กรุงเทพโพลล์เผย นักเศรษฐศาสตร์ห่วงนโยบายเพื่อไทย 14 โครงการ

นักเศรษฐศาสตร์รู้สึกเป็นห่วงและต้องการให้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยคิดให้รอบคอบใน 14 โครงการจาก 26 โครงการ พร้อมเสนอ 8 ประเด็นที่รัฐบาลต้องคำนึง 22 ก.ค. 54 - เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจให้กับรัฐบาลชุดใหม่ในการดำเนินนโยบายตามที่ได้หาเสียงไว้กับประชาชน การสำรวจความคิดเห็นนักเศรษฐศาสตร์ประจำเดือนนี้ ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ(กรุงเทพโพลล์) จึงได้ดำเนินการสำรวจเรื่อง “นโยบายที่หาเสียงไว้ของรัฐบาลชุดใหม่ กับสิ่งที่นักเศรษฐศาสตร์เป็นห่วง” โดยสำรวจความคิดเห็นจากนักเศรษฐศาสตร์ที่ทำงานอยู่ในหน่วยงานด้านการวิเคราะห์ วิจัยเศรษฐกิจระดับชั้นนำของประเทศ 26 แห่ง จำนวน 62 คน พบว่า จากนโยบายที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงไว้ 26 นโยบาย มีถึง 14 นโยบายที่ นักเศรษฐศาสตร์รู้สึกเป็นห่วงและอยากให้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยคิดให้รอบคอบก่อนดำเนินการ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นนโยบายที่เกี่ยวกับปากท้องของประชาชนโดยตรง ตรงข้ามกับนโยบายโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจของประเทศที่นักเศรษฐศาสตร์เชื่อมั่นว่าเป็นนโยบายที่ดีและต้องการให้เดินหน้าอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ นโยบายที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่รู้สึกเป็นห่วงและต้องการให้คิดให้รอบคอบก่อนดำเนินการมากที่สุด 3 ลำดับแรก คือ นโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ภายใน 90 วัน (ร้อยละ 93.5) นโยบายแจกเครดิตการ์ดให้เกษตรกร เพื่อใช้ซื้อปัจจัยการผลิต (ร้อยละ 80.6) นโยบายแจกแท็บเลต พีซี ให้เด็กนักเรียน (ร้อยละ 80.6) ส่วนนโยบายที่นักเศรษฐศาสตร์เชื่อมั่นว่าดีและต้องการให้เดินหน้าอย่างเต็มที่ 3 ลำดับแรก คือ นโยบายจัดให้มีศูนย์ฝึกในอาชีวศึกษาทุกแห่ง (ร้อยละ 93.5) นโยบายขจัดยาเสพติดใน 12 เดือน (ร้อยละ 87.1) นโยบายจัดให้มีอินเทอร์เน็ตฟรีในที่สาธารณะ (ร้อยละ 79.0) สำหรับข้อคิดเห็นในการดำเนินนโยบายทั้ง 26 นโยบาย มีดังนี้ 1. นักเศรษฐศาสตร์มีความเป็นห่วงว่าจะทำให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อขึ้นในระบบเศรษฐกิจไทย 2. เงินงบประมาณที่จะต้องใช้ในการดำเนินโครงการอยู่ในระดับสูง ขณะที่การดำเนินโครงการบางโครงการก็จะทำให้รายได้ของรัฐบาลลดน้อยลง ซึ่งจะส่งผลให้รัฐบาลต้องประสบกับปัญหาทางการคลัง จนอาจทำให้ไม่สามารถดำเนินโครงการต่างๆ ได้ทั้งหมดตามที่ได้หาเสียงไว้ 3. การดำเนินโครงการบางโครงการอาจทำให้ความสามารถในการแข่งขันในสินค้าส่งออกลดลงอันเป็นผลจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น จะส่งผลกระทบกับธุรกิจ SMEs ที่อาจจะต้องปิดตัวลง เกิดการย้ายฐานการผลิต และอาจนำมาซึ่งการว่างงานที่เพิ่มขึ้นกับแรงงานไทย นอกจากนี้จะทำให้แรงงานต่างด้าวเข้ามาในประเทศเป็นจำนวนมากอันจะนำมาซึ่งปัญหาอื่นๆ ตามมา 4. การดำเนินโครงการบางโครงการอาจสุ่มเสี่ยงหรือมีช่องทางให้มีการทุจริตคอร์รัปชั่นเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ รวมถึง โครงการตั้งกองทุนร่วมทุนทุกจังหวัด และ โครงการรับจำนำข้าว 5. การดำเนินโครงการบางโครงการไม่เพียงไม่ช่วยแก้ปัญหา แต่อาจสุ่มเสี่ยงต่อการสร้างปัญหาใหม่ให้เกิดขึ้น เช่น โครงการแจกเครดิตการ์ดให้เกษตรกรเพื่อใช้ซื้อปัจจัยการผลิต โครงการคืนภาษีให้ผู้ซื้อรถคันแรก โครงการเครดิตการ์ดพลังงานเพื่อเติมน้ำมันหรือก๊าซ NGV สำหรับคนขับแท๊กซี่ สามล้อ รถตู้ และมอเตอร์ไซต์รับจ้าง และโครงการพักหนี้ครัวเรือนที่ต่ำกว่า 5 แสนบาท อย่างน้อย 3 ปี เป็นต้น 6. โครงการใดที่เป็นของรัฐบาลชุดเก่าซึ่งเป็นนโยบายที่ดีอยู่แล้วก็ควรจะมีการสานต่อและพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิม เช่น โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคได้จริง เป็นต้น 7. โครงการบางโครงการที่หาเสียงไว้มีความอ่อนไหวค่อนข้างมาก ดังนั้น ควรมีการพิจารณาให้รอบคอบเป็นพิเศษ เช่น การจัดชายแดนใต้ 3 จว. เป็นเขตปกครองพิเศษ โครงการจัดตั้งกองทุนทรัพย์สินของชาติโดยใช้ทุนสำรองระหว่างประเทศจำนวนหนึ่งเพื่อสนับสนุนการลงทุนของนักลงทุนไทยในต่างประเทศ 8. การดำเนินโครงการต่างๆ ควรอยู่ในลักษณะค่อยเป็นค่อยไปมากกว่าเพราะจะทำให้เศรษฐกิจค่อยๆ มีการปรับตัว ไม่เกิดภาวะช็อค หรือในบางโครงการที่ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ก็ไม่ควรเร่งรีบดำเนินการจนขาดการละเลยในการศึกษาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นอย่างถี่ถ้วน ดังนั้นการจัดลำดับความสำคัญของโครงการจึงเป็นสิ่งที่รัฐบาลชุดใหม่จำเป็นต้องคำนึง (function() { var scribd = document.createElement(\script\"); scribd.type = \"text/javascript\"; scribd.async = true; scribd.src = \"http://www.scribd.com/javascripts/embed_code/inject.js\"; var s = document.getElementsByTagName(\"script\")[0]; s.parentNode.insertBefore(scribd

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น