ซูจีเยี่ยมให้กำลังใจภรรยานักโทษการเมืองไทใหญ่

นางอองซาน ซูจี ผู้นำพรรคฝ่ายค้านเอ็นแอลดีพร้อมสมาชิกเยาวชนพรรคเอ็นแอลดีอีก 20 คน ได้เดินทางไปยังบ้านพักของขุนทุนอู ในกรุงย่างกุ้งเมื่อวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อไปเยี่ยมและให้กำลังใจภรรยาของขุนทุนอู ผู้นำพรรคสันนิบาตแห่งชาติไทใหญ่เพื่อประชาธิปไตย ( Shan Nationalities League for Democracy-SNLD) และภรรยาของผู้นำไทใหญ่คนอื่นๆที่ขณะนี้ถูกกุมขังอยู่ในเรือนจำ มีรายงานว่า มีภรรยาของขุนทุนอู ภรรยาของจายนุดและภรรยาของจายล่าอ่องได้ให้การต้อนรับและพูดคุยกับนางซูจี ซึ่งนางซูจีได้แสดงความเป็นห่วงสุขภาพและความเป็นอยู่ของนักโทษการเมืองไท ใหญ่ทั้งหมด พร้อมได้ฝากให้กำลังใจกับนักโทษการเมืองไทใหญ่ให้รักษาสุขภาพผ่านทางภรรยา อีกด้วย ทั้งนี้ขุนทุนอูถูกรัฐบาลพม่าสั่งจำคุกเป็นเวลา 93 ปี และขณะนี้ถูกควบคุมอยู่ในเรือนจำปูเตา ทางภาคเหนือของรัฐคะฉิ่น ขณะที่ผู้นำคนอื่นๆอย่างเจ้าเสือแท่น ถูกสั่งจำคุกเป็นเวลา 106 ปี โดยขณะนี้อยู่ในเรือนจำในจังหวัดมัณฑะเลย์ โดยที่ผ่านมา มีรายงานว่า ผู้นำทั้งสองต้องเผชิญกับปัญหาทางด้านสุขภาพ โดยเรือนจำพม่าไม่อนุญาตให้ผู้นำไทใหญ่ทั้งสองเข้ารับการรักษาพยาบาล ในขณะที่สภาพความเป็นอยู่ในเรือนจำก็มีสภาพเลวร้าย (เว็บไซต์ข่าวไทใหญ่ www.mongloi.org 14 มิถุนายน 54) ทหารพม่าและ KIA ตึงเครียด ชาวบ้านนับหมื่นอพยพไปชายแดนจีน มีรายงานว่า สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างทหารพม่าและทหาร KIA (Kachin Independence Army) ยิ่งตึงเครียดหนักและอาจปะทะกันอีกครั้งในเร็วๆนี้ โดยล่าสุด ทหารคะฉิ่นได้ระเบิดทำลายสะพานเชื่อม 6 แห่งทางภาคตะวันตกของรัฐคะฉิ่น เพื่อป้องกันไม่ให้ทหารพม่าข้ามมายังเขตควบคุมของตน โดยในจำนวนนี้พบว่ามีสะพานที่เชื่อมระหว่างมิตจีนาและบาหม่อ และสะพานที่เชื่อมไปยังเหมืองหยกผากั้นด้วย ขณะที่ทหารพม่าเคลื่อนกำลังพลเข้ามาใกล้เมืองไลซา ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของ KIA แล้วด้วยเช่นกัน ตามรายงานของแหล่งข่าวรายงานว่า กองทัพพม่าเตรียมส่งกำลังทหารราบอีก 77 กองพันที่ประจำอยู่ในภาคสะกายและในเมืองตาโถ่น รัฐมอญเข้าประชิดรัฐคะฉิ่นและรัฐฉาน หวังเปิดศึกรอบใหม่กับทหาร KIA และทหาร SSA (Shan State Army) และจะโจมตีทางอากาศด้วย ในขณะที่มีชาวบ้านกว่า 1 หมื่นคนได้อพยพไปใกล้กับชายแดนจีนแล้ว ด้านสำนักข่าวอิรวดีรายงานว่า ทางการจีนได้อนุญาตให้ผู้ลี้ภัยที่เป็นสตรี เด็กและคนชราเพียง 200 คนเท่านั้นให้ข้ามไปยังฝั่งจีน โดยเจ้าหน้าที่จีนยังได้ยึดเอาโทรศัพท์ของผู้ลี้ภัยและบอกกับผู้ลี้ภัยห้าม ติดต่อสื่อสารกับใครในระหว่างที่อยู่ในจีนอีกด้วย มีรายงานด้วยว่า ขณะนี้ราคาสินค้าบริโภคและอุปโภคในรัฐคะฉิ่นพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากความไม่มั่นคงทางการเมือง ความตึงเครียดระหว่างทั้งสองฝ่ายยังลุกลามไปถึงในย่างกุ้ง เมื่อรัฐบาลพม่าสั่งให้นักเรียนและนักศึกษาชาวคะฉิ่นจำนวน 19 คน ที่กำลังศึกษาและอาศัยอยู่ในเมืองตานลิน เขตย่างกุ้งเดินทางกลับไปรัฐคะฉิ่น โดยจะไม่อนุญาตให้เด็กทั้งหมดอาศัยอยู่ในย่างกุ้ง ซึ่งหากเด็กไม่ปฏิบัติติตามก็จะถูกจับเข้าคุก อย่างไรก็ตาม เด็กทั้งหมดปฏิเสธที่จะกลับไปรัฐคะฉิ่นในขณะนี้ เพราะต้องการเรียนหนังสือ ทั้งนี้รัฐบาลพม่าและทหาร KIA ซึ่งทำสัญญาหยุดยิงกับรัฐบาลเมื่อปี 2537 เริ่มส่อเค้าตึงเครียดมาตั้งแต่ปีที่แล้ว หลัง KIA ปฏิเสธเป็นกองกำลังรักษาชายแดน (ฺBorder Guard Force) (KNG /Mizzima/Irrawaddy 16 มิถุนายน 54) แปลและเรียบเรียงโดย สาละวินโพสต์ \สื่อทางเลือกเพื่อแบ่งปันความเข้าใจสู่เพื่อนบ้าน\"อ่านข่าวและบท ความอื่นๆ อีกมากมายได้ที่เว็บไซต์ www.salweennews.org เฟซบุ๊คhttp://www.facebook.com/Salweenpost ทวิตเตอร์ http://twitter.com/salweenpost"

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์