ชำแหละ กสม. จากที่มาอันน่าชัง สู่ผลงานที่ต้องรับผิดชอบ

หลังจากหนังสือพิมพ์หลายฉบับได้เปิดเผยรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สลายการชุมนุมของ นปช. เมื่อปีที่แล้ว ได้สร้างกระแสการวิพากษ์วิจารณ์ กสม. อย่างมากจากในแวดวงนักสิทธิมนุษยชน นักข่าว และจากเสื้อแดงเอง
 

ผู้เขียนในฐานะนักสิทธิมนุษยชนและผู้สังเกตการณ์ กสม. มีความเห็นเช่นเดียวกับเพื่อนนักสิทธิมนุษยชนหลายคน ต่อ กสม. ชุดนี้คือ ไม่ได้มีความคาดหวังกับ กสม. ชุดนี้แม้แต่น้อย ตั้งแต่ถูกแต่งตั้งเข้ามาทำงานเมื่อสองปีที่แล้วมาเพราะเห็นว่ากรรมการฯ หกคนจากเจ็ดคน (ยกเว้นหมอนิรันดร์ พิทักษ์วัชระ) เป็นเพียงนักสิทธิมนุษยชนที่กินภาษีประชาชน และเป็นกรรมการสิทธิฯ เพียงแต่ชื่อ ไม่ได้ทำงานโดยยึดหลักสิทธิมนุษยชน หรือต้องการทำให้สถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยดีขึ้นแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนเห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นควรเป็นไปมากกว่าการวิพากษ์วิจารณ์องค์กรนี้ อย่างเอามัน แต่ควรเป็นการทำความเข้าใจปรากฎการณ์ที่เกี่ยวข้องกับรายงานฉบับนี้ว่ามีที่ มาอย่างไร ทำไมเนื้อหาในรายงานนี้ถึงออกมาเป็นแบบนี้ รวมถึงคำถามที่ว่า ใครในกรรมการสิทธิฯ ต้องเป็นคนที่รับผิดชอบกับรายงานฉบับนี้

คณะกรรมการฯ ของ “คนที่ไม่รู้เรื่องสิทธิมนุษยชน” 
หากพูดกันจริงๆ ความล้มเหลวของ กสม. ชุดนี้เป็นผลผลิตโดยตรงจากรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่ให้อำนาจศาลในการเลือกกรรมการฯ แทนที่จะให้มีคณะสรรหาตามรัฐธรรมนูญปี 2540 ที่มีตัวแทนจากภาคประชาสังคมและองค์กรที่มีความหลากหลายและเข้าใจประเด็น สิทธิมนุษยชนมาเป็นกรรมการสรรหา

ตามรัฐธรรมนูญปี 2540 และ พ.ร.บ.คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนปี 2540 กรรมการสรรหาฯที่มีความหลากหลายประกอบไปด้วยด้วยตัวแทนจากพรรคการเมือง องค์กรสิทธิมนุษยชน ผู้แทนมหาวิทยาลัย ประธานศาลฏีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด อัยการสูงสุด นายกสภาทนายความ ผู้แทนสื่อมวลชนรวมกันทั้งหมด 22 คน

ในขณะที่กรรมการสรรหา กสม. ตามในรัฐธรรมนูญ 2550 ประกอบไปด้วยตัวแทนของฝ่ายตุลาการเป็นหลัก คือ ประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครอง ประธานสภาผู้แทนราษฎร บุคคลซึ่งที่ประชุมใหญ่ศาลฏีกาคัดเลือก บุคคลซึ่งที่ประชุมใหญ่ศาลตุลาการในศาลปกครองสูงสุดคัดเลือก และตัวแทนฝ่ายค้าน

ผลผลิตอีกอย่างที่สำคัญจากการเปลี่ยนแปลงนี้ ทำให้จำนวน กสม. จากทั้งหมด 11 คนต้องลดเหลือเพียง 7 คน

ถ้าหากเราได้อ่านรายงานการสรรหากรรมการฯ ที่ทำโดยสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน หลายคนจะต้องตั้งคำถามกับกรรมการสรรหาอย่างแน่นอนว่า ใช้หลักเกณท์อะไรในการเลือกคนเหล่านี้เข้ามา และให้ความชอบธรรมอะไรในการอธิบายว่าคนเหล่านี้เป็น “ผู้ซึ่งมีความรู้หรือประสบการณ์ด้านการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนเป็น ที่ประจักษ์”

ทำไมบุคคลอย่างพลตำรวจเอกวันชัย ศรีนวลนัด บุคคลที่มีพื้นเพจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (องค์กรที่เป็นคู่กรณีกับเหยื่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนมากที่สุด) หรือนายปริญญา ศิริสารการ อดีตนักธุรกิจ รองประธานสภาอุตสาหกรรมนครราชสีมา ถึงเป็นสองคนแรกที่ถูกเลือกเข้ามา ด้วยคะแนน 4 เสียงจาก 6 เสียง โดยการลงคะแนนครั้งแรก  

ด้วยพื้นเพในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐ ทัศนะของพลตำรวจเอกวันชัยจึงไม่เข้าใจความแตกต่างระหว่างความมั่นคงของรัฐ กับสิทธิมนุษยชน หลังเหตุการณ์การชุมนุมเดือนเมษา-พฤษภา 53 ยุติลง พลตำรวจเอกวันชัยได้ออกแถลงการณ์ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนใน กระบวนการยุติธรรมว่า ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการวางเพลิงสามารถมาร้องเรียน กสม.ให้ฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้วางเพลิงได้ โดยไม่ได้มีการพูดถึงสิทธิของเหยื่อจากการใช้ความรุนแรงของรัฐเลย

อีกด้านหนึ่งนายปริญญา ศิริสารการ อดีตนักธุรกิจมีชื่ออยู่ในรายงานของ กสม. ชุดอาจารย์เสน่ห์ จามริกว่า เป็น “ผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชน” ให้ความเห็นระหว่างกระบวนการรับฟังวิสัยทัศน์โดยวุฒิสภาว่า รัฐบาลพม่าถูกประเทศตะวันตกละเมิดสิทธิมนุษยชน และให้ความเห็นว่า รัฐบาลพม่า “บริหารการฆ่า” ชนกลุ่มน้อยเก่ง

กรรมการสรรหาฯ มีหลักเกณท์อะไร จะสามารถให้เหตุผลและให้ความชอบธรรมอย่างไรกับการเลือกสองคนนี้เข้ามา แทนการเลือกบุคคลที่มีประสบการณ์ทางด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นที่ประจักษ์ อย่างคนอื่นๆ ที่มีประสบการณ์การทำงานทางด้านสิทธิมนุษยชนหลายสิบปีอีกหลายสิบคน เช่น บรรจง นะแส บารมี ชัยรัตน์ อังคณา นีละไพจิตร ไพโรจน์ พลเพชร ศุกาน์ตา สุขไผ่ตา สุรพงษ์ กองจันทึก วัลลภ ตังคณานุกรักษ์ มาลี พฤกษ์พงศาวลี เตือนใจ ดีเทศน์ ฯลฯ

แต่ปัญหาไม่ได้จบที่แค่สองคนนี้ กรรมการสรรหาฯ ยังเลือก นายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการเมาไม่ขับที่ยังคงรณรงค์แต่เรื่องเมาไม่ขับในฐานกรรมการสิทธิฯ วิสา เบ็ญจะมโน นักสังคมสงเคราะห์ที่ให้สัมภาษณ์ว่า การทำแท้งเป็นการละเมิดสิทธิเด็กได้อย่างมั่นใจ (โดยไม่ได้ศึกษาอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กที่ให้ความนิยามว่า สิทธิเด็กเกิดขึ้นหลังจากที่เด็กได้เกิดขึ้นแล้ว) หรือไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ อดีตเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญที่ทุกคนรู้จักผ่านวาทกรรม “รองเท้าแตะแม่ค้าเสื้อแดงละเมิดสิทธิอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ”

ตรวจสอบ- ติดตามการทำงานไม่ได้
ประชาชนที่เป็นผู้เสียภาษีให้กับงบประมาณของ กสม. ปีละประมาณ 200 ล้าน รวมถึงราคารถเบนซ์-BMW ประจำตำแหน่งราคาหลายล้าน และเงินเดือนแสนกว่าๆ ให้กับกรรมการสิทธิฯ ไม่สามารถตรวจสอบได้เลยว่า ในระยะเวลาสองปีที่ผ่านมา กรรมการสิทธิฯ ได้ตรวจสอบกรณีละเมิดสิทธิมนุษยชนอะไรไปแล้ว

หากเราเช็คดูเว็ปไซต์กรรมการสิทธิฯ เราจะเห็นว่ารายงานการตรวจสอบที่บรรจุในเว็บไซต์เกือบ 90 เปอร์เซ็นต์ เป็นรายงานการทำภายใต้ กสม. ชุดอาจารย์เสนห์เป็นหลัก มีรายงานที่ตรวจสอบโดย กสม. ชุดนี้ไม่ถึง 5 กรณี

ที่ร้ายไปกว่านั้น ตั้งแต่ กสม. ชุดนี้เข้ามาทำงานตั้งแต่ปี 2552 ยังไม่เคยมีการทำรายงานประจำปีออกมาเลย มีเพียงแต่ร่างรายงานประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนไม่ถึงสิบหน้า ผู้เขียนทราบมาว่า เรื่องร้องเรียนที่ประชาชนร้องเรียนกับกรรมการสิทธิในปี 2553 กว่า 500 เรื่อง ยังไม่มีเรื่องไหนเลยที่ตรวจสอบสำเร็จแล้ว

กรรมการสิทธิฯ ไร้หลักการราคา 200 ล้านบาท
ช่วงที่เกิดการชุมนุมของเสื้อแดง กรรมการสิทธิฯ ภายใต้การนำของอมรา พงศาพิชญ์ ได้นำคณะกรรมการสิทธิฯ ไปพบอดีตนายกรัฐมนตรี ผู้นำศาสนา แกนนำเสื้อแดง จนถึงการรณรงค์อย่างไร้เหตุผลและน่าขบขันให้ประชาชนทั่วประเทศอธิษฐานให้ สถานการณ์ในประเทศดีขึ้น ทั้งๆ ที่หน้าที่เหล่านี้ไม่ได้เป็นอำนาจหน้าที่ของ กสม. ตามรัฐธรรมนูญและตาม พ.ร.บ.กสม. แม้แต่น้อย เพราะ กสม. เป็นสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีหน้าที่ในการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่คณะกรรมการสมานฉันท์ฯ

ร่างรายงานอื้อฉาวฉบับนี้ที่ได้รายงานตามหนังสือพิมพ์ นอกเหนือจากมีความ “กล้า” ในการสร้างความจริงชุดใหม่ขึ้นมา กสม. ยังมีความล้มเหลวในการเขียนให้เสร็จตามเวลาที่กำหนดด้วย

คณะอนุกรรมการสามชุดที่ตรวจสอบเหตุการณ์สลายการชุมนุมประกอบไปด้วย 1) อนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อพิจารณาตรวจสอบกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการ ชุมนุมของกลุ่ม นปช. 2) คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานกรณี เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการชุมนุมของกลุ่ม นปช. และ 3) อนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อการตรวจสอบด้านกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ถูกแต่งตั้งขึ้นวันที่ 12 พฤษภาคม 2553 โดยมีอายุการทำงานสี่เดือน กล่าวคือ รายงานที่ตรวจสอบต้องเปิดเผยตั้งแต่กันยายน 2553 แต่ตอนนี้จะเข้าเดือนสิงหาคม 2554 แล้วรายงานนี้ก็ยังไม่เสร็จซะที

รายงานฉบับนี้ยังมีเนื้อหาที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนโดยตรง เช่น การปฏิเสธว่า หน้าที่หลักในการส่งเสริมและคุ้มครองไม่ได้อยู่ที่รัฐแต่อยู่ที่ประชาชน โดยไม่ได้เข้าใจว่า รัฐเป็นองค์กรที่ลงนามในสนธิสัญญาสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ดังนั้นระดับความรับผิดชอบในสิทธิมนุษยชนต้องอยู่ที่รัฐเป็นหลัก

ดังนั้นรายงาน กสม. เป็นรายงานที่มีอคติ แทนที่จะตั้งคำถามว่า รัฐในฐานะองค์กรที่มีหน้าที่คุ้มครองสิทธิมนุษยชน ได้ละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือเปล่า กลับไปตั้งคำถามว่าผู้ชุมนุมได้ละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไหม

ปัญหาของรายงานรวมไปถึงการไม่เข้าใจว่าสิทธิมนุษยชนไม่ได้มีความสำคัญ เท่ากันหมด มีสิทธิบางสิทธิที่เหนือกว่าสิทธิอื่นๆและเป็นสิทธิที่ละเมิดไม่ได้เป็นอัน ขาด

หากการชุมนุมของเสื้อแดงมีการใช้อาวุธ ก็นับว่าเป็นความผิดทางอาญาของคนที่มีอาวุธ แต่ไม่ได้หมายความว่าการที่คนจำนวนน้อยไม่กี่สิบคนกระทำผิดกฎหมายจะสามารถ เหมารวมอย่างง่ายๆ ว่าประชาชนที่เข้าชุมนุมอีกกว่าหมื่นคน ที่รวมถึงผู้หญิง เด็ก คนชรา หรือประชาชนธรรมดาทำผิดกฎหมายหมด และรัฐบาลสามารถสลายการชุมนุมโดยมีเป้าหมายในการสังหารประชาชนเหล่านั้นได้ เพราะสิทธิการมีชีวิตอยู่เป็นสิทธิที่สูงที่สุด และเป็นที่ยอมรับกันว่าในภาวะฉุกเฉิน รัฐไม่สามารถอ้างความมั่นคงของรัฐในการปลิดชีพประชาชนได้อย่างชอบธรรม

ความรับผิดชอบควรอยู่ที่ใคร
มาถึงคำถามที่สำคัญ ในขณะที่กระแสข่าวได้เล็งความรับผิดชอบไปให้นายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์ ในฐานะเลขาธิการ กสม. ซึ่งผู้เขียนไม่เห็นด้วยว่า นายแพทย์ชูชัยควรเป็นคนเดียวที่ต้องถูกสังคมตั้งคำถามหรือประณาม

แต่หากเราได้ดูรายชื่อคณะกรรมการฯ ที่เป็นตัวหลักในการเขียนรายงานฉบับนี้ เราจะเห็นว่า มีบุคคลอีกสามคนที่ต้องให้คำตอบกับสังคมกับรายงานฉบับนี้เหมือนกัน และอาจจะต้องมีความรับผิดชอบมากกว่า คือ:  

ศาสตราจารย์อมรา พงศาพิชญ์ ประธานอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อพิจารณาตรวจสอบกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจาก การชุมนุมของกลุ่ม นปช. และที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลัก ฐานกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการชุมนุมของกลุ่ม นปช.

พลตำรวจเอกวันชัย ศรีนวลนัด ประธานอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อการตรวจสอบด้านกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการชุมนุมของกลุ่ม นปช. และอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อพิจารณาตรวจสอบกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการ ชุมนุมของกลุ่ม นปช.

ไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ ประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐาน กรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการชุมนุมของกลุ่ม นปช. และอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อพิจารณาตรวจสอบกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการ ชุมนุมของกลุ่ม นปช.

ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการสามชุดนี้ ทั้งสามคนนี้ต้องมีหน้าที่โดยตรงในการควบคุมการตรวจสอบ รวบรวมพยานหลักฐาน และปฎิเสธไม่ได้ว่า ต้องเป็นคนที่เห็นชอบแนวทางการตรวจสอบและตัวรายงานเอง

บุคคลสามคนนี้ต้องให้คำตอบกับสังคมว่าเกิดอะไรขึ้นกับรายงานฉบับนี้และใน ฐานะผู้บริหารขององค์กรฯ จะมีความรับผิดชอบอย่างไรกับรายงานฉบับนี้

รู้ดีว่า

รู้ดีว่า กสม.คือขี้ไม่เอานิ้วไปจิ้มมาดมหรอก

เมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาล พวกเข

เมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาล

พวกเขาควรมีมารยาทลาออกไป
เพื่อให้มีการคัดสรร กสม. คณะใหม่ หรือเปล่า????

ถ้ากรรมการเป็นผลผลิตของอุดมกา

ถ้ากรรมการเป็นผลผลิตของอุดมการณ์หรืออยู่ภายใต้อุดมการณ์อำมาตย์-อำนาจนิยม-เผด็จการ

มันก็ขัดแย้งกับหลักสิทธิเสรีภาพของประชาชนหรือหลักสิทธิมนุษยชนตามระบอบเสรีประชาธิปไตยโดยอัตโนมัติ

ผลงานพฤติการณ์ต่างๆของกรรมการก็ย่อมตอบสนองอุดมการณ์ที่ฝังตัวอยู่ภายในอย่างเป็นที่คาดหมายได้ัอยู่แล้ว

ถ้ากรรมการเป็นผลผลิตของอุดมกา

ถ้ากรรมการเป็นผลผลิตของอุดมการณ์หรืออยู่ภายใต้อุดมการณ์อำมาตย์-อำนาจนิยม-เผด็จการ

มันก็ขัดแย้งกับหลักสิทธิเสรีภาพของประชาชนหรือหลักสิทธิมนุษยชนตามระบอบเสรีประชาธิปไตยโดยอัตโนมัติ

ผลงานพฤติการณ์ต่างๆของกรรมการก็ย่อมตอบสนองอุดมการณ์ที่ฝังตัวอยู่ภายในอย่างเป็นที่คาดหมายได้ัอยู่แล้ว

ถุย

ถุย

ดูความเชื่อมโยงที่มาของกรรมกา

ดูความเชื่อมโยงที่มาของกรรมการชุดนี้ ก็ไม่ได้คาดหวังถึงความเป็นธรรมแท้จริงอยู่แล้ว เพียงแต่นึกไม่ถึงว่ามันจะทุเรศกว่าที่คาดหมายไว้....

ที่มาแบบนี้ไง

ที่มาแบบนี้ไง ถึงกล้าออกมารับประกันว่าทหารขนอาวุธสงครามร้ายแรงที่ใช้สำหรับป้องกันรักษาอธิปไตยของประเทศ มายิงประชาชนเจ้าของประเทศซะเอง เป็นเรื่องที่ทำได้โดยไม่ผิดกฏหมาย ในขณะที่ตำรวจใช้วิธีการสลายการชุมนุมตามหลักสากลไม่มีอาวุธสงครามสักชิ้นกลับถูกคณะ กสม.(กูส่งมา)ชุดนี้กล่าวหาว่าทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ

อย่างที่เม้นท์ด้านบนว่าครับ อย่าว่าแต่เป็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเลยครับ เป็นคนยังไม่ได้เลย

ฝากประชาชนที่รักความเป็นธรรมทุกท่านด้วยนะครับ ถ้ากสม.ชุดนี้ยังหน้าด้านหน้าทนอยู่ในตำแหน่งแต่ทำงานได้เท่านี้ พวกเรามีสิทธิ์ที่จะรวบรวมรายชื่อให้ได้ 20000 คน เสนอวุฒิสภาให้ดำเนินการถอดถอนได้ แต่ก็อีกนั่นแหละครับ วุฒิสภาชุดนี้ครึ่งหนึ่ง มันก็มาจากวิธีการเดียวกันแถมยังได้เป็นประธานวุฒิเสียด้วย แล้วแบบนี้จะมาถอดถอนพวกเดียวกันได้หรือ

นี่แหละผลพวงจาก รธน.ปีศาจที่ภายนอกดูดี แต่แอบแฝงไปด้วยยาพิษที่ซุกซ่อนไว้ แถมไม่ยอมให้แก้ง่ายๆถ้าไม่ถูกใจพวกเขา

สรุปได้ว่า เอารัฐธรรมนูญฉบับปีศาจคืนไป แล้วเอารัฐธรรมนูญฉบับประชาธิปไตยคืนมา

Maximus

[quote=Maximus]สิบพ่อค้า
ไม่เท่าพระยาเลี้ยง[/quote]

สิบพระยาเลี้ยง = คอรัปชั่น ทั้งประเทศไง !!!

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาต

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)...ฟังดูดีนะครับ

ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจกันก่อน ว่าพวกเรานั้นไม่มีสิทธิมนุษยชนในชาตินี้
คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมา จึงเป็นคณะกรรมการที่ทำหน้าที่ตรงกันข้ามกับความเข้าใจของคนทั่วไป

บทบาทและหน้าที่ของคณะกรรมการฯก็คือ ควบคุมและป้องกันไม่ให้มีสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้นในชาตินี้

ทีนี้แจ่มไหมละครับ?
ยิ่งชำแหละก็ยิ่งแจ่มเลยครับ

แต่ถ้าชำแหละไปเรื่อยๆจะไม่เจออะไรเลย
เพราะกสม.ไม่มีกระดูก...ผมคิดว่าพวกเขาไม่ใช่ "คน" นะครับ
เพราะถ้าเป็นคน พอชำแหละไปก็ต้องเจอกระดูก

กรรมการกำจัดสิทธิพลเมือง

กรรมการกำจัดสิทธิพลเมือง เสมือนต้องการให้เป็นทาส

นับวัน ยิ่งเห็นชัดเจน
คำทำนายที่ได้ยินมาตั้งแต่วัยเด็ก
แต่ไม่ใช่ของฤาษีลิงดำ
เป็นพุทธทำนาย บันทึกในใบลานอักษรขอม
เป็นสิ่งที่น่ากังวล ข้อมูลไม่สามารถนำมาเปิดเผยในที่สาธารณะด้วยข้อจำกัดทางกฎหมาย

ถ้ายิ่งลักษณ์กับญาติๆเดินทางไปไหว้กระดูกพ่อแม่
แล้วถูกกล่าวหาว่าทำความผิดทางการเมือง
ผมว่า มันมากไปหน่อย

เหมือนคนกล่าวหาเกิดเองจากกอไผ่

ดูๆไปแล้ว ถ้ายิ่งลักษณ์ไม่ผ่าน
มีเหตุผลเดียว
เธอใช้นามสกุล ชินวัตร

ดวง

[quote=ดวง]ลิ่วล้อทรราชดิ้นกันหย่ายยย คิกๆๆๆ[/quote]

ทรราชหมายถึงพ่อมึังใช่เปล่า

....กสม. ชุดของ นางอมรา

....กสม. ชุดของ นางอมรา พงษ์ศาพิชญ์ นี่ น่าจะมาจากคำว่า " กู สม กับ เกิด มา เป็นขี้เรื้อน " อย่างแน่แท้...ถุย...!!!

ทำไมประเทศไทยถึงมีคนประเภทนี้

ทำไมประเทศไทยถึงมีคนประเภทนี้มากน้ก หรือเพราะว่ามือที่มองไม่เห็น
มันสั่งได้ทุกอย่างที่มันต้องการ กสม ที่มีนาง อมรา ก็เป็นกากเดนที่มันสั่ง
ได้เช่นกัน บ้าจนลืมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ตลอดจนบรรพบุรุษที่ให้กำเนิด
นามสกุลนี้จะเหม็นไปทั่วประเทศไทย ระวังเมื่อตายไปจะหาสัปเหล่อมาเผา
ไม่ได้ เพราะเป็นที่รังเกียจของสังคม ดูลักษณะแล้วไม่น่าจะอยู่นานสักเท่าไร
อีกอย่างเพราะมีคนแช่งกันเยาะ หมั่นใส้จริงๆคิดว่าอาจจะมีโอกาสพบกัน
ในที่สาธารณะเช่นบนถนนบ้าง ระวัง

กรณีปัญหาของกรรมการสิทธิฯ

กรณีปัญหาของกรรมการสิทธิฯ ถ้าจะแก้ไข ต้องกลับไปแก้ไขรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ และ พรบ.คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ภายหลังการรัฐประหารมีการแก้ไข "กระบวนการ/วิธีการสรรหา" คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยให้อำนาจแก่ ฝ่ายตุลาการ ศาลต่างๆ มีบทบาทหลักในการสรรหา ในขณะที่รัฐธรรมนูญปี ๔๐ การสรรหาจะเปิดให้มีการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ อย่างหลากหลายมากกว่า...

การสรรหาแบบเดิมตามรัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐
คณะกรรมการสรรหากรรมการประกอบด้วย ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด อัยการสูงสุด นายกสภาทนายความ อธิการบดีหรือผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นนิติบุคคลแห่งละหนึ่งคนซึ่งเลือกกันเองให้เหลือห้าคน ผู้แทนองค์การเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนตามมาตรา ๒๔ แห่งละหนึ่งคนซึ่งเลือกกันเองให้เหลือสิบคน ผู้แทนพรรคการเมืองทุกพรรคที่มีสมาชิกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคละหนึ่งคนซึ่งเลือกกันเองให้เหลือห้าคน ผู้แทนสื่อมวลชนในกิจการหนังสือพิมพ์ วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ซึ่งเลือกกันเองกิจการละหนึ่งคนรวมเป็นสามคน และเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นเลขานุการ และให้คณะกรรมการสรรหามีหน้าที่สรรหาและจัดทำบัญชีรายชื่อบุคคลที่เหมาะสมจะเป็นกรรมการตามมาตรา ๕ จำนวนยี่สิบสองคน โดยต้องคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของทั้งหญิงและชายเสนอต่อประธานวุฒิสภา โดยต้องเสนอพร้อมความยินยอมของผู้ได้รับการเสนอชื่อนั้น รวมทั้งเอกสารหรือหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้ที่เหมาะสมกับการเป็นกรรมการ และมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๖ ทั้งนี้ ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่มีเหตุทำให้ต้องมีการเลือกบุคคลให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว มติในการเสนอชื่อต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการสรรหาทั้งหมดเท่าที่มีอยู่

การสรรหาตามรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ (คณะกรรมการชุดปัจจุบัน)
คณะกรรมการสรรหากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีจำนวนเจ็ดคน ประกอบด้วยประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร บุคคลซึ่งที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาคัดเลือกจำนวนหนึ่งคน และบุคคลซึ่งที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดคัดเลือกจำนวนหนึ่งคน ทำหน้าที่สรรหาและคัดเลือก กสม. จำนวนเจ็ดคน ด้วยมติที่มีการลงคะแนนโดยเปิดเผยและมีคะแนนไม่น้อยกว่าสองในสาม ของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ แล้วเสนอรายชื่อผู้ได้รับเลือกพร้อมความยินยอมของผู้นั้น ต่อประธานวุฒิสภาเพื่อให้วุฒิสภามีมติให้ความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงข้างมากโดยวิธีลงคะแนนลับ

องค์ประกอบคณะกรรมการสรรหา

1. ประธานศาลฎีกา นายวิรัช ลิ้มวิชัย

2. ประธานศาลรัฐธรรมนูญ นายชัช ชลวร

3. ประธานศาลปกครองสูงสุด นายอักขราทร จุฬารัตน

4. ประธานสภาผู้แทนราษฎร นายชัย ชิดชอบ

5. ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
-

6. บุคคลซึ่งที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาคัดเลือกจำนวนหนึ่งคน นายประยูร มูลศาสตร์

7. บุคคลซึ่งที่ประชุมใหญ่ตุลาการ ในศาลปกครองสูงสุดคัดเลือกจำนวนหนึ่งคน นายธงชัย ลำดับวงศ์

เราจะเห็นความแต่างอย่างชัดเจนว่า...กรรมการสิทธิฯ ก็คือผลพวงจากตุลาการภิวัฒน์นั่นเอง

ดังนั้นผมเสนอให้มีการเคลื่อนไหวเรียกร้องการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ไม่เช่นนั้นก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาอะไรได้

"เมื่อต้นไม้นั่นเป็นพิษ...ผลที่ออกมาก็ยอมเป็นพิษด้วย"

รู้นะ wrote:ที่มาแบบนี้ไง

[quote=รู้นะ]ที่มาแบบนี้ไง ถึงกล้าออกมารับประกันว่าทหารขนอาวุธสงครามร้ายแรงที่ใช้สำหรับป้องกันรักษาอธิปไตยของประเทศ มายิงประชาชนเจ้าของประเทศซะเอง เป็นเรื่องที่ทำได้โดยไม่ผิดกฏหมาย ในขณะที่ตำรวจใช้วิธีการสลายการชุมนุมตามหลักสากลไม่มีอาวุธสงครามสักชิ้นกลับถูกคณะ กสม.(กูส่งมา)ชุดนี้กล่าวหาว่าทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ

อย่างที่เม้นท์ด้านบนว่าครับ อย่าว่าแต่เป็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเลยครับ เป็นคนยังไม่ได้เลย

ฝากประชาชนที่รักความเป็นธรรมทุกท่านด้วยนะครับ ถ้ากสม.ชุดนี้ยังหน้าด้านหน้าทนอยู่ในตำแหน่งแต่ทำงานได้เท่านี้ พวกเรามีสิทธิ์ที่จะรวบรวมรายชื่อให้ได้ 20000 คน เสนอวุฒิสภาให้ดำเนินการถอดถอนได้ แต่ก็อีกนั่นแหละครับ วุฒิสภาชุดนี้ครึ่งหนึ่ง มันก็มาจากวิธีการเดียวกันแถมยังได้เป็นประธานวุฒิเสียด้วย แล้วแบบนี้จะมาถอดถอนพวกเดียวกันได้หรือ

นี่แหละผลพวงจาก รธน.ปีศาจที่ภายนอกดูดี แต่แอบแฝงไปด้วยยาพิษที่ซุกซ่อนไว้ แถมไม่ยอมให้แก้ง่ายๆถ้าไม่ถูกใจพวกเขา

สรุปได้ว่า เอารัฐธรรมนูญฉบับปีศาจคืนไป แล้วเอารัฐธรรมนูญฉบับประชาธิปไตยคืนมา[/quote]
ครับ ลงชื่อด้วยคน

น่าสงสารคนไทยนะ เราอย่าโทด

น่าสงสารคนไทยนะ เราอย่าโทด กสมเลย ผมว่าเราน่าจะมาดูว่าทุกวันนี้ทำไมเรายังทนอยู่กับการปกครองแบบนี้ได้ หน่วยงานราชการที่เป็นที่พึ่งไม่ได้ ทนกับรัฐบาลที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว ลองถามดู ว่าเราทนกันมาดั้ยยังไง อย่าว่าแต่รายงาน ของ กสม เลย ปัญหาภาคใต้เกิดขึ้นมาเป็น สิบปี ยังแก้ไม่ได้ แล้วจะหั้ยทามงัย ในเมื่อเราเป็นคนเลือกที่จะไม่ยอมเปลี่ยนกันเอง ถ้าทุกคนอยากเปลี่ยนสิ่งที่ดีกว่าจริงๆ ผมว่าไม่ใครหน้าไหนมาขวางทางได้หรอก

ที่

ที่ กสม.ไม่เปิดเผยความจริงแต่เปิดเผยธาตุแท้ของตัวตนนั้นเพราะต้องตอบแทนบุญคุณเขาให้เงินเดือนๆละ 100,000 กว่าบาท

ครั้งก่อน กสม.โดยเสน่ห์บอกว่า

ครั้งก่อน กสม.โดยเสน่ห์บอกว่า นายก รองนายก ผบ.ตร. ผบช.น.ละเมิดสิทธิมนุษยชนมีความผิด กรณีตำรวจใช้แก็สน้ำตาสลายม็อบเหลือง -พธม.ตามหลักสากล-เป็นการกระทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ เพราะทำให้มีคนตายเจ็บ....ทั้งที่คนหนึ่งวิ่งหนีแก๊สน้ำตา สะดุดหกล้ม ทับระเบิดปิงปองที่ใส่กระเป๋ามาระเบิดตายเอง. อิกคนหนึ่งนั่งอยู่บนรถจิ๊ปที่บรรทุกระเบิดซีโฟร์มาระเบิดตายเอง

มาคราวนี้ กสม.โดยอมราบอกว่า ศอฉ.รัฐบาลออก พรก.ฉุกเฉินชอบแล้ว ทหารใช้อาวุสงครามยิงประชาชนที่มาชุมนุมไม่ผิด-ไม่ได้ละเมิดสิทธิมนุษยชน. ม็อบแดง-นปช.ตะหากที่ผิด-เพราะไม่ได้ชุมนุมโดยสงบตามสิทธิที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่มีอาวุธร้ายแรง เผาอาคาร

กรรมการสิทธิ์ฯ ไม่รู้จักอำนาจหน้าที่ของตนตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ไม่ได้ทำหน้าที่ปกป้องสิทธิ์-คุ้มครองสิทธิ์ฯให้ประชาชน..แต่กลับกลายเป็นคนมีปลอกคอ เป็นหมารับใช้เผด็จการ ..เหมือนไม่ใช่คน

กรรมการสิทธิ์ฯเป็นผลผลิตของคมช.-คนมันชั่ว.-ทำความเสียหายให้แก่บ้านเมือง สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนที่ด้อยโอกาส ด้อยสิทธิเสรีภาพ ถูกเอารัดเอาเปรียบทุกอย่าง บางคนเป็นม็อบเหลือง บางคนเป็นหมารับใช้เผด็จการ

ไม่รู้เราจะมี กสม.ไว้ให้เสียงบประมาณทำไม.

ทำไมประชาชน สื่อ ปัญญาชน อาจารย์มหาวิทยาลัย ถึงไม่ช่วยกันประณามการกระทำของ กสม. วิจารณ์ ผลักดัน กดดันให้ กสม.คนหน้าด้าน-ชี้ข้าหมารับใช้เผด็จการผู้มีอำนาจครองเมือง แทนที่จะรับใช้ประชาชน-ลาออกไป

กสม.

กสม. เป็นอีกตัวเร่งหนึ่งของตอแหลแลนด์
สิ่งที่พวกเราหวั่นใจ อาจจะมาถึงเร็วๆนี้.

คนธรรมดาเดินดิน wrote:รู้นะ

[quote=คนธรรมดาเดินดิน][quote=รู้นะ]ที่มาแบบนี้ไง ถึงกล้าออกมารับประกันว่าทหารขนอาวุธสงครามร้ายแรงที่ใช้สำหรับป้องกันรักษาอธิปไตยของประเทศ มายิงประชาชนเจ้าของประเทศซะเอง เป็นเรื่องที่ทำได้โดยไม่ผิดกฏหมาย ในขณะที่ตำรวจใช้วิธีการสลายการชุมนุมตามหลักสากลไม่มีอาวุธสงครามสักชิ้นกลับถูกคณะ กสม.(กูส่งมา)ชุดนี้กล่าวหาว่าทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ

อย่างที่เม้นท์ด้านบนว่าครับ อย่าว่าแต่เป็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเลยครับ เป็นคนยังไม่ได้เลย

ฝากประชาชนที่รักความเป็นธรรมทุกท่านด้วยนะครับ ถ้ากสม.ชุดนี้ยังหน้าด้านหน้าทนอยู่ในตำแหน่งแต่ทำงานได้เท่านี้ พวกเรามีสิทธิ์ที่จะรวบรวมรายชื่อให้ได้ 20000 คน เสนอวุฒิสภาให้ดำเนินการถอดถอนได้ แต่ก็อีกนั่นแหละครับ วุฒิสภาชุดนี้ครึ่งหนึ่ง มันก็มาจากวิธีการเดียวกันแถมยังได้เป็นประธานวุฒิเสียด้วย แล้วแบบนี้จะมาถอดถอนพวกเดียวกันได้หรือ

นี่แหละผลพวงจาก รธน.ปีศาจที่ภายนอกดูดี แต่แอบแฝงไปด้วยยาพิษที่ซุกซ่อนไว้ แถมไม่ยอมให้แก้ง่ายๆถ้าไม่ถูกใจพวกเขา

สรุปได้ว่า เอารัฐธรรมนูญฉบับปีศาจคืนไป แล้วเอารัฐธรรมนูญฉบับประชาธิปไตยคืนมา[/quote]
ครับ ลงชื่อด้วยคน[/quote]
เห็นด้วยครับ...เอารัฐธรรมนูญฉบับประชาธิปไตยคืนมา!!!!

คนธรรมดาเดินดิน wrote:รู้นะ

[quote=คนธรรมดาเดินดิน][quote=รู้นะ]ที่มาแบบนี้ไง ถึงกล้าออกมารับประกันว่าทหารขนอาวุธสงครามร้ายแรงที่ใช้สำหรับป้องกันรักษาอธิปไตยของประเทศ มายิงประชาชนเจ้าของประเทศซะเอง เป็นเรื่องที่ทำได้โดยไม่ผิดกฏหมาย ในขณะที่ตำรวจใช้วิธีการสลายการชุมนุมตามหลักสากลไม่มีอาวุธสงครามสักชิ้นกลับถูกคณะ กสม.(กูส่งมา)ชุดนี้กล่าวหาว่าทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ

อย่างที่เม้นท์ด้านบนว่าครับ อย่าว่าแต่เป็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเลยครับ เป็นคนยังไม่ได้เลย

ฝากประชาชนที่รักความเป็นธรรมทุกท่านด้วยนะครับ ถ้ากสม.ชุดนี้ยังหน้าด้านหน้าทนอยู่ในตำแหน่งแต่ทำงานได้เท่านี้ พวกเรามีสิทธิ์ที่จะรวบรวมรายชื่อให้ได้ 20000 คน เสนอวุฒิสภาให้ดำเนินการถอดถอนได้ แต่ก็อีกนั่นแหละครับ วุฒิสภาชุดนี้ครึ่งหนึ่ง มันก็มาจากวิธีการเดียวกันแถมยังได้เป็นประธานวุฒิเสียด้วย แล้วแบบนี้จะมาถอดถอนพวกเดียวกันได้หรือ

นี่แหละผลพวงจาก รธน.ปีศาจที่ภายนอกดูดี แต่แอบแฝงไปด้วยยาพิษที่ซุกซ่อนไว้ แถมไม่ยอมให้แก้ง่ายๆถ้าไม่ถูกใจพวกเขา

สรุปได้ว่า เอารัฐธรรมนูญฉบับปีศาจคืนไป แล้วเอารัฐธรรมนูญฉบับประชาธิปไตยคืนมา[/quote]
ครับ ลงชื่อด้วยคน[/quote]

เอารัฐธรรมนูญฉบับประชาธิปไตยคืนมา!!!!

รับไม่ได้กับ กสม.ชุดนี้

รับไม่ได้กับ กสม.ชุดนี้ น่าจะีมีวุฒิภาวะมากกว่านี้ อย่ามาอ้างว่ายังไม่ได้สรุปข้อเท็จจริงตามรายงาน แล้วทำออกมาทำไมวะ งง

***มักมีการกล่าวว่า

***มักมีการกล่าวว่า ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน

***บ้างก็ว่า ค่าของคนอยู่ที่คนของใคร

***ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน หมายความว่า คนที่จะมีค่า ต้องทำงานที่ดี และทำให้เกิดผลดี เที่ยงตรง และปราศจากอคติ

***ค่าของคนอยู่ที่คนของใคร หมายความว่า คนคนนั้นจักมีค่าก็ต่อเมื่อมีผู้มีอำนาจให้คุณให้โทษมาตัดสิน ถ้าผู้มีอำนาจนั้นเห็นว่าคนคนนั้ไม่ใช่ฝ่ายเขา ไม่ใช่คนของเขา ก็ไม่มีค่า อาจถูกฆ่า ถูกทำลายให้เสื่อมลาภ ยศ สรรเสริญ สุข แต่ในทางตรงกันข้าม หากเป็นฝ่ายเขา ก็จะถูกมองว่ามีค่า ถูำกยกย่องให้สูง ให้บำเหฯ้จความชอบอย่างถึงขนาด เช่น กรรมการสิทธิ์ในชุดปัจจุบัน เป็นคนของกลุ่มอำนาจที่เอาเปรียบฝ่ายประชาธิปไตย

tata

[quote=tata]องค์กรที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนมากที่สุดก็คือคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ[/quote]

[b]อ้าว! นึกว่าทักษิณ กับ เสื้อแดง และ พรรคเพื่อไทย ; )~[/b]

I Pad wrote:tata

[quote=I Pad][quote=tata]องค์กรที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนมากที่สุดก็คือคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ[/quote]

[b]อ้าว! นึกว่าทักษิณ กับ เสื้อแดง และ พรรคเพื่อไทย ; )~[/b][/quote]

งั้นตอนนี้ก็ตาสว่างแล้วสินะ :))

เสียดายงบประมาณปีละ 200 ล้าน

เสียดายงบประมาณปีละ 200 ล้าน ที่เป็นค่าใช้จ่ายของ กสม. แต่ละปี เงินภาษีของ ปชช.ทั้งนั้น ท่านไม่เข้าใจจริงๆเหรอว่า รัฐบาลคือผู้มีหน้าที่อนุบาลรักษา ปชช.ให้มีชีวิตแลความเป็นอยู่ที่ดี ต้องเริ่มต้นจากตรงนั้น แล้วจึงมารวบรวมข้อเท็จจริงว่าที่แล้วมาการประกาศภาวฉุกเฉินเหมาะสมแก่การใหมเอาอาวุธสงครามมายิงชาวบ้านเหมาะสมใหม ชาวบ้านเขามีสิทธิที่จะมีชีวิตดำรงอยู่ต่อไปเป็นสิทธิสูงสุดของเขา การกระทำของรัฐละเมิดสิทธิตรงนี้ของพวกเขาหรือไม่ กสม.ต้องมีความกล้าหาญในการที่จะสรุปความจริงอย่างเป็นกลางเสนอต่อสาธารณะ เพื่อให้เกิดความยุติธรรมแก่เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ทำไม่ได้ก็สมควรลาออกไปเพื่อสรรหา กสม.ใหม่จะได้ดีกวาเก่า สรรหาจนได้คนดีมาทำงานรับใช้ ปชช.ก็เงินภาษีของ ปชช.นี่ครับ ทำงานล่วงเวลามาเป็ยปียังสรุปรายงานไม่ได้สรุปออกมาขัดหลักการขัดความรู้สึกของ ปชช.ส่วนมากของปประเทศ จะไมเหลือองค์กรอิสระที่ดีๆใว้บ้างเหรอประเทศไทย

ไปให้พ้น. ไปให้ไกลหูไกลตา .

ไปให้พ้น. ไปให้ไกลหูไกลตา . รู้จัก(มียาง)อายมั่ง- อายฟ้า อายดิน อายประชาน อายสังคมไทย/เทศ อายตัวเอง...รู้จักละอายใจ เกรงกลัวต่อบาปกรรม- มีหิริโอตตัปปะ. ช่วยกันตะเพิดออกไปจากสังคม พร้อม ๆ กับปชป.-ภท.-ผบ.ทบ.-อ.ดีเอสไอ.-อ.ปชส.ทั้งกะล่อน ทั้งห้อย ทั้งเหล่ ทั้งดำ ทั้งดื้อ ทั้งซื่อบื้อ มะลื่อทื่อ มะเหลไถ มะไหลถา.

มีลางคนเรียกองค์กรสิทธิมนุษยช

มีลางคนเรียกองค์กรสิทธิมนุษยชนของประเทศไทยว่า เป็นองค์กรปกป้องอภิสิทธิ์ชน องค์กรรับใช้อำมาตย์...มีความฉลาดในการคิดตั้งชื่อไม่ใช่ย่อย... แต่ข้าน้อย อยากเรียกมันว่า เป็นองค์กรปกป้องคุ้มครองรัฐบาลอภิสิทธิ์ รับใช้พวกคลั่งอำนาจ เอารัดเอาเปรียบประชาชนคนเดินดินกินข้าวแกง ผู้ใช้แรงงาน เห็นคนด้วยกัน ไม่ใช่คน แต่เป็นควาย.

ขอตอบแบบไม่นอกคอกว่า

ขอตอบแบบไม่นอกคอกว่า การมีกสม.เป็นนิมิตรที่ดีจากการที่ไม่เคยมีมาเลย(เริ่มมีในรธน.2540) ส่วนจะปรับปรุงอย่างไรก็ยากพอสมควร เรื่องการเผาบ้านเผาเมืองสีไหนทำก็ต้องมีความผิดทั้งนั้นและหากต้องตายเพราะทำผิดกฎหมายก็ไม่สมควรได้รับการชดเชยแต่ประการใด รวมทั้งกลุ่มทีใส่ชุดดำยิงทหารและประชาชนตายบาดเจ็บและเสียชีวิตก็ต้องรับโทษโดยไม่มีการชดเชยเช่นกัน