“ชาวบ้านเก้าบาตร” เตรียมตั้ง “กองทุนต่อสู้คดี” กรณีชิงที่ดินโนนดินแดง

ชาวชุมชนบ้านเก้าบาตร ต.ลำนางรอง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ เตรียมจัดกิจกรรม 6-7 มิ.ย.นี้ หวังระดมทุนตั้งกองทุนต่อสู้คดี จากกรณีกินเข้าทำกินในพื้นที่หมดสัญญาเช่าป่าสงวนแห่งชาติดงใหญ่ ปมขัดแย้งรัฐกับประชาชนไร้ที่ทำกิน วันนี้ (5 มิ.ย.54) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ P move ได้ออกหนังสือรับบริจาคระดมทุน เพื่อตั้งกองทุนต่อสู้คดี ของชาวบ้านชุมชนเก้าบาตร ต.ลำนางรอง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์โดยในวันที่ 6-7 มิ.ย.นี้ จะมีการจัดกิจกรรมระดมทุนขึ้น เพื่อระดมทรัพยากรในการดำเนินการเกี่ยวกับคดีที่ชาวบ้านถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม้แจ้งความ ซึ่งปัจจุบันคดีอยู่ในชั้นเจ้าพนักงานอัยการรวมทั้งเก็บไว้ใช้เกี่ยวกับเครื่องอุปโภค และบริโภคที่จำเป็นในการดำรงชีพต่อไป ทั้งนี้ ชาวบ้านกลุ่มดังกล่าวถือเป็นผู้ได้รับผลกระทบ จากปัญหาเรื่องที่ทำกินในพื้นที่สัญญาเช่าป่าสงวนแห่งชาติดงใหญ่ โดยเดิมพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สีแดงที่รัฐอพยพชาวบ้านออกจากพื้นที่ด้วย ข้ออ้างเพื่อความปลอดภัย แล้วนำที่ดินนั้นมาให้เอกชนเช่าทำสวนป่า จนในปี 2539 รัฐประกาศยกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติดงใหญ่ เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติตาพระยา ซึ่งทับซ้อนและสร้างปัญหาทับที่ทำกินของชาวบ้านอย่างมากมาย ต่อมาเมื่อบางบริษัทเริ่มหมดสัญญาเช่าหรือหมดอายุสัมปทานลง เมื่อปี 2546 ชาวบ้านที่เสียที่ดินทำกินในครั้งนั้นจึงเริ่มมีการเคลื่อนไหวเพื่อร้องคืนสิทธิที่ดินทำกิน โดยให้รัฐคืนสิทธ์ให้เจ้าของที่ดินเดิมและนำมาจัดสรรให้เกษตรกรยากจนไร้ที่ทำกิน จนมาถึงปี 2552 ชาวบ้านในนามเครือข่ายปฏิรูปที่ดินบ้านเก้าบาตร ต.ลำนางรอง 170 ครอบครัวได้เข้าไปอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่หมดสัญญาเช่าของบริษัทเอกชนซึ่งเคยเช่าปลูกยูคาลิปตัส ในระหว่างการแก้ไขปัญหาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันก็มีชาวบ้านที่ประสบปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน เข้าไปจับจองพื้นที่หมดสัญญาเช่าอีกหลายกลุ่ม ที่ผ่านมากรณีชุมชนเก้าบาตรมีการตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินทำกินในฐานะสมาชิกเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทยร่วมกับรัฐบาล และได้เสนอเป็นพื้นที่ดำเนินการโฉนดชุมชนแล้ว แต่สถานการณ์ในพื้นที่ชาวบ้านกลับถูกแจ้งความดำเนินคดี และยังคงยังถูกหน่วยงานฝ่ายความมั่งคงใช้ความรุนแรงขับไล่ออกจากพื้นที ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 พ.ค.54 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ได้ร่วมกับสภาประชาชน 4 ภาคประมาณ 5,000 คน ได้เข้าไปยังพื้นที่ โดยอ้างว่าต้องการเข้ามาในพื้นที่เพื่อปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ แต่ชาวบ้านที่อาศัยทำกินอยู่บริเวณนั้นกลับไม่ได้รับทราบข้อมูลเรื่องนี้เลย จึงมีการกันไม่ให้ทหารเข้าไปในพื้นที่ จนเกิดเหตุปะทะกันอย่างรุนแรง และทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บประมาณ 9 คน โดยชาวบ้านบางรายได้รับบาดเจ็บถึงขั้นที่ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลโนนดินแดง ที่พิเศษ/2554 วันที่ 1 มิถุนายน 2554 เรื่อง รับบริจาคระดมทุนตั้งกองทุนต่อสู้คดี ชุมชนเก้าบาตร เรียน พี่น้องขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมและทุกท่าน สิ่งที่ส่งมาด้วย กำหนดการ ด้วย ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาเรื่องที่ทำกินในพื้นที่สัญญาเช่าป่าสงวนแห่งชาติดงใหญ่ และได้เข้าอยู่อาศัยเพื่อและทำการเกษตรในระหว่างการแก้ไขปัญหาจากรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในบริเวณพื้นที่สัญญาเช่าและทางชาวบ้านได้ถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม้แจ้งความดำเนินคดี ปัจจุบันคดีอยู่ในชั้นเจ้าพนักงานอัยการ ในการนี้ กลุ่มชาวบ้านผู้เดือดร้อนได้กำหนดให้มีกิจกรรมระดมทุน เพื่อจัดตั้งกองทุนต่อสู้คดี ชุมชนเก้าบาตรขึ้น ในวันที่ 6-7 มิถุนายน 2554 ณ ชุมชนเก้าบาตร ตำบลลำนางรอง อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อระดมทรัพยากรในการดำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคดี รวมทั้งเก็บไว้ใช้เกี่ยวกับเครื่องอุปโภค และบริโภคที่จำเป็นในการดำรงชีพ ต่อไป จึงเรียนมายังพี่น้องขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม และผู้มีศรัทธาต่อความเป็นธรรมทุกท่านร่วมบริจาคจตุปัจจัยเพื่อจัดตั้งกองทุนต่อสู้คดีชุมชนเก้าบาตร และขอเชิญร่วมงานดังกล่าวตามกำหนดการที่แนบมาด้วย ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ ศรัทธา เชื่อมั่น ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ทั้งนี้ ท่านที่ประสงค์สนับสนุนกองทุนกองทุนต่อสู้คดี มาร่วมงานหรือมีการแสดง ที่ชุมชนเก้าบาตร สามารถติดต่อได้ที่ นายไพรฑูรย์ สร้อยสด 081-3036871 ชาวบ้านในพื้นที่ นายศักดิ์สิทธิ์ บุญญะบาล 084-6586194 น.ส.สดใส สร่างโศรก 089-4238338 ผู้ประสานงาน ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P move)

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์