สี่เสาแห่งการพัฒนา ของ 'ทักษิณ ชินวัตร' ประชาธิปไตย-นิติธรรม-เสรีภาพในการแสดงออก-เศรษฐกิจที่ดี

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดปาฐกถาพิเศษที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศญี่ปุ่น กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเช้าวันนี้ โดยเริ่มต้นด้วยการกล่าวแสดงความเสียใจกับญี่ปุ่น กรณีแผ่นดินไหวและสึนามิ ที่ก่อให้เกิดความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นทางภาคใต้ของประเทศไทย จากนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ จึงเริ่มปาฐกถาเกี่ยวกับการเมืองในประเทศไทย โดยเปรียบเทียบว่าประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่นมีความใกล้เคียงกัน คือภายหลังจากสมัยของ พ.ต.ท.ทักษิณ และนายจุนอิจิโร โคอิซุมิ ซึ่งดำรงตำแหน่งพร้อมๆ กันนั้น ทั้งสองประเทศก็มีนายกรัฐมนตรีต่อมาอีก 5 คนเท่าๆ กัน เพียงแต่การเปลี่ยนถ่ายอำนาจของญี่ปุ่นเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย ในขณะที่การเปลี่ยนถ่ายอำนาจของไทยไม่ได้เป็นประชาธิปไตยไปทุกครั้ง จะเห็นได้ว่าการเลือกตั้งในประเทศไทยที่ผ่านมา 5 ครั้ง พรรคพลังประชาชนและพรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายชนะมาโดยตลอด แต่มีนายกรัฐมนตรีเพียง 4 คนเท่านั้น ที่มาจากพรรคที่ชนะการเลือกตั้ง นอกจากนั้นอีก 2 คนมาจากทหาร คือ หนึ่งคนมาจากการรัฐประหาร และอีกหนึ่งคนมาจากการผลักดันของทหาร ส่วนการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยก็เป็นฝ่ายได้ชัยชนะอีกครั้ง โดยครั้งนี้ สิ่งที่รัฐบาลจะต้องผลักดันเป็นเรื่องแรก คือให้ทุกฝ่ายเข้าหากันเพื่อให้เกิดการปรองดอง และเพื่อให้ประเทศมีความมั่นคงและความมั่งคั่งต่อไป อย่างไรก็ตาม การปรองดองจะเกิดขึ้นเพียงอย่างเดียวไม่ได้ หากแต่ต้องมีกระบวนการค้นหาความจริงควบคู่กันไปด้วย โดยรัฐบาลชุดนี้ก็สนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความ จริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ซึ่งแต่งตั้งโดยรัฐบาลที่แล้ว ให้ทำงานต่อไป โดยในขณะนี้ คอป. ได้ประสานงานกับต่างประเทศ เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์จากประเทศที่เคยผ่านกระบวนการปรองดองมาแล้ว เป็นทิศทางในการขับเคลื่อนต่อไป ส่วนทางด้านเศรษฐกิจ พ.ต.ท.ทักษิณมองว่า เศรษฐกิจจะดีได้ การเมืองจะต้องดีด้วย นั่นคือ ประเทศไทยต้องปกครองด้วยระบบนิติธรรม หรือ Rule of Law ซึ่งไม่ใช่การปกครองด้วยกฎหมาย หรือ Rule by Law เพราะหากใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการปกครองเพียงอย่างเดียว กฎหมายก็จะกลายเป็นเครื่องมือของเผด็จการได้ ดังนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ สรุปว่า นิติธรรมคือการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย แต่การปกครองด้วยกฎหมายคือการปกครองตามระบอบเผด็จการ ซึ่งหากใช้กฎหมายแบบไม่มีนิติธรรม ก็มีแต่จะก่อให้เกิดความขัดแย้งในประเทศมากยิ่งขึ้น โดย พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เสนอ 4 เสาหลักในการพัฒนาประเทศไทยไปสู่ความเป็นสมัยใหม่ นั่นก็คือ ประเทศไทยต้องมีประชาธิปไตย มีนิติธรรม เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และมีคุณภาพทางเศรษฐกิจ ส่วนนอกจากนี้ รัฐบาลชุดปัจจุบัน ก็ต้องเร่งผลักดันให้โครงการที่รณรงค์หาเสียงเอาไว้เป็นจริงให้ได้ อย่างเช่นนโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท โดยพ.ต.ท.ทักษิณ ยืนยันว่า ต้องผลักดันให้มีการขึ้นค่าแรง เพราะต้องการให้คนไทยที่มีฐานะยากจน จะได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แม้ว่าจะก่อให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อตามมาก็ตาม ซึ่งการขึ้นค่าแรงก็จะช่วยให้ประสิทธิภาพ และขวัญกำลังใจในการทำงานของแรงงานเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ผลิตภาพในการผลิตเพิ่มขึ้นด้วย โดยทางรัฐบาลก็มีนโยบายลดภาษีให้กับธุรกิจ เพื่อลดภาระแบกรับของธุรกิจในการขึ้นค่าแรงให้กับแรงงานเช่นกัน นอกจากนั้นจากรายงานของรอยเตอร์ ทักษิณยังเข้ารับตำแหน่งศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยทากุโชกุ โดยกล่าวว่า “ผมไม่อยากให้ความรู้และประสบการณ์ตายไปพร้อมกับผม ผมต้องการจะถ่ายทอดและแบ่งปันให้กับคนรุ่นต่อไป ผมอยากใช้ช่วงเวลาที่เหลือของชีวิตเพื่อที่จะสอนหนังสือเพื่ออุทิศตนเป็นสาธารณประโยชน์” ข่าวจาก VoiceTV, Reuters

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์