สัมภาษณ์: คำ ผกา “พี่ขอลาออกจากการเป็นเฟมินิสต์ มาเป็นคน”

สัมภาษณ์ “คำ ผกา” ลักขณา ปันวิชัย ว่าด้วยเรื่องกระแส “เฟมินิสต์” ในสังคมไทย ในช่วงที่ประเทศไทยอาจจะได้มีนายกรัฐมนตรีหญิงเป็นคนแรก ชี้ “เราต้องเห็นคนเป็นคนเท่าเทียมกันก่อน ไม่เช่นนั้นอย่าหวังว่าสิทธิสตรีจะมีความหมาย” หลังจากที่ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะที่เป็นผู้สมัครหมายเลขหนึ่งของพรรคเพื่อไทย ชนะการเลือกตั้งที่ผ่านมาอย่างขาดลอย และมีทีท่าว่าจะได้เป็น “นายกรัฐมนตรีหญิง” คนแรกของประเทศไทย กระแส “เฟมินิสต์” หรือสิทธิสตรีก็เริ่มเป็นที่ถูกพูดถึงในสังคมอย่างกว้างขวาง ดังจะเห็นตามหน้าสื่อไทยและต่างประเทศที่พยายามจะตอบคำถามว่า การที่เรามีผู้หญิงเป็นนายกฯ ของประเทศไทย จะแสดงถึงความก้าวหน้าของความเท่าเทียมของหญิงชายที่มากขึ้นได้หรือไม่ หรือประเด็นเรื่องสิทธิสตรีจะได้รับการส่งเสริมมากขึ้นหรือไม่อย่างไร นักวิชาการด้านสิทธิสตรีหลายท่าน ได้ให้ความเห็นต่อประเด็นดังกล่าวว่า ถึงแม้ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะมีเรือนร่างและเพศสภาพที่เป็นผู้หญิง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะสามารถส่งเสริมเรื่องความเสมอภาคหญิงชายได้ [1] เหล่านักต่อสู้เพื่อสิทธิสตรี จึงไม่ควรไปตั้งความหวังกับเธอมากนักในการผลักดันประเด็นดังกล่าว เนื่องจากเธอมีองค์ประกอบด้านอื่นๆ ทางการเมือง ที่ทำให้เธอ “ลอยเหาะ” เข้ามาในสนามการเมืองได้มากกว่าการขึ้นมาด้วยตนเองในฐานะสตรี [2] การที่ยิ่งลักษณ์อาจได้เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย มีความหมายอย่างไรต่อพื้นที่ทางการเมืองในสังคมไทย ทำไมต้องเรียกร้องสิทธิสตรีกับนายกฯ หญิง เรามาคุยกับ “คำ ผกา” นักเขียน และนักวิจารณ์สังคมแนวสตรีนิยมคนหนึ่งในประเทศไทย ภาพโดย Sora Wong คิดอย่างไรต่อความวิพากษ์ของนักสิทธิสตรีไทยที่มีต่อคุณยิ่งลักษณ์ เช่น คุณยิ่งลักษณ์ อยู่ในร่างกายที่เป็นผู้หญิง แต่ไม่ได้มีนโยบายชัดเจนเกี่ยวกับสิทธิสตรี จึงไม่สามารถเป็นตัวแทนกลุ่มสตรีได้ หรือคำสัมภาษณ์อื่นๆ ที่นักวิชาการให้สัมภาษณ์ว่ายิ่งลักษณ์คงเป็นความหวังมากไม่ได้เพราะเธอ “เหาะ”มาในการเลือกตั้งครั้งนี้ อยากจะขอถามความคิดเห็นพี่แขกในฐานะเฟมินิสต์คนหนึ่งว่ามีความคิดเห็นอย่างไร ถ้าอย่างนั้น พี่ขอลาออกจากความเป็นเฟมินิสต์มาเป็นคน มาเป็นประชาชนค่ะ คือ การที่เราจะตอบคำถามนี้ เราต้องเริ่มที่จะต้องตอบคำถามว่า เราไม่สามารถไปเรียกร้องความเป็นเฟมินิสต์จากคุณยิ่งลักษณ์ แล้วคุณยิ่งลักษณ์ก็ไม่เคยนิยามตนเองว่าเป็นเฟมินิสต์ แล้วคุณยิ่งลักษณ์ก็ไม่เคยใช้ความเป็นเฟมินิสต์หรือความเป็นเฟมินิสม์มาหาเสียง แล้วอยู่ๆ ถ้าถามว่าอยู่ดีๆ กลุ่มเฟมินิสต์จะมากดดันจากว่าที่นายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้หญิงให้ประกาศ นโยบายที่เกี่ยวกับผู้หญิงขึ้นมาในบัดดล ทั้งๆที่ตอนนี้กกต. ก็ยังไม่รองรับผลการเลือกตั้ง พี่คิดว่าไม่แฟร์ เพราะถ้าคุณมาด้วยตรรกะที่บอกว่า ความเป็น “Feminist mind” ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอวัยวะเพศ เหตุใดคุณจึงไม่เคยเรียกร้องนโยบายเกี่ยวกับเฟมินิสต์กับนายกรัฐมนตรีทุกคน ก่อนหน้านี้เลย เพราะถ้าคุณคิดว่าหากความเป็น feminist mind เพราะนายกรัฐมนตรีผู้ชายก็มี feminist mind ได้ แต่ทำไมฉับพลันที่เรามีว่าที่นายกฯเป็นผู้หญิงและยังไม่ทันได้ทำงานเลย เฟมินิสต์ก็ออกมาเต้นเร่าๆเสียแล้ว่าว่าที่นายกฯของเราไม่มีเฟมินิสต์มายด์ ถ้าการไม่มีเฟมินิสต์เป็นอาชญากรรมขนาดนั้น อดีตนายกฯทุกคนของไทยก็ต้องโดนก่นด่าด้วยน้ำหนักที่เท่ากัน ความย้อนแย้งของตรรกะชุดนี้คือ การที่พวกคุณคิดว่าผู้หญิงหากไม่มีเฟมินิสต์มายด์โทษจะหนักกว่าผู้ชาย นี่คือการกดขี่กันเองของผู้หญิงด้วยกัน ดิฉันไม่มีอะไรจะตำหนิคุณยิ่งลักษณ์ในเรื่องนี้เพราะคุณยิ่งลักษณ์ไม่เคยเคลมว่า ตัวเองเป็นเฟมินิสต์ คุณยิ่งลักษณ์ไม่เคยพกเอาเพศเชิงการเมืองเข้ามาหาเสียง she did not politicize her gender เธอชัดเจนว่าเธอเข้ามาเพราะครอบครัวของเธอเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่จะเข้ามาทำ งานการเมือง เธอประกาศชัดเจนว่า ครอบครัวของเธอเป็นหนี้ประชาชน เมื่อผลการเลือกตั้งออกมาว่าประชาชนเลือกพรรคของเธอเข้ามา เราก็ต้องเคารพและให้โอกาสเธอทำงาน ทำงานไปแล้วหกเดือนแล้วห่วยแตกอย่างยิ่ง ถึงวันนั้นค่อยมานั่งวิจารณ์ืกันไปทีละเรื่อง ไม่ใช่อยู่ๆจะมานั่งด่าเรื่องเป็นหรือไม่เป็นเฟมินิสต์ ถามว่า priority ของปัญหาของประเทศทุกวันนี้ คืออะไร? priority ของมันก็คือ ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นห้าปีหลังการรัฐประหาร คนยังต้องการความจริง คนยังต้องการความยุติธรรม ยังมีคนติดคุก ยังไม่ได้รับสิทธิที่จะประกันตัว แล้วคนจำนวนมากที่โหวตให้พรรคเพื่อไทย ต้องการสิ่งนี้เป็น priority หลัก แล้วข้อสอง คือ เขาต้องการเศรษฐกิจที่ดีขึ้น เพราะเศรษฐกิจซบเซาไปมาก คนไม่มีจะกิน น้ำมันแพง น้ำมันขาดตลาด น้ำตาลทรายขาดตลาด คนเข้าคิวไปตบตีกันแย่งซื้อน้ำมัน นี่เป็นปัญหาของมนุษย์ เด็กมีพ่อแม่เป็นกรรมกร ไม่ว่าจะหญิงหรือชายมีปัญหาเหมือนกันหมด มีปัญหาเรื่องค่าแรง ค่าครองชีพที่สูงขึ้น นโยบายเรื่องเรียนฟรีก็ไม่ได้ช่วยอะไร เพราะมีปัญหาเรื่องค่าชุดนักเรียนที่แพงขึ้น ค่ายานพาหนะ ค่าโดยสารที่แพงขึ้น คือทุกอย่างของมนุษย์ในทุกเพศทุกวัย คนไม่มีจะกิน เพราะฉะนั้น priority ที่จะแก้ปัญหา คือสิ่งเหล่านี้ เพราะฉะนั้นพี่คิดว่ามัน ridiculous (น่าขัน) ที่อยู่ดีๆ จะมาบอกว่าคุณยิ่งลักษณ์จะไม่เข้าใจผู้หญิง ไม่มีนโยบายสำหรับผู้หญิง เพราะนโยบายนี้เป็นนโยบายสำหรับคนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย คุณยิ่งลักษณ์กำลังพูดถึงประชาชนไทยไม่ว่าจะเพศใดก็ตาม เคยมีนักวิชาการด้านสิทธิสตรีวิจารณ์ว่า คุณยิ่งลักษณ์ไม่มีนโยบายด้านสตรีที่ชัดเจน ถึงแม้จะเคยพูดถึงเรื่องกองทุนสตรีหมู่บ้านล่ะ 100 ล้าน แต่ก็ไม่มีความชัดเจนว่าจะส่งเสริมสิทธิสตรีได้อย่างไร เช่น เรื่องสุขภาวะ หรือมิติด้านหญิงชายอื่นๆ อันนี้พี่ตอบได้เลยว่านายกรัฐมนตรีมีหน้าที่ที่จะเสนอนโยบายที่เป็นภาพรวม เรื่องสุขภาวะ มิติหญิง ชาย ปีกมดลูกข้างซ้ายข้างขวา เป็นเรื่องของคณะทำงาน ไม่ใช่ของนายกรัฐมนตรีในการไปลงรายละเอียดดังกล่าว เพราะฉะนั้นนายกมีหน้าที่ในการดีไซน์นโยบายขึ้นมา หลังจากนั้นจะเป็นเรื่องของทีมคณะทำงานที่จะวางแผน และลงรายละเอียด ที่จะดูว่าเงินร้อยล้านจะเอาไปใช้อย่างไร ถามว่าหลังจากยุบสภามามีเวลาหาเสียง 44 วัน ตอนนี้ กกต. ยังไม่รองรับผลเลย คุณจะให้คุณยิ่งลักษณ์ออกมาส่องมดลูกซ้ายขวาของคุณแล้วหรือคะ แล้วถ้าเหล่าเฟมินิสต์เหล่านั้นอยากจะผลักดันนโยบายสิทธิสตรีมาก ก็เชิญชวนให้เขียนโครงการและเสนอนโยบายให้แก่คณะทำงานของคุณยิ่งลักษณ์ หรือผลักดันนโยบายหรือวิสัยทัศน์ผ่านสื่อ ผ่านงานวิจัย บทความ เพื่อให้สังคมผลักดันรัฐบาลทำงาน อย่าลืมว่ารัฐบาลเป็นลูกจ้างของประชาชน รัฐบาลต้องฟังเราค่ะ อย่าไปเห็นนายกฯ เป็นเทวดา รู้ทุกเรื่อง อวตารลงมาแก้ทุกเข็ญให้มนุษย์ ไม่ใช่ แต่รัฐบาลนี้มาจากมือของประชาชน. เรามั่นใจว่าเรากดดันเขาได้ ตรวจสอบเขาได้ และเขาต้องแคร์เรา เพราะเรามีบุญคุณกับเขา เขาได้้เป็นนายกฯเพราะเรา ต่างจากรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากมือประชาชน จึงไม่แคร์ชีวิตประชาชน ปัญหาที่เร่งด่วนสำหรับสตรีตอนนี้ จากสายตาของเฟมินิสต์ไทยส่วนใหญ่ มักจะเป็นเรื่องสัดส่วนของผู้หญิงในสภา ความรุนแรงในครอบครัว และสุขภาวะ เป็นต้น? ถ้าอยากมีส.ส.ผู้หญิงในสภามากขึ้น ก็อยากจะเชิญชวนให้นักสิทธิสตรีเหล่านี้มาลงสมัครส.ส. ด้วย เพราะตอนนี้พื้นที่ทางการเมืองต้องการคนเก่งๆแบบพวกคุณเข้ามาช่วยทำงานเยอะๆ ช่วยเข้ามาเป็นตัวแทนประชาชน เป็นปากเป็นเสียงให้ประชาชน ตอนนี้ เรามีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้หญิงแล้ว ในเชิงสัญลักษณ์แล้ว มันคือแรงบันดาลใจที่สำคัญที่สุด ในการจะยกระดับหรือเปิดพื้นที่ทางการเมืองที่เคยเป็นพื้นที่ของผู้ชาย แล้วเป็นการพิสูจน์ว่าผู้หญิงสามารถทำได้ นี่มันมีพลังมากในเชิงสัญลักษณ์ แล้วถ้าเฟมินิสต์ทั้งหลาย บ่นว่าไม่มีผู้หญิงมาทำงานการเมือง ก็โปรดลงมาจากหอคอยงาช้าง ลงมาคลุกดิน คลุกฝุ่น คลุกโคลนตม ยอมลงมาแปดเปื้อนโสมมกับการเมืองที่คุณเรียกว่าสกปรกนักหนาเถิด แต่ ถ้าไม่อยากแปดเปื้อนก็โปรดเป็นนักวิชาการที่มีมนุษยธรรม ตั้งอกตั้งใจทำงานวิชาการเพื่อเป็นฐานความรู้ให้แก่สังคม ทำงานวิจัยเพื่อให้นักการเมืองสามารถหยิบงานของพวกคุณไปออกแบบนโยบาย หรือผลักดันกม.ในรัฐสภาได้ แล้ว มิติความรุนแรงในสังคม มันไม่ได้เพิ่งมาสำคัญวันนี้เมื้อวานนี้ มันมีมาตั้งแต่ “อำแดงเหมือน กับนายริด” และก่อนหน้านั้นในเรื่องปัญหาความไม่เท่าเทียมกันหญิงชาย แล้วคุณจะมาดิ้นเป็นพิเศษอะไรตอนนี้ ในเมื่อคุณก็มีศูนย์สตรีศึกษาอะไรตั้งนานแล้ว คุณก็ทำไปสิ ผลักดันนโยบาย เสนองานวิจัย ผลักดันให้เป็นกฎหมาย ไม่ว่ารัฐบาลนั้นจะมีนายกเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ตาม ฉะนั้นมันไม่แฟร์ที่อยู่ดีมาวันหนึ่งเรามีนายกฯ เป็นผู้หญิงและคุณจะให้สถานะของผู้หญิงดีขึ้นในช่วงข้ามคืน แล้วถามว่านายกที่ผ่านมาทำอะไร แล้วทำไมคุณไม่ไปเรียกร้องกับเขา แล้วคุณก็บอกเองว่า feminist mind ไม่ได้เกี่ยวกับเพศ ไม่ได้เกี่ยวกับร่างกาย อันนี้เป็นเรื่องที่พี่ยืนยันว่าเราต้องกดดันทุกรัฐบาล แต่ปัญหาความรุนแรง ปัญหาความไม่เท่าเทียม ปัญหาบ้าบอคอแตกของคุณมันมีมานานแล้ว มันมีมาตลอด อย่างปัญหาเรื่องการทำแท้งนี้ คนเขาก็สู้กันมาอยู่ตลอดเวลา คุณก็ย้อนกลับไปดูสิว่าไอการทำแท้งนี้เขาสู้กันมาในรัฐบาลกี่สมัย แล้วมันแพ้ไปเพราะอะไร เราไม่ได้แพ้ไปเพราะเรามีหรือไม่มีนายกเป็นผู้หญิง ต่อให้เอาซีโมน. เดอโบวัวร์มาเป็นนายกฯ ก็ไม่มีวันผลักดันกม.ทำแท้งได้ ถ้าโครงสร้างอำนาจทางศีลธรรมและศาสนาไทยเป็นแบบนี้ การที่ยิ่งลักษณ์เข้ามาเป็นนายก เป็นสัญลักษณ์ที่ดีของผู้หญิงในพื้นที่ทางการเมือง? คือ คุณยิ่งลักษณ์ไม่ได้เป็นเฟมินิสต์ แต่ในฐานะที่เป็นผู้หญิงในทางชีววิทยาและเราปฏิเสธไม่ได้ว่าลำพังความเป็น หญิงทางชีววิทยา การผ่านด่านเข้ามาอยู่ในตำแหน่งแคนดิเดตนายกฯไม่ใช่เรื่องง่าย ในเมื่อพื้นที่ทางการเมืองเป็นพื้นที่ของผู้ชาย (ทางชีววิทยา เช่นกัน) มาโดยตลอด การถูกมองว่าเป็นโคลนนิ่งทักษิณ ยิ่งทำให้ยาก ถามว่าเป็นโคลนนิ่งทักษิณนี่เป็นข้อได้เปรียบไหมในสังคมไทย ต้องตอบก่อนว่า ไม่ใช่ข้อได้เปรียบโดยสิ้นเชิง ในฐานะที่เธอมาจากครอบครัวทางธุรกิจที่ดีเป็นข้อได้เปรียบไหม ไม่ ทั้งหมดนี้เป็นจุดอ่อนหมด เพราะเหล่านี้เป็นสิ่งที่จะโจมตีเธอว่าไม่ได้ขึ้นมาด้วยตัวเอง ไม่ได้ยืนขึ้นมาด้วยขาของตัวเอง นี่คือข้อเสียเปรียบนะคะ. ไม่ใช่ข้อได้เปรียบ เธอถูกวิจารณ์เร็วๆ นี้โดยเฟมินิสต์ว่าเธอเหาะมา? ใช่ นี่เป็นข้อเสียเปรียบของเธอหมดเลย และท่ามกลางข้อเสียเปรียบแล้วนี้ ท่ามกลางสื่อทั้งหมดที่ไม่เคยเข้าข้างฝ่ายเสื้อแดง ท่ามกลางสื่อทั้งหมดที่ไม่เคยเข้าข้างฝ่ายประชาธิปไตย คุณยิ่งลักษณ์ฝ่าฟันจนชนะการเลือกตั้งมาได้ขนาดนี้ แสดงว่าเขาต้องมีดี ประชาชนทุกวันนี้ไม่โง่นะคะ ถ้าคุณสัมผัสกับคนเสื้อแดง คุณจะรู้ว่าคนเสื้อแดงเป็นประชาชนที่ระแวดระวังรักษาสิทธิของตัวเองอย่างยิ่ง เพราะกว่าจะได้การเลือกตั้งมา เขาเอาชีวิตเข้าแลก เพราะฉะนั่นคุณยิ่งลักษณ์ไม่ได้เข้ามาเพราะโชคช่วย ชนชั้นกลางอย่างพวกคุณทนเห็นชัยชนะของประชาชนไม่ได้ หัวใจจะวาย เกิดมาไม่เคยเห็นประชาชนฉลาด ไม่อยากยอมรับความจริง ก็หาเรื่องบ่นด่าไปเรื่อยเปื่อย มีแม้กระทั่งว่าคุณยิ่งลักษณ์พูดภาษาอังกฤษไม่เพราะ แต่ขอโทษ เป็นนายกรัฐมนตรีที่คนเลือกมา ต่อให้คุณเป็นใบ้ ก็ไม่ใช่ปัญหา อย่าว่าแต่ไม่พูดภาษาอังกฤษ คุณเป็นนาย นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นก็ไม่มีใครพูดภาษาอังกฤษเพราะ แล้วทุกวันนี้การวัดความรู้ภาษาอังกฤษเขาไม่ได้วัดกันที่ใครพูดเหมือนคน อังกฤษ เขาวัดกันที่ว่าใครสื่อสารได้รู้เรื่องมากน้อยแค่ไหน เขาไม่ได้มานั่งตรวจสำเนียงกันด้วย มีสำเนียงภาษาอังกฤษที่เป็นที่ยอมรับเป็นหลายร้อยสำเนียงในโลกนี้ มีแต่คนที่ตกค้างอยู่ในโลกของความรู้ในปลายศตวรรษที่ 18 เท่านั้นแหละที่สำเนียงอังกฤษเป็นสำเนียงอังกฤษที่น่าชื่นชมยกย่องอยู่ แต่นักสิทธิสตรีในองค์กรสิทธิฯ ส่วนใหญ่ก็มักจะมองว่าปัญหาด้านสตรีในการเมืองไทยที่สำคัญ เป็นปัญหาคอร์รัปชั่น เรื่องการค้ามนุษย์ (Human trafficking) หรือความรุนแรงภายในครอบครัว (Domestic violence)? พี่บอกว่าก่อนที่จะพูดปัญหาเหล่านี้ ช่วยพูดเรื่อง 91 ศพที่ตายไปต่อหน้าต่อตาหน่อย ว่าเป็น domestic violence แบบไหน ร้ายแรงเท่าๆกับเรื่อง human trafficking หรือเปล่า ต่อเรื่องแบบนี้ คุณเคยไปเรียกร้องกับอาจารย์อมราบ้างหรืเปล่า เึคยไปด่าอาจารย์อมราว่าสักแต่มีอวัยเพศเป็นหญิงแต่ไม่มีเฟมินิสต์มายด์ไหม? ไม่เลย มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาพวกเราทุกคน ในยุคสมัยของเรา เกิดขึ้นต่อหน้าเรา มีคนแก่ที่อุบลฯ ถูกกล่าวหา และติดคุกไป แต่ไม่ได้รับการประกันตัว เป็นอัมพฤกษ์ อยู่ห้องไอซียู ใส่ตรวนที่ขา สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาเรา เขาควรจะได้รับการถูกพูดถึงในฐานะผู้ถูกกระทำไหม เท่าๆกับสิ่งที่เราจะพูดถึงเมื่อพูดถึง human trafficking หรือ domestic violence ไหม domestic violence อย่างที่บอกมันมีมาตั้งแต่สมัย “อัมแดงเหมือนกับนายริด” ในยุคนั้นไม่มี domestic violence หรอ แล้วทำไมจู่ๆ คุณจะมาชักดิ้นชักงอเมื่อคุณยิ่งลักษณ์เป็นนายก ทำไมปีที่แล้วคุณไม่ชักดิ้นชักงอกับอภิสิทธิ์ล่ะคะ เรื่องความรุนแรงในครอบครัวนี่น่ะ และ นี่คือ “domestic violence” ในครอบครัวที่เรียกว่าประเทศไทย ถ้าคุณไม่คิดว่าเพื่อนร่วมชาติเป็นครอบครัวเดียวกับคุณ ถ้าคนในครอบครัวตาย แล้วก็ไม่มีคำตอบอะไรเลย จากฝ่ายราชการ หรือฝ่ายใดที่ควรจะที่ควรจะรอบผิดชอบ เช่น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ซึ่งก็มีผู้หญิง เช่นอาจารย์อมรา ก็เป็นผู้หญิง แล้วก็ไม่ได้เป็นเฟมินิสต์ที่ไหน แล้วก็ไม่เห็นจะเรียกร้องให้อมรามาสู้เพื่อ domestic violence ที่ไหนเลย นี่เป็นเรื่องของคณะกรรมการสิทธิ เอาสิ คุณไปเรียกร้องอาจารย์อมราเลย เรื่องความรุนแรง มีเมียน้อย อะไรก็ว่าไป ประเด็นสิทธิสตรีในเมืองไทย คิดว่ามีปัญหาอะไรที่เร่งด่วน และมีข้อเสนออย่างไร พี่คิดว่าปัญหาของสิทธิสตรีในเมืองไทยคือการมองไม่เห็นปัญหา “สิทธิมนุษยชน” ที่ใหญ่กว่าสิทธิสตรี ถ้าเรามองว่าสตรีคือมนุษย์ ปัญหาใหญ่กว่าคือ เราต้องมีสิทธิมนุษยชนเป็นเบื้องแรก ซึ่งสิทธิมนุษยชนเมืองไทยยังไม่มี ซึ่งถ้าปัญหาเรื่องสิทธิมนุษยชนยังไม่ได้รับการดูแล อย่าหวังว่าเรื่องสิทธิสตรีจะมีความหมาย เอาแค่นี้เลย สั้นๆ เพราะผู้หญิงก็คน เป็นมนุษย์ ถ้าคุณทำปัญหาเรื่องสิทธิมนุษยชนได้ เรื่องอื่นก็ได้ต่อได้ เรื่องเกย์ เลสเบี้ยนอะไรก็ทำต่อได้ แต่นี่ความเป็นคนยังไม่มี ฉะนั้น ปัญหาของสิทธิสตรีในสังคมไทยตอนนี้คือยังไม่มีใครเหลียวมองเรื่องสิทธิมนุษยชนอย่างเพียงพอ แล้วเรื่องคนไม่มีจะกิน นี่เขาไม่มาแยกหญิงแยกชายหรอกค่ะ ขอมีจะกินให้เท่ากันก่อน คุณไม่เคยเป็นกรรมกร ไม่เคยมีค่าแรงวันล่ะ 250 คุณไม่รู้หรอกว่า การจะเอาชีวิตให้รอดแต่ล่ะวันมันยากลำบากแค่ไหน ท้ายสุดนี้อยากจะฝากบอกอะไร? ขอเป็นกำลังใจให้นักสิทธิสตรีทุกคนตั้งใจทำงาน หาข้อมูล อ่านหนังสือแล้วก็หาความรู้ให้ตัวเอง และออกไปสัมผัสชีวิตมนุษย์บ้าง แขกจะเป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ [1] อาภาพร สัมฤทธิ์ อาจารย์ประจำศูนย์สตรีศึกษา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอเอฟพี เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า “แม้ว่าร่างกายของเธอจะเป็นหญิง แต่เธอคิดแบบผู้ชาย และตนไม่คิดว่าเธอจะทำอะไรให้กับผู้หญิงเป็นพิเศษ\ [2] ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ ได้เสนอความคิดเห็นในเวทีสาธารณะที่ ม.ธรรมศาสตร์เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมาว่า ขบวนการสิทธิสตรีอาจจะช่วยสร้างให้เกิดความตระหนักรู้เรื่องประเด็นสิทธิ สตรีกับคุณยิ่งลักษณ์ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องไม่ลืมว่ายิ่งลักษณ์มาด้วยองค์ประกอบทางการเมือง อื่นๆ ที่ทำให้เธอ “เหาะ” มาได้ จึงไม่ควรตั้งความหวังกับเธอมากนัก เรื่องที่เกี่ยวข้อง เอเอฟพีชี้ชัยชนะ \"ยิ่งลักษณ์\" ไม่ใช่ยุคทองสตรี อาจารย์มช.เห็นต่างชี้ \"เฟมินิสต์\" ไม่เข้าใจหญิงชนบท 'พลังสตรี'แนะ'ปู'เรียนรู้สังคมไทย ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี ยกการเมืองหญิงสามัญชน โต้ Feminist อัด มองแค่เพศวิถี"

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์