เลขา ครป. จี้ "ยิ่งลักษณ์" มีจริยธรรมตามระเบียบสำนักนายกฯ ยุคพรรคพลังประชาชน

12 ส.ค. 54 - สุริยันต์ ทองหนูเอียด เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) เผยแพร่บทความ \อำนาจของนายกรัฐมนตรีกับจริยธรรมของนักการเมือง\" จี้นายกต้องมีจริยธรรมตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง พ.ศ.2551 อำนาจของนายกรัฐมนตรีกับจริยธรรมของนักการเมือง สุริยันต์ ทองหนูเอียด เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ๑.คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีหมายแดงที่ อม. ๑/๒๕๕๐ เมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๕๑ ระหว่างอัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้องพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตรเป็นจำเลยที่ ๑. คุณหญิงพจมาน ชินวัตร จำเลยที่ ๒. ได้วินิจฉัยอำนาจของนายกรัฐมนตรีไว้อย่างชัดเจนว่า “นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล และมีอำนาจกำกับโดยทั่วไปซึ่งการบริหารราชการแผ่นดิน มีอำนาจสั่งการให้ส่วนราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค และส่วนราชการที่มีหน้าที่ควบคุมราชการส่วนท้องถิ่นชี้แจงแสดงความเห็น ทำรายงานเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ในกรณีจำเป็นจะยับยั้งการปฏิบัติราชการใดๆ ที่ขัดต่อนโยบายหรือมติคณะรัฐมนตรีก็ได้ มีอำนาจสั่งสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการของราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค และราชการส่วนท้องถิ่น มีอำนาจบังคับบัญชาข้าราชการฝ่ายบริหารทุกตำแหน่ง ซึ่งสังกัดกระทรวงทบวงกรมและส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเป็นกรม รวมทั้งมีอำนาจดำเนินการอื่นๆ ในการปฏิบัติตามนโยบาย ส่วนการจัดระเบียบราชการในกระทรวงต่างๆ มาตรา ๒๐ แห่งพระราชาบัญญัติดังกล่าวกำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบในการกำหนดนโยบาย เป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ของงานในกระทรวงให้สอดคล้องกับนโยบายที่คณะรัฐมนตรีแถลงไว้ต่อรัฐสภา หรือที่คณะรัฐมนตรีกำหนด หรืออนุมัติ แต่มีข้อจำกัดว่าอำนาจดังกล่าวของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต้องอยู่ภายใต้บทบัญญัติมาตรา ๑๑ กล่าวคือ ต้องไม่เป็นการขัดหรือแย้งหรือลดทอนอำนาจที่มีอยู่ของนายกรัฐมนตรี....” กรณีคดีซื้อขายที่ดินรัชดาดังกล่าว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาว่า พ.ต.ท.ทักษิณฯ มีความผิด ให้ลงโทษจำคุก ๒ ปี ๒.ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้อ่านคำวินิจฉัยตามคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)และคำร้องของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว. สรรหา และคณะ ๒๙ คน ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการสิ้นสุดการเป็นรัฐมนตรีของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีกรณีไปจัดรายการ \"ชิมไปบ่นไป\" และรายการ \"ยกโขยง ๖ โมงเช้า\" ก็วินิจฉัยว่า นายสมัคร มีความผิดจริง ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ๓.มติคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๕๒ กรณีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรีขณะนั้นกับพวก รู้เห็นเป็นใจสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อาวุธปราบปรามประชาชนที่กำลังชุมนุมโดยสงบ ในบริเวณหน้ารัฐสภา บริเวณถนนพิชัย บริเวณถนนสุโขทัย และบริเวณหน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาล ทำให้ประชาชนได้รับอันตรายแก่กาย และจิตใจ ประมาณ 400 คน ได้รับบาดเจ็บสาหัส 6 คน และถึงแก่ความตาย 2 คน เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ นั้น กรณีการสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ดังกล่าว ปปช. ก็ได้มีมติชี้มูลว่า นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรีกับพวก มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ อำนาจของนายกรัฐมนตรีที่ผู้เขียนอ้างถึงข้างต้นนั้น ก็เพื่อยืนยันว่าในการบริหาราชการแผ่นดินนายกรัฐมนตรีมีอำนาจที่จะสั่งการหรือยับยั้งการสั่งการข้าราชการได้ทุกตำแหน่ง ทุกกระทรวง กรม กอง อำนาจของนายกรัฐมนตรี จึงเป็นดาบสองคมที่ให้คุณและให้โทษแก่ผู้นำประเทศ ซึ่งหากนายกรัฐมนตรีที่ไม่ดี ที่ไม่ตั้งอยู่ในศีลในธรรม ที่ไม่ปกป้องประโยชน์ของประเทศ ที่ไม่ใยดีต่อความเดือดร้อนทุกข์ยากหรือความเป็นตายของประชาชน ในที่สุดนายกรัฐมนตรีเช่นนั้นก็จะถูกพิพากษาลงโทษ กรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาลงโทษจำคุก ๒ ปี ก็เพราะใช้อำนาจในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแสวงหาประโยชน์เพื่อตนและครอบครัว กรณีนายสมัคร สุนทรเวช ที่ถูกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่ามีความผิดจริง ขาดคุณสมบัติ ต้องพ้นจากตำแหน่ง ก็เพราะใช้อำนาจและตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี เพื่อไปแสวงหาประโยชน์แห่งตน การเข้ามาดำรงตำแหน่งทางเมืองของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จึงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามว่าจะใช้อำนาจหน้าที่เพื่อประโยชน์ของส่วนร่วม ปกป้องประเทศชาติประชาชน หรือแก้ผิดให้เป็นถูกเพื่อพี่น้องบริวารว่านเครือหรือไม่ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ จะต้องสรุปบทเรียนให้ได้ว่าจะปฏิบัติหน้าที่บริหาราชการแผ่นดินอย่างไร เป็นตัวของตัวเองทำหน้าที่เพื่อชาติหรือเป็นร่างทรงของพี่ชายไปในทางที่ไม่ชอบเมื่อไหร่ บทเรียนที่ผ่านมาย่อมปรากฎชัดเจนแล้วว่าจุดจบเป็นอย่างไร จริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง พ.ศ.2551 ซึ่งได้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ.2551 ได้กำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมของข้าราชการการเมือง เช่น - ต้องจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์และเป็นแบบอย่างที่ดีในการเคารพและรักษาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข - ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ - ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการเป็นพลเมืองดีการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด - ต้องปฏิบัติตนอยู่ในกรอบจริยธรรม คุณธรรมและศีลธรรมทั้งโดยส่วนตัวและโดยหน้าที่ความรับผิดชอบต่อสาธารณชน ทั้งต้องวางตนให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธาของประชาชน - ต้องเคารพสิทธิ เสรีภาพส่วนบุคคลของผู้อื่นไม่แสดงกิริยาหรือใช้วาจาอันไม่สุภาพ อาฆาตมาดร้าย หรือใส่ร้ายหรือเสียดสีบุคคลใด - ต้องรักษาความลับของราชการ เว้นแต่เป็นการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย - พึงพบปะเยี่ยมเยียนประชาชนอย่างสม่ำเสมอ เอาใจใส่ทุกข์สุขและรับฟังเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชนและรีบหาทางช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนอย่างเท่าเทียมกันโดยไม่เลือกปฏิบัติ - ต้องไม่ใช้หรือบิดเบือนข้อมูลข่าวสารของราชการเพื่อให้เกิดความเข้าใจผิดหรือเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น - ต้องรักษาทรัพย์สินของราชการและใช้ทรัพย์สินของราชการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์นั้นๆ เท่านั้น - ต้องแสดงความรับผิดชอบตามควรแก่กรณีเมื่อปฏิบัติหน้าที่บกพร่องหรือปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาดอย่างร้ายแรง เป็นต้น นี่ไม่ใช่เรื่อง \"สองมาตรฐาน\" หรือ \"การกลั่นแกล้งทางเมือง\" แต่เป็นมาตรฐานทางจริยธรรมที่กฎหมายรัฐธรรมนูญกำหนด คนทั้งสังคมเห็นร่วมกันและนักการเมืองเองก็ยอมรับและออกในสมัยที่พรรคพลังประชาชนเป็นรัฐบาล จึงเป็นหน้าที่ของพี่น้องประชาชนชาวไทยที่จะต้องติดตามตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลยิ่งลักษณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป. ที่มาข่าว: https://www.facebook.com/notes/คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย-ครป/อำนาจของนายกรัฐมนตรีกับจริยธรรมของนักการเมือง/219373294776995"

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์