จับแกนนำเกษตรกร-แจ้งข้อหาหมิ่นเบื้องสูง-หลอกลวงประชาชน

พัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ จ.แพร่ นำตำรวจรวบแกนนำเครือข่ายสถาบันเกษตรกรฯ ระหว่างรวมกลุ่มประชุมหน้าศาลากลาง ข้อหาหมิ่นสถาบัน หลอกลวงประชาชน หลังระดมชาวบ้านจ่ายเงินสมัครเป็นสมาชิกคนละ 300 บาท เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 54 ที่ผ่านมา ASTV ผู้จัดการออนไลน์รายงานว่าเครือข่ายสถาบันเกษตรกรจังหวัดแพร่ นำโดย นายเอกพงษ์ ผดุงวงศ์ แกนนำกลุ่ม พร้อมด้วยสมาชิกจำนวน 200 คน ได้จัดประชุมที่หน้าศาลากลาง เพื่อจัดคิวการเข้าร่วมโครงการของสมาชิก และทำความเข้าใจเกี่ยวกับโครงการระหว่างองค์กรกับภาครัฐ คือ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ในการที่จังหวัดแพร่ได้ออกหนังสือเวียนเตือนชาวบ้านไปทั่ว ว่า เครือข่ายสถาบันเกษตรกร เป็นองค์กรต้มตุ๋นหลอกลวง ในขณะที่สมาชิกรวมตัวที่หน้าศาลากลางจังหวัดแพร่ นางศิริอร วงศ์เพชร รักษาการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดแพร่ ได้ประสานให้ตำรวจจาก สภ.เมืองแพร่ เข้าดำเนินคดี โดยจับกุม นายเอกพงษ์ ผดุงวงศ์ แกนนำ ในข้อหาฉ้อโกงและหลอกลวงประชาชน พร้อมทั้งข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยตำรวจได้ควบคุม นายเอกพงษ์ ไปส่งให้กับ พ.ต.ท.สรณคม กึกก้อง พนักงานสอบสวน ส.ภ.เมืองแพร่ ดำเนินคดี แต่หลังการสอบสวนในเบื้องต้น ยังไม่สามารถดำเนินคดี นายเอกพงษ์ ได้ อย่างไรก็ตาม ในขณะที่เกิดการจับแกนนำ ทำให้ประชาชนที่เป็นสมาชิกเริ่มไม่เชื่อมั่น และหวั่นว่า จะเป็นกลุ่มหลอกลวงจริง จึงขอถอนตัวออกจากสมาชิกโดยขอรับเงินค่าสมัคร และค่าจัดการรวมจำนวน 300 บาทคืน ซึ่งพัฒนาสังคมได้นำคนเหล่านั้นไปแจ้งความที่ สภ.เมืองแพร่เช่นกัน ในข้อหาหลอกลวง และแอบอ้างใช้เอกสารของทางราชการ เป็นคำร้องขอกู้เงินทุนประกอบอาชีพจากกองทุนผู้สูงอายุประเภทบุคคล ซึ่งเป็นเอกสารของ พมจ.ที่ไม่ได้อนุญาตให้ใช้ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้บันทึกและขอเวลาในการศึกษากฎหมายและข้อมูลให้ชัดเจน เนื่องจากมีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ก่อนที่จะตั้งข้อหาต่อไป ก่อนที่พนักงานสอบสวนได้ปล่อยตัวนายเอกพงษ์ ผดุงวงศ์ ไป เมื่อเวลา 12.00 น. นายทองดี จงสุข สมาชิกสภาองค์กรชุมชน ต.บ้านหนุน อ.สอง จ.แพร่ กล่าวว่า เริ่มต้นมีผู้นำชาวบ้าน คือ นายเอกพงษ์ ผดุงวงศ์ มาจัดตั้งเครือข่ายสถาบันเกษตรกร หรือชื่อย่อว่า คสก.องค์กรดังกล่าวมีการช่วยเหลือด้านสิทธิของผู้สูงอายุและเกษตรกร มีภารกิจในการทำงานหลายๆ อย่าง อาทิ กองทุนเงินกู้ประกอบอาชีพผู้สูงอายุ ธนาคารต้นไม้ โรงไฟฟ้าชีวมวล และคาร์บอนเครดิต ซึ่งสิ่งเหล่านี้หน่วยงานราชการยังไม่ได้ให้ความสนใจเลย กลุ่มได้ดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาของชาวบ้านโดยตรง ซึ่งเป็นที่มาของการรวมตัวเป็นเครือข่ายดังกล่าว ก็ไม่เข้าใจว่ากลุ่มดังกล่าวมีความผิดได้อย่างไร เพราะได้อบรมจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ โดยมีหนังสืออนุญาตแทงมาจากสำนักนายกรัฐมนตรีไปถึง 5-6 กระทรวงหลัก ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการนี้ นายทองดี บอกว่า การที่ทางการออกมาใช้อำนาจดำเนินคดี อาจเกิดจากประชาชนที่แบ่งแนวคิดออกเป็นสองฝ่าย คือ เชื่อ กับไม่เชื่อ เป็นไปได้หรือเป็นไปไม่ได้ มองว่า เป็นองค์กรหลอกลวงชาวบ้าน ทำให้มีการร้องเรียน ก็ถือว่าถูกไม่ใช่เรื่องผิด การเดินทางมาที่หน้าศาลากลางก็เพื่อทำให้ความเข้าใจตรงกันและเกิดความกระจ่าง ไม่เกี่ยวกับการเมืองหรือเกี่ยวกับการเลือกตั้ง เป็นการออกมาชี้แจงความจริง ซึ่งไม่ว่าจะช่วงเลือกตั้งหรือปกติ ปัญหาปากท้องก็ยังไม่มีใครแก้ไขให้อย่างชัดเจน การทำงานขององค์กรได้รับการสนับสนุนจากรัฐ งบประมาณจะผ่านมาทาง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ทั้งนี้ สาเหตุที่เกิดเรื่องจนเกิดความวุ่นวายถึงกับการจับกุมแกนนำเกษตรกร ว่า เกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อ.หนองม่วงไข่ มีการสอบถามมาที่จังหวัด จังหวัดจึงส่งเรื่องข้อสอบถามไปยัง กทม. ส่วนกรณีที่มีการกล่าวหาว่า ผู้นำกลุ่มหมิ่นเบื้องสูงของทางจังหวัดแพร่ มาจากองค์กรได้นำภาพสมเด็จพระเทพรัตนฯ ที่ นายอัฐฤทธิ์ สิงห์ลอ แกนนำระดับประเทศตามข้อมูลข่าวสารทราบว่า ได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระเทพรัตนฯ อยู่เป็นประจำ และได้นำภาพในการเข้าเฝ้าฯมาใช้ ในกิจการเป็นเรื่องของความจงรักภักดีและใครๆ ก็นำไปติดไว้ที่บ้านเป็นสิริมงคล ไม่น่าจะเป็นเรื่องการหมิ่นเบื้องสูง “การจับผู้นำไปในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เป็นความถูกต้องหรือไม่ต้องดูให้ชัดไม่งั้นจะบานปลายหนัก” นายทองดี กล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจับกุม นายเอกพงษ์ ผดุงวงศ์ ไม่สามารถดำเนินคดีตามข้อหาได้ทำให้ตำรวจต้องปล่อยตัวสู่อิสรภาพภายในไม่กี่ชั่วโมง ซึ่งเบื้องหลังที่มีการจับกุมดังกล่าวนายเอกพงษ์ เชื่อว่า เกิดจากตนได้เข้าชี้แจงต่อ นายอภิชาติ เทียวพานิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 54 กรณีที่จังหวัดแพร่ออกหนังสือเวียนไปทั่วจังหวัด ว่า กลุ่มของนายเอกพงษ์ เป็นกลุ่มต้มตุ๋นอย่าหลงเชื่อ ซึ่งนายเอกพงษ์ ได้พยายามชี้แจงว่า องค์กรของตนเองดำเนินการถูกต้อง โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ขอโทษ และแก้ข่าวที่เกิดขึ้น แต่ไม่มีการดำเนินการแก้ไขทำให้นายเอกพงษ์ นำชาวบ้านที่เป็นสมาชิกมารวมตัวที่หน้าศาลากลางเพื่อทำการยืนยัน ว่า องค์กรของตนเองถูกต้อง แต่การเดินทางมากลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนำไปดำเนินคดีเสียก่อน อนึ่งองค์กร คสก.เคยระดมชาวบ้านในจังหวัดพะเยา เข้ามาสมัครเป็นสมาชิกกลุ่ม แลกสิทธิ์กู้เงิน และการช่วยเหลือในลักษณะเดียวกันที่จังหวัดพะเยามาแล้ว และทางจังหวัดพะเยา ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่างยืนยันว่า การดำเนินงานดังกล่าวไม่เกี่ยวกับทางราชการใดๆ ทั้งสิ้น

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์