จนท.CTWเบิกความคดีเผา เผยมีชายชุดดำคล้ายทหารพรานขว้างระเบิดในอาคาร

19 ก.ค.54 ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ห้องพิจารณาคดี 501 มีการสืบพยานโจทก์ในคดีเผาห้างเซ็นทรัลเวิลด์ คดีหมายเลขดำที่ อ.2478/2553 ซึ่งพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ฟ้อง นาย สายชล แพบัว อายุ 28 ปีอาชีพรับจ้าง และนายพินิจ จันทร์ณรงค์ อายุ 26 ปี อาชีพรับจ้าง ในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ร่วมกันเผาทรัพย์โรงเรือนอันเป็นที่เก็บสินค้าของผู้อื่นเป็นเหตุให้บุคคล อื่นถึงแก่ความตาย โดยวันนี้ (19 ก.ค.) มีการสืบพยานโจทก์ 3 ปาก ได้แก่ นายธีรพงษ์ เมธาพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายก่อสร้างของห้างเซ็น , นางนงเยาว์  ฟูพรรณ เลขานุการผู้จัดการห้างเซ็น สาขาราชประสงค์ และนายชูพันธ์ อนงค์จรรยา ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายอาคารและสถานที่ ของห้างเซ็นทรัลเวิลด์

ผอ.ฝ่าย ก่อสร้างของห้างเซ็นให้การว่า หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ ไม่เกิน 1 สัปดาห์ เจ้าหน้าที่ของห้างรวมทั้งตนเองร่วมกัน สมาคมวิศวกรรมสถานฯ และกรุงเทพมหานคร ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อประเมินความเสียหายเบื้องต้นของอาคาร ทั้งห้างเซ็น ส่วนต่อเชื่อมกับเซ็นทรัลเวิลด์ที่เรียกว่า โอลด์เซ็น และอาคารเซ็นทาวเวอร์ 20 ชั้น พบว่ามีมูลค่าความเสียหายราว 1,300 ล้านบาท โดยยังไม่นับรวมบางส่วนของตึกที่ถล่มลงมา ทั้งนี้ บริษัทได้จ้างบริษัทผู้เชี่ยวชาญเข้ามาประเมินความเสียหายและส่งให้บริษัท ผู้ออกแบบออกแบบซ่อมแซมแล้ว

ขณะที่เลขานุการผู้จัดการสาขาของห้าง เซ็น เบิกความเพิ่มเติมว่า ในส่วนเซ็นโพเดียม หรือห้างเซ็นต่อเชื่อมกับห้างเซ็นทรัลเวิลด์รวมถึงอาคารเซ็นทาวเวอร์ชั้น 1-7 นั้น เสียหายประมาณ 500 กว่าล้าน ส่วนอาคารเซ็นทาวเวอร์ชั้น 8-20 เสียหาย 173 ล้าน  สินค้าของห้างที่จ่ายเงินแล้วเสียหายประมาณ 400 กว่าล้าน สินค้าเครดิตเสียหายประมาณ 159 ล้าน อุปกรณ์ตกแต่งเสียหายประมาณ 400 กว่าล้าน ระบบไอทีเสียหาย 21 ล้าน และระบบประกอบอาคารทั้งหมดเสียหายประมาณ 600 กว่าล้าน รวมแล้วกว่า 2,000 ล้านบาท ทั้งนี้ พยานตอบถามค้านทนายจำเลยด้วยว่า อาคารเซ็น ทาวเวอร์นั้น สร้างอยู่บนที่ดินซึ่งเดิมเป็นของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

ส่วน ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายอาคารและสถานที่ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งเป็นพยานคนเดียวในวันนี้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุ เบิกความว่า ในวันที่ 19 พ.ค.53 เวลาประมาณบ่ายโมงได้ประจำการอยู่ที่ลานจอดรถใต้ดินชั้นบี1 บริเวณห้องเก็บอุปกรณ์ดับเพลิง และทราบข่าวว่า แกนนำ นปช.ได้ประกาศสลายการชุมนุม เข้ามอบตัวแล้ว จากนั้นประมาณ 10 นาทีก็ได้รับแจ้งว่าฝั่งห้างเซ็นถูกไฟไหม้ จึงนำหน่วยผจญเพลิง 5 คน ไปช่วยเสริมกำลังดับไฟที่ห้างเซ็น ระหว่างทางเห็นมีการนำยางรถยนต์มาเผาบริเวณถนนราชดำริหลายจุด ทั้งยังมีการนำกระดาษมาสุมเป็นกองเล็กๆ เผาอยู่หน้าประตูห้างเซ็นทรัลเวิลด์ มีการทุบกระจกร้าน Adidas ด้วย เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุได้ไปสมทบกับทีมของทางห้างเซ็นช่วยกันดับไฟ เสร็จแล้วจึงถอนตัวออกมา จากนั้นได้รับแจ้งอีกว่า บริเวณประตูถนนพระราม 1 ถูกทุบและเผา เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบว่าสปริงเกอร์ทั้งหมดทำงาน กระจายน้ำในการดับไฟแล้ว แม้ตัวอาคารจะโดนตัดไฟเนื่องจากมีคำสั่ง ศอฉ.มาก่อนหน้าหลายสัปดาห์แล้วก็ตาม

ผู้ช่วยผู้จัดการฯ เบิกความต่อว่า จากนั้นได้เห็นคนที่บุกรุกเข้ามาในห้างประมาณ 5-6 คน จึงร่วมกับ รปภ.ภายในห้างเชิญตัวออก พร้อมกำชับกับชายคนหนึ่งในนั้นว่า “ขอร้องอย่าซ้ำเติมกันเลย ทางห้างเสียหายเยอะแล้ว” ซึ่งทั้งหมดก็ยอมออกโดยดี จากนั้นเจ้าหน้าที่ของห้างได้รวมกลุ่มกันบริเวณดังกล่าวประมาณ 50 คนเพื่อเฝ้าดูสถานการณ์ ขณะเดียวกันเริ่มเห็นกลุ่มควันขนาดใหญ่ในตัวห้างเซ็น เมื่อไปดูพบเห็นคนนำถังแก๊สโยนเข้าไปในอาคาร โดยกลุ่มผู้กระทำการ 3-4 คน คนใส่หมวกไหมพรมปกปิดใบหน้า จากนั้นไม่นานมีคนอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ประมาณ 40-50 คน เดินเข้ามาบริเวณหน้าประตูอีกด้านหนึ่งบางคนถือไม้ ถืออิฐ ขว้างเข้ามา บางคนยิงหนังสติ๊กเข้ามาใส่กลุ่มเจ้าหน้าที่ดับเพลิงของห้าง แต่ไม่ได้เข้ามาภายในอาคาร กระทั่งมีกลุ่มชายชุดดำ แต่งกายคล้ายทหารพรานจำนวนหนึ่งแหวกฝูงชนขึ้นมาแล้วขว้างระเบิดลูกเกลี้ยง เข้ามาภายในบริเวณที่เจ้าหน้าที่ห้างยืนอยู่ จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 8-9 คน และนำส่งโรงพยาบาลในเวลาต่อมา

การสืบพยานปากสุดท้ายยังไม่เสร็จ สิ้น ศาลนัดสืบพยานครั้งหน้าวันที่ 26 ก.ค. หลังจากนั้นมีกำหนดการสืบพยานอีกในวันที่ 28 ก.ค. 2-3 ส.ค. 23-24 ส.ค.

ทั้ง นี้ คดีเผา CTW ยังมีผู้ต้องการอีก 2 คน ซึ่งเป็นเยาวชน และศาลเยาวชนนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 20 ก.ค.นี้ ส่วนคดีของนายสายชล และนายพินิจ อัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 1 ก.ย.2553  สืบพยานไปแล้ว 5 ปาก รวมกับวันนี้ (19 ก.ค.) เป็น 8 ปาก

ในคำฟ้องคดีระบุว่า เมื่อวันที่ 19 พ.ค.53 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสองกับพวก ร่วมกันชุมนุมและมั่วสุมกันบริเวณสี่แยกราชประสงค์ ในช่วงที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง โดยพวกจำเลยได้เข้าไปในบริเวณอาคารห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ แล้วใช้กำลังทำลายบานกระจกผนังอาคาร บานกระจกประตู อาคารเซ็นทาวเวอร์ อาคารเซ็นทรัลเวิลด์ ที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณห้างสรรพสินค้าดังกล่าวจนแตกเสียหายและยังเป็นการกีด ขวางการจราจร ขัดขวางต่อการประกอบกิจการของห้าง ทำให้ประชาชนเดือดร้อนเสียหายและเกรงกลัวอันตรายที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน
 
นอกจากนี้ จำเลยทั้งสองกับพวก ยังได้ร่วมกันเข้าไปภายในบริเวณอาคารเซ็นทาวเวอร์และอาคารเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งเป็นทรัพย์โรงเรือนอันเป็นที่เก็บสินค้าของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหา กษัตริย์ แล้วพวกจำเลยได้ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์จนทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้ เผาอาคารเซ็นทาวเวอร์และไฟไหม้เผาทรัพย์สินต่างๆของผู้เสียหายที่ 1 ถึงผู้เสียหายที่ 270 รวมค่าเสียหายจำนวน 8,890,578,649.61 บาท และยังเป็นเหตุให้นายกิติพงษ์หรือกิตติพงษ์ สมสุขที่อยู่ภายในอาคารดังกล่าวถึงแก่ความตาย  เหตุเกิดที่แขวง- เขตปทุมวัน กทม.

 

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์