"พิชัย รัตตกุล"วิพากษ์พรรคประชาธิปัตย์

เนชั่นสัมภาษณ์พิเศษอดีตหัวหน้าพรรค ปชป. ถึงอดีตปัจจุบันและอนาคตรวมถึงปัจจัยที่นำมาสู่ความพ่ายแพ้ของพรรคในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา # ท่านมองภาพพรรคประชาธิปัตย์ ในปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง คำถามนี้มันกว้างเหลือเกินตอบลำบากจริง ประชาธิปัตย์ ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก พยายามที่จะให้เป็นสถาบัน แต่ผมคิดว่าจนบัดนี้ เราไม่สามารถที่จะไปถึงจุดนั้นได้ ทั้งๆที่มีความพยายามมาตลอดเวลา แต่ก็เป็นพรรคการเมืองพรรคเดียวที่ยืนหยัด คงกระพันมาจนบัดนี้ถึงแม้ยังไม่สามารถทำหรือสร้างตนให้เป็นสถาบันได้ก็ตาม แต่เป้าหมายควรจะเป็นอย่างนั้นต่อไป ผมคิดว่าถ้าพูดถึงประชาธิปัตย์เป็นอย่างไรขณะนี้แล้ว จะวัดจากผลของการเลือกตั้งนั้น ก็คงจะไม่ได้ถึงร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะเหตุว่าที่ผ่านมาในอดีตนั้นทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งมาหลายสิบครั้งอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ประชาธิปัตย์มีบทบาทในการเลือกตั้งมาตั้งแต่ 2489 มันก็มีทั้งขึ้นทั้งลงทุกรอบ คนก็เลยไปพูดว่าประชาธิปัตย์ เก่งเฉพาะเป็นฝ่ายค้านนั้น ไม่จริงครับ แต่ส่วนใหญ่เป็นฝ่ายค้านจริง ผมยังเชื่อว่าประชาธิปัตย์ เป็นได้ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล มันก็เหมือนชีวิตคนเราที่มีทั้งขึ้นและมีลง บาวงช่วง บางตอน เราก็ขึ้นบางตอนมันก็ลงของธรรมดา แต่นั่นไม่น่าเป็นสิ่งที่ทำให้สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ท้อถอย ตรงกันข้ามประชาธิปัตย์ ในปัจจุบันหลังจากเลือกตั้งต้องศึกษาอย่าละเอียดว่า จุดอ่อนจุดแข็งเราอยู่ตรงไหน นี่คือความเห็นของผมอย่างกว้างๆ # ที่ท่านบอกว่าเป็นสถาบันไม่ได้เพราะอะไร ที่บอกว่ายังเป็นสถาบันไม่ได้ทั้งๆที่มีความพยายามอย่างเต็มที่ ก็เนื่องจากว่าเอาเฉพาะระยะๆหลัง ช่วงที่ประชาธิปัตย์มาเป็นรัฐบาล ครั้งคุณอภิสิทธิ์ ช่วง 2 ปีกว่ามานี้ ที่เป็นไม่ได้ และบริหารงานไม่ถูกใจประชาชน 100 % ทั้งๆที่คุณอภิสิทธิ์ เป็นคนดี เป็นคนมีความซื่อสัตย์ มีความสามารถ แต่ไม่สามารถที่จะสร้างพรรคให้เป็นสถาบันได้ เพราะมีปัญหามากในการบริหารบ้านเมืองมา 2 ปีกว่า ด้วยเหตุผลนิดเดียวคือ คุณพิชัย กล่าวว่า คุณอภิสิทธิ์ใช้คนไม่เป็น เจอคุณอภิสิทธิ์ที่ไรผมพูดคำนี้เรื่อย ที่บอกว่าใช้คนไม่เป็นก็เนื่องมากจากคุณอภิสิทธิ์ อยู่วงล้อมของคนไม่กี่คนเท่านั้นเอง คน 3-5 คน เท่านั้นเอง เป็นคนที่ครอบงำ ผมอาจจะพูดรุนแรงเกินไป และเป็นคนที่ให้ข้อมูลต่างๆหรือให้คำปรึกษาไม่ตรง ด้วยเหตุนี้ผมถึงพูดว่า คุณอภิสิทธิ์ ใช้คนไม่เป็น และถ้าหากเรามาเปรียบเทียบรัฐบาลเก่าๆอย่าง รัฐบาลพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ และท่านไม่ได้เป็นนักการเมือง ท่านเป็นนายทหาร แต่เมื่อมาเป็นนักการเมือง ท่านก็เป็นนักการเมืองที่ดีมาก เพราะว่าท่านมีความซื่อสัตย์ สุจริต ท่านใช้คนเป็น คำว่าใช้คนเป็น จะเห็นได้ว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของพล.อ.เปรมเป็นอย่างไร มองย้อนหลังไปดู คิดว่าคนไทยส่วนใหญ่อาจจะลืมไปแล้ว สถานการณ์บ้านเมืองตอนนั้นแย่มากทุกด้านเลยแย่มาก อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เนื่องจาก พล.อ.เปรมสามารถเลือกคนที่มีความรู้มีประสบการณ์ เชิญคุณสมหมาย ฮุนตระกูล มาเป็นรมว.คลัง เชิญคุณสุธี สิงห์เสน่ห์ มาเป็น รมช.คลัง พล.อ.สิทธิ์ จิรโรจน์ มาเป็น รมว.มหาดไทย ซึ่งอาจจะไม่เก่งเลิศ แต่ก็ใช้ได้ เชิญคุณศุลี มหาสันทนะ มาเป็น รมต.ดูแลด้านพลังงาน ทั้งเรื่องพลังงาน เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องมหาดไทย เรื่องทหารดูแลเองหมด หรือเอา พล.อ.อ. อะไรไม่รู้ มาเป็นรมช.กลาโหม เป็นคนดี๊ดี เราจะเห็นได้ว่าโครงสร้างครม.ของพล.อ.เปรม นอกจากนั้นเป็นนักการเมือง ผมหมายความว่า ท่านรู้จักใช้คนนอกที่ไม่ได้เป็นนักการเมืองมาร่วมกับคนดี เพราะเหตุนี้จึงสามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจจากที่แย่ ให้ฟื้นขึ้นมาได้ คุณพิชัย กล่าวว่า ในขณะเดียวกันตอนนั้นเลขาธิการสภาพัฒน์ฯ คือดร.เสนาะ อูนากูล ส่วนรองเลขาธิการ ตอนนั้นคือ ดร.พิสิษฐ์ ภัคเกษม ท่านเหล่านี้มีความรู้ความสามารถ และทำงาน ป้อนแนวทางการทำงานให้นายกฯ พล.อ.เปรมในฐานะที่เป็นนายกฯก็สั่งการได้ ที่ผมพูดคำนี้ผมพูดด้วยความมั่นใจทีเดียวว่า พล.อ.เปรม เป็นนายกฯที่ใช้คนเป็น ผมในฐานะนักการเมืองที่มีโอกาสได้ทำงานกับท่านมาหลายปี ผมเป็นรองนายกฯมา 3 นายกฯ คือ พล.อ.เปรม พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัน และคุณชวน หลีกภัย ผมทำงานกับนายกฯเปรม บอกตรงๆว่าสนุกที่สุด เพราะเห็นผลงานและไม่มีปัญหาคดโกง ไม่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับการไม่ซื่อสัตย์ ทำงานสนุก ถึงแม้ผมไม่มีความรู้ ผมก็ไม่เกี่ยงงานเลย “คุณอภิสิทธิ์ เป็นคนดีมีความซื่อสัตย์ แต่ใช้คนไม่เป็นเนื่องจากใช้คนไม่กี่คนที่ล้อมรอบ ผมจะไม่เอ่ยว่ามีใครบ้างเพราะก็เป็นเพื่อนสมาชิกผมทั้งนั้น แม้กระทั่งนายกฯชวน คุณบัญญัติ ก็เคยเตือน แต่ก็ไม่มีใครฟังเพื่อนเก่าเลย ถ้าหากคุณอภิสิทธิ์เอาประสบการณ์ของผู้ใหญ่คนเก่าๆแม้กระทั่ง คุณธารินทร์ นิมมานเหมินทร์ คุณสาวิตต์ โพธิวิหค คนเก่าๆหลายคน คุณชวน คุณบัญญัติ มาคุยและฟังความเห็นกันบ้าง ผมว่าคุณอภิสิทธิ์ จะทำงานได้ดีกว่าที่ผ่านมา ผมจึงเน้นว่าพลาดท่าตรงนี้ พลาดท่าตรงที่ใช้คนไม่เป็น” # ใช้คนไม่เป็นที่ว่าคือทั้งคนในพรรค นอกพรรค มีทั้งในและนอกพรรค ได้คนนอกพรรคมาสมัยหนึ่ง ได้คนดีๆมาเยอะแยะเป็นส.ส.อย่าคุณอนันต์ อนันตกูล เป็นคนดีมาก เก่ง หรือ พล.ต.ท.วรรณรัตน์ คชรักษ์ อดีตผบช.น. ได้หลายคนมา ท่านเหล่านี้เป็นสมัยเดียวต่อมาไม่เอาแล้ว เพราะเหตุว่าไม่สามารถที่จะใช้ความรู้ต่างๆให้เป็นประโยชน์ต่อพรรคได้ เลยไม่เอา# ท่านมองว่าจุดอ่อนของพรรคประชาธิปัตย์ ณ ปัจจุบันคืออะไร จุดอ่อนมันก็มีทุกพรรค จุดอ่อนที่ทำให้ผลการเลือกตั้งเป็นเช่นนี้ จะเห็นได้ว่าประชาธิปัตย์ไม่เคยได้ส.ส.ในภาคอีสาน ตอนผมเป็นหัวหน้าพรรคมา 9 ปี ได้ ส.ส.อีสาน 28 คน ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นได้ ผมเคยพูดบ่อยๆหลังจากที่ออกจากหัวหน้าพรรคแล้ว ว่าพรรคประชาธิปัตย์ จะต้องสร้างคนใหม่ที่อีสาน หมายความว่า ต้องไปดูตั้งแต่สมาชิกอบต. อบจ. หรือนักเรียนที่กำลังเรียนหนังสือ หรือแม้กระทั่งเหมือนที่ประชาธิปัตย์ จับตาดูคุณอภิสิทธิ์มาตั้งแต่ 25 อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แต่นี่จะทำก็ต่อเมื่อใกล้เวลาเลือกตั้ง ตาลีตาเหลือกหาคน มันจะได้อย่างไรถ้าคุณไม่สร้างคนขึ้นมา และคุณไม่มีทางสู้อย่างอื่น คนอื่นเขามีมีด ตัวเองมีหนังสติ๊ก ไปสู้ได้อย่างไร แต่ผมพูดไม่ได้หมายความว่าเราจะไปสร้างมีดขึ้นมา แต่หมายความว่าเราต้องสร้างคน โดยเฉพาะตอนนี้ เรามีเวลา 4 ปี ( เป็นฝ่ายค้าน) ที่จะต้องรีบสร้างคนขึ้นมา ไปดูสมาชิกอบต.ตามที่ต่างๆคนหนุ่มสาวอายุ 14 – 15 เลือกฝึกขึ้นมา อย่างที่เราฝึกคุณอภิสิทธิ์ อีก 10 ปี 25 ปี ประชาธิปัตย์ ต้องมองไกลถึงขนาดนั้น และที่พูดคือไกลถึง 20 ปีข้างหน้า ว่า 20 ปีข้างหน้าประชาธิปัตย์ต้องมีส.ส.ในภาคอีสานมากกว่าในปัจจุบัน และอีกอย่างคือ ประชาธิปัตย์ ชอบลืมคนเก่าผมเป็นหัวหน้าพรรค ผมไปเยี่ยมภาคอีสานบ่อยที่สุดเลย สาขาพรรคผมไปเยี่ยม ป่วยไข้ได้เจ็บ ผมไปเยี่ยม ผมไม่มีตัง แต่ไปเยี่ยมด้วยน้ำใจ แต่นี่น้ำใจประชาธิปัตย์ ต่อทางอีสานไม่มี ทั้งๆที่จากประสบการณ์ของผม คนอีสานเป็นคนที่น่าคบที่สุด เพราะเหตุว่าถึงแม้จะยากจนแต่มีจิตใจ กว้าง อย่าไปพูดว่าเขาจะได้เงิน 500 บาท 1,000 บาท แล้วไปลงคะแนน ผมว่านั่นอีกประเด็นหนึ่ง แต่ในเรื่องจิรงๆ แล้วคนภาคอีสานเป็นคนมีน้ำใจถึงแม้จะยากจน ประชาธิปัตย์ จับจุดนี้ไม่ถูก เมื่อเขามีน้ำใจเช่นนี้แล้วเราก็ต้องมีน้ำใจเข้าหาเขา \ผมยกตัวอย่างมีหัวหน้าสาขาพรรคที่ขอนแก่นตาย เมื่อเร็วๆมานี้ แต่ไม่เคยมีใครไปเยี่ยมก่อนตายเลย ทั้งๆที่เป็นกำลังของพรรคในขอนแก่น ขอนแก่นพรรคเคยได้ ส.ส. 3 – 4 คน และคนๆนี้มีส่วนช่วยให้ได้ส.ส.เฉพาะขอนแก่น แต่เวลาที่เขาป่วยไม่เคยมีใครไปเยี่ยมเลย ผมไม่มีหน้าที่ในพรรคผมขับรถไปเยี่ยม\" คุณพิชัย กล่าวว่า อันนี้แสดงให้เห็นว่าจุดอ่อนของประชาธิปัตย์ ยังมี และเป็นเรื่องที่ต้องเร่งแก้ไข คือการสร้างคน และคงไม่สามารถสร้างอย่างคุณยิ่งลักษณ์ ขึ้นมาได้ คุณยิ่งลักษณ์เป็นการเมืองมา 40 กว่าวัน มาเป็นนายกฯได้ มันคนละแบบ แต่ผมดีใจน่ะ ผมดีใจที่สุภาพสตรีจะเป็นนายกฯผมดีใจจริงๆและผมว่าคุณยิ่งลักษณ์วางตัวได้ดีมาก เพียงแต่เป็นห่วงบางอย่างเท่านั่นเอง ต้องชมเชย 45 วันได้มาเป็นนายกฯไม่เคยมีประวัติแบบนี้ในโลก คนไหนที่ลงมาสู่วงการเมืองแล้ว แล้วหาเสียงเดือนเดียวได้เป็นนายกฯ ผมเรียนตรงๆ ผมต้องชมเชยเขา บุคลิกแกก็ได้ วางตัวได้ดีมาก # นอกจากการสร้างคนใน 10- 20 ปี ข้างหน้าแล้ว จุดอ่อนของพรรคประชาธิปัตย์ยังมีอะไรอีก นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ที่พอถึงเวลาจะเลือกตั้ง ก็จะปรึกษากันว่าจะเอานั้นเอานี่ ไม่มีการวางแผนล่วงหน้า ไม่เหมือนอย่างที่เราเรียกว่าแผนพัฒนาเศรษฐกิจใน 5 ปี 10 ปี หรือ 20 ปี จะมีเลือกตั้งเมื่อไร ก็ค่อยมาคุยกัน คนวางจุด คนวางยุทธศาสตร์ เท่าที่ทราบคือ คุณกอร์ปศักดิ์ วางยุทธศาสตร์เฉพาะหน้าในการเลือกตั้งเท่านั้นเอง ไม่ได้วางเผื่ออนาคต 5 ปี 10 ปี และ 20 ปี เพราะฉะนั้นนโยบายเรื่องพักหนี้ อย่างเป็นรัฐบาล 2 ปีกว่า เคยไปว่าคุณทักษิณ ว่าเป็นนโยบายประชานิยม ผมคิดว่าโครงการประชานิยม บางอันดีนะ เลียนแบบมาจากอาจารย์คึกฤทธิ์ เงินผัน 4ปี ปีละ 4 พันล้าน ต่อมาพล.อ.เปรมก็ใช้วิธีการแบบอาจารย์คึกฤทธิ์ เช่นกัน เพิ่มเป็น 6-7 พันล้าน แต่พล.อ.เปรมเก่งในเรื่องการใช้คน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ผมชอบไปดูภาคใต้ เพราะผมได้รับผิดชอบในภาคใต้ เวลาผมไปตรวจถนนที่กระบี่ ถือไม้แข็งอันหนึ่งพอลงจากรถผมเอาไม้ไปแทง ทรายมันหยุ่ยขึ้นมาเลย มันหยุ่ย ผมคิดการกินโกงง่ายๆแบบนี้เอง ผมบอกแบบนี้ใช้ไม่ได้ อย่างนี้ต้องหาต้นตอว่าใครทำถนนเอาเงินผัน มาทำถนนให้ชาวบ้าน แต่เอาไม่เจาะจึ๊กเดียวมันหลุดแล้วฝนตกมามันก็หลุดไป เงินผันมันดีในหลักการที่ให้โอกาสชาวบ้านมีงานทำ แบบอาจารย์คึกฤทธิ์ ปรับปรุง ทำถนนเล็กๆน้อยๆ ตำบลหนึ่งมาตำบลหนึ่ง แต่การคอร์รัปชั่นก็เกิดขึ้น แต่ก็ยังไม่มากเท่าเวลานี้ มันลงไปลึกมากไปถึงรากแก้วใครจะไปคิดว่าอบจ. อบต.มีงบประมาณขนาดไหน และอบจ อบต.จะมีปัญหาขนาดไหน คุณพิชัย กล่าวว่า ประชานิยมมีส่วนดีและส่วนเสีย ในความเห็นของผมมีหลายโครงการที่ดี เช่น 30 บาท รักษาทุกโรคดีมากสำหรับคนจน พ่อของคนสวนผมคนหนึ่งไม่สบายอยู่ต่างจังหวัดต้องผ่าตัดสมอง ได้ใช้โครงการ 30 บาท แล้วไม่เอาเงินก่อน หายแล้วค่อยเอาเงิน แต่ตอนหลังรัฐบาลประชาธิปัตย์ มีนโยบายประชานิยมมากขึ้นมาหลายอย่าง ต่อไปรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ ก็จะมีมากขึ้นไปอีก มันทำให้เงินเฟ้ออย่างมหาศาล สมมุติตอนนี้คุณได้เงินเดือนละ 2 หมื่นบาท และอยู่ดีๆเนชั่นให้คุณอีก 1หมื่น เป็น 3 หมื่น 2 หมื่นบาทใช้อย่างประหยัดๆพอใช้ได้คนเดียวยังไม่มีครอบครัว พอได้อีก 1 หมื่นบาทชักไปแล้ว อยากกินโน้นกินนี่ นี่คือเงินเฟ้อ หมูก็แพง กับข้าวก็แพง คนที่ไม่ได้เงินเดือนจะทำอย่างไร เงินเฟ้อจึงเกิดขึ้นจากนโยบายประชานิยม จะไล่ไม่ทัน และหลายนโยบายเป็นเรื่องที่ผมไม่เห็นด้วย# ในพรรคประชาธิปัตย์ โครงสร้างของคนคิดว่าเหมาะสมแล้วหรือยัง ประชาธิปัตย์มีคนเก่งเยอะ เพียงแต่ว่าใช้คนไม่เป็น ไปลืมคนเก่าซะหมด ผมเป็นรองประธานสภาที่ปรึกษาที่ผ่านมามีการประชุม 2 ครั้ง ประธานคือคุณชวน ผมไป 2 ครั้งและคงไม่ไปอีกแล้ว เสียเวลาผมมาก เพราไม่มีอะไรที่จะต้องไปคุยกันเลย ไปนั่งกินน้ำชา ไปนั่งกินข้าว คนที่มีสตางค์หน่อยก็เลี้ยงอาหารจีนให้เรา ผมว่าเสียเวลาผมต้องการเป็นที่ปรึกษา แล้วนายกฯต้องมานั่งฟัง มีประเด็นอะไรเคาะขึ้นมา 1-2-3 ผมบอกคุณชวนในฐานะประธานว่า ทำไม ไม่ทำอย่างนี้ นายกฯชวนบอกเคยเสนอแล้วเขาก็ไม่เอา คนเป็นสภาที่ปรึกษา ล้วนแต่เป็นผู้ใหญ่ทั้งนั้นเลย แต่ไม่มีวาระการประชุม ที่ผ่านมาเป็นแบบนั้น # เก่ง อายุน้อย อ่อนประสบการณ์ ไม่เรียกประสบการณ์ ผมว่าเป็นเรื่องของสามัญสำนึกดีกว่า แต่งตั้งเป็นสภาที่ปรึกษาเอาอดีตหัวหน้าพรรคเอาผู้ใหญ่ในพรรคหลายคน มาเป็นที่สภาที่ปรึกษาต้องใช้ให้เป็นประโยชน์ คนเหล่านี้มีประสบการณ์มามากที่จะแนะนำอะไรได้บ้าง รัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ โยนมาให้นี่ ก็นำไปปรึกษาหารือเหมือน พล.อ.เปรม โยนให้สภาพัฒน์ฯไปแก้ไข เสนอแนวทางมา แต่ที่ปรึกษาของคุณอภิสิทธิ์ ก็มีอย่างคุณสาวิตต์ โพธิวิหก คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ แต่ผมสอบถามว่าเป็นอย่างไรบ้างก็มีแต่บอกว่าไม่เคยคุยอะไรกันเลยอย่างจริงจัง# ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ปรับปรุงตรงนี้หรือแก้ไข จะกลายเป็นจุดอ่อนในอนาคตหรือไม่ ประชาธิปัตย์มันไม่ตายแต่เวลานี้ วัฒนธรรมของประชาธิปัตย์ดั้งเดิมมันหายไปหมดแล้ว คำว่าวัฒนธรรมมันมีความหมายลึกในความเห็นผม วิธีการทำงาน การใช้คน วัฒนธรรมของเรา สันดานของเรา สมัยนายควง อภัยวงศ์ สร้างมา ที่สืบทอดมาเรื่อยๆมันหมดไปแล้วทำอย่างไรจะให้กลับมา ผมเองก็ไม่รู้น่ะบอกตรงๆ # คนรุ่นใหม่ในพรรคตอนนี้เห็นบ้างไหม ผมบอกจริงเวลาวันเกิดพรรค ผมไปพรรคปีละครั้งเดียว คือ วันที่ 6 เมษายนเพราะเป็นวันทำบุญนอกนั้นผมไม่ไปเลยผมบอกจริงๆ ผมเกลียดคนรุ่นใหม่แล้ว โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่เป็นส.ส.ครั้งเดียวแล้วเป็นรัฐมนตรี แต่ละคนบอกตรงๆหยิ่งยโส ไม่มีสัมมาคารวะ ใหญ่จังเลย ไม่ใช่คุณอภิสิทธิ์นะคุณอภิสิทธิ์ใช้ได้ แต่รัฐมนตรีหลายคนมันใหญ่เหลือเกิน สิ่งเหล่านี่ไม่ใช่วัฒนธรรมประชาธิปัตย์ เพราะ วัฒนธรรมประชาธิปัตย์ผู้น้อยจะเคารพผู้ใหญ่มาก ผมเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์มาตั้งแต่ปี 2501 ประชาธิปัตย์ตั้งมาเมื่อปี 2489 ผ่านมา 54 ปีแล้ว ผมเป็นสมาชิกที่เก่าแก่ที่สุด นายกฯชวนเป็นเมื่อ ปี 2511 สมัยนั้นเราต้องเคารพผู้ใหญ่ มีสัมมาคารวะ ในยุคหลังๆแย่ # ปัจจัยที่ทำให้นายอภิสิทธิ์บริหารงานได้ไม่ดี ส่วนหนึ่งมาจากพรรคร่วมฯด้วยหรือไม่ อันนั้นอย่าไปโทษเขา เพราะวิธีการเกิดรัฐบาลคราวนี้ เป็นการเกิดที่แปลกมาก เป้าหมายประชาธิปัตย์ที่สร้างมาตั้งแต่แรก คือคัดค้านเผด็จการ แต่ว่าตอนที่พล.อ.สนธิ บุญรัตกลิน ปฏิวัติ คุณอภิสิทธิ์เงียบฉี่เลย แต่ทั้งๆที่ประชาธิปัตย์เกิดขึ้นจากการต่อต้านเผด็จการมานาน ต่อต้านการทำปฏิวัติรัฐประหาร แต่ถึงคราวพล.อ.สนธิ ทำการปฏิวัติคุณทักษิณแล้วคุณทักษิณล้ม ถึงแม้ว่าคุณทักษิณจะเป็นศัตรูของพรรคประชาธิปัตย์ แต่ประชาธิปัตย์ก็ต้องยืนหยัดบนหลักการ วัฒนธรรมของตัวเอง ยืนหยัดต่อต้านเผด็จการ แล้วอยู่มาได้เพราะต่อต้านเผด็จการคุณพิชัย กล่าวว่า เดี๋ยวนี้กลายเป็น กลุ่มคนเสื้อแดง หรือกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ( นปช.) อ้างเลยว่าต่อสู้ กลายเป็นอย่างนั้นไปเลย มันกลับหัวกลับหาง ไปเลย การจัดตั้งรัฐบาลคราวนี้เป็นการตั้งที่แปลกประหลาด ส่วนที่ว่าไปตั้งที่ไหนนั้นผมไม่พูด จริงเท็จอย่างไรไม่รู้ แต่ต้องได้รับการซับพอร์ตจากทหารแน่นอน ไม่อย่างนั้นทำไม่ได้ เรื่องแบบนี่เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยสวย เป็นรัฐบาลแบบนี้ได้มันไม่คอยสวย ไปดึงเขาเข้ามา ตัวเองเคยว่าเขา # อันนี้ดูเป็นการจัดตั้งรัฐบาลที่ไม่ได้ใช้ความสามารถของตัวเอง ความสามารถมีในการดึงผู้คนเข้ามา แต่ถ้าเป็นผมๆไม่กล้าทำ # แสดงว่าปัจจุบันหลักการของประชาธิปัตย์กำลังจะเริ่มเปลี่ยน ผมถึงบอกว่า วัฒนธรรมเก่าไมมีแล้ว มันหายไป อันนี้มันไม่ปลื้มใจแล้วเวลานี้ ที่จะเห็นว่าประชาธิปัตย์ยืนหยัดต่อสู้เผด็จการ วันที่พล.อ.สนธิ ปฏิวัติวันรุ่งขึ้นมาคนโทรมาหาผมเป็นอาจารย์ เป็นคณบดีในมหาวิทยาลัย โทรมาหาผม ว่าท่านคงดีใจน่ะครับปฏิวัติแล้วคุณทักษิณแย่แล้ว ผมยังบอกว่ามีเหตุผลอะไรไปปฏิวัติคุณทักษิณเขา นายกฯเขาจะไม่ดีอย่างไรเป็นเรื่องของเขา ผมไม่เกี่ยวข้องแต่ในฐานะเป็นนายกฯที่มาจากการเลือกตั้ง โดยประชาชนและเขาอยู่เมืองนอกเขาอยู่ยูเอ็น คนอยู่ที่นี่ทำปฏิวัติ ผมไม่เห็นด้วย ถ้าจะแข่งกับคุณทักษิณ แข่งโดยระบอบประชาธิปไตยสิ ไม่ใช่แข่งเรื่องปืน No อาจารย์คนนั้นตกใจ เขาไม่คิดว่าผมจะพูดแบบนี้ เขานึกว่าผมจะพูดด้วยความดีใจ # ถ้าเราอยู่บนสังคมความขัดแย้ง ในสังคมหลักประชาธิปไตยจะยิ่งหดหายไป นี่เป็นเรื่องหนึ่งที่ทำให้น่าเป็นห่วง อย่างไรก็ต้องพยายามรักษาหลักการ ปรัชญาของระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาให้ได้ การที่มีอะไรหลายอย่าง เริ่มเคลื่อนไหวหลายอย่างจะเป็นกลุ่มสีนั้นสีนี้อะไรต่างๆน่ากลัวเหลือเกิน ผมกลัวเหลือเกินกลุ่มที่เป็นพลังสร้างพลังขึ้นมากดดัน เหมือนกับกำลังมีอุดมการณ์อย่างหนึ่ง เขาสร้างอุดมการณ์ขึ้นมาโดยใช้เทคนิคกระบวนการผ่านสื่อ ร้านหนังสือตามต่างจังหวัด ทำการตลาดในต่างจังหวัดดีมาก ค่อยๆเอาความเห็นให้ซึมเข้าไปในสมองโดยผ่านสื่อ สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมมีเยอะในต่างจังหวัด ค่อยๆซึมอุดมการณ์ของเขาเป็นอุดมการณ์ที่ผมกลัวมาก เหมือนกับอุดมการณ์ของคอมมิวนิสต์ แต่คอมมิวนิสต์ ยังไม่เก่งเท่านี้เลย อุดมการณ์เป็นอย่างไรไม่ขอพูดถึง เพราะวันนี้เป็นวันเกิดเขา(ทักษิณ) ทำไมจะต้องมาทำกันขนาดนี้ ทำไมจะต้องมาตั้งชื่องานวันเกิดแบบนี้ มันน่ากลัว เรื่องประชาธิปัตย์เรื่องเล็ก ผมไม่แคร์ แต่ผมแคร์ บ้านเมืองผม เพราะหากอุดมการณ์นี้มันซึมเข้าไปทุกวันอะไรจะเกิดขึ้นน่ากลัวมาก ยิ่งกว่าคอมมิวนิสต์ # ถ้าประชาธิปัตย์จะฟื้นศรัทธาของสังคมให้กลับมา โครงสร้างควรจะออกมาแบบไหน มันไม่ใช่ของง่าย ผมว่า พรรคเพื่อไทยโดยการนำของคุณยิ่งลักษณ์ หากไม่มีการขัดแย้งภายในพรรคของเขาในเรื่องแย่งตำแหน่ง ผมว่าเขาเป็น 2 เทอมสบายมาก # พรรคประชาธิปัตย์จะต้องปรับอย่างไร ต้องแก้ไขสิ่งไม่ถูกกลับมาให้ถูก อย่างใช้คนให้เป็น เช่นดึงคนเก่ามาใช้บ้าง ก็เป็นเรื่องของคน คุณอภิสิทธิ์ควรเป็นหัวหน้าพรรคต่อไป เพราะไม่มีใครตอนนี้โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่จะขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรค ผมไม่เห็นด้วยเลย ยโสมาก คุณอภิสิทธิ์มาเป็นใหม่ กลับไปรื้อฟื้นวัฒนธรรมเดิม ใช้คนเก่า สร้างคนใหม่ พรรคประชาธิปัตย์ ต้องให้ความสำคัญกับคนทุกภาค โดยเฉพาะภาคอีสาน และถ้าประชาธิปัตย์ยังทำอย่างนี้ ต่อไปแม้แต่ในภาคใต้ คราวหน้าไม่แน่ ส่วนใหญ่ต้องแก้ที่คุณอภิสิทธิ์ คุณอภิสิทธิ์ ก็ต้องรู้จุดว่าจะต้องแก้ที่ไหนบ้างนอกจากปรับปรุงโครงสร้าง วางนโยบายแผนงาน 5-10-15 ปีแล้ว ใช้คนเก่า ง่ายยืนหยัดบนหลักการประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการรัฐประหาร # เสียงคุณอภิสิทธิ์ อาจจะไม่ดังเท่าเสียงนายสุเทพ ในเรื่องการบริหารจัดการพรรค ใช่ คุณก็รู้อยู่แล้ว # ในมุมมองของท่านถ้าเปลี่ยนเลขาธิการพรรค มองว่าใครพอจะมีแววบ้างไหม ผมไม่ทราบว่า หัวใจคุณอภิสิทธิ์จะเป็นอย่างไร อย่าให้ผมมอง อย่าให้ผมพูดมันไม่ดี เพราะอีก 2 วันเขาก็จะมีการเลือกกันแล้ว # เอาแค่คนที่จะมาเป็นเลขาธิการพรรคควรคุณสมบัติที่เหมาะอย่างไร เป็นคนที่อยู่ในพรรคมาพอสมควร # ช่วงที่คุณยิ่งลักษณ์ได้เป็นรัฐบาล และอาจได้เป็น 2 สมัย เป็นช่วงเวลาที่ประชาธิปัตย์ควรจะรีแบรนด์ตัวเองให้ทัน โอกาส 4 ปี หรือ 8 ปี เป็นโอกาสดีที่ประชาธิปัตย์จะต้องเร่งฟื้นตัว พยามยามสร้างให้เป็นสถาบัน โดยจะต้องเริ่มจากการปรับโครงสร้างอาทิในเรื่องตัวบุคคล นโยบาย การวางยุทธศาสตร์ของพรรค ในเรื่องกฎข้อบังคับของพรรคนั้น ผมไม่ทราบเพราะมันนานมาแล้วว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง หรือมีอะไรที่ไปขัดขวางการทำงาน ในเรื่องขั้นตอนการพิจารณา กว่าจะผ่านแต่ละเรื่องต้องมีการพิจารณานาน นั้นก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมาเลย มีคณะกรรมการ มีคณะผู้บริหารพรรค กลั่นกรองมา มันไม่ทำอะไรให้ล่าช้า แต่อยู่ที่คนเอามาปฏิบัติ # 50 กว่าปีที่เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ รู้สึกเสียดาย หรือ เสียใจอะไรบ้างหรือไม่ ผมเสียดายและเสียใจหลายอย่าง มันเกิดขึ้นมาหลายปีแล้วและได้มีการเตือนไปแล้ว แต่เมื่อไม่ทำตามก็ไม่รู้จะทำอย่างไร อันนี้เป็นเหตุผลอย่างหนึ่ง ที่ผมไม่ไปพรรคเลย เว้นแต่วันทำบุญพรรคและจะมีประชุมใหญ่พรรควันที่ 6 ส.ค.ในข้อบังคับอดีตหัวหน้าพรรค ต้องไปร่วม แต่ผมยังไม่ตัดสินใจว่าจะไปหรือไม่ไป ถ้าไปแล้วบางทีบอกตรงเห็นคนรุ่นใหม่ที่มีท่าทางอย่างนั้น “สมัยก่อนเราต่อสู้กับจอมพลถนอม เสร็จจากสภาฯออกมาแล้วผมต้องไปกราบจอมพลถนอม ต้องไปไหว้คารวะผู้ใหญ่ถึงแม้คนละพรรค แต่เวลานี้มันไม่มี นี่คือวัฒนธรรมของประชาธิปัตย์ที่หายไป สัมมาคารวะหมดไปมากๆทีเดียว พรรคประชาธิปัตย์ ขณะนี้ที่ดินเป็นของคุณเล็ก นานา ผ่านไปแล้วเลขาฯเก่าของพรรค ผมเองเป็นคนไปหาที่ไปขอที่คุณเล็กขอเงินมาสร้างพรรค ตึกที่คุณชวนทำงานตึกแรก ( ตึกควง อภัยวงศ์ ) คนที่ช่วยผมหาเงิน คือ คุณเฉลิม อยู่บำรุง ( อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์) ทำกันอยู่ 2 คนช่วยกันหาเงินสร้างพรรค แต่เวลาพรรคเล่นงานคุณเฉลิม กลับไม่เคยคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ ลืม” “ผมยังรักคุณเฉลิมเหมือนน้องชายคนหนึ่ง เวลาผมเอาคุณเฉลิมมาเป็นเลขาฯผม คนในประชาธิปัตย์ว่าผมใหญ่เลย ตอนนั้นคุณเฉลิมอยู่ในพรรคน่ะ คุณเฉลิมเป็นคนแข็ง พูดจาโผงผางเสียงดัง แต่นายควงเคยบอกไว้ว่า คุณพิชัยจำไว้นะเป็นนักการเมืองและทำให้พรรคเดิหน้าต่อไปได้ก็ต้องมีบุคคลที่มีคุณสมบัติต่างๆกัน ความสามารถของแต่ละคนต้องแตกต่างกัน คุณเฉลิมทำงานเก่ง พูดก็เก่งด้วยทะเลาะกับคนเก่ง คุณเฉลิมเป็นคนหนึ่งที่มีความสามารถและผมดึงเขาเข้ามาเพราะเก่ง คุณเฉลิมมีส่วนในการสร้างที่ทำการพรรค แต่ประชาธิปัตย์ไม่เคยพูดเพราะเกลียดคุณเฉลิม นี่ก็คือตัวอย่างหนึ่ง” คุณพิชัย กล่าว # คุณอภิสิทธิ์เก่งมีความรู้ความสามารถมีความซื่อสัตย์ มีครบ แต่พรรคประชาธิปัตย์พยายามที่จะดันขึ้นมาเร็วกว่าที่ควรจะเป็นหรือเปล่า ตอนที่คุณอภิสิทธิ์ถูกดันครั้งแรกนั้นผมคัดค้านเต็มที่เลย ต่อหน้าคุณอภิสิทธิ์เลย ให้คุณบัญญัติขึ้นก่อน เพราะคุณบัญญัติอาวุโสกว่า และคุณบัญญัติไม่มีโอกาสที่จะชนะ คุณบัญญัติจะหวังเป็นนายกฯไม่มีทาง แต่คุณอภิสิทธิ์มีทางแต่ไม่ควรจะรีบร้อนมาเป็นหัวหน้าพรรคโอกาสเรายังมีเยอะ ฉะนั้นผมจึงคัดค้านการเป็นหัวหน้าพรรคของคุนายอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้าพรรคตอนแรก ทำให้คุณบัญญัติได้เป็นหัวหน้าพรรค และต่อมาก็แพ้การเลือกตั้ง คุณบัญญัติจึงได้ลาออกจากตำแหน่งไป คุณอภิสิทธิเลยได้ขึ้นจึงได้เป็นนายกฯ เมื่ออายุ 46 ปี เวลานี้คุณอภิสิทธิ์ก็มีโอกาสที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ระยะเวลาอีก 8 ปี ( ที่เพื่อไทยเป็นรัฐบาล) ก็แค่ 50ปีกว่าๆ ไม่เป็นไรยังอ่อนมาก แต่ต้องเริ่มทำเริ่มเปลี่ยนอะไรๆ อย่าให้ประชาธิปัตย์ทำอย่างนี้อีกเลย # เคยคุยกับนายชวนถึงปัญหาเหล่านี้หรือเปล่า คุณชวน ก็แปลกเวลาประชุมไม่ค่อยพูดเรื่องเหล่านี้ ไม่เคยปรึกษาผมเรื่องเหล่านี้เลย และผมก็ไม่ได้ถาม คุณชวนรู้ดีคนในพรรคคนเก่าๆรู้ดี คุณเทอดพงษ์ ไชยนันท์ คุณอเนก ทับสุวรรณ คุณสัมพันธ์ ทองสมัคร แหม!! ผมโกรธแทนคุณสัมพันธ์ ใครมาจากไหนไม่รู้มาได้ลำดับปาร์ตี้ลีส ที่ดีกว่าคุณสัมพันธ์ โกรธจังเลย # จุดอ่อนของประชาธิปัตย์ ในพื้นที่ กทม.คืออะไร จริงๆแล้วคนกทม.เป็นคนเป็นคนที่เลือกประชาธิปัตย์มามาก แต่ในขณะเดียวกันคนในกทม.เองก็หวั่นไหวบ่อยครั้งเหลือเกิน โดนมา 2 ครั้งแล้ว ตอนคุณสมัครเป็นหัวหน้าพรรคประชากรไทย เตะประชาธิปัตย์ล้มหมดเลยในกทม.เหลือเพียง คนสองคน พรรคคุณสมัครล้มไปหมดประชาธิปัตย์ก็ขึ้นมาใหม่ โดยคุณจำลองเล่นงานโครม หมดอีก มันขึ้นๆลงๆ แต่ในส่วนลึกของหัวใจคน กทม.เลือกประชาธิปัตย์มากกว่า ผมไปช่วยคุณบัญญัติหาเสียง ไปหลายวัน ผมเดินหาเสียง คนยังจำผมได้เยอะ # คนในตระกูลรัตกุล ไม่มีใครจะลงสมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์อีกแล้วหรือ คุณพิจิตต รัตกุล เขาก็ไม่อยู่ประชาธิปัตย์นานแล้ว เพราะประชาธิปัตย์ไม่ให้เขาลงผู้ว่าฯกทม. เขาขอสมัครแล้วประชาธิปัตย์ไม่เอาเขา และเมื่อไม่เอาเขาก็ไม่ส่งด้วย แต่แล้วเขาได้เป็นผู้ว่าฯกทม. ทั้งที่แข่งกับคุณจำลองแต่เขาต้องออกจากพรรคมาเพราะพรรคไม่เอาเขา ผมภูมิใจที่ผมอยู่พรรคประชาธิปัตย์ แต่ถ้ายังไม่มีการแก้ปัญหา ผมคงจะเสียใจ # วิธีการของคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาอยู่พรรคประชาธิปัตย์ จะมองถึงปัจจัยมากกว่าอุดมการณ์ คนรุ่นใหม่ คงไม่อยู่ดีๆ แล้วเดินเข้ามาหรอก ต้องเดินเข้าไปหาเขา อย่างหลานปู่ผมคนหนึ่ง อภิสิทธิ์เป็นหลานลุงต้องเรียกผมว่าลุง หลานปู่ผมคนหนึ่ง คือ จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี ไม่เคยมารคุยกับผมเรื่องการเมืองเลย แสดงถึงความโง่ของคน เป็นหลานผมแท้ๆน่ะ ขนาดนี้ยังไม่เคยมาปรึกษาปู่เลย แล้วปู่จะไปถามมันทำไม ปู่มีประสบการณ์พอที่จะสอนลูกหลานได้ก็ไม่มาหา # ท่านจะปล่อยให้พรรคประชาธิปัตย์ตกต่ำลงไปเรื่อย โดยจะไม่ลงไปช่วยเลยเหรอ ผมอายุ 85 แล้วจะไปช่วยอะไรเขาได้ อภิสิทธิ์เป็นนายกฯผมยังไม่เคยโทรฯไปแสดงความยินดี ไม่เคยเลย แต่พอเลือกตั้งเขาแพ้ ผมส่งดอกไม้ไปให้ เขาก็โทรศัพท์มาขอบพระคุณคุณลุง ถ้าหากคนของพรรคประชาธิปัตย์ขึ้น ไม่เกี่ยวกับผม ใครได้ดีก็ว่ากันไป แต่พอตกเมื่อไรก็ฟังเสียงวิจารณ์ # ถ้าพรรคประชาธิปัตย์จะแข่งกับคนอื่นและก้าวข่ามไปเป็นสถาบันสร้างความเข้มแข็งให้กับพรรค จะทำได้ในยุคที่คุณอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้า คงมี แต่คงจะไปดึงคนเก่ามาไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นคุณชวน หรือคุณบัญญัติ แต่คนเหล่านี้มีประโยชน์กับพรรคที่จะให้คำแนะนำกับหัวหน้าพรรค # คนรุ่นใหม่เป็นได้ แต่ต้องฟังคนรุ่นเก่า ใช่ ใช้คนเก่าให้เป็นด้วยและใช้คนใหม่ด้วย คนใหม่มาก็อย่าลืมคนเก่า เวลาป้ายหาเสียงคราวก่อน เอารูปคุณอภิสิทธิ์อยู่ด้านหน้าเลย ด้านข้างมีรูปอดีตหัวหน้าพรรครวมทั้งผมด้วยคนรุ่นใหม่อยู่ข้างหลัง เพื่อแสดงพลังของคนเก่าและคนใหม่ เพราะคนรู้จักคนเก่าก่อน คนจะเห็นว่าประชาธิปัตย์มีทั้งใหม่และเก่า # ท่านคิดว่าคุณอภิสิทธิ์ จะปรับตัวเองได้หรือไม่ ผมไม่ทราบ ผมตอบไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า เขาจะเลือกใครมาเป็นคนใกล้ชิดเขาในการทำงาน อย่างเช่นคุณวอลเปเปอร์ กลุ้มใจเป็นบ้าเลยผม ทำไมใต้องมายืนอยู่ข้างหลังคุณอภิสิทธิ์ตลอดเวลา คนเขาก็หมั่นไส้ โฆษกก็เหมือนกัน มีทั้งโฆษกรัฐบาล โฆษกประจำตัว โฆษกพรรค ทำอะไรแปลกๆสัปดน สิ่งเหล่านี้เคยพูดมามากแล้ว # ตอนที่เป็นรัฐบาลการเลือก ครม.ในส่วนของของประชาธิปัตย์ เป็นอย่างไรในมุมมองของท่าน ที่ผมเห็นก็พอไปได้อย่างที่ผมชมเชยคือ คุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ผมกลัวเขาจะทิ้งพรรค เขาใช้ได้ หรือแม้แต่คุณวิฑูรย์ นามบุตร มีสปิริตดี มีปัญหาก็ลาออก คุณไตรรงค์ก็งั้นๆ คุณไตรรงค์นี่ ผมไปหาเสียง เขาเรียกผมพี่ พี่ชายเป็นอาจารย์จุฬา ผมเป็นประธานเผาศพพ่อเขา แต่เมื่อ 2 ปีที่แล้วเขาแต่งงานลูกไม่บอกผมเลย หมายความว่าไง วัฒนธรรมไม่มีแล้วใช่ไหม หากจะบอกว่าเป็นคนเก่า แล้วทำไมไม่คิดถึงผม ผมไม่ได้ต้องการที่จะไปงาน แต่ต้องมีการแสดงความมีน้ำใจ แต่ทำให้ผมเสียใจ ผมเคยไปเยี่ยมบ้านเขาบ่อยๆพ่อเขาเป็นกำนัน ไปเผาศพ เพราะมีความใกล้ชิด ส่วนคุณวิทยา แก้วภราดัย เป็นคนดีมาก แต่ผมชอบคุณนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ ส่วนถาวร เสนเนียม ก็ใช้ได้ ปักษ์ใต้หลายคนใช้ได้ ส่วนตัวผมเชียร์ # ท่านคิดว่าคุณวิทยาจะช่วยเรื่องการประสานคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ได้หรือไม่ ผมไม่ทราบมันแล้วแต่คุณวิทยาจะได้รับการสนับสนุนจากใครหรือไม่ แต่หากได้รับการสนับสนุนจากนายกฯชวนก็จะดีมาก คุณวิทยา คุณนิพิฎฐ์ ผมชอบการอภิปรายของเขาในสภาฯมาก คุณชำนิ ก็ใช้ได้แต่สู้คุณวิทยาไม่ได้ชำนิก็ไม่ได้มีบทบาทอะไรแล้ว # ส.ส.กทม.รุ่นใหม่มีใครที่พอจะดูได้ดูดีบ้าง คุณอภิรักษ์ ก็พอใช้ได้ เรื่องการจัดซื้อรถ-เรือดับเพลิง ความจริงผู้ว่าฯกทม.คนก่อนเขาทำมาหมดแล้วพอตัวเองมาเป็นผู้ว่าฯกทม. ไม่มีทางออกเลยต้องเปิดถ้าไม่เปิดก็อาจจะผิดสัญญาอะไรหรือไม่ผมไม่ทราบ กับคุณองอาจ คล้ามไพบูลย์เองก็ไม่เลว ในกทม.ไม่มีตัวไหนที่พอจะดึงดูด # มองนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์เข้มข้นพอแล้วหรือยัง ผมบอกไปแล้วว่า พรรคประชาธิปัตย์ จะทำนโยบายก่อนการเลือกตั้ง ฉุกละหุก เอานโยบายของคุณทักษิณมาปรับใหม่ # หลังๆมาคนของพรรคประชาธิปัตย์มักกจะออกจากพรรคไปอยู่ที่พรรคอื่น พูดง่ายๆ คนที่เข้ามานี่ส่วนใหญ่คงเชื่อในอุดมการณ์และวัฒนธรรม ของพรรคประชาธิปัตย์ และเมื่ออุดมการณ์เดิมหายไปคนก็เห็นว่าไม่ดีที่จะอยู่ต่อไป ส่วนเรื่องการเงินไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ต้องออกไป สมัยผมไม่มีเงินมากผมเองต้องขายที่ดินให้พรรคไม่รู้เท่าไร # คุณสุเทพก็เป็นคนเก่าของพรรค คุณสุเทพ มีนิสัยคนละอย่าง และผมต้องชมเชยท่านอย่างหนึ่งคือท่านพยายามป้องกันคุณอภิสิทธิ์อย่างเต็มที่ ความดีก็มี คุณอภิสิทธิ์อยู่ได้เพราะคุณสุเทพ และคุณสุเทพ เป็นพลังมหาศาลสำหรับคุณอภิสิทธิ์ แต่ส่วนบุคลิกท่าทางของแก ผมไม่ชอบ ผมยังให้ดอกไม้คุณสุเทพ แกจะรู้ไหมว่าคนทั่วไปไม่ค่อยชอบแก แต่ผมสงสารแก แกทำงานเต็มที่ ช่วยเต็มที่เลย คนอย่างนี้ต้องชมเชย เวลานี้ดูทั่วไปในเมืองไทยคนที่เป็นสมาชิกพรรคที่เก่าแก่ที่สุดคือผม ตั้งแต่ปี 2501 นายกชวนมาปี 2511 เลือกตั้งปี 2512 คุณเลิศ ชินวัตร (พ่อคุณทักษิณ ) รุ่นเดียวกันคุณชัย ชิดชอบ# ภาคเหนือของพรรคประชิปัตย์ก็เห็นว่าคะแนนไม่ค่อยดี เมื่อก่อนดีมาก เมื่อก่อนเชียงรายมีส.ส. 6 คนประชาธิปัตย์ ได้ 4 คน สมัยแรก เชียงราย 1 ในนั้นคือคุณยงยุทธ ติยะไพรัช ส.ส.ประชาธิปัตย์เก่า เมื่อก่อนผมเชียร์เขามากเลยน่ะ ย้ายไปอยู่กับคุณทักษิณ เพราะมีคนไม่ชอบแก แกก็ต้องออกไป ผมเคยไปหาเสียงให้แกที่เชียงราย # ประชาธิปัตย์เริ่มเป๋ ตอนที่เกิดพรรคไทยยรักไทยขึ้น เพราะมีส.ส.ประชาธิปัตย์ไหลไปเยอะหรือเปล่า ไม่ ประชาธิปัตย์ มันก็เกิดขึ้นเรื่อยๆ มันเกิดมาเรื่อยๆ แต่ไม่มากเหมือนระยะหลังๆ # เป็นไปได้หรือไม่ที่ประชาธิปัตย์ สร้างคนแต่ไม่ดูแลคน ประชาธิปัตย์โหมโรงตอน ช่วงเลือกตั้ง ซึ่งผมไม่ชอบเลย ไม่มีการวางแผนกันเลย การสร้างคนไม่ใช่ไม่ดูแล เพราะการดูแลในที่นี้ ไม่ได้หมายความว่าจ่ายสตางค์นะ แต่เป็นการให้ความรับผิดชอบ ผมเคยเป็นวิปเมื่อปี 2512 เป็นวิปที่คนกลัวมาก เพราะผมวิปจริงๆ คนไหนนั่งที่ไหนก็ต้องนั่งที่นั่น ในพระที่นั่งอนันต์ฯ ใครจะพูดอะไรต้องขออนุญาติผมก่อน ถ้าวิปไม่อนุญาตไม่ได้ เลขานุการจะพูดต้องขออนุญาตผมเลย นอกจากหัวหน้าพรรคอย่างอาจารย์เสนีย์จะพูดก็พูดไป แต่อาจารย์เสนีย์ไม่ค่อยพูด ใครไม่มาผมต้องโทรฯตามเหมือนเป็นครูใหญ่ เพราะฉะนั้นการใม่ครบองค์ประชุมไม่มีเลย สู้กับจอมพลถนอมแบบซึ่งๆหน้า ว่ากันแบบนี้ พอเสร็จแล้วก็ออกมาก็กราบกัน เคารพเขา เพื่อความสัมมาคารวะแต่เวลาอภิปรายในสภาไม่ได้ # หลักคิด หลักการบริหารของคนที่จบ”อ๊อกฟอร์ด” ก็ยังใช้กับประชาธิปัตย์ไม่ได้ หลักคิดหลักบริหารของประชาธิปัตย์มองว่าใช้ไม่ได้เลย ไม่เก่งเรื่องบริหาร เขาจบ “อ๊อกฟอร์ด” แต่ผมจบ “อ๊อกแฟกซ์” ( พูดติดตลก) เสียดายที่เขาสร้างมา 60 กว่าปี # ท่านคิดไหมว่าเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาคนเปลี่ยนใจจากประชาธิปัตย์ไปเยอะ แยะ แยะ ลูกสะใภ้ผมกับหลานผมเลือกใครรู้ไหม “ชูวิทย์” ครอบครัวผมไม่ถาม เลือกแล้วผมถึงได้ถาม แต่ผมไม่เคยไปโน้มน้าวเลย ให้ตัดสินใจเองแต่ภรรยาผมยืนหยัดตลอดเวลาต้องประชาธิปัตย์ 2 คนตายาย คนในครอบครัวเขาจะไม่โนโหวตแต่เขาลงคะแนนให้คน เขาเห็นว่าคุณชูวิทย์ อาจจะใช้ได้ อาจจะ ไม่รู้เหมือนกัน ตรงนี้แปลว่าคนกทม.เคลื่อนไหวง่าย สวิง # จุดอ่อนหลักคือการบริหารเลยใช่ไหม การบริหารงานไม่เป็นเลยสักอย่าง ไม่ฟังคนเก่าคนแก่ด้วย อภิสิทธิ์เคยมาหาผม 2 หน ตอนเป็นนายกฯ ผมพูดถึงอะไรหลายอย่าง แนะนำเขาไป ไม่ทำสักอย่าง และอีกทีผมเจอเขาที่งานศพคุณเล็ก นานา ท่านเป็นคู่หูผมตลอดเวลา ท่านเสียตามพิธีทางศาสนาต้องฝังภายในวันเดียว ผมอายุ 80 กว่าผมร้องไห้ นั่นเพราะความสัมพันธ์ลึกเหลือเกินกับพรรคประชาธิปัตย์ อยากให้เป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งคือ ความมีเยื่อใยกัน ผมร้องไห้ก่อนที่จะนำคุณเล็กไปฝัง ผมคุยกับคุณอภิสิทธิ์ในเรื่องๆหนึ่งอย่าให้พูดว่าเรื่องอะไร วิธีจะแก้ไขความปรองดองอย่างไร ผมบอกคุณอภิสิทธิ์ถึงขั้นตอนทุกอย่าง ทำอะไรอย่างไร แม้กระทั่งก่อนเลือกตั้งหลายเดือน ผมจะไปคุยกับคุณทักษิณ เป็นการส่วนตัวไม่เกี่ยวกับพรรค เพราะผมเชื่อว่า คุณทักษิณเห็นผมเป็นคนกลาง ผมเชื่อ เพราะผมรู้จักคุณทักษิณ ได้มีการกำหนดวันจะไปแล้ว แต่ก็มีข่าวเรื่องการยุบสภา กำหนดวัน คุณทักษิณโอเค ทุกอย่างโอเคหมด ส่วนตัวนะไม่เกี่ยวกับพรรคเลย ผมเล่าให้คุณอภิสิทธิ์ฟังคร่าวๆเท่านั้นเองแต่คุณอภิสิทธิ์เองก็เฉยๆ เพราะตราบใดไม่แก้ปัญหาตามที่ผมพูด ไม่มีทางแก้ปัญหาความปรองดองได้ ----------------------------------"

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์