อิระวดีสัมภาษณ์นักโทษการเมืองพม่า : ผมมีดนตรีอยู่ในสายเลือด

"เมื่อใดที่คุณเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมืองในประเทศของพวกเรา คุณมีโอกาสกว่าร้อยละ 90 ที่จะพบจุดจบในคุก ผมเองก็ได้คิดถึงเรื่องนี้ก่อนที่จะเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมือง ฉะนั้นผมจึงไม่ได้รู้สึกแย่กับตัวเอง ที่จริงแล้วผมรู้สึกภาคภูมิใจด้วยซ้ำ" เซยา ตอ 
 
เซยา ตอ เป็นหนึ่งในนักดนตรีแนวฮิปฮอปที่มีคนรู้จัก มากที่สุดในพม่า วง ACID ของเขาได้รับการยกย่องในฐานะที่เป็นแนวดนตรีที่ค่อนข้างก้าวหน้าสำหรับ ประเทศที่ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆสามารถนำปัญหามาสู่ตัวศิลปินเองได้
 
เขายังเป็นผู้ก่อตั้ง Generation Wave (GW) กลุ่มเคลื่อนไหวใต้ดินที่หมายมุ่งจะใช้ดนตรีเป็นตัวสร้างความตื่นตัวทางการ เมืองให้แก่เยาวชน Generation Wave ก่อตั้งขึ้นภายใต้การนำของ เซยา ตอ ในช่วงสั้นๆของการปฏิวัติชายจีวร เดือนกันยายน ปี 2550
 
จนกระทั่งอาทิตย์ที่เพิ่งผ่านมาไม่นาน เซยา ตอ ก็ได้กลายเป็นหนึ่งในนักโทษการเมืองพม่ากว่า 2000 คน ในปี 2551 เขาถูกตัดสินให้ต้องจำคุก 6 ปี ด้วยข้อหาว่าเขาได้ก่อตั้งกลุ่มองค์กรขึ้นมาอย่างไม่ถูกกฎหมาย และละเมิดข้อบังคับว่าด้วยการแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ แต่ต่อมาโทษของเขาถูกลดลงเหลือ 2 ปี และเขาก็กำลังจะได้รับการปล่อยตัวในอีกไม่กี่เดือนที่จะถึงนี้ จนกระทั่งประธานาธิบดี เต็งเส่ง ประกาศนิรโทษกรรม ระยะเวลาจำคุกของเขาจึงลดลง และได้รับการปล่อยตัว
 
ผู้สื่อข่าวอิระวดี โค ฮตวี ได้พูดคุยกับ เซยา ตอ ไม่นานหลังจากที่เขาถูกปล่อยตัว เกี่ยวกับชีวิตของเขาในฐานะนักโทษการเมือง และแผนของเขาในอนาคต
 
000
 
ถาม : ในฐานะที่เป็นนักร้องที่มีชื่อเสียง คุณรู้สึกอย่างไรเมื่อคุณอยู่ในคุก
 
ตอบ : เมื่อใดที่คุณเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมืองในประเทศของพวกเรา คุณมีโอกาสกว่าร้อยละ 90 ที่จะพบจุดจบในคุก ผมเองก็ได้คิดถึงเรื่องนี้ก่อนที่จะเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมือง ฉะนั้นผมจึงไม่ได้รู้สึกแย่กับตัวเอง ที่จริงแล้วผมรู้สึกภาคภูมิใจด้วยซ้ำ
 
ถาม : ทำไมคุณถึงตัดสินใจเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง
 
ตอบ :  ในฐานะที่เป็นศิลปิน ผมมักจะได้ใกล้ชิดและได้สัมผัสกับความรู้สึกของพวกเขาเสมอ ผมมักจะรู้สึกได้ถึงความยากลำบากและความเจ็บปวดของพวกเขา นั้นเป็นเหตุผลที่ผมพยายามที่จะทำให้ความรู้สึกของพวกเขาเป็นที่ได้ยิน
 
ถาม :  คุณช่วยเล่าให้พวกเราฟังเกี่ยวกับการถูกจับกุมของคุณได้ไหม
 
ตอบ :  ตอนนั้นผมกินข้าวอยู่กับคนอื่นๆอีกห้าคนในร้านอาหาร เมื่อเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเข้ามาจับผมไป
 
ถาม :  พวกเราได้ยินมาว่าคุณถูกทรมานในระหว่างสอบสวน เล่าให้พวกเราฟังว่าคุณถูกปฏิบัติยังไงในตอนนั้นได้ไหม
 
ตอบ :  ผมถูกนำไปยังสถานีตำรวจที่ใกล้ที่สุด คือ สถานีตำรวจเมืองบาฮัน จากนั้น ในช่วงตอนเย็น ผมก็ถูกปิดตาและถูกพาไปยังสถานที่ที่ไม่รู้จักอีกแห่งหนึ่ง ในช่วงของการสอบสวน มีเหตุการณ์เลือดตกยางออก
ผมไม่ได้มีความโกรธแค้นอะไรกับพวกเขา ผมไม่ได้เกลียดพวกเขา ที่ผมพูดอย่างนี้เพราะสิ่งเหล่านี้มันเป็นผลผลิตโดยตรงจากระบบที่มันแย่ และก็เพราะการดำรงอยู่ของระบบที่แย่ๆนี้เอง ทำให้พวกเราต้องอยู่คนละฝ่ายกัน ซึ่งผมก็อยู่กับฝ่ายที่ต่อต้านกับฝ่ายที่แย่ แต่เจ้าหน้าที่คนที่สอบสวนผมก็กำลังปกป้องฝ่ายนั้นอยู่ ถ้าพวกเราสามารถกำจัดระบบที่แย่นี้ไปได้ พวกเราก็ไม่ต้องอยู่คนละฝ่าย ผมจึงพูดถึงระบบที่ไม่เป็นธรรมเหล่านั้น ผมต้องการที่จะให้เรื่องนี้เป็นที่ชัดเจนว่า สิ่งที่ผมพูดทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความโกรธแค้นใดๆทั้งสิ้น
 
ถาม :  คุณอธิบายแบบเฉพาะเจาะจงมากกว่านี้ได้ไหมว่าพวกเขาทำอะไรกับคุณบ้าง
 
ตอบ :  ผมไม่อยากจะลงในรายละเอียด เพราะผู้คนมักจะคิดว่าผมกำลังโกรธแค้นพวกนั้นอยู่ ฉะนั้นมันจะเป็นการดีกว่าที่จะไม่พูดลงรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ อย่างที่ผมบอก มันมีเหตุการณ์เลือดตกยางออก แค่นั้นก็น่าจะเพียงพอแล้ว ผมคิดว่านะ
 
ถาม :  คุณถูกสอบสวนกี่วัน
 
ตอบ :  พวกเราทุกคนถูกจับแยกเข้าไปอยู่ในห้องขังที่มีแสงสลัวๆเพียงคนเดียว ฉะนั้นพวกเราจึงไม่รู้วันและเวลา หลังจากที่ได้ออกมากจากห้องสอบสวน พวกเราแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกัน พวกเราคุยกันถึงความยาวนานที่พวกเราต้องอยู่ในห้องสอบสวนและความหนักเบาของ การสอบสวน ผมไม่สามารถพูดแทนคนอื่นได้ พวกเขาสมควรได้พูดด้วยตนเอง หลังจากที่ช่วงของการสอบสวนเสร็จสิ้น ผมถูกพาตัวไปยังคุกอินเส่ง ที่นั้นผมได้รับทราบคำตัดสิน หลังจากนั้นผมจึงถูกส่งตัวไปยังคุกคอตัง
 
ถาม :   คุณได้เจอกับนักโทษการเมืองคนอื่นไหมในคุกคอตัง
 
ตอบ :  คอ เพียวเนะ โช หนี่งในผู้นำของกลุ่มนักเรียน 88 Generation คือนักโทษทางการเมืองเพียงคนเดียวในคุก คอตัง เมื่อผมไปถึงที่นั้น
 
แล้ว คอ อัง เมียว ไป ก็มาถึง ตามมาด้วย คอ ซอ มิน, คอ เมียวมิน, คอตันมินอัง และนักโทษการเมืองอายุ 65 ปี อู ชิต คิน ทั้งหมดแล้วก็มีนักโทษการเมือง 6 คนที่ถูกขังอยู่ที่คุกคอตัง ตอนที่ผมอยู่ที่นั้น คอตันมินอัง ถูกปล่อยเมื่อปี 2009 และ อู ชิต คิน ก็ถูกปล่อยตัวเมื่อเดือนธันวาคม 2010.
 
ถาม : คุณได้คุยกับ คอ เพียวเนะ โช ไหม
 
ตอบ : มันมีคุกอยู่สองห้อง คอ อัง เมียว ไป, คอ เมียว มิน และ คอ ซอ มิน อยู่ในห้องหนึ่ง ส่วนคอ เพียวเนะ โช และผมก็อยู่ในอีกห้องหนึ่ง ผมไม่ได้เห็นคนอื่นๆ แต่ผมมักจะได้คุยกับคอ เพียวเนะ โช เพราะเราได้อยู่ในห้องเดียวกัน
 
ถาม : คุณคุยกับ คอ เพียวเนะ โช เรื่องอะไรบ้าง
 
ตอบ :  ผมขอไม่บอกดีกว่า  แค่ผมเปิดเผยความจริงที่ว่าผมได้คุยกับ คอ เพียวเนะ โช ก็อาจจะทำให้เกิดผลร้ายต่อเขาในคุกแล้ว
 
ถาม : ขอให้คุณช่วยเล่าถึงชีวิตในคุกให้พวกเราฟังหน่อย
 
ตอบ :  ในคุกมีกฎและกติกาที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม ความยากลำบากอะไรก็ตามที่ผมต้องเผชิญในคุก ผมพยายามที่จะเอาชนะมันโดยการยึดมั่นในความเชื่อของผม
 
ถาม : สถานการณ์สิทธิมนุษยชนในคุกคอตังเป็นอย่างไรบ้าง
 
ตอบ :  ผมอยู่ในห้องแยกที่มีผนังและกำแพง ฉะนั้นผมจึงไม่สามารถรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นภายนอกห้องของผมบ้าง เท่าที่ผมเห็น ความจำเป็นอย่างเร่งด่วนคือการให้การรักษาพยาบาล ตัวอย่างเช่น คอ เพียวเนะ โช กำลังทุกข์ทรมานจากความตึงเครียด และหมอประจำเรือนจำสั่งให้รับการตรวจความดันเลือดทุกวัน และให้รายงานถ้าเขารู้สึกผิดปกติ แต่ว่า 6 เดือนที่ผ่านมา ก็ไม่มีการรักษาพยาบาลใดๆ ในคุกเลย
 
ถาม : คุณอยากจะพูดอะไรกับเพื่อนศิลปินของคุณที่ถูกคุมขังจากข้อหาทางการเมืองหรือไม่
 
ตอบ :  คอ มิน มอ ถูกจับก่อนผม เขาได้รับโทษจำคุก 7 ปี มาก่อนหน้านี้แล้ว และตอนนี้ก็ได้รับโทษจำคุกอีก 14 ปี แล้วก็มีศิลปินคนอื่นที่ถูกจำคุก เช่น คอ ซากานา เขาไม่สมควรถูกจำคุกจากสิ่งที่เขาทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในศตวรรษที่21 ไม่สมควรมีใครที่จะต้องถูกจำคุกจากการที่มีความคิดเห็นทางการเมืองที่ต่าง กัน ความแตกต่างสามารถไกล่เกลี่ยได้ด้วยการพูดคุย การจับคนเหล่านั้นเข้าคุกไม่ได้ทำให้เกิดผลดีต่อประเทศนี้แต่อย่างใดทั้งใน ปัจจุบันและในอนาคต
 
ถาม : คุณจะทำอย่างไรให้บรรดานักทางเมืองได้รับการปล่อยตัว
 
ตอบ : มีนักโทษทางการเมืองมากมายทั่วพม่า ผมจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้พวกเขาได้รับการปล่อยตัว
 
ถาม : คุณคิดอย่างไรกับกิจกรรมของกลุ่ม Generation Wave (GW) ที่คุณเป็นส่วนหนึ่งในการก่อตั้ง
 
ตอบ : ผมไม่รู้เลยว่า GW ได้ทำอะไรไปบ้างและกำลังทำอะไรอยู่ เพราะผมเพิ่งออกจากคุก ผมเชื่อมั่นในตัวพวกเขา ผมเชื่อว่าพวกเขากำลังทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับประเทศ มี สมาชิก GW มากมายที่ถูกจำคุก ผมอยากช่วยเหลือให้พวกเขาได้รับการปล่อยตัวเช่นกัน
 
ถาม :  คุณเคยร้องเพลงล้อเลียนรัฐบาลไหม
 
ตอบ :  ผมไม่เคยร้องเพลงประเภทนั้น แต่ผมช่วยเหลือคนที่อยากทำเช่นนั้น เพลงพวกนี้ไม่ได้เป็นเพียงมุกตลกล้อเลียนรัฐบาล แต่พยายามที่จะชี้ให้เห็นสิ่งที่ผิดพลาดเกี่ยวกับทิศทางการปกครองในประเทศ นี้
 
ถาม : เพลงพวกนั้นเป็นเพลงต่อต้านรัฐบาลหรือเป็นเพียงผลผลิตของการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
 
ตอบ : มันไม่ใช่เป็นเพียงแค่เพลง แต่เป็นความพยายามที่จะเรียกร้องความสนใจในการปฏิรูปที่พวกเราต้องการอย่าง เร่งด่วน ฉะนั้นจึงเป็นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นที่ทุกคนสามารถกระทำได้ การประนามรัฐบาลอย่างเดียวคงไม่ได้ผล พวกเราไม่ควรแค่ทำให้พวกเขารุ้ว่าอะไรที่ไม่ถูกต้อง แต่ถ้าเราสามารถแสดงให้เขาเห็นว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกต้องที่สมควรทำ พวกเราจะมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีกว่านี้
 
ถาม : คุณวางแผนที่จะแต่งเพลงและร้องเพลงอีกไหม
 
ตอบ :  ดนตรีนั้นอยู่ในสายเลือดของผม คำถามคาใจเพียงข้อเดียว คือ ผมจะสามารถแสดงต่อหน้าแฟนเพลงของผมได้อีกไหม ผมจะสร้างสรรค์ต่อไป ผมอยากจะบอกในฐานะศิลปินและในฐานะประชาชนพม่าว่า ผมจะทำงานอย่างสุดความสามารถเพื่อที่จะนำสิ่งที่ดีกว่ามาให้แก่ประชาชนและ ประเทศของเรา
 
000
 

เผยแพร่ครั้งแรกใน : ประชาธรรม
 

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์