ทหารพม่าบังคับย้ายอีกหมู่บ้านในรัฐฉาน หลังเกิดการสู้รบกับกลุ่มต่อต้าน

ยุทธวิธีตัดกำลังกลุ่มต่อต้านของทหารพม่าโดยการสั่งย้ายหมู่บ้านยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดจี้ย้ายอีกหลายหมู่บ้านในตำบลเมืองปูหลวง รัฐฉานภาคตะวันออก เหตุสงสัยหนุนกลุ่มต่อต้าน ขณะที่มีชาวบ้านหนีสู่แดนไทยไม่ขาดสาย มีรายงานจากแหล่งข่าวว่า ทันทีหลังเกิดการสู้รบระหว่างทหารพม่ากับทหารกองกำลังไทใหญ่ SSA กลุ่มพล.ท.เจ้ายอดศึก บริเวณบ้านเป็งคา ในตำบลเมืองปูหลวง (อยู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเชียงตุง) รัฐฉานภาคตะวันออก เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. ที่ผ่านมา ทหารพม่าสังกัดกองพันทหารราบที่ 43 ซึ่งรับผิดชอบในพื้นที่ได้มีคำสั่งด่วนบังคับย้ายหลายหมู่บ้านในตำบลเมืองปูหลวง เหตุเนื่องจากสงสัยชาวบ้านรู้เห็นเป็นใจและให้การสนับสนุนกองกำลัง SSA ทั้งนี้ หมู่บ้านที่ถูกสั่งบังคับโยกย้ายล่าสุดได้แก่บ้านสะลึง (มีหลังคาเรือนราว 30 หลัง) และบ้านสี่ป้อ (มีหลังคาเรือนราว 40 หลัง) โดยให้ย้ายเข้าไปอยู่รวมกันที่เมืองปูหลวง ซึ่งเป็นตำบลและให้แล้วเสร็จภายใน 5 วัน ขณะที่มีรายงานว่า ระหว่างที่ทหารพม่าเข้าไปยังหมู่บ้านดังกล่าวซึ่งอยู่ใกล้กับที่เกิดสู้รบนั้น ได้มีการจับทารุณสอบสวนผู้ใหญ่บ้าน เป็นเหตุให้ผู้ใหญ่บ้านได้รับบาดเจ็บขาหักไปข้างหนึ่ง นอกจากนี้ทหารพม่ายังได้ทำร้ายทุบตีชาวบ้านอีกร่วม 10 คน เหตุสงสัยเป็นผู้ให้การสนับสนุนกองกำลัง SSA ขณะที่มีรายงานว่า มีอีกหลายหมู่บ้านที่อยู่ในพื้นที่ตำบลเมืองปูหลวง มีแนวโน้มที่อาจถูกทหารกองทัพพม่าบังคับโยกย้ายเพิ่ม เช่นบ้านนาป่าไม้ และบ้านเป็งคา หมู่บ้านชาวปะหล่อง ซึ่งอยู่ใกล้ที่สู้รบมากที่สุด โดยขณะนี้ชาวบ้านได้ทะยอยขนข้าวออกจากพื้นที่ล่วงหน้าแล้ว ทั้งนี้ เมื่อช่วงกลางเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา ทหารพม่าชุดเดียวกันนี้ได้ก่อเหตุเผาทำลายหมู่บ้านชาวลาหู่และหมู่บ้านชาวปะหล่อง ในตำบลเมืองปูหลวงแล้วครั้งหนึ่ง เป็นเหตุให้มีหมู่บ้านถูกเผาเสียหายรวม 7 แห่ง เป็นหมู่บ้านชาวลาหู่ 4 แห่ง และหมู่บ้านชาวปะหล่อง 3 แห่ง มีบ้านเรือนถูกเผาทำลายวอดกว่า 50 หลัง สาเหตุเกิดจากทหารพม่าสงสัยชาวบ้านให้การสนับสนุนทหารกองกำลังไทใหญ่ SSA เช่นเดียวกัน อีกด้านหนึ่งมีรายงานด้วยว่า นับตั้งแต่เกิดเกิดสู้รบระหว่างทหารพม่ากับทหารกองกำลังไทใหญ่ \เหนือ\" SSA/SSPP ในพื้นที่รัฐฉานภาคเหนือตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ชาวบ้านในหลายตำบลถูกทหารพม่าละเมิดสิทธิ์ทั้งบังคับเป็นลูกหาบ เกณฑ์รถยนต์ ให้เฝ้าเวรยามคอยแจ้งข่าวการเคลื่อนไหวกองกำลังไทใหญ่ SSA รวมถึงยึดเอาข้าวของอย่างต่อเนื่อง ทำให้ชาวบ้านอยู่ไม่เป็นสุขและไม่มีเวลาทำงานให้ครอบครัวจึงพากันอพยพมายังชายแดนไทยด้านอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่แล้วนับสิบครอบครัว ผู้อพยพรายหนึ่งจากเมืองเกซี หนึ่งในพื้นที่สู้รบเปิดเผยว่า ตลอดช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยเห็นทหารพม่ากดขี่ข่มเหงรังแกชาวบ้านเช่นนี้ ขณะนี้มีทหารพม่าเป็นจำนวนมากเข้าไปเคลื่อนไหวในพื้นเมืองเกซีและมีเหตุละเมิดสิทธิ์ชาวบ้านต่างๆ นาๆ แทบทุกวัน โดยก่อนหน้านี้มีชาวบ้านอพยพมายังชายแดนไทยราว 40-50 คน ซึ่งมีทั้งเด็กและคนแก่ ทั้งนี้ หลังจากกองทัพเมืองไตย MTA ของขุนส่าล่มสลาย ตั้งแต่ปี 2539 ในรัฐฉานได้เกิดการบังคับโยกย้ายและเผาทำลายหมู่บ้านจากการกระทำของทหารพม่าอย่างต่อเนื่อง โดยรายงานหนังสือ \"ผู้ถูกช่วงชิง\" จากมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งรัฐฉาน SHRF ระบุ ระหว่างปี 2539 - 2540 กองทัพพม่าได้ใช้ยุทธการตัดสี่ (4 cuts) ต่อกลุ่มต่อต้าน คือตัดกำลังพล ตัดการสื่อสาร ตัดเสบียงอาหาร และตัดเงินสนับสนุน โดยมีการบังคับโยกย้ายหมู่บ้านกว่า 1