "ฆาตกรทางความคิด" คำอธิบายของคุณก็ยังไม่ค่อยตรงคำถามของผมเท่าไรนัก (ผมถามว่าความคิดของคุณในประเด็น"ฆาตกรทางความคิด"นั้น ต่างกับความคิดของพวกที่ปราบปรามเล่นงาน prisoner of conscience ตรงไหนอย่างไร คุณตอบว่าทุกความคิดเป็นเรื่องของอำนาจทั้งนั้น ซึ่งก็ถูก แต่มันคนละเรื่องกับที่ผมถาม)
เอาเถอะครับ ผมไม่ต้องการคาดคั้นเอาคำตอบหรอกครับ การถกเถียงก็เพื่อฝากให้คิดดูเอาก็แล้วกัน ผมเองก็จะคิดเช่นกันว่าต่างกันตรงไหน เพราะผมเองก็ยังไม่อยากตีขลุมว่าเป็นอย่างเดียวกัน เพียงแต่เห็นว่าคุณฯชายขอบเขียนไปเมื่อเร็วๆนี้ แล้วกลับมาพาดพิงถึงอาชญากรรมทางความคิดของคนที่คุณไม่พอใจเสียเอง เลยคิดว่าคุณอาจมีคำตอบอยู่แล้วที่พอจะแบ่งเป็นวิทยาทานบ้าง

Quote:ภายใต้รัฐบาลทักษิณประชา

[quote]ภายใต้รัฐบาลทักษิณประชาชนเคยถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐฆ่าอย่างไม่มีความผิดจำนวนนับพันคน นี่ทักษิณบอกว่าจะทำสงครามยาเสพติดรอบสอง ภายใต้รัฐบาลเพื่อไทยใหม่ถ้ารัฐบาลละเมิดสิทธิของประชาชนผมหวังว่าหมู่มิตรเสื้อแดงจะออกมาคัดค้านอย่างแข็งขันเสมือนเป็นรัฐบาลอภิสิทธิ์
[/quote]

เรียนคุณจอนครับ

คุณกำลังกล่าวหาในเรื่องที่ยังไม่ตัดสินชี้ชัด ถ้าจำไม่ผิด

....คณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบ ศึกษา และวิเคราะห์ การกำหนดนโยบายปราบปรามยาเสพติดให้โทษและการนำเอานโยบายไปปฏิบัติจนเกิด ความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ชื่อเสียง และทรัพย์สินของประชาชน (คตน.) ได้สรุปผลสอบสวนข้อเท็จจริงเสนอ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี พิจารณาแล้ว โดย คตน.ไม่สามารถสรุปได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือรัฐบาลในขณะนั้นมีนโยบายให้ฆ่าตัดตอนผู้ที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยา เสพติดจริงหรือไม่ ....

...รายงาน คตน.ยังมีความเห็นอีกว่า ในกรณีคดีฆาตกรรมโดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรม หากถือเป็นการกระทำโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจนพิสูจน์ได้ว่าผู้ตายเป็นใครหรือเจ้า หน้าที่รัฐใช้วิธีการไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร ....

นี่คือเนื้อข่าวที่ตัดมาจากสื่อหนึ่ง http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=16872&catid=1

และเมื่อหาหลักฐานชี้ความผิดกับทักษิณไม่ได้ ก็เบนประเด็นไปเรื่องอื่นๆที่จะเอาผิดกับทักษิณ จนมาจบที่การซื้อที่ดินรัชดา

อยากถามว่า สิ่งเหล่านี้คือ สิ่งที่เป็นธรรมที่จะให้กับใครสักคนหนึ่งแล้วหรือ การที่คุณวิพากษ์ วิจารณ์คุณหลิ่มหลีหรือคนอื่นๆ กรุณาดูตัวท่านเสียก่อนว่า สูงพอ ดีพอ เป็นธรรมพอ ที่จะแสดงบทบาทนี้ได้หรือไม่

ด้วยความเคารพ
สหายหลิ่มหลี

ในประเทศระบอบสมบูรณาญาสิทธิรา

ในประเทศระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ภายใต้เปลือกประชาธิปไตยของไทยเรา ในประเทศที่มีปูชนียบุคคล มีสมมติเทพ มีคนดีศรีแผ่นดิน อยู่เต็มไปหมด ในประเทศที่มีข้อห้ามการวิจารณ์เยอะแยะ ในประเทศที่มีการกดหัวคนด้วยกฎหมายไม่เป็นธรรม ในประเทศที่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่แตะต้องไม่ได้ ในประเทศที่เต็มไปด้วยลำดับชั้น การถือยศถาบรรดาศักดิ์ การถือระบบอาวุโส ดิฉันคิดว่าการทำให้ปูชนียบุคคลหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์กลายเป็นสิ่งที่น่าหัวเราะ มันเป็นการทำลายระบบลำดับชั้นที่ดีที่สุดอย่างหนึ่ง และมันหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดขึ้น เพราะพอเราถูกกดหัว ถูกทำให้กลัวมาก ๆ ลงท้ายคงไม่มีอะไรดีไปกว่าหัวเราะเยาะมัน!

อ.จอนอาจจะไม่ชอบการเสียดสีประชดประชันแบบบทความนี้ แต่เกรงว่า อ.จอนคงจะต้องเจอการวิจารณ์แบบเสียดสีโปกฮาแบบนี้ไปจนกว่าความศักดิ์สิทธิ์และลำดับชั้นในสังคมไทยจะถูกทำลายหรือลดลงไปบ้าง อ.จอนคงต้องทำใจล่ะค่ะ เพราะความศักดิ์สิทธิ์กับความสามานย์มันมาคู่กัน!

บังเอิญดิฉันเขียนบทความแบบนี้ไม่เป็น ถ้าเขียนได้ก็คงเขียนไปแล้ว หลายครั้งที่ดิฉันเห็น อ.ประเวศ อ.เสน่ห์ นายแพทย์เสม หรือบรรดาราษฎรอาวุโสทั้งหลาย ดิฉันก็รู้สึกอยากจะถอนหงอกคนเหล่านี้เหมือนกัน! เพราะบางทีจะให้เขียนแย้งด้วยเหตุด้วยผล ก็เขียนกันมาจนไม่รู้จะเขียนอะไรแล้ว! แต่พฤติกรรมที่กลับกลอกของบรรดาผู้มีอิทธิพลต่อสังคมเหล่านี้ต่างหาก ที่ทำให้เรารู้สึกอัดอั้นตันใจว่า เหตุผลมันไม่มีประโยชน์หรอก พูดแดกให้แรง ๆ น่าจะดีกว่า กระนั้นก็ตาม บางทีแม้แต่พูดให้เจ็บแค่ไหน พวกเขาก็คงไม่รู้สึกอะไรเลย

คุณหลิ่มหลีก็เพิ่มสีสันให้ประ

คุณหลิ่มหลีก็เพิ่มสีสันให้ประชาไทดี ไม่เห็นจะมีปัญหาตรงไหน เขาเขียนตรงจุด ใช้ภาษาไทยแท้แต่โบราณ ไม่กระมิดกระิเมี้ยนดี ประชาไทไม่ใช่วารสารวิชาการไม่ใช่หรือ เป็นนสพ.ออนไลน์เฉยๆนี่นา

ประเทศที่พัฒนาแล้วไม่ต้องการให้หมอหรืออดีตคนได้ที่หนึ่งแห่งประเทศมาชี้นำประชาชน คนไม่สอบได้ทีหนึ่งระดับประเทศก็ไม่ใช่วัวควายก็คิดเองได้ ยิ่งหมอประเวศยิ่งอ้าปากพูดยิ่งเป็นที่อับอายแก่ลูกหลาน (ถ้าลูกหลานหน้าไม่ด้านนะ)

จริงๆไอ้การจัดอันดับว่าใครได้ที่หนึ่งในประเทศนี่มีแต่ประเทศคอมมิวนิสต์นะ หมอประเวศนี่เหมาะเลย พวกชอบชี้นำสังคมนี่อยู่ในโลกประชาธิปไตยไม่มีความสุข แก่แล้วจะไปเลี้ยงหลานหลานก็คงเบื่อตาย ต้องออกมาวุ่นวายนอกบ้านให้ชาวบ้านเดือดร้อน

นามแฝง

[quote=นามแฝง]ผมไม่ได้เห็นว่าบทความของ "คุณหลิ่มหลี" ไร้เหตุผล และไม่ได้เรียกร้องว่าห้ามมีสีสัน แต่แค่ไหนอย่างไรก็คิดดูเอาแล้วกัน
การตอบข้อวิจารณ์โดยทำให้เป็นเรื่อง ขาว/ดำ ห้ามเสียดสีเลย/ด่าขนาดไหนก็ได้ ใช้ได้แต่เหตุผลล้วนๆ/เอามันอย่างเดียว ก็เป็นแค่เทคนิคการโต้วาทีที่ไม่เป็นประโยชน์เท่าไรหากเราตระหนักถึงปัญหานี้ เพราะเป็นการผลักไปสู่คำตอบแบบขาว/ดำ ลงท้ายเพื่อปกป้องตัวเองที่จะด่าได้ตามพอใจ นี่เป็นปัญหาวัฒนธรรมการวิจารณ์ที่มีคำตอบอยู่สักแห่งระหว่างสองขั้ว และชุมชนที่มีการถกเถียงกันต้องค่อยๆทักท้วงกันปรามกันรับฟังกันและแก้ตัวกันไปตามแต่โอกาส ไม่มีคำตอบตายตัวหรอกครับ
อันที่จริงผมไม่ได้ติดใจบทความของ "คุณหลิ่มหลี" มากเท่ากับความเห็นของคุณฯชายขอบว่ามี่ "ฆาตกรทางความคิด" คำอธิบายของคุณก็ยังไม่ค่อยตรงคำถามของผมเท่าไรนัก (ผมถามว่าความคิดของคุณในประเด็น"ฆาตกรทางความคิด"นั้น ต่างกับความคิดของพวกที่ปราบปรามเล่นงาน prisoner of conscience ตรงไหนอย่างไร คุณตอบว่าทุกความคิดเป็นเรื่องของอำนาจทั้งนั้น ซึ่งก็ถูก แต่มันคนละเรื่องกับที่ผมถาม)
เอาเถอะครับ ผมไม่ต้องการคาดคั้นเอาคำตอบหรอกครับ การถกเถียงก็เพื่อฝากให้คิดดูเอาก็แล้วกัน ผมเองก็จะคิดเช่นกันว่าต่างกันตรงไหน เพราะผมเองก็ยังไม่อยากตีขลุมว่าเป็นอย่างเดียวกัน เพียงแต่เห็นว่าคุณฯชายขอบเขียนไปเมื่อเร็วๆนี้ แล้วกลับมาพาดพิงถึงอาชญากรรมทางความคิดของคนที่คุณไม่พอใจเสียเอง เลยคิดว่าคุณอาจมีคำตอบอยู่แล้วที่พอจะแบ่งเป็นวิทยาทานบ้าง[/quote]

ผมไม่ได้โต้คุณเรื่องบทความคุณหลิ่มหลีครับ เพียงแต่ผมตอบไปพร้อมๆกันกับการตอบคุณจอน (มันต่อเนื่องไม่อยากโพสต์หลายครั้ง)

ที่ผมตอบคุณมีแค่เรื่องฆาตกรทางความคิด ฆาตกรทางปัญญา คำตอบผมมันก็บอกในตัวมันเองแล้วว่า
ไม่เหมือนเสียทีเดียวกับที่ผมเขียนในบทความชื่อ "นักโทษมโนธรรมสำนึก" ฆาตกรมันมีหลายประเภทได้นี่ครับ
ส่วนคุณจะไม่เห็นด้วยกับมุมมองผมก็ไม่เป็นไร แต่ผมไม่มีวิทยาทานที่คุณต้องการให้ผมตอบตามที่คุณกำหนดให้ต้องตอบอยู่แล้ว เพราะผมตอบตามความต้องการของผมเท่านั้นครับ

ตอบคุณภควดี เห็นด้วยทีคุณเขีย

ตอบคุณภควดี

เห็นด้วยทีคุณเขียนว่าแม้แต่พูดใ้ห้เจ็บแ่ค่ไหน พวกเขาก็คงไม่รู้สึกอะไรเลย

การหลอกตัวเองเป็นอีโก้ทีฝังลึก ถ้าพวกนี้ (หมายถึงราษฏรอาวุโส และ เอ็นจีโอปลอมที่กินภาษีจนพุงปลิ้นแต่ยังเรียกตัวเองว่าเอ็นจีโอหน้าตาเฉย) ไม่บ้าอีโก้จนสติแตกแบบนี้ ประเทศไทยก็ไม่วุ่นวายแบบนี้หรอกนะ

ความรุนแรงจะเกิดได้ไงถ้าคนมีปืนไม่ยิง หมอประเวศกลัวความรุนแรงก็น่าจะไปจับไมค์พูดหน้าค่ายทหาร ถึงจะตรงประเด็น

โดยส่วนตัว คิดว่าพวกหมอเป็นพวกที่อีโก้สูงและสปอยล์ อยู่โรงพยาบาลเป็นเทวดา มีพยาบาลมีเซลล์ขายยารองมือรองเท้า เลยอินคิดว่าตัวเองเป็นเทวดาเหมือนกัน เลยมักลืมตัวชอบชี้นำสังคมแบบสติแตกแบบนี้

ถ้าหมอและทหารวางไมค์และกลับไปทำงานตามวืิชาชีพ ประเทศก็ไม่วุ่นวายแบบนี้แต่แรกแล้ว

อ่านแล้วฉบายใจ

อ่านแล้วฉบายใจ โลกสดใสขึ้นชะแวบหนึ่ง..

คุณฯชายขอบไม่ตอบวันนี้ก็ไม่เป

คุณฯชายขอบไม่ตอบวันนี้ก็ไม่เป็นไรครับ แต่ไม่น่าจะต้องบอกปัดข้อวิจารณ์ของผมด้วยการกล่าวว่า "เพราะผมตอบตามความต้องการของผมเท่านั้นครับ" เลย
ผมวิจารณ์ตามสาระ และตรงประเด็นของคุณว่าด้วย prisoner of conscience ด้วย คุณทำราวกับเป็นเรื่องไร้สาระ แต่คุณกลับกลัวการด่าหยาบๆคายๆจนหงอและสุภาพตอบอย่างเหลือเชื่อ นี่หรือครับวัฒนธรรมการถกเถียงที่คนอย่างคุณต้องการสร้างขึ้นมา
คิดหาคำตอบต่อคำถามของผมให้ได้นะครับ เพราะจะเป็นเกณฑ์เพื่อให้ความคิดของคุณคงเส้นคงวา ไม่กลายเป็นอย่างที่วิจารณ์คนอื่นเขาไว้เสียเอง หรืออย่างน้อยก็จะได้ระวังปากระวังคำสักนิดเวลาโจมตีกล่าวหาคนอื่น ผมเห็นด้วยที่คุณต่อสู้ทางความคิดกับหมอประเวศ แต่คนเก่งอย่างคุณต้องทำงานให้หนัก คิดให้ดีก่อนพูด/เขียนด่าใคร อย่ามาตายน้ำตื้นเพราะความพูดไม่ระวังปาก

นามแฝง

[quote=นามแฝง]คุณฯชายขอบไม่ตอบวันนี้ก็ไม่เป็นไรครับ แต่ไม่น่าจะต้องบอกปัดข้อวิจารณ์ของผมด้วยการกล่าวว่า "เพราะผมตอบตามความต้องการของผมเท่านั้นครับ" เลย
ผมวิจารณ์ตามสาระ และตรงประเด็นของคุณว่าด้วย prisoner of conscience ด้วย คุณทำราวกับเป็นเรื่องไร้สาระ แต่กลัวการด่าหยาบๆคายๆจนหงอและสุภาพตอบอย่างเหลือเชื่อ นี่หรือครับวัฒนธรรมการถกเถียงที่คนอย่างคุณต้องการสร้างขึ้นมา
คิดหาคำตอบต่อคำถามของผมให้ได้นะครับ เพราะจะเป็นเกณฑ์เพื่อให้ความคิดของคุณคงเส้นคงวา ไม่กลายเป็นอย่างที่วิจารณ์คนอื่นเขาไว้เสียเอง หรืออย่างน้อยก็จะได้ระวังปากระวังคำสักนิดเวลาโจมตีกล่าวหาคนอื่น ผมเห็นด้วยที่คุณต่อสู้ทางความคิดกับหมอประเวศ แต่คนเก่งอย่างคุณต้องทำงานให้หนัก คิดให้ดีก่อนพูด/เขียนด่าใคร อย่ามาตายน้ำตื้นเพราะความพูดไม่ระวังปาก[/quote]

ผมงงกับคำถามของคุณมาก ผมเขียนตรงไหนที่ทำให้คุณเข้าใจว่า "คุณกลับกลัวการด่าหยาบๆคายๆจนหงอและสุภาพตอบอย่างเหลือเชื่อ " งงมากครับ

แล้ว เรื่อง prisoner of conscience มันเป็นตรรกะอย่างไร กับที่ผมเขียนในวงเล็บว่า "ฆาตกรทางความคิด" "ฆาตกรทางปัญญา" (ซึ่งในประเทศนี้อาจมีเยอะก็ได้ หลายประเภท) ผมตามความคิด การตีความของคุณไม่ทัน

อยากจะบอก อยากจะสื่อ

อยากจะบอก อยากจะสื่อ ให้ไอ้จ้อน(อ.จอน) ได้รู้บ้าง........แม่คิดถึงน่ะ

จ้อนเข้าใจคำว่าสำนวน เข้าใจคว่าโวหาร ในการเขียน ในการแต่ง ในการสร้างสร้างสรรค์ หรือใครบางคนดัดจริตเรียกว่า "รังสรรค์" ก้อมี แล้วแค่จิตตอแหลของแต่ล่ะคน
หลิ่มหลี เขาวาดเขาดเขียนงานได้น่าอ่าน อ่านไปหัวเราะไป มันเข้าใจเห็นภาพได้จริง ๆ สือกันแบบสำนวนโวหารง่าย ๆ ไม่ต้องปีนบันไดฟัง เหมือนเป็นความใกล้ชิดกับผู้อ่าน เป้นญาติพี่น้อง
เวลาอ่านจึงเข้าใจระได้โดยง่าย เพราะภาษาไทยมีคุณสมบัติพิเศษที่สามารถเห็นภาพเห็นอาการนามได้ เห็นความต่างความละเอียดเป็นวิเศษได้
ความเข้าใจของผู้อ่านจึงเข้าใจในสาระสำคัญที่ผู้เขียนต้องการสื่อให้เข้าใจได้โดยง่าย ส่วนสำนวนที่คุณเรียกว่า "สะใจ" นั้น เห็นแค่เครื่องตบแต่งเท่านั้น เหมือนกินอาหารที่เขาแต่งจานหรือแต่งอาหารให้ดูน่ากิน ถือว่าผุเขียนมี "ศิลปะในการนำเสนอ"
ผมล่ะสังสัยว่าเวลจะวิจารณ์อะไร คุณจ้อนคงแยกแยะตัวสาระกับศิลปะในการตบแต่งแยกไม่ออกแน่ ๆ จึงได้เอาความ"รัก" เอาความ"หลง" เป็นแว่นตาใส่มามองมาวิจารณ์ วันไหนใส่แว่นตาสีอะไร ความเป็นจริงของจ้อนก้อเลยเป้นโทนนั้น
หุหุ แล้วจ้อนก้อชอบแว่นตาสีเขียว สีเหลือง สีชมพู สัน้ำเงิน เป็นการเฉพาะซ่ะด้วย บางวันจ้อนชอบเป็นวัยสะรุน ก้อใส่แว่นสีสลิ่มด้วยซ้ำไป ฮ่าฮ่า (อยกเอาใจวัยรุ่นว่างั้นเถอะ) แต่ที่จ้อนเกลียดที่สุดจ้อนไม่เคยชายตามองแว่นที่มีสีแดง ๆ เลย เหอะ เหอะ จ้อนเป็นอะไรปายยยยยยยยยยย
ความเห็นของจ้อนจึงค่อนข้างไร้ค่าเพราะยังไงก้อโทนเดียว ใขขณะที่คนอ่านอื่นเขาไม่ได้ใส่แว่นจึงเห็นภาพจริงที่เป็นธรรมชาติจริง ตาเขาสว่างกันแล้ว เวลาอ่าน เปรียบเหมือนการกินอาหารใจจาน เขาก้อกินที้งเนื้อแกง(สาระ) และเครื่องตบแต่ง อารเป็นหอมบ้าง ผักชีบ้าง ใบสะระแหน่บ้าง แตงกวาบ้าง พริกสดบ้างหากต้องการเผ้ดขึ้นไปอีก หุหุ เขาสนุกกับการกิน ยังเหลือแต่จ้อนนี่แหระเมื่อไรจะถอดแว่นที่ชอบซ่ะะทีจะได้สนุกไปกับการกินเครื่องตบแต่งไปด้วยพร้อม ๆ กับสาระความอร่อยของแกงนั้นด้วย
ขี้เกลียดพิมพ์แล้วว้อย!
สรุปก้อแล้วกัน ว่า ไอ้จ้อนโว้ย..ไม่ต้องรีบกินรีบนินทาเดี๋ยวน้ำแกงร้อนจะลวกปากน่ะลูจ้อน.....

...จากแม่

สุมาอี้ เสรีชน

[quote=สุมาอี้ เสรีชน][quote]ภายใต้รัฐบาลทักษิณประชาชนเคยถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐฆ่าอย่างไม่มีความผิดจำนวนนับพันคน นี่ทักษิณบอกว่าจะทำสงครามยาเสพติดรอบสอง ภายใต้รัฐบาลเพื่อไทยใหม่ถ้ารัฐบาลละเมิดสิทธิของประชาชนผมหวังว่าหมู่มิตรเสื้อแดงจะออกมาคัดค้านอย่างแข็งขันเสมือนเป็นรัฐบาลอภิสิทธิ์
[/quote]

เรียนคุณจอนครับ

คุณกำลังกล่าวหาในเรื่องที่ยังไม่ตัดสินชี้ชัด ถ้าจำไม่ผิด

....คณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบ ศึกษา และวิเคราะห์ การกำหนดนโยบายปราบปรามยาเสพติดให้โทษและการนำเอานโยบายไปปฏิบัติจนเกิด ความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ชื่อเสียง และทรัพย์สินของประชาชน (คตน.) ได้สรุปผลสอบสวนข้อเท็จจริงเสนอ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี พิจารณาแล้ว โดย คตน.ไม่สามารถสรุปได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือรัฐบาลในขณะนั้นมีนโยบายให้ฆ่าตัดตอนผู้ที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยา เสพติดจริงหรือไม่ ....

...รายงาน คตน.ยังมีความเห็นอีกว่า ในกรณีคดีฆาตกรรมโดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรม หากถือเป็นการกระทำโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจนพิสูจน์ได้ว่าผู้ตายเป็นใครหรือเจ้า หน้าที่รัฐใช้วิธีการไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร ....

นี่คือเนื้อข่าวที่ตัดมาจากสื่อหนึ่ง http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=16872&catid=1

และเมื่อหาหลักฐานชี้ความผิดกับทักษิณไม่ได้ ก็เบนประเด็นไปเรื่องอื่นๆที่จะเอาผิดกับทักษิณ จนมาจบที่การซื้อที่ดินรัชดา

อยากถามว่า สิ่งเหล่านี้คือ สิ่งที่เป็นธรรมที่จะให้กับใครสักคนหนึ่งแล้วหรือ การที่คุณวิพากษ์ วิจารณ์คุณหลิ่มหลีหรือคนอื่นๆ กรุณาดูตัวท่านเสียก่อนว่า สูงพอ ดีพอ เป็นธรรมพอ ที่จะแสดงบทบาทนี้ได้หรือไม่

ด้วยความเคารพ
สหายหลิ่มหลี[/quote]

เรียนถาม อาจารย์จอน อึ้งภากรณ์

การกล่าวหาคุณทักษินแบบนี้ซ้ำแล้ว ซ้ำอีก แบบที่อาจารย์จอนทำนี่ มันหนักหนากว่าคำพูดประโยคเดียวของหลิ่มหลีนะครับ กรุณาพิจารณาสำนึกของตัวอาจารย์เองด้วยครับ

ปล ผมอ่านสิ่งที่อาจารย์เขียนมาแล้ว ผมนึกถึงบุคคลท่านหนึ่ง คือ คุณลุงนวมทอง ไพรวัลย์ เมื่อสามปีที่แล้ว หลังเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยา อาจารย์จอนได้ให้สัมภาษณ์ว่า "รู้สึกโล่งใจ เมื่อเห็นทหารทำการรัฐประหารรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้ง" ในขณะที่ คุณลุงนวมทองได้ประท้วงการทำรัฐประหารของทหารด้วยการฆ่าตัวตาย

นาน ๆ

นาน ๆ จะได้เห็นนักปราชญ์ท่านเสวนากันที ดีครับ

นามแฝง

[quote=นามแฝง]ลืมไป...
ทำไมการต่อสู้กันทางความคิดอย่างหนักแต่อย่างอารยะเป็นส่วนหนึ่งของเสรีภาพทางความคิด ?
ทำไมในโลกตะวันตกจึงแคร์เรื่องนี้กันมาก (แต่เขาไม่แก้ปัญหานี้ด้วยการเซ็นเซอร์) ?

ตอบ -- เพราะการถกเถียงอย่างอารยะอยู่บนฐานความเคารพในความเป็นมนุษย์ของผู้ที่เรากำลังต่อสู้อยู่ หากคุณฯชายขอบแคร์ความเป็นมนุษย์ก็น่าจะตระหนักข้อนี้ด้วย ส่วนแค่ไหนมากไป แค่ไหนเหมาะสม คงวางกฎเกณ์ตายตัวไม่ได้

ความไร้อารยะไม่ใช่อาชญากรรมในตัวเอง จึงต้องไม่เซ็นเซอร์ แต่เป็นความไม่เคารพในความเป็นคนของผู้ที่คิดต่าง จึงต้องแก้ด้วยการถกเถียงกัน ยกระดับวัฒนธรรมทางความคิดของชุมชนสังคมนั้นๆ

ความมีอารยะในการต่อสู้ทางความคิดเป็นคนละเรื่องลิบลับกับความดัดจริต หากแยกแยะไม่ได้และสวนกลับง่ายๆด้วยการหาว่า ความมีอารยะในการต่อสู้ทางความคิด = ความดัดจริต ย่อมเป็นดัชนีชี้ว่าเป็นปัญหาของคนสวนกลับเช่นนั้นเองที่ไม่สามารถแยกแยะได้[/quote]

คราวหน้าผมขอฝาก "คุณหลิ่มหลี" ช่วยเชียนบทความชื่อ "อยากจะเป็นคนมีอารยะกับเขาบ้างเหมือนกัน นะคะ นะคะ" ด้วยนะครับ (จะคอยติดตามอย่างใจจดจ่อ อิอิ...)

คนไม่ดี wrote:สุมาอี้ เสรีชน

[quote=คนไม่ดี][quote=สุมาอี้ เสรีชน][quote]ภายใต้รัฐบาลทักษิณประชาชนเคยถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐฆ่าอย่างไม่มีความผิดจำนวนนับพันคน นี่ทักษิณบอกว่าจะทำสงครามยาเสพติดรอบสอง ภายใต้รัฐบาลเพื่อไทยใหม่ถ้ารัฐบาลละเมิดสิทธิของประชาชนผมหวังว่าหมู่มิตรเสื้อแดงจะออกมาคัดค้านอย่างแข็งขันเสมือนเป็นรัฐบาลอภิสิทธิ์
[/quote]

เรียนคุณจอนครับ

คุณกำลังกล่าวหาในเรื่องที่ยังไม่ตัดสินชี้ชัด ถ้าจำไม่ผิด

....คณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบ ศึกษา และวิเคราะห์ การกำหนดนโยบายปราบปรามยาเสพติดให้โทษและการนำเอานโยบายไปปฏิบัติจนเกิด ความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ชื่อเสียง และทรัพย์สินของประชาชน (คตน.) ได้สรุปผลสอบสวนข้อเท็จจริงเสนอ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี พิจารณาแล้ว โดย คตน.ไม่สามารถสรุปได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือรัฐบาลในขณะนั้นมีนโยบายให้ฆ่าตัดตอนผู้ที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยา เสพติดจริงหรือไม่ ....

...รายงาน คตน.ยังมีความเห็นอีกว่า ในกรณีคดีฆาตกรรมโดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรม หากถือเป็นการกระทำโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจนพิสูจน์ได้ว่าผู้ตายเป็นใครหรือเจ้า หน้าที่รัฐใช้วิธีการไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร ....

นี่คือเนื้อข่าวที่ตัดมาจากสื่อหนึ่ง http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=16872&catid=1

และเมื่อหาหลักฐานชี้ความผิดกับทักษิณไม่ได้ ก็เบนประเด็นไปเรื่องอื่นๆที่จะเอาผิดกับทักษิณ จนมาจบที่การซื้อที่ดินรัชดา

อยากถามว่า สิ่งเหล่านี้คือ สิ่งที่เป็นธรรมที่จะให้กับใครสักคนหนึ่งแล้วหรือ การที่คุณวิพากษ์ วิจารณ์คุณหลิ่มหลีหรือคนอื่นๆ กรุณาดูตัวท่านเสียก่อนว่า สูงพอ ดีพอ เป็นธรรมพอ ที่จะแสดงบทบาทนี้ได้หรือไม่

ด้วยความเคารพ
สหายหลิ่มหลี[/quote]

เรียนถาม อาจารย์จอน อึ้งภากรณ์

การกล่าวหาคุณทักษินแบบนี้ซ้ำแล้ว ซ้ำอีก แบบที่อาจารย์จอนทำนี่ มันหนักหนากว่าคำพูดประโยคเดียวของหลิ่มหลีนะครับ กรุณาพิจารณาสำนึกของตัวอาจารย์เองด้วยครับ

ปล ผมอ่านสิ่งที่อาจารย์เขียนมาแล้ว ผมนึกถึงบุคคลท่านหนึ่ง คือ คุณลุงนวมทอง ไพรวัลย์ เมื่อสามปีที่แล้ว หลังเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยา อาจารย์จอนได้ให้สัมภาษณ์ว่า "รู้สึกโล่งใจ เมื่อเห็นทหารทำการรัฐประหารรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้ง" ในขณะที่ คุณลุงนวมทองได้ประท้วงการทำรัฐประหารของทหารด้วยการฆ่าตัวตาย[/quote]

นี่ยังไม่กล่าวถึง ข้อหาคดีที่ดินรัชดา นะครับ

รัฐเสียหายจากการประมูลครั้งนี้ ออกมาโวยวายกันว่า โกงบ้าง ใช้อำนาจหน้าที่บ้าง ถามว่า รัฐเสียหาย ก็ตอนตรงต้องคืนเงินประมูลของคุณหญิงอ้อ พร้อมดอกเบี้ย ถามว่า ดอกเบี้ยที่รัฐต้องจ่ายในครั้งนี้ เป็นเงินของใคร

ในเมื่อกฎหมายกำหนดการทำนิติกรรมสัญญาที่ต้องยินยอมทั้งสามี ภรรยา ... หญิงอ้อ กระทำการครั้งนี้ในขณะสามีดำรงตำแหน่งในรัฐ แต่ในฐานะสามีต้องกระทำการยินยอมให้ภรรยาไปกระทำนิติกรรมสัญญา

ถามว่า ในเกี่ยวกับข้อหาโกงตรงไหน

นั่นหมายความว่า เจ้าหน้าที่รัฐที่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่ว่า เจ้าตัวหรือคู่สมรส ทำ..ขอโทษนะฮะ ทำห่าอะไรไม่ได้เลยใช่ไหม

ประเด็นทำไมไม่ยกมาวิจารณ์บ้างล่ะครับ

คุณจอน

คุณจอน คุณกำลังลดเครดิตของครอบครัวคุณเอง และอ.ใจ คุณน่าหมั่นไส้มาก ที่อิ่มเอม หลงภูมิใจกับแมกไซไซจากปินส์ ใช่มะ...คุณไม่หายจากไร้เดียงสาเลย ในยามนี้ที่คนเสื้อแดงต้องสามัคคีกัน คุณเอาอะไรมาพูดเรื่องฆ่าตัดตอน คุณลองเสพยาดูสักครั้งสิ พอติดแล้ว ๆ จะรู้ว่า แค่ครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว หัวอกพ่อแม่จะเป็นไง

คุณกระแดะมากเลย ไร้เดียงสากับการเมืองมากเลย ไปอ่านตำราหลังห้องคนเดียวเงียบๆ ดีกว่า ภาษาหลิ่มเขาสนุกออก ได้ใจ เพราะเขาเป็นวัยรุ่น คุณก็ฝึกเข้าใจ ฝึกใช้แบบเขาดิ ชีวิตจะหนุกกว่านะ และอาจหายจากมะเร็งด้วย

คุณใจน้องคุณคงไม่งี่เง่าแบบคุณนะ

อีกอย่างคุณควรไปเรียนอักษรศาสตร์บ้างดูว่าวิธีเขียนให้มัน แหวกแนว คนติด น่ะ มันต่างจาก สไตล์ทึ่ม มะลื่อทื่อ เป็นตอไม้เป็นมะเร็ง แบบคุณอย่างไร

คุณจอน

คุณจอน คุณกำลังลดเครดิตของครอบครัวคุณเอง และอ.ใจ คุณน่าหมั่นไส้มาก ที่อิ่มเอม หลงภูมิใจกับแมกไซไซจากปินส์ ใช่มะ...คุณไม่หายจากไร้เดียงสาเลย ในยามนี้ที่คนเสื้อแดงต้องสามัคคีกัน คุณเอาอะไรมาพูดเรื่องฆ่าตัดตอน คุณลองเสพยาดูสักครั้งสิ พอติดแล้ว ๆ จะรู้ว่า แค่ครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว หัวอกพ่อแม่จะเป็นไง

คุณกระแดะมากเลย ไร้เดียงสากับการเมืองมากเลย ไปอ่านตำราหลังห้องคนเดียวเงียบๆ ดีกว่า ภาษาหลิ่มเขาสนุกออก ได้ใจ เพราะเขาเป็นวัยรุ่น คุณก็ฝึกเข้าใจ ฝึกใช้แบบเขาดิ ชีวิตจะหนุกกว่านะ และอาจหายจากมะเร็งด้วย

คุณใจน้องคุณคงไม่งี่เง่าแบบคุณนะ

จอน อึ๊งภากรณ์

[quote=จอน อึ๊งภากรณ์][quote=นักปรัชญาชายขอบ][quote=จอน อึ๊งภากรณ์][quote=นักปรัชญาชายขอบ]"ผุ้เขียนนิรนามขี้ขลาดคนนี้"

ผมไม่ชอบคำนี้ของคุณจอนเลยครับ การด่าแบบนี้มันจะต่างอะไรกับที่คุณจอนว่าผู้เขียนด่าหมอประเวศเล่าครับ
ผมไม่เห็นว่ามันจะมีเหตุผลอะไรเลยกับการอ้างว่าเขาใช้นามแฝงแล้วสรุปว่าเขาขี้ขลาด

ถ้าเช่นนั้น นักเขียนในอดีตที่ใช้นามแฝง เช่น นายผี นายเข้ม เย็นยิ่ง ฯลฯ ก็ต้องขี้ขลาดใช่ไหมครับ?

ผมว่าไม่ใช่หรอก ขี้ขลาดหรือไม่ต้องดูเนื้อหาว่าเขาเขียนอะไร

ลีลาล้อเลียนแบบ "หลิ่มหลี" ผมว่ามันไม่แรงหรอกหากเทียบกับสิ่งที่หมอประเวศทำในระยะ 4-5 ปีมานี้[/quote]

ตรงนี้ผมยอมรับว่าแรงไปครับ แค่ผมไม่ชอบคนเขียนบทความนิรนามที่ชอบโจมตีคนอื่นอย่างมันสะใจโดยไม่เปิดโฉมหน้าตัวเอง เป็นการแสดงความไม่รับผิดชอบต่อข้อโจมตีของตน จะอ้างว่าอัตรายอย่างที่ชอบอ้างก็ไม่จริง ส่วนนามแฝงที่คูณกล่าวถึงนั้นไม่ได้นิรนามแต่อย่างใด และไม่ได้ใช้กันเพื่อโจมตีบุคคลอื่นอย่างมันสะใจ ใครๆก็รู้ว่านายเข้ม เย้นยิ่งเป็นใครแต่แรก มันเป็นลีลาในการเขียนถึงจอมผลถนอม เช่นเดียวกันผมก้ไม่ถือว่า "บก.ลายจุด" เป้นนามแฝงนิรนาม เป็นต้น[/quote]

ที่จริงคุณ "หลิ่มหลี" เธอก็มีตัวตนไม่ต่างจากเจ้าของนาม "บก.ลายจุด" หรือ "นายเข้ม เย็นยิ่ง" นะครับ เพียงแต่เธออาจไม่ดังเท่า เพราะเธอเปิดเผยตัวชัดเจนใน fb บทความนี้และบทความอื่นๆ ก็อ่านได้ใน fb ของเธอ แฟนคลับของเธอก็มาก

เฮ้อ...ผมก็ไม่รู้ว่าแค่ไหนมันถึงจะพอดีนะครับ การต่อสู้ที่เป็นอยู่เนี่ย คนตัวเล็กๆธรรมดาๆแถมยังขี้ขลาดมากอย่างพวกผมก็อยากจะมีส่วนร่วมในการต่อสู้ตามวิธีที่ตัวเองพอทำได้เท่านั้นเอง

(พูดตามตรง หลังเหตุการณ์ 10 เมษา ถ้ามีใครจะตะโกนใส่หน้าอภิสิทธิ์ว่า "ไอ้ฆาตกร" ผมว่ามันยังไม่รุนแรงหากเทียบกับที่เขาสั่งให้สลายการชุมนุมตอนกลางคืนและใช้วิธีผิดหลักสากล แต่ "ฆาตกรทางความคิด" หรือ "ฆาตกรทางปัญญา" มันก็อาจจะมีอยู่เหมือนกันนะครับ ถ้าคิดดูให้ดีๆ)[/quote]

อยากตะโกนใส่หน้าอภิสิทธิ์ว่า "ไอ้ฆาตกร" ก็เชิญครับ แล้วใครจะตะโกนใส่หน้าทักษิณว่า "ไอ้ฆาตกร" ก็เช่นกัน
แต่นี่เป็นพื้นที่ของสื่อครับ เป็นพื้นที่วิภาควิจารณ์กันด้วยเหตุผล ไม่ใช่พื้นที่ด่าดันว่า "ไอ้ฆาตกร" และอาจารย์ประเวศก็ไม่ได้อยู่ในข่ายเดียวกับ อภิสืทธิ์-ทักษิณ[/quote]

จอนปัญญาอ่อน อย่าดิสเครดิตคนในครอบครัวคุณด้วยวิธีนี้เลย คุณต่างจากใจ และพ่อคุณมาก คุณสนใจเรื่องเล็กน้อย และไม่มองเรื่องใหญ่เลย ที่สำคัญเรื่องไม่จริง คุณก็ดื้อเอามาปั้นน้ำเป็นตัว เคยมีลูกติดยาไหมล่ะ แล้วจะรู้ว่าเป็นไง ลองสิ ไม่ลองจะรู้เหรอ ดื้อดีนัก ต้องลองถึงจะรู้นะ

สุมาอี้ เสรีชน wrote:คนไม่ดี

[quote=สุมาอี้ เสรีชน][quote=คนไม่ดี][quote=สุมาอี้ เสรีชน][quote]ภายใต้รัฐบาลทักษิณประชาชนเคยถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐฆ่าอย่างไม่มีความผิดจำนวนนับพันคน นี่ทักษิณบอกว่าจะทำสงครามยาเสพติดรอบสอง ภายใต้รัฐบาลเพื่อไทยใหม่ถ้ารัฐบาลละเมิดสิทธิของประชาชนผมหวังว่าหมู่มิตรเสื้อแดงจะออกมาคัดค้านอย่างแข็งขันเสมือนเป็นรัฐบาลอภิสิทธิ์
[/quote]

เรียนคุณจอนครับ

คุณกำลังกล่าวหาในเรื่องที่ยังไม่ตัดสินชี้ชัด ถ้าจำไม่ผิด

....คณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบ ศึกษา และวิเคราะห์ การกำหนดนโยบายปราบปรามยาเสพติดให้โทษและการนำเอานโยบายไปปฏิบัติจนเกิด ความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ชื่อเสียง และทรัพย์สินของประชาชน (คตน.) ได้สรุปผลสอบสวนข้อเท็จจริงเสนอ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี พิจารณาแล้ว โดย คตน.ไม่สามารถสรุปได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือรัฐบาลในขณะนั้นมีนโยบายให้ฆ่าตัดตอนผู้ที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยา เสพติดจริงหรือไม่ ....

...รายงาน คตน.ยังมีความเห็นอีกว่า ในกรณีคดีฆาตกรรมโดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรม หากถือเป็นการกระทำโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจนพิสูจน์ได้ว่าผู้ตายเป็นใครหรือเจ้า หน้าที่รัฐใช้วิธีการไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร ....

นี่คือเนื้อข่าวที่ตัดมาจากสื่อหนึ่ง http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=16872&catid=1

และเมื่อหาหลักฐานชี้ความผิดกับทักษิณไม่ได้ ก็เบนประเด็นไปเรื่องอื่นๆที่จะเอาผิดกับทักษิณ จนมาจบที่การซื้อที่ดินรัชดา

อยากถามว่า สิ่งเหล่านี้คือ สิ่งที่เป็นธรรมที่จะให้กับใครสักคนหนึ่งแล้วหรือ การที่คุณวิพากษ์ วิจารณ์คุณหลิ่มหลีหรือคนอื่นๆ กรุณาดูตัวท่านเสียก่อนว่า สูงพอ ดีพอ เป็นธรรมพอ ที่จะแสดงบทบาทนี้ได้หรือไม่

ด้วยความเคารพ
สหายหลิ่มหลี[/quote]

เรียนถาม อาจารย์จอน อึ้งภากรณ์

การกล่าวหาคุณทักษินแบบนี้ซ้ำแล้ว ซ้ำอีก แบบที่อาจารย์จอนทำนี่ มันหนักหนากว่าคำพูดประโยคเดียวของหลิ่มหลีนะครับ กรุณาพิจารณาสำนึกของตัวอาจารย์เองด้วยครับ

ปล ผมอ่านสิ่งที่อาจารย์เขียนมาแล้ว ผมนึกถึงบุคคลท่านหนึ่ง คือ คุณลุงนวมทอง ไพรวัลย์ เมื่อสามปีที่แล้ว หลังเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยา อาจารย์จอนได้ให้สัมภาษณ์ว่า "รู้สึกโล่งใจ เมื่อเห็นทหารทำการรัฐประหารรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้ง" ในขณะที่ คุณลุงนวมทองได้ประท้วงการทำรัฐประหารของทหารด้วยการฆ่าตัวตาย[/quote]

นี่ยังไม่กล่าวถึง ข้อหาคดีที่ดินรัชดา นะครับ

รัฐเสียหายจากการประมูลครั้งนี้ ออกมาโวยวายกันว่า โกงบ้าง ใช้อำนาจหน้าที่บ้าง ถามว่า รัฐเสียหาย ก็ตอนตรงต้องคืนเงินประมูลของคุณหญิงอ้อ พร้อมดอกเบี้ย ถามว่า ดอกเบี้ยที่รัฐต้องจ่ายในครั้งนี้ เป็นเงินของใคร

ในเมื่อกฎหมายกำหนดการทำนิติกรรมสัญญาที่ต้องยินยอมทั้งสามี ภรรยา ... หญิงอ้อ กระทำการครั้งนี้ในขณะสามีดำรงตำแหน่งในรัฐ แต่ในฐานะสามีต้องกระทำการยินยอมให้ภรรยาไปกระทำนิติกรรมสัญญา

ถามว่า ในเกี่ยวกับข้อหาโกงตรงไหน

นั่นหมายความว่า เจ้าหน้าที่รัฐที่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่ว่า เจ้าตัวหรือคู่สมรส ทำ..ขอโทษนะฮะ ทำห่าอะไรไม่ได้เลยใช่ไหม

ประเด็นทำไมไม่ยกมาวิจารณ์บ้างล่ะครับ[/quote]

ผมไม่เคยสนใจคดีคอรัปชั่นของคุณทักษิณเพราะไม่มั่นใจในความยุติธรรมที่คุณทักษิณได้รับจากศาลหลังการรัฐประหาร

แต่ผมจะยืนยันกล่าวหาว่ารัฐบาลทักษิณต้องรับผิดชอบต่อการตายของประชาชนกรณีตากใบ สะบ้าย้อย ทนายสมชาย นีละไพจิตร และ กรณีสงครามยาเสพติด 1000 กว่าศพ (ผมไม่ใช้ตัวเลข 2000-3000ที่ใช้กันบ่อย) เช่นเดียวกันผมจะกล่าวหาว่ารัฐบาลอภิสิทธ์์ต้องรับผิดชอบต่อการฆ่าคนจำนวนมากโดยไม่สมควรในเหตุการณ์เดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 แ้ม้ฝ่ายชุมนุมจะมีกำลังติดอาวุธอยู่ในที่ชุมนุมก็ตาม ข้อกล่าวหาของผมมีเหตุผลชัดเจน และเป็นที่รู้กันกว้างขวาง
ลองอ่านรายงานของ Human Rights Watch เรื่องสงครามยาเสพติดของทักษิณ http://www.hrw.org/en/reports/2004/07/07/not-enough-graves-0 ลองอ่านรายงานของ Asian Legal Resource Centre http://www.article2.org/mainfile.php/0203/84/ ผมไม่เคยกล่าวหาอะไรโดยไม่มีเหตุผลหนักแน่น คุณเลิกมุดหัวอยู่ในทรายได้แล้ว จอน

ผมไม่เคยสนใจคดีคอรัปชั่นของคุ

ผมไม่เคยสนใจคดีคอรัปชั่นของคุณทักษิณเพราะไม่มั่นใจในความยุติธรรมที่คุณทักษิณได้รับจากศาลหลังการรัฐประหาร

แต่ผมจะยืนยันกล่าวหาว่ารัฐบาลทักษิณต้องรับผิดชอบต่อการตายของประชาชนกรณีตากใบ สะบ้าย้อย ทนายสมชาย นีละไพจิตร และ กรณีสงครามยาเสพติด 1000 กว่าศพ (ผมไม่ใช้ตัวเลข 2000-3000ที่ใช้กันบ่อย) เช่นเดียวกันผมจะกล่าวหาว่ารัฐบาลอภิสิทธ์์ต้องรับผิดชอบต่อการฆ่าคนจำนวนมากโดยไม่สมควรในเหตุการณ์เดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 แ้ม้ฝ่ายชุมนุมจะมีกำลังติดอาวุธอยู่ในที่ชุมนุมก็ตาม ข้อกล่าวหาของผมมีเหตุผลชัดเจน และเป็นที่รู้กันกว้างขวาง
ลองอ่านรายงานของ Human Rights Watch เรื่องสงครามยาเสพติดของทักษิณ http://www.hrw.org/en/reports/2004/07/07/not-enough-graves-0 ลองอ่านรายงานของ Asian Legal Resource Centre http://www.article2.org/mainfile.php/0203/84/ ผมไม่เคยกล่าวหาอะไรโดยไม่มีเหตุผลหนักแน่น คุณเลิกมุดหัวอยู่ในทรายได้แล้ว จอน

ป.ล. เรื่องรัฐบาลทักษิณกับการฆ่าประชาชนถ้าไม่เชื่อแหล่งที่ผมอ้างทั้งหมดลองอ่านข้อเขียนของอ.ใจก็ได้

ผมอ่านบทอะไร(แต่ไม่ใช่บทวิเคร

ผมอ่านบทอะไร(แต่ไม่ใช่บทวิเคราะห์บทความ) ของคุณหลิ่มหลีท่อนนี้จะเรียกว่าเสียดสีก็ไม่ใช่แขวะก็ไม่เชิง(คือมันไม่ถึงมันอะไรก็ไม่รู้) คืออ่านการตูนในถุงกล้วยแขกยังได้บันเทิงกว่า ถ้าบอกว่ามันเป็นมุก? มันก็ไม่ใช่? มันฮาตรงไหน?แปลกใจคนในนี้ให้ความสำคัญกับอะไรๆตรงนี้คือมันไม่ถึงน่ะ???

ที่สำคัญ

ที่สำคัญ แปลกใจตัวเองเข้ามาอ่านทำไม(บังเอิญมันเป็นกระทู้ขึ้นหน้าแนะนำ) และคนคมอเม็นท์มากหน้าล้วนมีระดับเลยเสียเวลาอ่านมากหน่อย) แต่เสียดายเวลาจัง???

อ้อเดี๋ยวหาว่าผมมาแขวะอย่างเด

อ้อเดี๋ยวหาว่าผมมาแขวะอย่างเดียวขอลงความเห็นผมที่ยกมาจากกระทู้ท่านประเวศ(เนื้อหาเดียวกัน)เลยแล้วกันตามนี้

"""
ครับ ท่านก็ได้แค่นี้จริงๆ และที่ผมเคยล้อท่าน ขำๆกับคณะลิเก้"ประเวศโว้ย วงเทวัญ" ที่เป็นคณะที่รบ.มาร์คตั้งมาเจตนาเป็นเครื่องซักผ้าเปลื้อนเลือดเตะถ่วง เอาต้นทุนเดิมท่าน(สมัยสสร.ร.40)มาใช้ในการเป็นเครื่องซักผ้าเปลื้อนเลือดให้รบ.หุ่นยนต์นักล่าสังหารมาร์คV1

กับข้อเสนอทางออกวิธีแก้ไขจากความคาดหวังของคนในหน้าที่ตรงนี้ ท่านคิดออกมาได้แค่นี้? กับข้อเสนอแบบยาพาราฯรักษาได้ทุกโรค ?แม้กระทั้งโจทย์"เมืองไทยภูมิคุ้มกันภัยบกพร่อง"โจทย์นี้

การที่ท่านเสนอให้ใช้การคิดองค์รวม ตามหลักอิทัปปัจจายตา อตัมสกสูตร หรือหลักปฎิจจสมุปบาท ยกธรรมขั้นสูงว่าอย่าแยกส่วนคิด แต่ข้อเสนอท่านต่างหากที่แยกส่วนคิดมากระพรี้เดียวอวัยวะ เดียว ในแบบหลายมาตรฐาน เพ่งโทษเฉพาะแค่บางอวัยยะปัญหาเอามาวิเคราะห์แค่แบบเกาขี้กลาก เช่น แค่ทักษิณ? ทั้งที่แม้จะเป็นตัวแปลร่วมระดับใหญ่หนึ่ง แต่ที่ใหญ่กว่านั้นที่เป็นเงื่อนไขระดับต้นน้ำของปัญหา

ท่านกลับแยกส่วนไม่เอามาประมวลผลร่วม หรือไม่กล้าแตะส่วนนั้นในระดับโครงสร้างอำนาจ หรือต้นน้ำของปัญหาที่แท้จริง?หรือไม่กล้าแตะความจริงในเงื่อนไขต้นน้ำของปัญหาตรงนั้นแต่เอาแค่แง่งหนึ่งกระพรี้หนึ่ง แค่แม่น้ำสาขาระดับคลองแสนแสบแบบทักษิณ แต่ต้นน้ำปิง(ทหาร)วัง(ตุลาการ)ยม(องค์กรอิสระแบบกกต.)น่าน (ทีมงานวิ่งพลัดกี่คูณให้ร้ายแบบพธม.ตัวสร้างหลุมดำความเกลียดชังมวลมหาศาลตามมุกตุลา19โมเดลหรือ"นกกระจิบในแหนายพราน"แยกสีให้มันตีกัน)และแม่น้ำเจ้าพระยา(???ผมไม่อยากชี้)เรื่องพวกนี้ท้านรู้ดีทั้งหมดแต่ทำไมแยกส่วนเอามาแค่คลองแสนแสบแบบทักษิณ?

มันจึงมีน้ำหนักแค่ข้อเสนอเกาขี้กลาก หรือให้ใช้ยาพารารักษาได้ทุกโรค? ไม่ต่างจากท่านอานันท์ฯ(ล่าสุดที่โดนผมสวนไปเต็มๆ กับบทวิเคราะห์ที่พึงตกหน้าไป เรื่องที่บอกว่าม.112มีปัญหาแค่การบังคับใช้? )ผมสวนไปอย่างไรหลายท่านในนี้คงพอจำได้ในนี้?

สองท่านที่แบกรับความหวังเรื่องการปฎิรูปของคนไทยทั้งบทบาทหน้าที่ และต้นทุนทางสังคมเดิมๆ ที่สำคัญมีการเสียงบประมาณไม่ใช่น้อย กับผลงานการมา"ปฎิลูบ" หรือลูบๆเกาๆแคะขี้กลากแล้วสั่งยามาว่า

"ยาพารารักษาได้ทุกโรค" แบบนี้ ผมเสียดายความคาดหวังของคนไทยในต้นทุนเก่าๆ และผมเสียดายงบประมาณที่ก็ไม่น้อย จนผมล้อแรงๆกับหลายๆคณะที่รบ.มือเปลื้อนเลือดคลอดมา เพื่อถาระกิจแบบเครื่องวักผ้าเปลื้อนเลือดเจตนาเตะถ่วงเวลาลดกระแสความกดดัน ตั้งมาแค่เป็นเครื่องซักผ้าเปลือดเลือด แรงๆไม่ว่า

คณะลิเก้"ประเวศโว้ย วงศเทวัญ" ก็นี่ไงผลงานเห็นๆว่ามันลิเก้อย่างไร?(ไม่ถึงลิเกด้วยเพราะลิเกยังมีบันเทิงในสาระ) ผัดหน้าทางแป้งแต่งให้อีกฝ่ายโบ๊ะให้ดูดีแบบพระเอกลิเก แล้วขย่มอีกฝ่าย ให้ดูเลอะเทอะแบบตลกจำอวดหรือ ตัวร้ายเกินจริงหรือผูกขาดร้ายได้ตัวเดียว?

และคณะหมอลำซิ่ง"อานันท์น้อย เสียงประสาน" (ท่านอานันท์ฯ) นี่ก็เหมือนกันทำงานคู่ขนานกันได้แย่กว่าการจ้างคณะลิเกหมอลำเดินสาย(เพราะตรงนั้นเขายังได้สาระตรงบันเทิง) แต่ สองคณะท่านนี้ เสียงบมหาศาล ให้รบ.นี้เอามาขึ้นหิ้งไว้หรือเป็นยันต์กันผี เสื้อแดงมาหลอกหลอน?

แล้วดูเนื้อหาที่เสนอมาก็ยาพาราฯดีดีนี้เอง? ที่ดูดีหน่อยกว่าเพื่อนหน่อยก็คือบทบาท ท่านท่านคณิตฯที่ผมก็ให้ฉายาเบื้องต้นไว้ว่าคณะโปงลาง"คณิตน้อย โปงลางสะออน" ตรงนี้ยังได้ฮาหลากหลายพอได้หน่อย? ตรงข้อเสนอหลายอย่างกดดันรบ.ได้ระดับหนึ่ง เช่นการกดดันให้ประกันตัวเสื้อแดง หรือให้เคารพหลักสิทธิมนุษยชนที่มีผลกดดันรบ.ได้กับข้อเสนอปรองดองแค่ลมตดปะทะกาย แต่ มันไม่ถึงเศษหนึ่งส่วนร้อย เนื้อหาที่ควรจะได้มันแค่ได้ฮาแบบคณะโปงลางของอี๊ดลาล่าลูลู่คือมันไม่เชยมากหรือจืดมากเหมือนสองคณะแรกคือดูดีกว่าเพื่อนหน่อยที่ที่สุดวาทะกรรมปรองดองก็คือเด็กดอง(กักขังบางฝ่ายแล้วเลือกปฎิบัติให้ท้านบางฝ่ายเช่นยุบพรรคจับตอนแบบเลือกปฎิบัติไล่บี้เอาผิดเฉพาะบางสี) คือคำอธิบาย"เด็กดอง"ในตัวตนวาทะกรรมปรองดองอยู่ดี

ส่วนคณะสุดท้ายท่านสมบัติฯขัดตาทัพที่ผมให้ฉายา"สมบัติ ลำตัดหวังเตะ"เนี๊ยะ พอๆกับสองคณะแรก ไปเกาขี้ลากขี้ไคล เรื่องแก้ร.50(ห้าอสูร)มาได้5ก้อนเนี๊ยะขี้ไคลแค่เนี๊ยะน่ะ? เสีย งบประมาณมหาศาล กับผลงานก้อนคะนอร์ขี้ไคลแก้ไขร.50เสนอมา5 ได้แค่2 ขาดทุนชิกหายเลยคนไทย?

จริงๆงบแบบนี้ผมแก้"รัดซ่ะทำมันนูนปี ห้าอสูร" ได้ทั้งฉบับเลย? ขาดทุนชิกหายเลยคนไทย? ผมว่างบแบบนี้เอาไปจ้างคณะลิเกหมอลำลำตัดK ป็อปJป็อบ Tป็อบ(ไทยแลนด์ป็อบ) ได้หลายวงเลย แถมได้สาระกับปชช.ตรงที่มันได้บันเทิงลดความเครียด มากกว่ามาเครียสซ้ำกับกับความคาดหวัง กับผลงานหลายๆคณะไร้สาระพวกนี้เสียอีก???

เทสๆ

เทสๆ

อึ๊!

อึ๊! ขอซัดอีกดอก?

"""อ้อประเด็นที่ท่านประเวศฯตั้งไว้เรื่อง ความคิดองค์รวมที่จะสร้างพลวัฒน์ในวิสัยทัศน์ประเทศมันกระจัดกระจาย เพราะ เนื้อหาโครงสร้างอำนาจสองนาคราปชต.(เรือยนต์ปชต.แต่กางใบสำเภารุ่นเก่าเอาไว้พลวัฒน์คือการดันไม่ใช่ดุล)

เงื่อนไขภายใต้กลยุทธ"นกกระจิบในแหนายพราน"ของอำนาจนอกปชต. หรือกางใบเรือสำเภาฯ เรื่องพวกนี้มันซึมลึกและค่อยๆแทรกตัวเข้ามา ในลักษณะ ไม่ต่างจาก"ทฤษฎีต้มกบ" ของระบอบทักษิณ(ค่อยๆเร่งอุณหภูมิการครอบงำแบบไม่รู้ตัวแต่พอรู้ก็สายไปแล้ว)ตอนนี้80/20ไปไกลกว่าพธม.คิด เรื่อง70/20ที่คือเจตนาเบื้องต้นเขานั้นคืออำนาจนอกปชต.ครอบงำปชต.80%ทอนเศษให้ปชต.เพียงพิธีกรรมแค่เพียง20%(เช่นพิธีกรรมเลือกตั้งมา?แต่ใครตั้งรบ.ล่ะ?)

พลวัฒน์ที่มันกระจัดกระจาย(CHAOS)หรือฝุ่นตลบ จับต้นชนปลายไม่ถูกหรือระบบที่ไร้ระเบียบจนไม่สามารถ รักษาสมดุลในระบบได้ จึงคือเหตุผลความชอบธรรมในข้ออ้างความล้มเหลวของพลังกระบวนการแบบปชต. ภายใต้กลยุทธ"นกกระจิบในแหนายพราน"(แยกสีให้มันตีกันทุกภาคส่วนของกลไกเรือยนต์ปชต.)

ปัญหาจริงๆคือคนไทยคนไทยจะเอาอะไร? จะไปทางไหน? ยึดแนวทางเรือยนต์ปชต. หรือเรือสำเภากางใบ แบบพธม.และปชป.? เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการล้มล้างอะไรเลย? แต่คือเนื้อหาการบริหารจัดการความต่างในตำแหน่งแห่งที่ ให้เหมาะสม? รักใคร?อะไร ?อย่างไร? ก็ต้องรักให้ถูกทาง ไม่ใช่ป้อนยาพิษ? ยาบ้าอำนาจร้อนแบบก้อนยาฝิ่นแบบที่พธม.ทำ? ในการลากพัฒนาการปชต.ไหลย้อนกลับไปหาสำเภาฯจนพัฒนาการมันไหลย้อนกลับไปหายุคปรีดีย์แบบนี้ตอนนี้มันอะไรของมัน?

ไม่ใช่ทั้งติดเครื่องยนต์ปชต. และมีการชักใบกางใบให้เรือเสีย(ปฎิวัติจากอำนาจนอกปชต)เพราะโครงสร้างอำนาจมันประหลาดแบบนี้?

คำถามซีเรียสแบบนี้ต่างหากที่หน้าที่คนมารักษาโรคจะต้องตั้งประเด็นเพื่อชันสูจน์ฯไม่ใช่มาแคะๆเกาขี้กลากปากบอกว่าจะมาปฎิรูป แต่ตัวตนจริงมันคือ"ปฎิลูบ" แล้วชี้ชัดฟันธงว่า"ยาพารารักษาได้ทุกโรค"? เป็นหมอทั้งที รักษามักง่ายแบบนี้เหรอทั้งที่รู้ดี???

ถ้าให้ผมเสนอทางออกแบบผมกล้าๆห

ถ้าให้ผมเสนอทางออกแบบผมกล้าๆหน่อย กับสตรีขี้ม้าขาว หรือนายกหรือ"ยายก."ที่มีบารมีพอที่จะส่งสัญญานการปรับตัวเข้าหากันระหว่างเรือยนต์กับเรือสำเภาในตำแหน่งแห่งที่ ที่เหมาะสมของผมคือ ฟ้าหญิงองค์ใหญ่ หรือองค์ภาฯ คือนายกหญิง คนแรกของไทยหรือถ้าไม่มันหักมุมมมากไป?ก็ตัวแทนจากสถาบันฯที่ไม่ใช่องคมนตรี เพราะจะยิ่งสร้างเงื่อนไขไม่ไว้ใจระแวงแบบที่ป๋าฯโดน เป็นหนังหน้าไฟ เพื่อนำการปฎิรูป(จริงๆทุกมิติ)ซักปีสองปี เสร็จแล้วยุบสภา(เพราะมันจะจังหว่ะพอดีกับการเซ็ตซีโร่เด็กดองทีมเอของเพื่อไทยในการแข็งกันแบบแฟร์ๆเพราะกติกามันยอมรับทั้งสองฝ่ายและไม่มีข้างไหนออกแบบหรืออยู่ในอำนาจจนยอมรับกันไม่ได้ถ้าใครอ้างปฎิรูปมาจากการอยู่ในอำนาจครั้งต่อไป)

เพราะเนื้อหาตอนนี้สิ่งสำคัญสูงสุดคือความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ,ความระแวงต่อกัน การยอมรับกันไม่มี? มันจึงไม่มีใครฟังใครมีแต่ระแวงกัน และมีบารมีมากพอที่จะยอมรับกันได้ ตรงนี้ไงครับ ผมถึงกล้าเสนอแบบไม่กลัวหัวขาด? เพราะเจตนาดีต่อทุกฝ่าย?

สิ่งที่ผมเสนอแบบนี้ถึงคอขาดในการดึงฟ้าลงมาต่ำ?แต่ มันไม่มีใครบารมีมากพอแล้ว หรือใครที่จะยอมรับกันได้แล้ว?ใครมาก็ยุ่งอีก และเป็นการปรับตัวครั้งใหญ่ของสถาบันฯเข้าหาปชต.ในแบบคนผูกต้องเป็นผู้นำในการแก้?

นั้นคือการส่งสัญญานทางโครสร้างอำนาจที่จะปรับตัวเข้าหาปชต. และเปลี่ยนภาพลักษณ์แบบไทยๆครั้งใหญ่ หรืออะไร??ที่เคยเสียหายไป?จากข่าวลือสาระพัด จากหลายๆข้อกล่าวหาแบบปิดกับให้แซดลือให้ เสียหายลับหลัง? แต่ปากปราศรัยน้ำใจพกซาปาต้า มันจะลดเงื่อนไขความระแวงความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจกัน เช่นถ้าแบบเดิมๆอีกฝ่ายมา ก็จะโดนข้อกล่าวหาล้มล้างฯข้ออ้างกันอีก? และพออีกฝ่ายได้ขึ้นอำนาจมา ก็จะโดนข้อหาไม่ใช่ปชต.เพราะอิงอำนาจอะไร?ในการไล่ล่าปชต.

ดังนั้นตอนนี้ต้องการคนมีบารมีสูงคนกลาง เพื่อออกแบบกติกาให้ยอมรับกันได้ ก่อน???

น่าเห็นใจ

น่าเห็นใจ ตำแหน่งราษฎรอาวุโสท่านนี้ สมองแกบางส่วนคงจะหยักมากน้อยไม่เท่ากัน เสียดายความรู้ที่มีนะเป็นถึงหมอ... อย่างว่าคนเราถ้ามีสิ่งตอบแทนที่พอใจก็หลับหูหลับตาพูด ๆ ไปให้คนอื่น ฟัง อ่าน งง ๆ ๆ

ครับเพิ่มเติมกรณีปฎิรูป(ไม่ใช

ครับเพิ่มเติมกรณีปฎิรูป(ไม่ใช่ปฎิลูบแบบท่านประเวศฯและอานันท์ฯน่ะ) โจทย์จริงๆมันคือปัญหาโครงสร้างอำนาจ,กติกาในรัฐธรรมนูญทั้งเนื้อหาและที่มาไม่เป็นปชต. แม้ที่มาไม่เท่าไหร่?(สำหรับผม) แต่มันสร้างปมเงื่อนไขการไม่ยอมรับซึ่งเหมือนไม่มีอะไร? แต่กลับเป็นปมเงื่อนไขหลักเลยตอนนี้กับคนไทยส่วนใหญ่?

ส่วนตัวกลับมองเนื้อหาที่ไม่เป็นปชต. แม้จะดูในรายละเอียดมันคล้ายๆยกมาจากร.40ที่ยอมรับได้แต่อันนี้ทำไม ไม่ได้ถ้าไปเจาะตำหนิที่เนื้อหา แต่ถ้ามองทั้งภาพรวมโยงเชิงโครงสร้างอำนาจมันถูกออกแบบเชิงโครงสร้างให้บิดเบี้ยว(สามอำนาจหลักของปชต.ในระบบรัฐสภาฯ)

นั้นคือสัดส่วนอำนาจศาล,องค์กรอิสระ แม้ออกแบบมาเพื่อสร้างกลไกลตรวจสอบอำนาจฝ่ายการเมืองที่ยึดโยงปชช.(บริหาร,นิติบัญฯ)ในเจตนา แต่มีเจตนาแฝงที่มากกว่านั้น ที่เปิดโอกาสให้ อำนาจนอกปชต.ใช้อำนาจผ่านตรงนี้โดยง่าย? เพราะสาระจริงๆในตัวโจทย์ปฎิรูปหลักๆคือต้องกระจายอำนาจ เพราะเงื่อนไขที่มันล้มเหลวของปชต.ไทยคือมันรวมศูนย์ฯหลายมิติ ทั้งสัดส่วนอำนาจที่แปรผันตามสัดส่วนการเข้าถึงทรัพยากร ,ความเป็นธรรมที่ส่งไปถึงมิติความเหลื่อมล้ำฯลฯ?

ร.50 ออกแบบเหมือนกระจายลงมาหลายเนื้อหา แต่ นั้นคือมือเขียน แต่มันเอาตีนลบด้วยท๊อปบู๊ตทหารในตัวโครงสร้างของกติกา ไว้แล้วเช่นม.309การออกแบบให้อำนาจศาลโย้ไปกดทับสองอำนาจก้อนเส้าที่เหลือ เพื่อเปิดโอกาสให้อำนาจนอกปชต.ใช้ผ่านอำนาจศาล บวกอำนาจองค์กรอิสระ เช่นกกต.,สตง.(ครอบซ้ำซ้อนปปช.)

แล้วทั้งหมดครอบงำผ่านอำนาจนอกปชต.ในกระบวนการสรรหาได้มาไม่ได้ยึดโยงปชต. แต่มันยึดโยงอำนานอกปชต. ดังนั้นตัว"รัดซ่ะธรรมมันนูน"แบบนี้สัดส่วนอำนาจสามก้อนเส้าจึงเอียงมาหาศาลแล้วใช้องค์กรอิสระที่ไม่ได้ยึดโยงอำนาจปชช. เช่นอำนาจการเลือกตั้ง ของฝ่ายบริหาร,นิติบัญฯ

นั้นคืออกแบบให้สัดส่วนอำนาจศาลบวกองค์กรอิสระ(ที่ยึดโยงอำนาจนอกปชต.) มันจึงกลายเป็นสัดส่วนโครงสร้างอำนาจแบบ80%/20% ที่ผมว่าไว้ข้างบน

นั้นคืออำนาจที่ยึดโยงอำนาจปชช.แค่เพียงพิธีกรรมตรง20%ยังแค่เพียงพิธีกรรม เช่นเลือกตั้งมาอำนาจอะไรอนุญาติกรองชั้นสุดท้ายในการได้อำนาจที่ยึดโยงอำนาจปชช.(รูปธรรมการยุบไม่ยุบพรรคที่แล้วๆมาจากงานกอกอตอที่ล็อกใส่ปลอกคอไว้แบบผูกตอแน่นกว่าหลักแล้วว่าใครจะถูกยุบพรรคตอนหรือไม่จับตอบ)

ผลคือคนตัดสินการได้อำนาจรัฐบาลคือ80%บวกมูลเพิ่ม???ใน20%เชิงพิธีกรรม?นั้นก็คือของเขาแทบหมดเลยทอนเศษให้ปชตแค่เชิงพิธีกรรม? แต่พอมาดูเนื้อหาในร.50ในรายละเอียดเรื่องสิทธิที่เขียนด้วยมืออ้างลอกร.40โดยส่วนใหญ่ เหมือนกระจายอำนาจออกมา แต่มันลบด้วยเท้าในกรณีที่ผมว่านั้นหมดแล้ว???

สรุปมันรวมศูนย์กว่าเก่า ตรง80/20 แถม20เชิงพิธีกรรมด้วย? นี่คือเหตุผลของเงื่อนไขโครงสร้างอำนาจที่ไม่ใช่ปชต. แต่พวกที่ขันอาสามา ทั้งหลาย ไม่ว่าคณะๆอะไรๆในนี้ ที่ผมล้อหนักข้างบนนั้น? จนถึงพธม. มันยังเพ้อเจ้ออะไร? ที่ไกลตัวตนต้นน้ำปัญหามากก็อย่างที่มันหลุดอะไรบ้าๆบอๆมา70/30 นั้นน่ะ? มันเกิดจริงในแบบแย่กว่านั้นด้วย? ไม่ใช่เขาพูดกันเล่นๆน่ะ เพราะ80/20 ตอนนี้คือรูปธรรมสัดส่วนโครงสร้างอำนาจขณะนี้มาจากต้นแบบวิธีคิดเรื่อง70/30นี้

การชู"โหวตโน"เพื่อจะนำไปสู่การปฎิรูปของพธม.กับวิธีคิดที่ไกลตัวตนโจทย์ปฎิรูปแบบนี้ มันจะปฎิลูบอะไร?มันเพื่อปชตหรือไม่?ทำไมมันสวนทางกับวิธีการแบบปชตงที่ถุกต้องล่ะ?ในวิธีการหลายอย่าง เช่นเหลืองอ๋อยเต็มสภานสนามบิน แต่กลับซ้ำเติมกระทืบซ้ำลากพัฒนาการให้ไหลย้อนกลับ(ตอนนี้ยุคหลังปีดีฯแล้ว) และอะไรบ้าๆบอๆกระทืบซ้ำซ้ำเติมพัฒฯการบนวิธีคิดแบบนั้นของพธม.70/30

มันไปคนล่ะเรื่องกับปชต.แบบนี้? กับท่าที่แบบนี้ผมว่าคนที่จำเป็นต้องปฎิรูปตัวเองเร่งด่วนที่สุดในความเข้าใจเรื่องปชต. คือคนพธม.? ยิ่งแกนนำอย่างสนธิและจำลองนี่ยิ่งต้องเลย? สนธินักปชตจอมลวงโลก และที่เสียหายหนักปฎิวัติ49 ก็คนนี้ลากกระแสปชต.ไปหาอำนาจนอกปชต. แล้วร้องหาวิธีการนอกปชต.มาข่มขื่นซ้ำแล้วย้ำคิดย้ำทำมาตลอดในการร้องหาทหารมาปฎิวัติให้(พึ่งจะหยุดไม่กี่วันนี้ไปหาโหวตโน)???

จำลองอย่างนี้? เขานักการทหารที่พิการทางปชต.(เน้นบรรลุเป้าหมายแบบทหารมากกว่าวิธีการที่ถูกต้องแบบปชต.จากหลายๆการนำที่ผ่านมา) คนเหล่านี้ต่างหากที่จะต้องปฎิรูปวิธีคิดตัวเองให้เป็นปชต.เร่งด่วนที่สุด?

แม้ล่าสุดโหวตโน จะคือพัฒนาการที่สูงมาจากร้องหาปฎิวัติเช้าเย็น แต่มันก็ยังไม่ใช่สิ่งที่จะนำหรือทางที่ถูกต้องในการชู ปฎิรูปนำสังคมได้ เพราะตัวตนของพธม.ต่างหากที่จะต้องปฎิรูปวิธีคิดให้เป็นปชต.เร่งด่วนกว่าใครที่สุด? ในหลายๆมิติ(แม้มิติบทบาทภาคตรวจสอบคุณมีคุณใช้ได้ เช่นเรื่องพระวิหารฯ, ปลุกตคนไทยตื่นจากทฤษฎีต้มกบทักษิณ)

เรื่องพวกนี้ขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่หมด? แต่ถ้าให้คนบ้าถือคบไฟกลุ่มนี้ผูกขาดนำผลลัพธ์ก็คืออย่างที่เห้นที่เป็นคือหนักกว่าเก่ามหาศาลและพัฒนาการไหลย้อนกลับไปหลายสิบปีตอนนี้ปชต.ไทย? เพราะใครผูกขาดออกแบบบนมิจฉาทิฐิแม้เจตนาดีแต่มิจฉาฯวิธี

มันก็ไม่ต่างกับการให้คนบ้าถือคบไฟนำทาง? ตามบทบาทแบบพธม.ตอนนี้รูปธรรมคือเหลืองอ๋อยเต็มสนามบินการแสดงออกทางปชต.ที่ไร้วุฒิภาวะ แบบนั้นและ วอนชาวโลกโบกบาทากรณีเขมรแบบนี้? ทั้งๆที่เจตนาดีเหตุผลเบื้องต้นถูกต้องเลย หลายกรณีที่ขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่ตลอด แต่เหลาไปเหลาได้บ้องกัญชา หนักกว่าเก่าหลายๆกรณีตอนนี้แบบนี้และที่เป็นอยู่นี้???

เพราะบทบาทที่ผุกขาดนำโดยคนบ้า ถือคบไฟหรือเปล่าเพราะอะไร เพราะวิธีคิด,วิธีการหลายเรื่องคุณเป็นปชต.หรือเปล่า? เชคระเบียบขาตัวเองด่วน???

อ้อรีบส่งข้อความเลยพิมพืตกหล่

อ้อรีบส่งข้อความเลยพิมพืตกหล่น

"""เพราะบทบาทที่ผุกขาดนำโดยคนบ้า ถือคบไฟหรือเปล่าเพราะอะไร เพราะวิธีคิด,วิธีการหลายเรื่องคุณเป็นปชต.หรือเปล่า? เชคระเบียบขาตัวเองด่วน???"""

แก้เป็น

""" เชคระเบียบขาระเบียบ"อัตตา"ตัวเองด่วน"""???

ที่สำคัญ

ที่สำคัญ แปลกใจตัวเองเข้ามาอ่านทำไม(บังเอิญมันเป็นกระทู้ขึ้นหน้าแนะนำ) และคนคมอเม็นท์มากหน้าล้วนมีระดับเลยเสียเวลาอ่านมากหน่อย) แต่เสียดายเวลาจัง???

////////////////////////////////////////////////////////

ทำตัวเสมือนว่าตนสูงส่ง สมองเลิสเลอนัก
แค่สันปันน้ำยังไม่เข้าใจ
ประสาอะไรจะไปเที่ยววิเคราะห์อะไรได้
ออกจากกระมาเมื่อวาน เที่ยวพูดว่ารู้จักโลกทุกซอกทุกมุม..หุหุ
ที่พยายามอธิบายมาก้อเป็นเรื่องราวในกระลาทั้งสิ้น เหอะ เหอะ

จอน อึ๊งภากรณ์

[quote=จอน อึ๊งภากรณ์]ผมไม่เคยสนใจคดีคอรัปชั่นของคุณทักษิณเพราะไม่มั่นใจในความยุติธรรมที่คุณทักษิณได้รับจากศาลหลังการรัฐประหาร

แต่ผมจะยืนยันกล่าวหาว่ารัฐบาลทักษิณต้องรับผิดชอบต่อการตายของประชาชนกรณีตากใบ สะบ้าย้อย ทนายสมชาย นีละไพจิตร และ กรณีสงครามยาเสพติด 1000 กว่าศพ (ผมไม่ใช้ตัวเลข 2000-3000ที่ใช้กันบ่อย) เช่นเดียวกันผมจะกล่าวหาว่ารัฐบาลอภิสิทธ์์ต้องรับผิดชอบต่อการฆ่าคนจำนวนมากโดยไม่สมควรในเหตุการณ์เดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 แ้ม้ฝ่ายชุมนุมจะมีกำลังติดอาวุธอยู่ในที่ชุมนุมก็ตาม ข้อกล่าวหาของผมมีเหตุผลชัดเจน และเป็นที่รู้กันกว้างขวาง
ลองอ่านรายงานของ Human Rights Watch เรื่องสงครามยาเสพติดของทักษิณ http://www.hrw.org/en/reports/2004/07/07/not-enough-graves-0 ลองอ่านรายงานของ Asian Legal Resource Centre http://www.article2.org/mainfile.php/0203/84/ ผมไม่เคยกล่าวหาอะไรโดยไม่มีเหตุผลหนักแน่น คุณเลิกมุดหัวอยู่ในทรายได้แล้ว จอน

ป.ล. เรื่องรัฐบาลทักษิณกับการฆ่าประชาชนถ้าไม่เชื่อแหล่งที่ผมอ้างทั้งหมดลองอ่านข้อเขียนของอ.ใจก็ได้[/quote]

เห็นด้วยกับการยืนยันของคุณจอน ที่ทักษิณอภิสิทธิ์ (หรือใครก็ตาม) ที่ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำ(ที่ถ้าผิดกฎหมาย) ภายใต้กระบวนการยุติธรรมตามระบอบประชาธิปไตย

(ที่พวกกระจอกๆอย่างพวกผมออกมาป่วนอยู่นี่ ไม่ใช่เรื่องตัวบุคคล แต่ยอมรับรัฐประหารและระบบที่สืบเนื่อง/เชื่อมโยงไม่ได้)

จอน อึ๊งภากรณ์

[quote=จอน อึ๊งภากรณ์]ผมไม่เคยสนใจคดีคอรัปชั่นของคุณทักษิณเพราะไม่มั่นใจในความยุติธรรมที่คุณทักษิณได้รับจากศาลหลังการรัฐประหาร

แต่ผมจะยืนยันกล่าวหาว่ารัฐบาลทักษิณต้องรับผิดชอบต่อการตายของประชาชนกรณีตากใบ สะบ้าย้อย ทนายสมชาย นีละไพจิตร และ กรณีสงครามยาเสพติด 1000 กว่าศพ (ผมไม่ใช้ตัวเลข 2000-3000ที่ใช้กันบ่อย) เช่นเดียวกันผมจะกล่าวหาว่ารัฐบาลอภิสิทธ์์ต้องรับผิดชอบต่อการฆ่าคนจำนวนมากโดยไม่สมควรในเหตุการณ์เดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 แ้ม้ฝ่ายชุมนุมจะมีกำลังติดอาวุธอยู่ในที่ชุมนุมก็ตาม ข้อกล่าวหาของผมมีเหตุผลชัดเจน และเป็นที่รู้กันกว้างขวาง
ลองอ่านรายงานของ Human Rights Watch เรื่องสงครามยาเสพติดของทักษิณ http://www.hrw.org/en/reports/2004/07/07/not-enough-graves-0 ลองอ่านรายงานของ Asian Legal Resource Centre http://www.article2.org/mainfile.php/0203/84/ ผมไม่เคยกล่าวหาอะไรโดยไม่มีเหตุผลหนักแน่น คุณเลิกมุดหัวอยู่ในทรายได้แล้ว จอน

ป.ล. เรื่องรัฐบาลทักษิณกับการฆ่าประชาชนถ้าไม่เชื่อแหล่งที่ผมอ้างทั้งหมดลองอ่านข้อเขียนของอ.ใจก็ได้[/quote]

อ.จอนครับ

ถ้ากรณีตากใบ สะบ้าย้อย ทนายสมชาย และสงครามยาเสพติด เป็นความผิดของรัฐบาลทักษิณ (รัฐบาลทักษิณนะครับ ไม่ใช่ทักษิณคนเดียว) ก็เป็นความผิดทาง "นโยบาย" นะครับ

ความรุนแรงและความสูญเสียที่เกิดขึ้นในกรณีดังที่กล่าวมานี้ แน่นอนว่ารัฐบาลต้องรับผิดชอบ ในฐานะที่อาจจะให้นโยบายที่ไม่เหมาะสม แต่ความผิดที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของการผิด due process นะครับ หมายความว่า ไม่ใช่เป็นที่ "นโยบาย" เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการ "ปฏิบัติงาน" ของเจ้าหน้าที่รัฐด้วย หรือแม้แต่อาจจะเป็นได้ว่า นโยบายอาจจะไม่ได้ผิด แต่ผิดที่การปฏิบัติ (ซึ่งล้วนต้องมีการสอบสวนไต่สวนอย่างละเอียดเพื่อระบุความผิด) ดังนั้น

กรณีตากใบ สะบ้าย้อย ทนายสมชาย ความรับผิดนอกจากจะตกกับรัฐบาลในฐานะผู้มอบนโยบายแล้ว ผู้รับผิดต้องเป็น "ทหาร" ด้วย และ กรณีสงครามยาเสพติด ผู้รับผิดก็ต้องเป็น "ตำรวจ" ด้วย

ผมถามว่า รัฐบาลสุรยุทธบริหารประเทศปีกว่า ถ้าเหตุผลของการโค่นล้มรัฐบาลทักษิณ (ด้วยวิธีการที่ผิด) คือ เรื่องเกี่ยวกับการผิด due process เหล่านี้ ทำไมรัฐบาลสุรยุทธจึงเอาผิดใครไม่ได้เลย?

หนำซ้ำทหารยังเสนอเงินให้ครอบครัวผู้สูญเสียโดยมีเงื่อนไขให้ปิดปากอีกด้วย?

ผมเข้าใจไม่ได้ครับ ที่ อ.จอนจะโยนขี้ให้ทักษิณในเรื่องนี้ไปตลอด โดยไม่สนใจที่จะเอาผิดกับวัฒนธรรมของข้าราชการผู้ปฏิบัติงาน วิธีการปฏิบัติงาน ของทั้ง ทหาร และตำรวจ และที่สำคัญละเลยปัญหาอื่น ๆ ที่ร้ายแรงกว่า ไม่ว่าจะเป็นการรัฐประหาร, การแทรกแซงการเมืองของทหารและอำนาจนอกระบบ, การสังหารประชาชนในเดือนเมษา 52 และเดือนเมษา ถึง พฤษภา 53 หรือแม้แต่บทบาทและการกระทำของกลุ่มพันธมิตรฯ ตั้งแต่ก่อนรัฐประหาร จนถึงปัจจุบัน

เมื่อครั้งที่พันธมิตรยึดสนามบินสุวรรณภูมิ อ.หมอประเวศถึงกับพูดว่าที่ผ่านมาพันธมิตรทำดีแล้ว (ยึดทำเนียบรัฐบาล, ยึดเอ็นบีที, เอาด้ามธงแทงตำรวจ, ขับรถทับตำรวจ, ยิงปืนที่วิภาวดีฯ) ขอให้หยุดแค่นี้

เห็นได้ชัดว่า ปัญญาชนอาวุโสเหล่านี้ (และอ.จอนด้วยหรือไม่?) เห็นด้วยกับการเอาผิดด้วยวิธีการที่ผิดมาตลอด ไม่่ยึดมั่นในหลักการ และมีแต่ความอยุติธรรม โดยมีเป้าหมายแต่เพียงทักษิณคนเดียวเท่านั้น ไม่สนใจหรือให้ความสำคัญน้อยกว่ากับเหตุการณ์ร้ายแรงอื่น ๆ ที่รุนแรงกว่า ซึ่งเกิดจากการมุ่งไล่ล่าแต่เพียงทักษิณคนเดียว

อ.จอนถึงกับปีนกำแพงสภาเพื่อคัดค้าน พ.ร.บ.ความมั่นคง แต่เมื่อรัฐบาลอภิสิทธิ์ประกาศใช้ พ.ร.บ.ดังกล่าว ก่อนจะมีการสังหารประชาชน อ.จอนกลับใช้ความพยายามคัดค้านการกระทำของรัฐบาลอภิสิทธิ์น้อยกว่าเมื่อครั้งคัดค้านสภานิติบัญญัติอย่างเข้าใจไม่ได้

อ.จอนครับ แม้ผมจะผิดหวังกับปัญญาชนอาวุโสเหล่านี้เพียงใด แต่ด้วยวัฒนธรรมที่โตมา ก็ยังไม่อาจทำใจ "ด่า" ท่านเหล่านั้นให้สาสมกับความผิดในฐานะปัญญาชนที่ควรยืนอยู่กับความถูกต้อง

ขอเรียนว่า ผมเห็นด้วยกับท่าทีของผู้เขียนบทความชิ้นนนี้ และขอแสดงความนับถือ ไม่ว่าผู้เขียนจะเขียนขึ้นด้วยเหตุใด และผู้เขียนยังมีวัฒนธรรมเรื่องอาวุโสอยู่หรือไม่

ความเกรงใจ และระบบอาวุโส เป็นส่วนหนึ่งในวัฒนธรรมทางปัญญาของสังคมไทยมาช้านาน และบัดนี้มันอาจถึงเวลาแล้วที่คนซึ่งควรถูกวิจารณ์แต่ไม่เคยถูกวิจารณ์จะถูกวิจารณ์แรง ๆ บ้าง

หากยังเห็นแก่ความถูกต้อง ผมคิดว่าผู้ที่ควรทบทวนในเรื่องวัฒนธรรมการวิจารณ์และวัฒนธรรมทางปัญญา ไม่ใช่ผู้เขียนบทความชิ้นนี้ หากแต่เป็นผู้ที่ถูกวิจารณ์และผู้ที่ไม่สามารถรับท่าทีการวิจารณ์นี้ได้

ด้วยความนับถือ
วาด รวี

วาด รวี wrote:จอน อึ๊งภากรณ์

[quote=วาด รวี][quote=จอน อึ๊งภากรณ์]ผมไม่เคยสนใจคดีคอรัปชั่นของคุณทักษิณเพราะไม่มั่นใจในความยุติธรรมที่คุณทักษิณได้รับจากศาลหลังการรัฐประหาร

แต่ผมจะยืนยันกล่าวหาว่ารัฐบาลทักษิณต้องรับผิดชอบต่อการตายของประชาชนกรณีตากใบ สะบ้าย้อย ทนายสมชาย นีละไพจิตร และ กรณีสงครามยาเสพติด 1000 กว่าศพ (ผมไม่ใช้ตัวเลข 2000-3000ที่ใช้กันบ่อย) เช่นเดียวกันผมจะกล่าวหาว่ารัฐบาลอภิสิทธ์์ต้องรับผิดชอบต่อการฆ่าคนจำนวนมากโดยไม่สมควรในเหตุการณ์เดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 แ้ม้ฝ่ายชุมนุมจะมีกำลังติดอาวุธอยู่ในที่ชุมนุมก็ตาม ข้อกล่าวหาของผมมีเหตุผลชัดเจน และเป็นที่รู้กันกว้างขวาง
ลองอ่านรายงานของ Human Rights Watch เรื่องสงครามยาเสพติดของทักษิณ http://www.hrw.org/en/reports/2004/07/07/not-enough-graves-0 ลองอ่านรายงานของ Asian Legal Resource Centre http://www.article2.org/mainfile.php/0203/84/ ผมไม่เคยกล่าวหาอะไรโดยไม่มีเหตุผลหนักแน่น คุณเลิกมุดหัวอยู่ในทรายได้แล้ว จอน

ป.ล. เรื่องรัฐบาลทักษิณกับการฆ่าประชาชนถ้าไม่เชื่อแหล่งที่ผมอ้างทั้งหมดลองอ่านข้อเขียนของอ.ใจก็ได้[/quote]

อ.จอนครับ

ถ้ากรณีตากใบ สะบ้าย้อย ทนายสมชาย และสงครามยาเสพติด เป็นความผิดของรัฐบาลทักษิณ (รัฐบาลทักษิณนะครับ ไม่ใช่ทักษิณคนเดียว) ก็เป็นความผิดทาง "นโยบาย" นะครับ

ความรุนแรงและความสูญเสียที่เกิดขึ้นในกรณีดังที่กล่าวมานี้ แน่นอนว่ารัฐบาลต้องรับผิดชอบ ในฐานะที่อาจจะให้นโยบายที่ไม่เหมาะสม แต่ความผิดที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของการผิด due process นะครับ หมายความว่า ไม่ใช่เป็นที่ "นโยบาย" เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการ "ปฏิบัติงาน" ของเจ้าหน้าที่รัฐด้วย หรือแม้แต่อาจจะเป็นได้ว่า นโยบายอาจจะไม่ได้ผิด แต่ผิดที่การปฏิบัติ (ซึ่งล้วนต้องมีการสอบสวนไต่สวนอย่างละเอียดเพื่อระบุความผิด) ดังนั้น

กรณีตากใบ สะบ้าย้อย ทนายสมชาย ความรับผิดนอกจากจะตกกับรัฐบาลในฐานะผู้มอบนโยบายแล้ว ผู้รับผิดต้องเป็น "ทหาร" ด้วย และ กรณีสงครามยาเสพติด ผู้รับผิดก็ต้องเป็น "ตำรวจ" ด้วย

ผมถามว่า รัฐบาลสุรยุทธบริหารประเทศปีกว่า ถ้าเหตุผลของการโค่นล้มรัฐบาลทักษิณ (ด้วยวิธีการที่ผิด) คือ เรื่องเกี่ยวกับการผิด due process เหล่านี้ ทำไมรัฐบาลสุรยุทธจึงเอาผิดใครไม่ได้เลย?

หนำซ้ำทหารยังเสนอเงินให้ครอบครัวผู้สูญเสียโดยมีเงื่อนไขให้ปิดปากอีกด้วย?

ผมเข้าใจไม่ได้ครับ ที่ อ.จอนจะโยนขี้ให้ทักษิณในเรื่องนี้ไปตลอด โดยไม่สนใจที่จะเอาผิดกับวัฒนธรรมของข้าราชการผู้ปฏิบัติงาน วิธีการปฏิบัติงาน ของทั้ง ทหาร และตำรวจ และที่สำคัญละเลยปัญหาอื่น ๆ ที่ร้ายแรงกว่า ไม่ว่าจะเป็นการรัฐประหาร, การแทรกแซงการเมืองของทหารและอำนาจนอกระบบ, การสังหารประชาชนในเดือนเมษา 52 และเดือนเมษา ถึง พฤษภา 53 หรือแม้แต่บทบาทและการกระทำของกลุ่มพันธมิตรฯ ตั้งแต่ก่อนรัฐประหาร จนถึงปัจจุบัน

เมื่อครั้งที่พันธมิตรยึดสนามบินสุวรรณภูมิ อ.หมอประเวศถึงกับพูดว่าที่ผ่านมาพันธมิตรทำดีแล้ว (ยึดทำเนียบรัฐบาล, ยึดเอ็นบีที, เอาด้ามธงแทงตำรวจ, ขับรถทับตำรวจ, ยิงปืนที่วิภาวดีฯ) ขอให้หยุดแค่นี้

เห็นได้ชัดว่า ปัญญาชนอาวุโสเหล่านี้ (และอ.จอนด้วยหรือไม่?) เห็นด้วยกับการเอาผิดด้วยวิธีการที่ผิดมาตลอด ไม่่ยึดมั่นในหลักการ และมีแต่ความอยุติธรรม โดยมีเป้าหมายแต่เพียงทักษิณคนเดียวเท่านั้น ไม่สนใจหรือให้ความสำคัญน้อยกว่ากับเหตุการณ์ร้ายแรงอื่น ๆ ที่รุนแรงกว่า ซึ่งเกิดจากการมุ่งไล่ล่าแต่เพียงทักษิณคนเดียว

อ.จอนถึงกับปีนกำแพงสภาเพื่อคัดค้าน พ.ร.บ.ความมั่นคง แต่เมื่อรัฐบาลอภิสิทธิ์ประกาศใช้ พ.ร.บ.ดังกล่าว ก่อนจะมีการสังหารประชาชน อ.จอนกลับใช้ความพยายามคัดค้านการกระทำของรัฐบาลอภิสิทธิ์น้อยกว่าเมื่อครั้งคัดค้านสภานิติบัญญัติอย่างเข้าใจไม่ได้

อ.จอนครับ แม้ผมจะผิดหวังกับปัญญาชนอาวุโสเหล่านี้เพียงใด แต่ด้วยวัฒนธรรมที่โตมา ก็ยังไม่อาจทำใจ "ด่า" ท่านเหล่านั้นให้สาสมกับความผิดในฐานะปัญญาชนที่ควรยืนอยู่กับความถูกต้อง

ขอเรียนว่า ผมเห็นด้วยกับท่าทีของผู้เขียนบทความชิ้นนนี้ และขอแสดงความนับถือ ไม่ว่าผู้เขียนจะเขียนขึ้นด้วยเหตุใด และผู้เขียนยังมีวัฒนธรรมเรื่องอาวุโสอยู่หรือไม่

ความเกรงใจ และระบบอาวุโส เป็นส่วนหนึ่งในวัฒนธรรมทางปัญญาของสังคมไทยมาช้านาน และบัดนี้มันอาจถึงเวลาแล้วที่คนซึ่งควรถูกวิจารณ์แต่ไม่เคยถูกวิจารณ์จะถูกวิจารณ์แรง ๆ บ้าง

หากยังเห็นแก่ความถูกต้อง ผมคิดว่าผู้ที่ควรทบทวนในเรื่องวัฒนธรรมการวิจารณ์และวัฒนธรรมทางปัญญา ไม่ใช่ผู้เขียนบทความชิ้นนี้ หากแต่เป็นผู้ที่ถูกวิจารณ์และผู้ที่ไม่สามารถรับท่าทีการวิจารณ์นี้ได้

ด้วยความนับถือ
วาด รวี[/quote]

ถ้ามองอย่างคุณวาด รวี ความผิดของรัฐบาลอภิสิทธิ์กรณีการเสียชีวิตของประชาชนในเหตุการณ์เดีอนเมษา-พฤษภา 2553 ก็เป็นเพียงความผิดทางนโยบาย?

จอน อึ๊งภากรณ์ wrote:วาด รวี

[quote=จอน อึ๊งภากรณ์][quote=วาด รวี][quote=จอน อึ๊งภากรณ์]ผมไม่เคยสนใจคดีคอรัปชั่นของคุณทักษิณเพราะไม่มั่นใจในความยุติธรรมที่คุณทักษิณได้รับจากศาลหลังการรัฐประหาร

แต่ผมจะยืนยันกล่าวหาว่ารัฐบาลทักษิณต้องรับผิดชอบต่อการตายของประชาชนกรณีตากใบ สะบ้าย้อย ทนายสมชาย นีละไพจิตร และ กรณีสงครามยาเสพติด 1000 กว่าศพ (ผมไม่ใช้ตัวเลข 2000-3000ที่ใช้กันบ่อย) เช่นเดียวกันผมจะกล่าวหาว่ารัฐบาลอภิสิทธ์์ต้องรับผิดชอบต่อการฆ่าคนจำนวนมากโดยไม่สมควรในเหตุการณ์เดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 แ้ม้ฝ่ายชุมนุมจะมีกำลังติดอาวุธอยู่ในที่ชุมนุมก็ตาม ข้อกล่าวหาของผมมีเหตุผลชัดเจน และเป็นที่รู้กันกว้างขวาง
ลองอ่านรายงานของ Human Rights Watch เรื่องสงครามยาเสพติดของทักษิณ http://www.hrw.org/en/reports/2004/07/07/not-enough-graves-0 ลองอ่านรายงานของ Asian Legal Resource Centre http://www.article2.org/mainfile.php/0203/84/ ผมไม่เคยกล่าวหาอะไรโดยไม่มีเหตุผลหนักแน่น คุณเลิกมุดหัวอยู่ในทรายได้แล้ว จอน

ป.ล. เรื่องรัฐบาลทักษิณกับการฆ่าประชาชนถ้าไม่เชื่อแหล่งที่ผมอ้างทั้งหมดลองอ่านข้อเขียนของอ.ใจก็ได้[/quote]

อ.จอนครับ

ถ้ากรณีตากใบ สะบ้าย้อย ทนายสมชาย และสงครามยาเสพติด เป็นความผิดของรัฐบาลทักษิณ (รัฐบาลทักษิณนะครับ ไม่ใช่ทักษิณคนเดียว) ก็เป็นความผิดทาง "นโยบาย" นะครับ

ความรุนแรงและความสูญเสียที่เกิดขึ้นในกรณีดังที่กล่าวมานี้ แน่นอนว่ารัฐบาลต้องรับผิดชอบ ในฐานะที่อาจจะให้นโยบายที่ไม่เหมาะสม แต่ความผิดที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของการผิด due process นะครับ หมายความว่า ไม่ใช่เป็นที่ "นโยบาย" เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการ "ปฏิบัติงาน" ของเจ้าหน้าที่รัฐด้วย หรือแม้แต่อาจจะเป็นได้ว่า นโยบายอาจจะไม่ได้ผิด แต่ผิดที่การปฏิบัติ (ซึ่งล้วนต้องมีการสอบสวนไต่สวนอย่างละเอียดเพื่อระบุความผิด) ดังนั้น

กรณีตากใบ สะบ้าย้อย ทนายสมชาย ความรับผิดนอกจากจะตกกับรัฐบาลในฐานะผู้มอบนโยบายแล้ว ผู้รับผิดต้องเป็น "ทหาร" ด้วย และ กรณีสงครามยาเสพติด ผู้รับผิดก็ต้องเป็น "ตำรวจ" ด้วย

ผมถามว่า รัฐบาลสุรยุทธบริหารประเทศปีกว่า ถ้าเหตุผลของการโค่นล้มรัฐบาลทักษิณ (ด้วยวิธีการที่ผิด) คือ เรื่องเกี่ยวกับการผิด due process เหล่านี้ ทำไมรัฐบาลสุรยุทธจึงเอาผิดใครไม่ได้เลย?

หนำซ้ำทหารยังเสนอเงินให้ครอบครัวผู้สูญเสียโดยมีเงื่อนไขให้ปิดปากอีกด้วย?

ผมเข้าใจไม่ได้ครับ ที่ อ.จอนจะโยนขี้ให้ทักษิณในเรื่องนี้ไปตลอด โดยไม่สนใจที่จะเอาผิดกับวัฒนธรรมของข้าราชการผู้ปฏิบัติงาน วิธีการปฏิบัติงาน ของทั้ง ทหาร และตำรวจ และที่สำคัญละเลยปัญหาอื่น ๆ ที่ร้ายแรงกว่า ไม่ว่าจะเป็นการรัฐประหาร, การแทรกแซงการเมืองของทหารและอำนาจนอกระบบ, การสังหารประชาชนในเดือนเมษา 52 และเดือนเมษา ถึง พฤษภา 53 หรือแม้แต่บทบาทและการกระทำของกลุ่มพันธมิตรฯ ตั้งแต่ก่อนรัฐประหาร จนถึงปัจจุบัน

เมื่อครั้งที่พันธมิตรยึดสนามบินสุวรรณภูมิ อ.หมอประเวศถึงกับพูดว่าที่ผ่านมาพันธมิตรทำดีแล้ว (ยึดทำเนียบรัฐบาล, ยึดเอ็นบีที, เอาด้ามธงแทงตำรวจ, ขับรถทับตำรวจ, ยิงปืนที่วิภาวดีฯ) ขอให้หยุดแค่นี้

เห็นได้ชัดว่า ปัญญาชนอาวุโสเหล่านี้ (และอ.จอนด้วยหรือไม่?) เห็นด้วยกับการเอาผิดด้วยวิธีการที่ผิดมาตลอด ไม่่ยึดมั่นในหลักการ และมีแต่ความอยุติธรรม โดยมีเป้าหมายแต่เพียงทักษิณคนเดียวเท่านั้น ไม่สนใจหรือให้ความสำคัญน้อยกว่ากับเหตุการณ์ร้ายแรงอื่น ๆ ที่รุนแรงกว่า ซึ่งเกิดจากการมุ่งไล่ล่าแต่เพียงทักษิณคนเดียว

อ.จอนถึงกับปีนกำแพงสภาเพื่อคัดค้าน พ.ร.บ.ความมั่นคง แต่เมื่อรัฐบาลอภิสิทธิ์ประกาศใช้ พ.ร.บ.ดังกล่าว ก่อนจะมีการสังหารประชาชน อ.จอนกลับใช้ความพยายามคัดค้านการกระทำของรัฐบาลอภิสิทธิ์น้อยกว่าเมื่อครั้งคัดค้านสภานิติบัญญัติอย่างเข้าใจไม่ได้

อ.จอนครับ แม้ผมจะผิดหวังกับปัญญาชนอาวุโสเหล่านี้เพียงใด แต่ด้วยวัฒนธรรมที่โตมา ก็ยังไม่อาจทำใจ "ด่า" ท่านเหล่านั้นให้สาสมกับความผิดในฐานะปัญญาชนที่ควรยืนอยู่กับความถูกต้อง

ขอเรียนว่า ผมเห็นด้วยกับท่าทีของผู้เขียนบทความชิ้นนนี้ และขอแสดงความนับถือ ไม่ว่าผู้เขียนจะเขียนขึ้นด้วยเหตุใด และผู้เขียนยังมีวัฒนธรรมเรื่องอาวุโสอยู่หรือไม่

ความเกรงใจ และระบบอาวุโส เป็นส่วนหนึ่งในวัฒนธรรมทางปัญญาของสังคมไทยมาช้านาน และบัดนี้มันอาจถึงเวลาแล้วที่คนซึ่งควรถูกวิจารณ์แต่ไม่เคยถูกวิจารณ์จะถูกวิจารณ์แรง ๆ บ้าง

หากยังเห็นแก่ความถูกต้อง ผมคิดว่าผู้ที่ควรทบทวนในเรื่องวัฒนธรรมการวิจารณ์และวัฒนธรรมทางปัญญา ไม่ใช่ผู้เขียนบทความชิ้นนี้ หากแต่เป็นผู้ที่ถูกวิจารณ์และผู้ที่ไม่สามารถรับท่าทีการวิจารณ์นี้ได้

ด้วยความนับถือ
วาด รวี[/quote]

ถ้ามองอย่างคุณวาด รวี ความผิดของรัฐบาลอภิสิทธิ์กรณีการเสียชีวิตของประชาชนในเหตุการณ์เดีอนเมษา-พฤษภา 2553 ก็เป็นเพียงความผิดทางนโยบาย?[/quote]

ผมไม่แน่ใจว่า กรณีสงครามยาเสพติด นี่มี "ศอฉ." ไหมครับ

ขอเรียนย้ำประเด็นอีกเล็กน้อยน

ขอเรียนย้ำประเด็นอีกเล็กน้อยนะครับอาจารย์

ไม่ใช่รัฐบาลทักษิณไม่ต้องหรือไม่สมควรต้องรับผิดกับกรณีตากใบ และสงครามยาเสพติดนะครับ

แต่ประเด็นคือ เหตุใดจึงจึงเพ่งเล็งไปที่ทักษิณเพียงคนเดียว ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้กระทั่งทักษิณกระเด็นหลุดออกจากอำนาจไปแล้ว ก็ยังตอกย้ำประเด็นนี้ในทางการเมืองซ้ำแล้วซ้ำเล่าซ็ำแล้วซ็ำเล่า

โดยที่..

แทบไม่พูดถึง "ทหาร" เลย ในกรณีตากใบ และ

แทบไม่พูดถึง "ตำรวจ" เลย ในกรณีสงครามยาเสพติด

ทหารนี่ไม่ต้องรับผิดอะไรกับกรณีตากใบเลยหรือครับ?

ไล่ทักษิณออกไปทหารก็ขึ้นมาเสวยอำนาจ แล้วจะให้รัฐบาลจากการรัฐประหาร สอบสวนกรณีตากใบหรือ?

สิ่งที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ไม่ใช่ข้อยืนยันหรือ?

ความรุนแรงจาก ทั้งกรณี ตากใบ และ กรณี เสื้อแดง นี่มีแต่ทักษิณกับอภิสิทธิ์?

วาด รวี

[quote=วาด รวี]ขอเรียนย้ำประเด็นอีกเล็กน้อยนะครับอาจารย์

ไม่ใช่รัฐบาลทักษิณไม่ต้องหรือไม่สมควรต้องรับผิดกับกรณีตากใบ และสงครามยาเสพติดนะครับ

แต่ประเด็นคือ เหตุใดจึงจึงเพ่งเล็งไปที่ทักษิณเพียงคนเดียว ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้กระทั่งทักษิณกระเด็นหลุดออกจากอำนาจไปแล้ว ก็ยังตอกย้ำประเด็นนี้ในทางการเมืองซ้ำแล้วซ้ำเล่าซ็ำแล้วซ็ำเล่า

โดยที่..

แทบไม่พูดถึง "ทหาร" เลย ในกรณีตากใบ และ

แทบไม่พูดถึง "ตำรวจ" เลย ในกรณีสงครามยาเสพติด

ทหารนี่ไม่ต้องรับผิดอะไรกับกรณีตากใบเลยหรือครับ?

ไล่ทักษิณออกไปทหารก็ขึ้นมาเสวยอำนาจ แล้วจะให้รัฐบาลจากการรัฐประหาร สอบสวนกรณีตากใบหรือ?

สิ่งที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ไม่ใช่ข้อยืนยันหรือ?

ความรุนแรงจาก ทั้งกรณี ตากใบ และ กรณี เสื้อแดง นี่มีแต่ทักษิณกับอภิสิทธิ์?[/quote]

คืออย่างนี้ครับ กรณีตากใบนั้นผมเชื่อว่าทักษิณคือผู้ที่ไฟเขียวให้กวาดจับผู้ชุมนุมทั้งหมด ทั้งๆที่พวกเขาชุมนุมอย่างสงบไร้อาวุธ ไม่ต่างกับที่อภิสืทธิ์ไฟเขียวให้สลายชุมนุม 19 พ.ค. 54 (แต่ในฝ่ายชุมนุมมีกลุ่มถืออาวุธ) ผมได้ไปเยี่ยมผู้รอดชีวิตจากตากใบ รับทราบความโหดร้ายของเหตุการณ์ คุณอาจไม่สนใจเพราะพวกเขาไม่ใช่เสื้อแดง คุณจึงคิดว่าผมควรลืม แล้วเมื่อไรคุณจะลืมเรื่องอภิสิทธิ์ คุณคงตอบว่าต้องขึ้นศาลก่อน ผมก็ตอบเช่นกันกรณีทักษฺิณ

สำหรับตำรวจนั้นทักษิณควบคุมได้โดยตรงเช่นพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ มีผลงานโดดเด่นด้านการปราบปรามยาเสพติดตามนโยบายทำสงครามกับยาเสพติดในสมัยรัฐบาลทักษิณ และเติบโตก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่ราชการอย่างมาก โดยได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทั้งที่เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่มีอาวุโสเป็นอันดับ 5 ก้าวข้ามอาวุโสผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนอื่น ๆ ที่มีอาวุโสสูงกว่าในขณะนั้น

ภายใต้รัฐบาลทักษิณตำรวจโหดมาก อุ้มฆ่าประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ อุ้มฆ่าทนายสมขาย นีละไพจิตร ฆ่าคนนอกระบบหลายร้อยถึงพันกว่าคนในสงครามยาเสพติด ตอนให้นโยบายเรื่องสงครามยาเสพติดทักษิณกล่าวชื่นชมพลตำรวจเอก เผ่า ศรียานนท์ อธิบดีตำรวจที่โหดที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยซึ่งมีชื่อในการฆ่านอกระบบ รวมทั้งการฆ่าทางการเมือง

ทั้งหมดนี้ถ้าคุณพิจารณาด้วยความเป็นธรรม ควรจะลืมหรือ ที่ผมยังต้องย้ำอยู่เรื่อยเพราะคนเสื้อแดงจำนวนมากสองมาตรฐาน ไม่สนใจเลยว่าคนเป็นพันได้เสียชีวิตอย่างอนาถภายใต้การกำกับของรัฐบาลทักษิณ สนใจแต่กรณีการปราบผู้ชุมนุมของรัฐบาลอภิสิทธิ์ ผมให้ความสำคัญทุกกรณีแล้วผมจะพูดแล้วพูดอีกเตือนสติประชาชนทั้งที่นิยมอภิสิทธิ์และที่นิยมทักษิณจนกว่าทั้งสองจะได้รับการพิจารณาความผิดในกระบวนการยุติธรรม

-คณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบ

-คณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบ ศึกษา และวิเคราะห์ การกำหนดนโยบายปราบปรามยาเสพติดให้โทษและการนำเอานโยบายไปปฏิบัติจนเกิด ความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ชื่อเสียง และทรัพย์สินของประชาชน (คตน.) ได้สรุปผลสอบสวนข้อเท็จจริงเสนอ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี พิจารณาแล้ว โดย คตน.ไม่สามารถสรุปได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือรัฐบาลในขณะนั้นมีนโยบายให้ฆ่าตัดตอนผู้ที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยา เสพติดจริงหรือไม่ ....

...รายงาน คตน.ยังมีความเห็นอีกว่า ในกรณีคดีฆาตกรรมโดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรม หากถือเป็นการกระทำโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจนพิสูจน์ได้ว่าผู้ตายเป็นใครหรือเจ้า หน้าที่รัฐใช้วิธีการไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร ....

นี่คือเนื้อข่าวที่ตัดมาจากสื่อหนึ่ง http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=16872&catid=1
--------------------------------------------

-อจ.จอนไปอยู่ไหนในตอนที่ คตน.เขาทำงาน หลักฐานก็มี(ตามอ้าง) พยายามพลักดันในคณะกรรมการฯดังกล่าวหรือไม่?

-คาดหวังว่าหากเลือกตั้งจบ หากมีนายกจากพรรคเพื่อไทยแล้วพันธมิตรมาชุมนุม อาจารย์คงจะแสดงบทบาทอย่างเข้มแข็งนะ ไม่ว่าจะบทไหน จะติดตามชม

บำนาญแดง

[quote=บำนาญแดง]-คณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบ ศึกษา และวิเคราะห์ การกำหนดนโยบายปราบปรามยาเสพติดให้โทษและการนำเอานโยบายไปปฏิบัติจนเกิด ความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ชื่อเสียง และทรัพย์สินของประชาชน (คตน.) ได้สรุปผลสอบสวนข้อเท็จจริงเสนอ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี พิจารณาแล้ว โดย คตน.ไม่สามารถสรุปได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือรัฐบาลในขณะนั้นมีนโยบายให้ฆ่าตัดตอนผู้ที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยา เสพติดจริงหรือไม่ ....

...รายงาน คตน.ยังมีความเห็นอีกว่า ในกรณีคดีฆาตกรรมโดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรม หากถือเป็นการกระทำโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจนพิสูจน์ได้ว่าผู้ตายเป็นใครหรือเจ้า หน้าที่รัฐใช้วิธีการไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร ....

นี่คือเนื้อข่าวที่ตัดมาจากสื่อหนึ่ง http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=16872&catid=1
--------------------------------------------

-อจ.จอนไปอยู่ไหนในตอนที่ คตน.เขาทำงาน หลักฐานก็มี(ตามอ้าง) พยายามพลักดันในคณะกรรมการฯดังกล่าวหรือไม่?

-คาดหวังว่าหากเลือกตั้งจบ หากมีนายกจากพรรคเพื่อไทยแล้วพันธมิตรมาชุมนุม อาจารย์คงจะแสดงบทบาทอย่างเข้มแข็งนะ ไม่ว่าจะบทไหน จะติดตามชม[/quote]

การที่ไม่สามารถเอาผิดทักษิณได้กรณีสงครามยาเสพติดเป็นเรื่องเดียวกับที่รัฐบาลเพื่อไทยที่กำลังจะเข้ามาไม่มีวันเอาผิดอภิสิทธิ์หรือสุเทพได้กรณี 92 ศพ (คอยดูนะว่าผมทำนายผิดไหม) นั่นไม่ได้หมายความว่าไม่มีความผิด ปรัวัติศาสตร์คือประวัติศาสตร์ อย่าพยายามลบประวัติศาสตร์ ถ้ามีโอกาศสาลอาญาระหว่างประเทศพิจารณา (แต่ไม่มี) ประชาชนไทยอาจได้รับความเป็นะรรมทั้งกรณีทักษิณและกรณีอภิสิทธิ์สุเทพ แล้วอย่าพยายามโยงผมกับพันธมิตร ตั้งแต่ที่พันธมิตรเรียกร้องมาตรา 7 ก่อนหน้าการรัฐประหารผมไม่เคยสนับสนุนพันธมิตรเลย สิ่งที่ผมผิดหวังเสียใจที่สุดคือทั้งเสื้อเหลืองเสื้อหลายสีและเสื้อแดงสองมาตรฐาน ไม่มีมาตรฐานจริยธรรมประจำใจ น่ากลัวมากสำหรับอนาคตประเทศไทย

จอน อึ๊งภากรณ์ wrote:วาด รวี

[quote=จอน อึ๊งภากรณ์][quote=วาด รวี]ขอเรียนย้ำประเด็นอีกเล็กน้อยนะครับอาจารย์

ไม่ใช่รัฐบาลทักษิณไม่ต้องหรือไม่สมควรต้องรับผิดกับกรณีตากใบ และสงครามยาเสพติดนะครับ

แต่ประเด็นคือ เหตุใดจึงจึงเพ่งเล็งไปที่ทักษิณเพียงคนเดียว ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้กระทั่งทักษิณกระเด็นหลุดออกจากอำนาจไปแล้ว ก็ยังตอกย้ำประเด็นนี้ในทางการเมืองซ้ำแล้วซ้ำเล่าซ็ำแล้วซ็ำเล่า

โดยที่..

แทบไม่พูดถึง "ทหาร" เลย ในกรณีตากใบ และ

แทบไม่พูดถึง "ตำรวจ" เลย ในกรณีสงครามยาเสพติด

ทหารนี่ไม่ต้องรับผิดอะไรกับกรณีตากใบเลยหรือครับ?

ไล่ทักษิณออกไปทหารก็ขึ้นมาเสวยอำนาจ แล้วจะให้รัฐบาลจากการรัฐประหาร สอบสวนกรณีตากใบหรือ?

สิ่งที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ไม่ใช่ข้อยืนยันหรือ?

ความรุนแรงจาก ทั้งกรณี ตากใบ และ กรณี เสื้อแดง นี่มีแต่ทักษิณกับอภิสิทธิ์?[/quote]

คืออย่างนี้ครับ กรณีตากใบนั้นผมเชื่อว่าทักษิณคือผู้ที่ไฟเขียวให้กวาดจับผู้ชุมนุมทั้งหมด ทั้งๆที่พวกเขาชุมนุมอย่างสงบไร้อาวุธ ไม่ต่างกับที่อภิสืทธิ์ไฟเขียวให้สลายชุมนุม 19 พ.ค. 54 (แต่ในฝ่ายชุมนุมมีกลุ่มถืออาวุธ) ผมได้ไปเยี่ยมผู้รอดชีวิตจากตากใบ รับทราบความโหดร้ายของเหตุการณ์ คุณอาจไม่สนใจเพราะพวกเขาไม่ใช่เสื้อแดง คุณจึงคิดว่าผมควรลืม แล้วเมื่อไรคุณจะลืมเรื่องอภิสิทธิ์ คุณคงตอบว่าต้องขึ้นศาลก่อน ผมก็ตอบเช่นกันกรณีทักษฺิณ

สำหรับตำรวจนั้นทักษิณควบคุมได้โดยตรงเช่นพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ มีผลงานโดดเด่นด้านการปราบปรามยาเสพติดตามนโยบายทำสงครามกับยาเสพติดในสมัยรัฐบาลทักษิณ และเติบโตก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่ราชการอย่างมาก โดยได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทั้งที่เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่มีอาวุโสเป็นอันดับ 5 ก้าวข้ามอาวุโสผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนอื่น ๆ ที่มีอาวุโสสูงกว่าในขณะนั้น

ภายใต้รัฐบาลทักษิณตำรวจโหดมาก อุ้มฆ่าประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ อุ้มฆ่าทนายสมขาย นีละไพจิตร ฆ่าคนนอกระบบหลายร้อยถึงพันกว่าคนในสงครามยาเสพติด ตอนให้นโยบายเรื่องสงครามยาเสพติดทักษิณกล่าวชื่นชมพลตำรวจเอก เผ่า ศรียานนท์ อธิบดีตำรวจที่โหดที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยซึ่งมีชื่อในการฆ่านอกระบบ รวมทั้งการฆ่าทางการเมือง

ทั้งหมดนี้ถ้าคุณพิจารณาด้วยความเป็นธรรม ควรจะลืมหรือ ที่ผมยังต้องย้ำอยู่เรื่อยเพราะคนเสื้อแดงจำนวนมากสองมาตรฐาน ไม่สนใจเลยว่าคนเป็นพันได้เสียชีวิตอย่างอนาถภายใต้การกำกับของรัฐบาลทักษิณ สนใจแต่กรณีการปราบผู้ชุมนุมของรัฐบาลอภิสิทธิ์ ผมให้ความสำคัญทุกกรณีแล้วผมจะพูดแล้วพูดอีกเตือนสติประชาชนทั้งที่นิยมอภิสิทธิ์และที่นิยมทักษิณจนกว่าทั้งสองจะได้รับการพิจารณาความผิดในกระบวนการยุติธรรม[/quote]

อ.จอนครับ ผมไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะระบุได้ว่า ทักษิณเป็นผู้ให้ไฟเขียวทหารในกรณีตากใบจริงหรือไม่ แต่สาเหตุหลักของการเสียชีวิตในกรณีตากใบคือ การขนย้ายผู้ชุมนุมที่ถูกจับกุมอย่างไร้อารยธรรม ซึ่งผมไม่แน่ใจว่า ทักษิณจะเข้ามารับรู้ถึงรายละเอียดแบบนี้หรือไม่ หรือนโยบายของทักษิณหรือคำสั่งการที่มาจากทักษิณ มีส่วนใดส่วนหนึ่งที่สามารถเชื่อมโยงมาถึง "วิธีปฏิบัติ" ของเจ้าหน้าที่ทหาร โดยเฉพาะการขนย้ายผู้ชุมนุมแบบเลวทรามจนก่อให้เกิดผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม ในกรณีตากใบ สิ่งที่ควรถูกพูดถึง หรือประนาม "ไม่น้อยไปกว่า" ทักษิณ ก็คือ "วัฒนธรรมและการปฏิบัติงานของทหาร" ซึ่งเป็นสิ่งที่แทบไม่ถูกพูดถึงเลยในฝ่ายที่ประนามทักษิณซ้ำ ๆ ซึ่งพฤติกรรมนี้ทำให้ "การประนามทักษิณในกรณีตากใบ" ถูกมองว่า เป็นการเมือง มากกว่าต้องการเรียกร้องความเป็นธรรมอย่างแท้จริง และสิ่งที่สำคัญก็คือ มันไม่ได้นำไปสู่การเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหา "การผิด due process" ของเจ้าหน้าที่รัฐในสังคมไทยอย่างแท้จริง จะเห็นได้ว่า แม้ไม่มีทักษิณ ทหารและข้าราชการก็ยังทำตัวเหมือนเดิมในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ กรณีม็อบสวนปาล์มที่เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลสุรยุทธ ก็แสดงให้เห็นว่า "วิธีปฏิบัติและวัฒนธรรมของทหารในการจัดการผู้ชุมนุม" ก็ยังเหมือนเดิมหรืออาจจะเลวร้ายกว่าในสมัยทักษิณ จนกระทั่งมาถึงรัฐบาลอภิสิทธิ์ วิธีปฏิบัติของทหารในการสลายการชุมนุมเดือนเมษา 52 จนกระทั่งถึงการล้อมปราบในเดือนเมษา ถึง พฤษภา 53 ก็แสดงให้เห็นความชั่วร้ายแบบอำนาจนิยมในวิธีปฏิบัติของทหารอย่างที่แม้แต่ฝ่ายซึ่งต่อต้านทักษิณก็ไม่สามารถปฏิเสธได้

ส่วนกรณีตำรวจ สิ่งที่อาจารย์กล่าวมาในกรณี พล.ต.อ.เพรียวพันธุ์ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับทุกรัฐบาลไม่ใช่หรือครับ ส่วนลักษณะอำนาจนิยมของทักษิณ และการแสดงความชื่นชมเผ่า แน่นอนว่าอาจจะดูน่ากลัว และน่าวิตกกังวล ก็เป็นสิ่งที่ผมเห็นด้วยว่าควรจะประนามทักษิณต่อไปในระหว่างที่เขายังถือครองอำนาจรัฐอยู่ แต่ไม่ใช่เป็นการอ้างเพื่อทำลายความชอบธรรมทางการเมืองของเขาในกรณีรัฐประหาร และกรณีตุลาการภิวัฒน์ และสนับสนุนอำนาจเผด็จการอนุรักษ์นิยมที่เลวร้ายยิ่งกว่า เพราะไม่สามารถตรวจสอบได้โดยเปิดเผย

สิ่งเหล่านี้ อ.จอน พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นปัญหาอยู่เพียง ทักษิณ หรือ อภิสิทธิ์ หรือครับ?

อ.จอนเรียกร้องให้ผู้ที่โต้กับอาจารย์อย่าเหมารวม หรือแยกแยะอาจารย์ออกจากฝ่ายพันธมิตร หรือฝ่ายเสื้อเหลือง แต่ดูเหมือนอาจารย์เองกลับมองคนเสื้อแดง หรือนักเขียนเสื้อแดง (อย่างผมเป็นต้น) แบบไม่จำแนกแยกแยะหรือไม่?

เท่าที่จำได้ ในข้อเขียนที่เป็นสาธารณะของผมหลังจากเหตุการเมษา พฤษภา 53 ไม่มีแม้แต่ชิ้นเดียวที่ผมเหมารวมความผิดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปที่อภิสิทธิ์เพียงคนเดียว อันที่จริง ถ้าจำไม่ผิด ผมคิดว่าผมประนามอภิสิทธิ์ เป็นลำดับรอง ๆ จากอีกหลายฝ่ายด้วยซ็ำ โดยเฉพาะฝ่ายที่มองไม่เห็น

อ.จอนครับ ผมเป็นนักเขียนคนหนึ่งที่ร่วมอยู่ในขบวนการประนามทักษิณ ทั้งในกรณีตากใบ และอีกหลายกรณี และผมไม่คิดว่าสังคมไทยควรจะต้องลืมเหตุการณ์นี้นะครับ

แต่สิ่งที่ผมไม่เห็นด้วยก็คือ "การเมืองของการประนามทักษิณ" ที่ผ่านมา จนกระทั่งบัดนี้ เพราะมันเป็นเพียงการสร้างปิศาจลวงตา แต่กลับมองไม่เห็น หรือไม่แตะต้องปิศาจที่กำลังใช้อำนาจอยู่จริง

ที่นี่ดูจะจงรักพรรคดีต่อทักษิ

ที่นี่ดูจะจงรักพรรคดีต่อทักษิณเหลือเกิน แตะต้องไม่ได้เลย ยิ่งกว่าสถาบันกษัตริย์ ต้องมีคนในจัดตั้งออกมาปกป้องตลอด สำหรับอาจารย์ประเวศนั้นทุกคนอยากถอนหงอก แต่คุณทักษิณนั้นทุกคนอยากเช็ดก้นให้ แล้วฮิตเลอร์ก็คงไม่เคยฆ่ายิวเพราะพิสูจน์ไม่ได้ว่าสั่งโดยตรง ผมหวังว่าเสื้อแดงที่รักความเป็นธรรม รักความจริง ซื่อสัตย์ต่ออุดมการณ์ประชาธิปไตยยังมีอยู่ ไม่ใช่กลายเป็นหุ่นยนต์จงรักพรรคดีที่ปิดหูปิดตา คนที่สั่งฆ่าทนายสมชายก็ใกล้ชิดทักษิณ เดี๋ยวพวกคุณก็บอกให้ผมพิสูจน์อีก คุณลองพิสูจน์ว่าอภิสิทธิ์ สุเทพสั่งฆ่าประชาชนได้ไหม แต่ผมยืนยันว่าตลอดเวลาทักษิณรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ตอนที่ผมลุกขึ้นในวุฒิสภาถามทักษิณเรื่องเหตุการณ์ตากใบ ทักษิณพูดแต่แก้ตัว ไม่มีวื่แววจะเสียใจหรือขอโทษประชาชนหรือญาติพี่น้อง 80 กว่าศพ ผมยังหวังว่ามีเสื้อแดงดีๆที่ตาสว่างเหลืออยู่บ้าง

จอน อึ๊งภากรณ์

[quote=จอน อึ๊งภากรณ์]ที่นี่ดูจะจงรักพรรคดีต่อทักษิณเหลือเกิน แตะต้องไม่ได้เลย ยิ่งกว่าสถาบันกษัตริย์ ต้องมีคนในจัดตั้งออกมาปกป้องตลอด [/quote]

อาจารย์คิดอย่างนี้จริง ๆ หรือครับ หรือพูดเพราะโกรธ

ถ้าอาจารย์หมายความตามที่พูดเช่นนั้นจริง ผมคงไม่มีอะไรจะโต้แย้งอาจารย์แล้วครับ

ขอบคุณที่สละเวลาแลกเปลี่ยนความเห็นครับ

ด้วยความนับถือ
วาด รวี

การสลายการชุมนุมของประชาชนผู้

การสลายการชุมนุมของประชาชนผู้ไร้อาวุธที่ตากใบในวันที่ 25 ตุลาคม 2547 โดยการขนประชาชนขึ้นรถทหารในลักษณะเลวร้ายยิ่งกว่าหมูหมา ด้วยการผูกมือไว้ข้างหลังแล้วให้นอนทับกันหกถึงเจ็ดชั้น ท่ามกลางแสงแดดเป็นเวลานาน มีผลทำให้คนตาย 78 คน (ไม่นับผู้ที่ถูกยิงตาย) ต้องถือว่าเป็นอาชญากรรมของรัฐไทย เทียบเท่าการฆ่าประชาชนในเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม, ๖ ตุลาคม, พฤษภาคม ๓๕, และเมษายน ๒๕๕๒

ดังนั้นการที่ศาลสงขลาตัดสินว่าเจ้าหน้าที่รัฐ ‘ไม่ได้ทำความผิด’ เป็นตัวอย่างของกระบวนการยุติธรรมไทยที่ไร้ความยุติธรรมโดยสิ้นเชิง กระบวนการยุติธรรมไทยเลือกที่จะปกป้องทหาร ตำรวจ และอำมาตย์มาตลอด แทนที่จะปกป้องสิทธิเสรีภาพและชีวิตของประชาชน มันเป็นอีกตัวอย่างของสองมาตรฐาน และฟ้องถึงสภาพนิติรัฐของไทย

‘ในไทย... ฆ่าคนไม่ผิดถ้าเป็นฝ่ายรัฐ แต่ประชาชนที่วิจารณ์ ความผิดต้องติดคุก’
นี่คือสภาพเลวร้ายของสังคม มันพิสูจน์ว่า รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่มีความตั้งใจที่จะสร้างความยุติธรรมแต่อย่างใด และมันพิสูจน์ว่า เราต้องปฏิรูประบบยุติธรรมไทยแบบถอนรากถอนโคน ต้องยกเลิกกฎหมายหมิ่นศาล และกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

สำหรับคนเสื้อแดง กรณีตากใบ กรือแซะ และกรณีสงครามยาเสพติดที่มีคนบริสุทธิ์ต้องถูกฆ่าตายเป็นจำนวนมาก และผู้กระทำผิดยังไม่ถูกนำตัวมาขึ้นศาล เป็นสิ่งที่ท้าทายความคิด เพราะอาชญากรรมเหล่านี้เกิดขึ้นภายใต้รัฐบาลไทยรักไทยของนายกฯทักษิณ ชินวัตร

ถ้าเราชาวเสื้อแดงรักประชาธิปไตยจริง เราไม่สามารถแก้ตัวแทนรัฐบาลทักษิณได้ในจุดนี้ และเราไม่ควรมองข้ามไม่พูดถึง เพราะ ‘ผิด’ ก็ ‘ผิด’ ไม่ว่าใครจะทำ เราไม่อยากสร้างสองมาตรฐานเหมือนคนเสื้อเหลือง และที่สำคัญเราต้องโตและพัฒนาพอที่จะยอมรับข้อผิดพลาดในอดีตของรัฐบาลไทยรักไทยได้ เราต้องฟันธงไปว่า ถ้าในอนาคตมีรัฐบาลเสื้อแดง รัฐบาลนี้จะไม่ก่ออาชญากรรมอีก จะปกป้องสิทธิเสรีภาพ และจะนำผู้กระทำความผิด โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐ มาลงโทษ

เราต้องเสนอต่อไปให้นักการเมืองไทยรักไทยทบทวนความคิด และต้องเสนอว่า สงครามกลางเมืองในภาคใต้ และปัญหายาเสพติด ต้องแก้ไขด้วยนโยบายการเมืองและนโยบายสังคม ไม่ใช่การทหาร การปราบปราม หรือการใช้ความรุนแรง ผมเชื่อมั่นว่า คนเสื้อแดงจะเข้าใจประเด็นนี้ เพราะเราคือผู้ใช้เหตุผล เราไม่ได้บ้าคลั่งเหมือนคนเสื้อเหลือง

การที่คนในภาคใต้จับอาวุธสู้กับรัฐบาลไทยมีเหตุผล มันมาจากการที่เขาไม่เคยได้รับความเคารพในฐานะที่เป็นคนมาเลย์มุสลิม รัฐไทยทำให้เขาเป็นพลเมืองชั้นสอง การที่คนใช้ยาเสพติดก็มีเหตุผล อาจมีปัญหาทางจิตใจ อาจเศร้า อยู่ในสภาวะแปลกแยกจากสังคม หรืออาจเป็นความจำเป็นในการทำงานหลายชั่วโมงต่อวัน หรือแค่เสพเพื่อความสุข ดังนั้นปัญหาแบบนี้ล้วนต้องแก้ที่ต้นเหตุ ด้วยความใจกว้าง ด้วยความเมตตา และด้วยหลักสิทธิมนุษยชน

ทั้งหมดที่ผมเขียนมานี้ ไม่สามารถเป็นข้ออ้างในการให้ความชอบธรรมกับทหาร คมช. พันธมิตรฯ เนวิน หรือประชาธิปัตย์ ในการใช้อำนาจเผด็จการเพื่อล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแต่อย่างใด เพราะทหารมีส่วนสำคัญในการก่ออาชญากรรมที่กรือแซะและตากใบ และในเหตุการณ์อาชญากรรมอื่นๆ ที่ผมกล่าวถึงไปแล้ว ส่วนพวกเสื้อเหลืองพันธมาร เนวิน หรือพรรค ‘อำมาติปัตย์’ ของอภิสิทธิ์ ก็มือเปื้อนเลือดเช่นกัน เราต้องเอามันออกให้หมด

http://www.prachatai.com/node/24525/talk

" นโยบายของรัฐบาล ไทยรักไทย

" นโยบายของรัฐบาล ไทยรักไทย เกี่ยวกับยาเสพติดเป็นนโยบายที่ออกแบบเพื่อสร้างภาพและดึงคะแนนนิยม แต่มีผลในด้านลบทั้งสิ้น เพราะละเมิดสิทธิมนุษยชน และเพิ่มความตายและความเสี่ยง ไม่ได้แก้ปัญหาแต่อย่างใดทั้งสิ้น ถ้าจะแก้ปัญหาการใช้ยาเสพติด ต้องมีการแก้ต้นเหตุของการใช้ยาแต่แรก เช่นปัญหาการทำงานล่วงเวลาหลายชั่วโมง หรือความห่างเหินแปลกแยกของพลเมืองในสังคมทุนนิยม (ที่ทำให้คนมองตนเองเหมือนไร้ค่า ทำให้คนสิ้นหวัง และทำให้หลายคนขาดความอบอุ่น) นอกจากนี้ต้องมีการวิเคราะห์ปัญหาเป็นวิทยาศาสตร์ และแก้ปัญหาด้วยมนุษยธรรม ไม่ใช่ปลุกระดมให้ประชาชนกลัวยาเหมือนกลัวผี

รัฐบาล ไทยรักไทย มีนโยบายการใช้ความรุนแรงสุดขั้วกับปัญหายาเสพติดในไทย ที่เห็นชัดที่สุดคือการที่ “สงครามปราบปรามยาเสพติด” ของรัฐบาลทำให้เกิดการฆ่าวิสามัญ 3000 กว่าศพ ซึ่งส่วนใหญ่กระทำโดยเจ้าหน้าที่รัฐไทยเอง การฆ่าตัดตอนของรัฐไทยดังกล่าวนับว่าเป็นนโยบายป่าเถื่อนที่ขัดกับหลักการสิทธิมนุษยชนพื้นฐาน เพราะไม่มีการพิสูจน์ความผิดในศาลเลย มันเป็นการเปิดไฟเขียวให้เจ้าหน้าที่รัฐละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบ ซึ่งมีผลกระทบต่อไปสู่การสร้างความรุนแรงในสามจังหวัดภาคใต้อีกด้วย นอกจากนี้แล้ว นโยบายรุนแรงของรัฐบาล ไม่มีผลอะไรเลยต่อผู้ค้ายารายใหญ่ๆ ที่เป็นนักการเมืองและผู้มีอิทธิพล เพราะคนที่ถูกฆ่าตายเป็นผู้น้อยทั้งสิ้น"

ใจ อึ๊งภากรณ์ - ทำไมทุนนิยมทำให้เอดส์เป็นโรคร้ายแรง

วาด รวี wrote:จอน อึ๊งภากรณ์

[quote=วาด รวี][quote=จอน อึ๊งภากรณ์]ที่นี่ดูจะจงรักพรรคดีต่อทักษิณเหลือเกิน แตะต้องไม่ได้เลย ยิ่งกว่าสถาบันกษัตริย์ ต้องมีคนในจัดตั้งออกมาปกป้องตลอด [/quote]

อาจารย์คิดอย่างนี้จริง ๆ หรือครับ หรือพูดเพราะโกรธ

ถ้าอาจารย์หมายความตามที่พูดเช่นนั้นจริง ผมคงไม่มีอะไรจะโต้แย้งอาจารย์แล้วครับ

ขอบคุณที่สละเวลาแลกเปลี่ยนความเห็นครับ

ด้วยความนับถือ
วาด รวี[/quote]

เรียนคุณวาด ระวี

ผมผิดจริงที่โกรธ และตอนหลังไม่ได้อ่านข้อโต้แย้งของคุณโดยละเอียด ที่โกรธหาว่าผมเป็นพันธมิตร แสดงว่าไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับผมเลย และผมรู้สึกว่าแก้ตัวแทนทักษิณตลอด เรื่องปัญหาอำนาจทหารในสังคมไทยก็เห็นตรงกันอยู่แล้ว แต่ทักษฺิิิิิณช่วงเหตุการณ์ตากใบคุมทหารได้มากกว่านายกคนอื่นใด และยิ่งตำรวจทักษิณคุมได้โดยตรง ความผิดที่ทหารล้มรัฐบาลทักษิณ กับความผิดที่รัฐบาลทักษิณฆ่าประชาชนไม่สามารถลบล้างกันได้ ผมรู้สึกท้อแท้กับคนเสื้อแดงที่ไม่เห็นทักษิณตามความจริงของสิ่งที่เขาเ็ป็น คงต้องให้เขากลับมาและแสดงตัวให้ประจักษ์ แต่ถึงเวลานั้นหวังว่าเสื้อแดงจะไม่ตาบอดกันหมด ผมดูอย่างไรทักษิณไม่ใช่นักประชาธิปไตย ไม่เข้าใจสิทธิมนุษยชน ไม่เคยสำนึกผิดในสิ่งที่ตนกระทำไปที่ทำร้ายประชาชน ไม่ใช่นักสังคมนิยม ไม่ใช่นักปฎิรูปที่แท้จริง นี่คือสิ่งที่สังคมไทยควรจะได้เรียนรู้มานานแล้วแต่การรัฐประหารมาขัดจังหวะ เลยต้องให้เวลาเขากลับมาอีก 2-3 ปีแล้วสังคมก็คงจะเห็นธาตุแท้ของเชาในที่สุด

ถ้าเสื้อแดงต้องการปฏิรูปสังคมจริงจะต้องก้าวข้ามทักษิณให้ได้ และก้าวข้ามเงินของทักษิณด้วย พร้อมทั้งปฏิเสธการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบในการต่อสู้ และต้องต่อสู้ทุกประเด็นของคนยากคนจนเช่นเรื่องฐานทรัพยากร เรื่องรัฐสวัสดิการ เรื่องต่อต้านข้อตกลงการค้าเสรี ต่อต้านการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาที่ให้ประโยชน์ประเทศที่ร่ำรวย ต่อต้านการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ต่อสู้เพื่อการปฎิรูปที่ดินอย่างจริงจัง ปฎิรูปสถาบันที่ตรวจสอบไม่ได้ในปัจจุบันให้เข้ากับระบอบประชาธิปไตย ฯลฯ แต่ต้องก้าวข้ามทักษิณก่อนให้ได้

อ.จอนครับ แกนนำคนเสื้อแดง

อ.จอนครับ

แกนนำคนเสื้อแดง ถ้าเป็นส่วนของ นปช. ซึ่งประกอบไปด้วยนักการเมืองกับอดีตฝ่ายซ้าย และผู้หลักผู้ใหญ่อย่างเช่น อ.จรัล ดิษฐาอภิชัย (ซึ่งอาจจะไม่ได้อยู่ใน นปช. แล้ว) หรือแม้แต่ผู้นำทางความคิด อย่างเช่น อ.ใจ ผมคิดว่า อ.จอนสามารถสื่อสารกับบางคนได้โดยตรง เพราะเป็นคนรุ่นเดียวกัน

ในส่วนของแกนนำหรือแกนนอนอื่น ๆ เช่น คุณสมบัติ บุญงามอนงค์ ผมมั่นใจว่าพวกเขาเข้าใจในสิ่งที่อาจารย์พยายามอธิบายเป็นอย่างดี

ในส่วนของคนเสื้อแดงทั่วไป ก็คือประชาชนธรรมดา ที่อาจจะลุกขึ้นมาต่อสู้เพราะรู้สึกถึงความไม่เป็นธรรม ต้องการประชาธิปไตย ถูกกระทำ หรือผูกพันกับอดีตนายกฯ ทักษิณ ผมมั่นใจว่าคนเสื้อแดงส่วนใหญ่มีความบริสุทธิ์ใจ และไม่ได้คิดอะไรซับซ้อน และลุกขึ้นมาสู้จากประเด็นเฉพาะหน้าที่ตนเองประสบ แม้ว่าในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร อย่างเช่นเรื่อง ตากใบ อาจจะไม่ได้ครอบคลุมหรือเป็นระบบเท่ากับปัญญาชน ก็เป็นเรื่องที่ค่อย ๆ อภิปรายกันได้ ผมมั่นใจว่าถ้าอภิปรายด้วยท่าทีที่เป็นมิตร ไม่มุ่งร้ายทำลายกันทางการเมือง ไม่ดูถูก กดเหยียด หรือแสดงความชิงชังรังเกียจ คนเสื้อแดงรับฟังครับ

ในส่วนของการผิด due process ของเจ้าหน้าที่รัฐอย่างกรณีสงครามยาเสพติด ผมคิดว่าหลังจากเหตุการณ์ เมษา - พฤษภา 53 คนเสื้อแดงคือฝ่ายที่เข้าใจลึกซึ้งที่สุด เข้าใจไปจนถึงกระดูก ว่าสิ่งเหล่านี้มันเลวร้ายอย่างไร

การออกมาสารภาพผิดของทักษิณแม้ว่าจะสายเกินไป และไม่ว่าจะเป็นไปโดยสำนึกอย่างบริสุทธิ์ใจ หรือเป็นการเมือง น่าจะเป็นสัญญาณที่ดี (กว่าไม่แสดงความสำนึกเลย)

ผมมีที่เหลือเพียงเท่านี้แหละครับอาจารย์
ขอบคุณครับ

จอน อึ๊งภากรณ์

[quote=จอน อึ๊งภากรณ์]
ผมดูอย่างไรทักษิณไม่ใช่นักประชาธิปไตย ไม่เข้าใจสิทธิมนุษยชน ไม่เคยสำนึกผิดในสิ่งที่ตนกระทำไปที่ทำร้ายประชาชน ไม่ใช่นักสังคมนิยม ไม่ใช่นักปฎิรูปที่แท้จริง นี่คือสิ่งที่สังคมไทยควรจะได้เรียนรู้มานานแล้วแต่การรัฐประหารมาขัดจังหวะ เลยต้องให้เวลาเขากลับมาอีก 2-3 ปีแล้วสังคมก็คงจะเห็นธาตุแท้ของเชาในที่สุด[/quote]

เรียน อ.จอน

ผมขออนุญาต "แทรก" และพูดประเด็นเก่า ที่ผมเคยพยายามพูดมานาน และผมก็ "ท้อแท้" เหมือนกัน ที อ.จอน และคนในแวดวงทีคิดคล้ายกันจำนวนมาก ไม่ "เก็ต"

ประเด็นทีว่าคือ การวิจารณ์ทักษิณ ของ อ.จอน ทั้งหมดนั้น ต้องถือเป็น "โมฆะ" ครับ ไม่มีความหมายใดๆทั้งสิ้น

เพราะอะไร (อันนี้ อาจารย์ควรเข้าใจดี แต่กลับไม่เข้าใจ)

การวิจารณ์ของ อาจารย์ นี่วางอยู่บน "ฐาน" อะไร? ไมใช่ ในแง่ ความชอบ ไม่ชอบส่วนตัวต่อทักษิณ แน่

แต่วางอยู่บน (หรือ อ้างว่าวางอยู่บน) "ฐาน" ของ "หลักการ" จำนวนหนึ่ง เช่น (ดังตัวอย่างข้างบน) เรื่อง "สิทธิมนุษยชน เรื่อง การต้องรับผิดชอบต่อการที่ คนในบังคับบัญชา "ฆ่า" คน (ย้ำนะครับคนในบังคับบัญชา เราคงเห็นตรงกันว่า ความรับผิดชอบ ในกรณีแบบนี้ จริงๆ ทีสำคัญ ไม่ใช่อยู่ที่คนลงมือ แต่อยู่ทีคนรับผิดชอบ โดยเฉพาะทางการเมือง)

ทีนี้ "หลักการ" ต่างๆ ที่ อาจารย์ ใช้เป็น "ฐาน" ในการแสดงความไม่พอใจทักษิณนี้ มีลักษณะสำคัญอย่างหนึง คือ มีลักษณะ "ทั่วไป" หรือ "สากล" (universal) คือ ไม่ใช่ หลักการที่อาจารย์ อ้าง มาเพื่อสำหรับทักษิณ คนเดียว ในแง่ตัวบุคคลแน่ๆ

แต่อาจารย์ครับ ถ้า อาจารย์ "เชื่อ" ในหลักการเหล่านี้จริงๆ ทำไม ภายในหลักการเช่นนี้ (สิทธิมนุษยชน, ความรับผิดชอบ เรื่องการที่คนในความรับผิดชอบของตน "ฆ่า" คน ฯลฯ)

ทำไม อาจารย์ ไม่วิจารณ์ ในกรณี 6 ตุลา [color=#FF0000]แบบเดียวกับที่ อาจารย์ วิจารณ์ทักษิณ หรือเรียกร้อง แบบเดียวกับที่เรียกร้องต่อทักษิณ ล่ะครับ[/color]

(อาจารย์ ต้องรู้ดีว่า ผมหมายถึงใคร หรืออะไรแน่นอน ในกรณี 6 ตุลา)

อาจารย์อาจจะอ้างโน่นอ้างนี่ โดยเฉพาะในแง่ "กฎหมาย" ว่า ทำแบบเดียวกันไม่ได้ ฯลฯ

แต่นั่นไงครับ ประเด็นของผม

แสดงว่า ทีอาจารย์ "อ้าง" หลักการ ที่มีลักษณะ ทั่วไป เป็นสากล เช่นนี้ มา apply กับกรณีทักษิณ

ไม่ใช่เพราะอาจารย์ "เชื่อ" มันจริงๆหรอกครับ

แต่เพียงเพราะ อาจารย์ "ทำได้ โดยไม่อันตราย" ต่างหาก

แต่พอถึงกรณีที่เหมือนกัน อย่าง 6 ตุลา อาจารย์ก็ไม่ทำ

การไม่ apply หลักการสากล ทั่วไป กับคนที่ทำอะไรคล้ายๆกัน (ความจริง ผมไม่คิดว่า คล้ายด้วยซ้ำ แต่เพื่อประโยชน์การอภิปราย สมมุติว่า เหมือนกันเลยก็ได้)

แสดงว่า คนที่อ้างหลักการนั้น "สองมาตรฐาน" (ถ้าพูดให้แรงๆ อาจจะบอกว่า "ปากว่าตาขยิบ" ด้วยซ้ำ คือ ใช้ "หลักการ" กับ กรณีที ไม่เดือดร้อน ไม่อันตราย ต่อตัวเองเท่านั้น)

และดังนั้น การอ้างหลักการ กับกรณีทีอ้างได้ (ทักษิณ ในทีนี้่) จึงมีลักษณะ "โมฆะ" แต่ต้นครับ

จริงๆแล้ว มีอีกหลายเรื่องผมไม่อยากยก

แม้แต่เรื่อง ที่ผมเคยพูดไปถึงกรณี อ.ป๋วย กับ กรณีสฤษดิ์ สั่งประหารคนโดยไม่เคยแม้แต่จะผ่านกระบวนการอะไรเลย เป็นต้น

ปัญหาของ "ปัญญาชน" ในบ้านเรา อย่างกรณี อ.จอน ทีทำให้ คนระดับ "ชาวบ้าน" เขามีปัญหามากๆ ก็คือลักษณะแบบนี้

คือ จริงๆ แล้ว ชอบอ้าง "หลักการสูงส่ง" แต่จริงๆ เมือ่ถึงเรื่อง ในลักษณะเดียวกัน กับ "บางคน" ก็ไม่กล้าอ้าง

ไม่กล้า ด่า ตรงๆ เหมือนที่ด่าทักษิณเหมือนกัน

(ความจิรง ไม่ต้อง ด่าตรงๆ ออกชื่อด้วยซ้ำ แค่ พยายามเรียกร้อง ให้เอา "บางคน" มาลงโทษ มารับผิดชอบต่อกรณีอย่าง 6 ตุลา ก็ไม่เห็นทำกัน)

พูดตรงๆ ทุกครั้งที่ผมได้ยิน

พูดตรงๆ ทุกครั้งที่ผมได้ยิน คนอย่าง อ.จอน หรือคนในแวดวงทีคิดคล้ายๆกัน (พวก ngo "นักสิทธิมนุษยชน") ทั้งหลาย ด่าทักษิณ เรื่อง ยาเสพย์ติด เรื่อง ตากใบ

ผม "ยักไหล่" ครับ เฉยๆ ไม่รู้สึกอะไรเลย

รู้สึก เป็นการ "ด่า" ที่ "โมฆะ" ครับ

ไมใช่เพราะผมนิยม ทักษิณ หรือเห็นด้วยกับกรณีที่ว่ามา

แต่เพราะคนที่ "ด่า" อย่าง อ.จอน ไมซีเรียส จริงๆ กับหลักการทีใช้ในการด่าทักษิณ นี่ครับ

ทีด่าน่ะ ไมใช่เพราะเชือ่หลักการอะไรจริงๆหรอกครับ แต่เพราะ "ด่าได้" ไม่เดือดร้อน ไม่อันตรายตัวเอง

แต่หลายปี ตั้งแต่ก่อน ที่ทักษิณ จะปรากฏตัวบนเวทีการเมืองด้วยซ้ำ

"บางคน" ที่รับผิดชอบ ต่อ 6 ตุลา ก็ไม่เคยถูกลงโทษ ไม่เคยถูกประณาม หรือ (ถ้าใช้คำแบบเดียวกับที่อาจารย์ใช้กับทักษิณ) "ไม่เคยยอมรับผิด" เลยไม่ใช่หรือครับ?

ผมไม่เคยเห็น ตั้งแต่หลายปีก่อนที่ ทักษิณจะปรากฏตัว ที่ อ.จอน แสดงออกถึงความ โกรธ ความไม่พอใจ ต่อ "บางคน" ทีว่านั้น ออกมาให้เห็น

อย่างที่แสดงออกมาให้เห็นทุกครั้ง ถึงระดับ "ทนไม่ได้" ในกรณีทักษิณเลยนี่ครับ

พูดตรงๆ ผม "ท้อแท้" เพราะไม่คิดว่า อาจารย์จะตอบสิ่งที่ผมเขียนข้างบนนี้ได้ แต่ขณะเดียวกัน ก็ยังคง "หลง" "หลอกตัวเอง" ว่า ทีตัวเอง ไม่พอใจทักษิณนั้น เพราะ "ความเชื่อในหลักการ" เรื่อง ทักษิณ "ทำผิด สิทธิมนุษยชน" "ไม่รับผิดชอบ" เรื่อง การฆ่าคน ฯลฯ

จริงๆ ไมใช่หรอกครับ อาจารย์ แค่ "หลอกตัวเอง" ว่า เชื่อมันเหลือเกินในหลักการเหล่านี้

แต่กับ "บางคน" (ตั้งแต่ก่อนทักษิณเป็นสิบปีแล้ว) อาจารย์ ก็ไม่เห็น "โกรธ" หรือ แสดงอาการแบบนี้ออกมาต่อสาธารณะเลยนี่ครับ

(ประโยคสุดท้าย ผมใช้คำว่า "สาธารณะ" ความจริง สำหรับ อาจารย์ ไม่น่าจะต้องอธิบาย แต่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ประเด็นคือ ถ้าจะอ้างว่า "แสดงความโกรธ" ต่อ "บางคน" ทีว่า เหมือนกัน "อย่างลับๆ "หลังประตู" "กระซิบๆ" .. แบบนั้น ก็ไม่มีความหมายหรอกครับ นอกจากเห็นได้ชัดว่า มันคนละเรืองเลย กับการที่โวยวายทุกครั้ง ในกรณีทักษิณ แต่ทีสำคัญ ในทางหลักการ เรื่องเหล่านี้ เป็นเรื่องสาธารณะ การบอกว่า "แสดงความโกรธ" เหมือนกันแล้ว ต่อ "บางคน" เหมือน ที่แสดงออกต่อทักษิณ ในทีนี้ ก็ต้องเรียก่วา "โมฆะ" เช่นกัน)

ขอวกมาเรื่อง

ขอวกมาเรื่อง ทีเกี่ยวกับบทความนี้นิด ผมอ่านที่ อ.จอน มาแสดงความไม่พอใจที่ "หลิ่มหลี" มาว่า คุณหมอประเวศ (ความจริง เป็นเรื่องเดียวกับที่ผมเขียนข้างบนนั่นแหละ)

ก็เดาว่า สำหรับ อ.จอน ไม่ว่าจะไม่เห็นด้วยกับ หมอประเวศ ยังไง อย่างน้อย คงมอง หมอประเวศ เป็น "คนดี" ดีกว่า ทักษิณ แน่ๆ

แต่ ปรากฏว่า ไม่ต้องเอาเรื่อง 6 ตุลา หรือเรื่อง "โบราณ" อื่นๆ ก็ได้ ที หมอ ประเวศ เช่นเดียวกับ อ.จอน ไม่เคยแสดงความโกรธ ไม่เคยออกมา วิพากษ์ เรียกร้อง "ความรับผิดชอบ" เหมือนที่ทำกับทักษิณ

เอาแค่กรณ๊ อภิสิทธิ์ "ฆ่าคน" ก็ได้

ก็ไม่เคยเห็น หมอประเวศ ออกมาเรียกร้องให้รับผิดชอบ ออกมาประณาม อภิสิทธิ์ เหมือนกัน

"คนดี" อย่างนี้ อาจารย์ชื่นชม ออกมาปกป้อง ทนไม่ได้ ที่เห็นคนทีเชียร์เสืิ้อแดง อย่าง "หลิ่มหลี" ออกมาว่าแบบเสียดสี

โถ อาจารย์ครับ

"คนดี" ที่ ไม่ยอมประณามการ "ฆ่าคน" ของอภิสิทธิ์ (แต่วิพากษ์ทักษิณประจำ) อาจารย์ กลับออกมาปกป้อง ไม่พอใจ เมื่อมีคนมาว่า มาเสียดสี

อย่างนี้ จะอธิบายอย่างไรครับ? ที่อาจารย์ แสดงความโกรธ ไม่พอใจ ต่อทักษิณ น่ะ?

เพราะ "เชื่อมั่น" หลักการ เต็มทีแล้ว?

แล้วพวก "คนดี" อย่างหมอประเวศ ที่ทั้งๆที่อยู่ในฐานะสูงส่งทางสังคมแบบนั้น แต่ไม่ยอม ประณามการ "ฆ่าคน" ของอภิสิทธิ์ (ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอย่าง 6 ตุลา ฯลฯ)

อาจารย์ ไม่เพียง "ทนได้" ยัง ปกป้อง ไม่พอใจเวลามีคนเขามาด่าด้วย?

จะอธิบาย "ความมีหลักการ" ของอาจาารย์เองอย่างไรครับ แบบนี้?

อย่างที่พยายามบอกแล้ว ที่ คนเสื้อแดง จำนวนมาก เขาเลิก "นับถือ" ปัญญาชนบ้านเรา โดยเฉพาะพวก ระดับ "มีฐานะ" ทั้งหลาย

ก็เพราะลักษณะ "สองบรรทัดฐาน" ชัดๆแบบนี้แหละครับ

ผมเห็นด้วยกับที่วาด

ผมเห็นด้วยกับที่วาด ระวีพูดว่าการประณามทักษิณต้องเป็นไปมากกว่าการเรียกร้องความเป็นธรรมย่างแท้จริง

แต่ที่บอกว่าการไม่มีทักษิณทำให้ “สถานการณ์ภาคใต้” ไม่แตกต่างไปเลย ผมว่าเป็นการโกหกข้อเท็จจริงหรือเปล่า

ถึงเราจะไม่ชอบรัฐบาลปชป. แค่ไหน แต่ที่ผ่านมามีกรณีแบบกรือแซะ ตากใบ อุ้มฆ่านักกฎหมาย หรือเปล่า ภายใต้ รบ.ประชาธิปัตย์ เอาเข้าจริงอาชญากรรมภายใต้ทักษิณเลวร้ายกว่าอภิสิทธิ์มากถ้ามองด้วยตัวเลขผู้เสียชีวิต สูญหาย และบาดเจ็บในช่วงรบ.ทักษิณ แต่เหมือนกับว่าในที่นี้ สิ่งที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงใต้ รบ.ทักษิณ เป็น taboo พูดไม่ได้ ลืมไปเถอะ

มาอีกแล้วครับสมศักดิ์ เจียมฯ

มาอีกแล้วครับสมศักดิ์ เจียมฯ โยงทุกอย่างได้เข้ากับ 6 ตุลา เราควรจะพูดถึงกรณีกบฏดูซงยอด้วยไหมครับ เวลาพูดถึงความยุติธรรม หลักนิติรัฐ สิทธิมนุษยชน

สิ่งที่สมศักดิ์พยายามจะให้คนพูดก็เป็นแค่ assumption

การไปวัด ไม่ได้แสดงถึงอะไรเลย ว่าเป็นคนสั่ง เป็นคนบงการ ถ้าสมศักดิ์คิดว่าอยู่คนที่ว่าเบื้องหลังจริง ยังไงช่วยตีแผ่ข้อมูลให้ด้วยครับ นอกเหนือจากข้อมูลที่ว่าไปวัดก่อนหกตุลา และไปงานศพหลังหกตุลา

จอน อึ๊งภากรณ์

[quote=จอน อึ๊งภากรณ์][quote=นักปรัชญาชายขอบ]"ผุ้เขียนนิรนามขี้ขลาดคนนี้"

ผมไม่ชอบคำนี้ของคุณจอนเลยครับ การด่าแบบนี้มันจะต่างอะไรกับที่คุณจอนว่าผู้เขียนด่าหมอประเวศเล่าครับ
ผมไม่เห็นว่ามันจะมีเหตุผลอะไรเลยกับการอ้างว่าเขาใช้นามแฝงแล้วสรุปว่าเขาขี้ขลาด

ถ้าเช่นนั้น นักเขียนในอดีตที่ใช้นามแฝง เช่น นายผี นายเข้ม เย็นยิ่ง ฯลฯ ก็ต้องขี้ขลาดใช่ไหมครับ?

ผมว่าไม่ใช่หรอก ขี้ขลาดหรือไม่ต้องดูเนื้อหาว่าเขาเขียนอะไร

ลีลาล้อเลียนแบบ "หลิ่มหลี" ผมว่ามันไม่แรงหรอกหากเทียบกับสิ่งที่หมอประเวศทำในระยะ 4-5 ปีมานี้[/quote]

ตรงนี้ผมยอมรับว่าแรงไปครับ แค่ผมไม่ชอบคนเขียนบทความนิรนามที่ชอบโจมตีคนอื่นอย่างมันสะใจโดยไม่เปิดโฉมหน้าตัวเอง เป็นการแสดงความไม่รับผิดชอบต่อข้อโจมตีของตน จะอ้างว่าอัตรายอย่างที่ชอบอ้างก็ไม่จริง ส่วนนามแฝงที่คูณกล่าวถึงนั้นไม่ได้นิรนามแต่อย่างใด และไม่ได้ใช้กันเพื่อโจมตีบุคคลอื่นอย่างมันสะใจ ใครๆก็รู้ว่านายเข้ม เย้นยิ่งเป็นใครแต่แรก มันเป็นลีลาในการเขียนถึงจอมผลถนอม เช่นเดียวกันผมก้ไม่ถือว่า "บก.ลายจุด" เป้นนามแฝงนิรนาม เป็นต้น[/quote]

ไม่แน่ใจว่ามีคนมาตอบอ.จอนน หรือยัง เขาไม่ได้เป็นนักเขียนนิรนามเลย เขาเปิดเผยทั้งรูป ที่อยู่ และความคิด ใน facebook อย่างจริงจัง และนานมาแล้ว แล้วส่วนตัว ก็เห็นด้วยกับสิ่งที่เธอนำเสนอ อะไรที่อาจารย์ไม่พึงงใจ คำพูดก้าวร้าว หรือว่า ภาษาไม่เป็นสุภาพบุรุษในพื้นที่อารยธรรม ... เราเจอมาเยอะแล้วไม่ใช่หรือ ที่ใช้ภาษาที่สละสลวย ความคิดและเหตุผลจากมหาลัยชื่อดัง แต่สุดท้ืายก็ทำร้ายคนอื่นอย่างเลือดเย็น สังคมไทยเป็นอย่างนี้ไม่ใช่หรือ ค่ะอาจารย์