TCIJ: กสม.ลงพื้นที่เปิดเวทีเคลียร์ใจ กฟผ.- ชาวบ้าน - ราชการ ร่วมสางปัญหาสายส่งไฟฟ้า

เวทีเคลียร์ปัญหาแนวสายส่งไฟฟ้า น้ำพอง2-อุดรธานี3 ชาวบ้านแจงความกังวลใจต่อผลกระทบ แถมการรังวัด-จ่ายค่าทดแทนไม่ชัดเจน เผยไม่ขัดหากจะเข้ามาก่อสร้างเสาในที่นา ด้าน กฟผ.นัดชาวบ้านแจงผลประเมินค่าทดแทน 27 มิ.ย.นี้ วานนี้ (23 มิถุนายน) เวลาประมาณ 13.00 น. ณ ห้องประชุมคำชะโนด ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ ประธานอนุกรรมการเฉพาะกิจด้านที่ดินและป่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้เชิญตัวแทนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประทศไทย (กฟผ.) คณะกรรมการชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากแนวสายส่งไฟฟ้าแรงสูง (คชส.) รวมทั้งตัวแทนจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พนักงานอัยการ ปลัดอำเภอเมือง และผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอกุมภวาปี เพื่อประชุมติดตามปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนตามที่ คชส.ได้ทำหนังสือร้องเรียนไป เวทีของ คณะกรรมการสิทธิฯ ในครั้งนี้ จัดต่อเนื่องมาเป็นครั้งที่ 3 ในการติดตามแก้ไขปัญหาข้อพิพาทระหว่าง กฟผ.กับ กลุ่มชาวบ้าน อันเนื่องมาจากการดำเนินโครงการแนวสายส่งไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ (KV) น้ำพอง 2 – อุดรธานี 3 พาดผ่านที่ดินทำกินของชาวบ้าน จึงรวมตัวกันคัดค้านการดำเนินการของ กฟผ.ด้วยเหตุผลที่ละเมิดสิทธิชุมชน และกังวลใจต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่จะเกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการ แต่สถานการณ์ลุกลามบานปลายจนนำไปสู่เหตุการณ์ กฟผ.นำเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมชาวบ้านและนักศึกษา จำนวน 15 คน ที่ร่วมกันปกป้องสิทธิชุมชน ในวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการสิทธิฯ จึงได้จัดเวทีเจรจาไกล่เกลี่ยแก้ไขปัญหาข้อพิพาทที่เกิดขึ้น นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้กล่าวถึงการลงมาจัดเวทีของคณะกรรมการสิทธิในครั้งนี้ว่า กรรมการสิทธินั้นมีบทบาทหน้าที่เป็นคนกลางในการเจรจาไกล่เกลี่ยปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น จึงอยากให้ กฟผ. และชาวบ้านได้มีทางออกของปัญหาร่วมกัน “กรรมการสิทธิไม่ได้มีหน้าที่ในการคิดแทนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ทั้งสองฝ่ายต้องคุยกันให้รู้เรื่อง ให้ได้ข้อสรุปร่วมกันมันถึงจะเดินหน้าต่อไปได้ ไม่เช่นนั้นแล้วการดำเนินการของ กฟผ. ก็จะเป็นไปได้ยาก ส่วนฝ่ายชาวบ้านก็จะร้องเรียนมาที่กรรมการสิทธิฯ อีก ปัญหาก็จะไม่ยุติสักที” นพ.นิรันดร์ กล่าว ด้าน นายสุเทศ จารุสาร หัวหน้าโครงการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินขยายระบบส่งไฟฟ้าที่ 10 ได้ชี้แจงการดำเนินการของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ต่อคณะกรรมการสิทธิฯ ว่า เรื่องของคดีความหลังจากเวทีประชุมที่คณะกรรมการสิทธิในครั้งที่ผ่านมา ผู้กำกับสถานีตำรวจกุมภวาปีได้มาเป็นคนกลางในการเจรจาไกล่เกลี่ย โดยทาง กฟผ.ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังพนักงานสอบสวนแล้วว่าไม่ประสงค์จะให้ผู้ต้องหาทั้ง 15 คน ได้รับโทษ ส่วนการดำเนินงานของ กฟผ.นั้น ได้ทำการลงสำรวจที่ดินและทรัพย์สินที่แนวสายส่งพาดผ่านแล้วเสร็จ และจะส่งข้อมูลให้กับชาวบ้านเจ้าของที่ดิน ซึ่งชาวบ้านเจ้าของที่ดินก็ได้ให้ความร่วมมือในการดำเนินงานของ กฟผ. ด้วยดี อย่างไรก็ดี เมื่อพูดคุยกันเสร็จในวันนี้ กฟผ.ก็จะขอลงพื้นที่ดำเนินการก่อสร้างเสาที่เหลืออยู่เพียงเสาเดียวในที่นาของพ่อบุญเลี้ยงในวันพรุ่งนี้ ตามที่ได้ตกลงกันไว้ ในส่วนของ พ.ต.อ.สมชาย พิมพ์ชู ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอกุมภวาปี ได้กล่าวว่า ส่วนตัวรู้สึกอึดอัดใจเป็นอย่างมากที่พี่น้องประชาชนซึ่งปกป้องสิทธิชุมชนของตนเองต้องมาถูกจับกุม และยังกล่าวด้วยว่า ในวันนั้นทาง สภ.กุมภวาไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการจับกุมชาวบ้านและนักศึกษา แต่ก็มีตำรวจจากหน่วยอื่นจับกุมชาวบ้านมาส่งไว้ที่สถานี “ผมก็จะต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุดและให้ความเป็นธรรมสำหรับทุกฝ่าย ตัวผมเองก็มีความเข้าใจชาวบ้านที่อยู่เฉยๆ ก็สายไฟมาผ่านหลังคาบ้านตนเอง ย่อมต้องมีความกังวลใจต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้น” พ.ต.อ.สมชาย ให้ความเห็น สำหรับ นายบุญเลี้ยง โยธทะกา แกนนำคณะกรรมการชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากแนวสายส่งไฟฟ้าแรงสูง(คชส.) ได้แสดงความคิดเห็นในครั้งนี้ว่า ตนรู้สึกเห็นใจพี่น้องชาวบ้านและนักศึกษาที่ต้องมาถูกคดี ซึ่งพวกตนไม่ได้ขัดขวาง กฟผ. แต่อย่างใด แต่ที่ผ่านมา กฟผ. ไม่ได้สร้างความกระจ่างชัดให้กับกลุ่มชาวบ้านเลยในเรื่องของรายละเอียดของโครงการฯ และปัญหาผลกระทบที่จะเกิดขึ้น “ผมก็มีความกังวลใจต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้น และเรื่องการสำรวจรังวัดและจ่ายค่าทดแทน กฟผ.ก็ไม่มีความชัดเจน จึงอยากให้มีการคุยกันให้รู้เรื่องด้วย ส่วนทาง กฟผ. จะเข้ามาก่อสร้างเสาในที่นาของผม ก็ไม่ได้ขัดข้องแต่อย่างใด” นายบุญเลี้ยงกล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากการพูดคุยแลกเปลี่ยน และซักถามข้อคิดเห็นร่วมกันในเวทีแล้วเสร็จ กฟผ.ได้นัดหมายกับ กลุ่มชาวบ้าน เพื่อที่จะชี้แจงผลการประเมินราคาค่าทดแทนจากการลงพื้นที่สำรวจที่ดินและทรัพย์สินของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากแนวสายส่งไฟฟ้าในวันที่ 27 มิ.ย.นี้ โดยจะมีตัวแทนจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นสักขีพยานด้วย และในส่วนของคดีความตำรวจนัดหมายฟังผลการสรุปสำนวนในวันที่ 6 ก.ค.54 ที่มา: ศูนย์ข้อมูลและข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์