กฟผ.-ชาวบ้าน เจรจายอมความไม่ฟ้องคดี จากเหตุปะทะค้านวางแนวสายส่งไฟฟ้า

กสม.จัดประชุมหาทางออก กรณีความรุนแรงและการละเมิดสิทธิมนุษยชน ในเหตุการณ์ค้านวางโครงข่ายไฟฟ้า น้ำพอง 2 –อุดรธานี 3 ชาวบ้าน-กฟผ.ตกลงร่วมทำบันทึกประจำวันไม่เอาความต่อกัน นัดนายอำเภอ และ กสม.เป็นพยาน 13 มิ.ย.นี้ ภาพ: เหตุการณเมื่อวันที่ 27 พ.ค.54 กลุ่มชาวบ้านและนักศึกษาขัดขวางไม่ให้เจ้าหน้าที่ กฟผ.เข้าดำเนินการในพื้นที่จนนำไปสู่การจับกุมชาวบ้านและนักศึกษาจำนวน 15 คน วันนี้ (9 มิ.ย.54) ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ มีการเชิญ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) รวมทั้งชาวบ้านและนักศึกษา เข้าประชุมชี้แจง ตลอดจนหาทางออกร่วมกันเกี่ยวกับความรุนแรงและปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน ในเหตุการณ์วันที่ 27 พ.ค.54 จากกรณีการก่อสร้างฐานรากและตั้งเสาไฟฟ้าในโครงการระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ น้ำพอง 2 –อุดรธานี 3 ในท้องที่ ต.เสอเพลอ อ.กุมภวาปี และ ต.หนองไผ่ อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี ซึ่งถูกกลุ่มชาวบ้านและนักศึกษาขัดขวางไม่ให้เจ้าหน้าที่ กฟผ.เข้าดำเนินการในพื้นที่จนนำไปสู่การจับกุมชาวบ้านและนักศึกษาจำนวน 15 คน สืบเนื่องจาก กสม.ได้รับเรื่องร้องเรียน และติดตามประเด็นปัญหาจากชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากสายส่งไฟฟ้าแรงสูงว่า กฟผ.มีแผนการจะเข้าดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและพืชผล ในพื้นที่ที่จะก่อสร้างฐานรากและตั้งเสาไฟฟ้าในโครงการระบบโครงข่ายไฟฟ้าดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค.54 และมีกำหนดแล้วเสร็จภายใน 30 วัน แต่ชาวบ้านซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่มีข้อกังวลในการเข้าดำเนินการก่อสร้าง โดยเมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา นพ.นิรันด์ พิทักษ์วัชระ ประธานอนุกรรมการเฉพาะกิจด้านที่ดินและป่าไม้ ได้เชิญผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมหารือ และมีความเห็นขอให้ กฟผ.ชะลอการดำเนินการก่อสร้างโครงการไว้ก่อน เนื่องจากยังมีประเด็นการฟ้องร้องต่อศาลปกครองซึ่งยังไม่มีคำวินิจฉัย อีกทั้งมีการประเมินสถานการณ์ว่า การดำเนินการของ กฟผ.จะทำให้เกิดความขัดแย้ง มีการปะทะรุนแรง และนำมาซึ่งปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน ผู้สื่อข่าวรายงานผลการพูดคุยว่า ในประเด็นเรื่องคดีความ จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 27 พ.ค.54 ทั้งฝ่ายชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ กฟผ.ตกลงร่วมกันไปทำบันทึกประจำวันไม่เอาความกันทั้งสองฝ่าย ที่พนักงานสอบสวน โดยจะมีนายอำเภอ และ ตัวแทนจาก กสม.เข้าร่วมเป็นพยาน ในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 13 มิ.ย.54 ทั้งนี้ ในส่วน กฟผ.รับว่าจะทำหนังสือว่าไม่เอาความกับชาวบ้าน ส่วนชาวบ้านรับว่าจะทำหนังสือว่าจะไม่แจ้งความกลับต่อ กฟผ.จากเหตุการณ์ในวันนั้นเช่นกัน อนึ่ง การแจ้งข้อกล่าวหาต่อชาวบ้านและนักศึกษาจำนวน 15 คนว่า ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ตาม พ.ร.บ.ประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ.2550 ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนประเด็นเรื่องค่าทดแทน ตัวแทนจาก กกพ.ยืนยันว่าหลังจากที่พิจารณาอุทธรณ์ค่าทดแทนไปแล้ว กกพ.ก็หมดหน้าที่ แต่นายอภินันท์ บุญญเศรษฐ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายที่ดิน กฟผ.กล่าวว่าในส่วนของ กฟผ.สามารถยืดหยุ่นหรือเพิ่มค่าเสียหายได้จากตามระเบียบเงินช่วยเหลือ อย่างไรก็ตามจะมีการนัดเจรจาสามฝ่ายในพื้นที่พิพาท เพื่อกำหนดค่าทดแทนรายคน รวมถึงค่าเสียหายอื่นๆ จากการดำเนินการของ กฟผ.ต่อไป ในส่วนของรายงานผลการตรวจสอบโดยละเอียดอยู่ระหว่างการจัดทำ ของกองเลขา กสม. ทั้งนี้ โครงการก่อสร้างเสาและวางแนวสายไฟฟ้าแรงสูง ขนาด 500 กิโลโวลต์ น้ำพอง 2 –อุดรธานี 3 มีความยาวทั้งสิ้นประมาณ 86.8 กิโลเมตร เชื่อมต่อจากสถานีไฟฟ้าย่อยน้ำพอง 2 (จ.ขอนแก่น) ไปยังสถานีไฟฟ้าย่อยอุดรธานี 3 พาดผ่านพื้นที่ 15 ตำบล 8 อำเภอ ของจังหวัดขอนแก่น และอุดรธานี มีจำนวนเสาทั้งหมด 210 ต้น ที่ดินได้รับผลกระทบจำนวน 1,167 แปลง ซึ่งปัจจุบันมีชาวบ้านยังไม่ยินยอมเหลืออยู่ 16 ราย คิดเป็นที่ดิน 26 แปลง และเสา 3 ต้น ในพื้นที่ ต.เสอเพลอ อ.กุมภวาปี และ ต.หนองไผ่ อ.เมือง จ.อุดร โครงการก่อสร้างดังกล่าวเชื่อมโยงระบบมาจากการรับซื้อไฟฟ้าในประเทศลาว คือ สายส่งไฟฟ้า 500 kv ชายแดน (บริเวณจ.หนองคาย) – อุดรธานี3 และเชื่อมต่อไปยังน้ำพอง 2 – ชัยภูมิ 2 - ท่าตะโก (จ.นครสวรรค์) ซึ่งการก่อสร้างสายส่งไฟฟ้านี้อยู่ในโครงการขยายระบบส่งไฟฟ้า ระยะที่ 11 มีระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ.2550 - 2554 โดย กฟผ.เป็นผู้ดำเนินโครงการ และมีแผนที่จะให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย.นี้

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์