หยุดก่อน 2554 หยุด ‘หมอผีครองเมือง’

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

ชื่อบทความเดิม การวิเคราะห์บทละครแปลเรื่อง ‘หมอผีครองเมือง’ ที่มีต่อการตามล่าแม่มดหมอผีในโลกเสมือนจริง “ก่อนอื่นผู้เขียนต้องกราบขออภัยเว็บไซต์บางแห่งเป็นอย่างสูง ที่ผู้เขียนได้กล่าวพาดพิง ทั้งนี้ผู้เขียนไม่ได้มีเจตนาที่จะไปว่ากล่าวเว็บไซต์นั้นแต่อย่างใด จุดประสงค์ของการกล่าวอ้างนั้น เพื่อแสดงให้เห็นถึง ในยุคที่มีการใช้การสื่อสารแบบไร้พรมแดนนี้ เกิดมีขบวนการการตามล่าแม่มดหมอผีขึ้นมา และเพื่อให้ผู้อ่านทราบถึงความเป็นมาและเป็นไปของการเกิดขึ้นดังกล่าว เพื่อหาหนทางที่เหมาะสมกับตัวเอง หากตกเป็นเหยื่อของการ ตามล่าแม่มด หมอผีขึ้น” ขณะที่เรายังเด็ก เราเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับแม่มด พ่อมด หรือหมอผีที่มาจากนิทาน การ์ตูน เรื่องเล่าต่าง ๆ มากบ้างน้อยบ้าง ส่วนใหญ่ตัวละครเหล่านี้ ผู้สร้างจะให้มีนิสัยเป็นคนไม่ดี เป็นคนเลว เช่น แม่มดที่เข้ามาทำร้ายเด็กสาวและคนแคระ ในเรื่อง สโนไวท์กับคนแคระทั้ง 7 หรือในวรรณกรรมเยาชนเรื่อง อภินิหารตำนานแห่งนาร์เนีย ตอน ราชสีห์ แม่มด กับตู้พิศวง มีราชินีชื่อ จาดิส (นางแม่มดขาว) เป็นราชินีใจร้ายและต้องการดินแดนทั้งหมด แม้กระทั่งในบทละครเวทีสมัยใหม่ของอเมริกันก็ยังสามารถพบเห็นเรื่องราวเหล่านี้ได้เช่นกัน จากบทละครเรื่อง The Crucible หรือ หมอผีครองเมือง ในโลกของความเป็นจริงนั้น การเกิดขึ้นของแม่มดหมอผีมีมาตั้งแต่ก่อนคริสต์วรรษที่ 15 และเกิดการตามล่าแม่มดขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 15 – 16 ด้วยสาเหตุมาจากที่ผู้คนคิดว่า แม่มดเป็นกลุ่มที่ทำให้หญิงสาวตายเป็นจำนวนมาก จึงเกิดการตามล่าขึ้น อัลเบิร์ต กิ๊กก๊อก อธิบายว่า ตามปกติแม่มดจะไม่สำแดงมนตราออกมาอวดใครง่าย ๆ นอกจากเพื่อลองวิชา บางทีการทำหุ่นขี้ผึ้งจำลองคนบางคน แล้วเอาเข็มจิ้มเล่นเพื่อให้ทรมานนั้น “ก็หาได้เกิดจากความแค้นของแม่มดหรอก แต่เพื่อลองวิชาสนุก ๆ” ไปซะอย่างนั้นเอง แม่มดต้องทำมาหากินเหมือนกับคนทั่วไป รายได้ของแม่มดส่วนใหญ่มาจากค่าตอบแทนในการทำพิธีไสยศาสตร์ และการขายเครื่องรางของขลัง โดยส่วนใหญ่จะไม่คำนึงว่า ใครจะเดือดร้อนจากการกระทำนี้บ้าง แต่ทว่าเรื่องราวเหล่านี้ กลับเป็นผลให้หญิงสาวธรรมดา ๆ ล้มตายราวกับใบไม้ร่วง กลายเป็นแม่มดที่ถูกประหัตประหารอย่างไร้มนุษยธรรม นับศตวรรษต่อศตวรรษเลยทีเดียว ในยุคนั้นชาวยุโรปนับไม่ถ้วนถูกสังหารตามเหตุการณ์ที่เรียกว่า \ความหวาดผวาแม่มด\" (The Great Witch Panic) ใครหนีได้ก็หนีไป แต่ถูกจับแล้วก็อย่าหวังว่าจะรอด แถมถูกบีบคั้นให้ซัดทอดกันไปอีก เหตุการณ์ทมิฬนี้เริ่มมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 15 – 16 [1] เมื่อโลกตะวันตกมีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์มากขึ้นเป็นลำดับ ความเชื่อเรื่องแม่มด หมอผี ซาตาน จึงค่อย ๆ หมดไปจากสังคม จากเดิมที่สังคมเห็นกลุ่มเหล่านี้เป็นรูปธรรม คือมีตัวตนจริง สามารถจับต้องได้ กลายเป็นว่าสังคมในยุคศตวรรษที่ 20 กลุ่มคนเหล่านี้ กลายมาเป็นนามธรรม ถูกทำให้กลายเป็นสัญลักษณ์ (Symbolic) ในเชิงลบ การใช้ศัพท์ดังกล่าว เกิดขึ้นมาในช่วงสงครามเย็น (Cold War) ที่มีการแบ่งค่ายระหว่างค่ายประชาธิปไตย กับค่ายคอมมิวนิสต์ สมมุติว่า นาย ก และ นาย ข หนึ่งอาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นประเทศประชาธิปไตย อาศัยอยู่ในห้องเช่าชั้นเดียวกัน อยู่ ๆ วัน มีหญิงสาวสวยเข้ามาเช่าอีกห้อง ทั้งคู่เห็น จึงติดใจหญิงสาวนี้พร้อมกัน แล้วก็แย่งกันจีบ ปรากฏว่า นาย ข จีบติดและได้ผู้หญิงคนนั้นไป สร้างความไม่พอใจให้กับ นาย ก เป็นอย่างมาก นาย ก จึงไปฟ้องตำรวจให้จับนาย ข ในข้อหาว่าด้วยนาย ข เป็นคอมมิวนิสต์ ตำรวจจึงได้จับตัวนาย ข ไปทั้ง ๆ ที่ นาย ข ไม่ได้เป็นคอมมิวนิสต์ แน่นอนว่า ข้อกล่าวหาที่นาย ก ฟ้องตำรวจนั้น เป็นข้อกล่าวอันเป็นเท็จ แต่ที่ตำรวจเชื่อนาย ก เป็นเพราะ นาย ก เป็นสมาชิกพรรคการเมืองที่อยู่ฝ่ายประชาธิปไตย ดังนั้น ปากคำของนาย ก จึงมีน้ำหนักมากกว่า ส่วนนาย ข เป็นคนที่ไม่ยุ่งเรื่องการเมือง จึงไม่มีผู้ที่จะมาช่วยในเรื่องการขอประกันตัวได้ อาเธอร์ มิลเลอร์ (Arthur Asher Miller) (17 ตุลาคม ค.ศ. 1915 – 10 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2005)จึงนำประเด็นดังกล่าว มาเขียนเป็นบทละครเวทีเพื่อการเสียดสี (Satire) สังคมในยุคนั้นได้อย่างแยบคาย นั่นคือ บทละครเรื่อง The Crucible หรือ หมอผีครองเมือง ที่แปล โดย วัชระ คุปตะเวทิน เรื่องราวในบทละครดังกล่าว ยุค เฟียวลิเท็นส์ (Puritans) [2] ช่วง ปี ค.ศ. 1692 ในเมืองซาเล็ม (Salem) มลรัฐแมสสาชูเสทส์ (Massachusetts) ในหมู่บ้านดังกล่าว ยังมีความเชื่อว่า แม่มดมีอยู่จริง และแม่มดก็เป็นผู้ทำให้เกิดเรื่องทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการไม่สบายโดยปราศจากสาเหตุของเด็กสาวที่ชื่อ เบตตี้ ปารีส (Betty Parris) การเต้นรำในป่าของบรรดาเด็กสาวที่นำโดย อาบิเกล ป่าดังกล่าว พวกชาวบ้านเชื่อว่าเป็นแหล่งที่อยู่บรรดาแม่มดทั้งหลาย จนเมื่อมีนักสืบ เฮล ที่มีความเชื่อเรื่องแม่มดว่ามีอยู่จริง อาสาที่จะมาปราบแม่มดเหล่านั้น ในขณะเดียวกัน มีครอบครัวหนึ่ง สามีชื่อ จอน พรอคเตอร์ (John Proctor) ภรรยาชื่อ เอลิซาเบธ (Elizabeth Proctor) ครอบครัวนี้เป็นครอบครัวที่ยึดมั่นในศาสนา แม้ว่าจะไม่ค่อยได้ไปโบถถ์ในวันอาทิตย์ เพราะเป็นฤดูเพาะปลูกต้องเร่งผลผลิต แต่ทุกคนในบ้านก็ยังเชื่อมั่นและศรัทธาในพระเจ้า ไม่เคยคิดเป็นอื่น อยู่มาวันหนึ่ง อาบิเกล วิลเลียมส์ (Abigail Williams) ถูกเข็มทิ่ม เธอบอกว่าเป็นฝีมือของคุณนายพรอคเตอร์ เฮล พร้อมชาวบ้าน มาที่บ้านของครอบครัวนี้ คุณนายพรอคเตอร์ จึงถูกจับในข้อหาเป็นแม่มด โดยมีหลักฐานคือ ตุ๊กตาที่แมรี่ วอเร็น (Mary Warren) ซึ่งเป็นคนรับใช้ของบ้านนี้เป็นผู้ให้เธอ ผลการสอบสวนพบว่า ตุ๊กตาตัวนั้นข้างในมีเข็มที่ใช้ทิ่มอยู่จริง ทั้งคุณและคุณนายพรอคเตอร์รู้ดีว่า สาเหตุที่อาบิเกลต้องทำเช่นนั้น เพราะเธอเคยเป็นสาวใช้ครอบครัวนี้มาก่อน แล้วก็โดนขับไล่ออกไปเพราะคุณนายรู้ว่า เธอเป็นชู้กับสามีตนเอง และต้องการกำจัดเอลิซาเบธให้พ้นทางเพื่อเข้ามาแทนที่เธอ เมื่อพรอคเตอร์มาที่โบสถ์ซึ่งใช้เป็นสถานที่พิจารณาคดีชั่วคราวเพื่อช่วยภรรยาตัวเอง แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะศาลเห็นว่าคดีมีมูล บทลงโทษของการเป็นแม่มดคือ ต้องประหารด้วยการถูกแขวนคอสถานเดียว เมื่อกลุ่มเด็กสาวรวมไปถึงอาบิเกลเข้ามาในห้อง อาบิเกลใส่ความว่า คุณนายพรอคเตอร์ทำร้ายเธอจริง ทำให้พรอคเตอร์เริ่มทนไม่ไหว ประกอบกับอาบิเกลใช้จิตวิทยาหมู่ ด้วยการสร้างภาพว่า เห็นนกน้อย ทั้ง ในเวลานั้นไม่มีสักตัว เด็กกลุ่มนั้นจึงทำตามที่อาบิเกลพูด เพื่อให้พวกผู้ใหญ่ได้ตะลึงไปว่า มีสิ่งที่เหนือธรรมชาติเกิดขึ้นจริงในที่นั้น แต่พรอคเตอร์ไม่เชื่อ จะโน้มน้าวให้พวกผู้ใหญ่เห็นว่า ไม่มีสิ่งที่พวกเด็กๆ ได้เห็นจริง แต่ผู้พิพากษากลับเชื่อว่า สิ่งที่เด็กสาวทั้งหลายเห็นเป็นจริงตามนั้น พรอคเตอร์ทนแรงกดดันไม่ไหว เพราะภรรยาโดนจับ โดยที่รู้ว่าภรรยาตนไม่ใช่แม่มด แต่ช่วยอะไรเธอไม่ได้ อีกด้านหนึ่ง ใช่แต่เฉพาะครอบครัวพรอคเตอร์เท่านั้นที่โดนข้อหาการเป็นแม่มด มีทั้งเพื่อนบ้านบางคนก็โดนกล่าวหาเป็นแม่มดเช่นกัน แม้แต่คนที่เคร่งครัดในศาสนาก็ยังโดนไปด้วย หลังจากนั้นอาบีเกลได้หนีไปพร้อมกับเงินที่โขมยจาก สาธุคุณปารีส (Reverend Samuel Parris) ผู้เป็นลุง เพราะเกรงว่า หากอยู่ต่อไป เรื่องอาจจะสาวมาถึงเธอได้ เนื่องจากเธอเป็นผู้ให้การต่อศาลถึงการที่ประนามเอลิซาเบธโดยปราศจากหลักฐานเรื่องการเป็นแม่มด ส่วนทางเอลิซาเบธมีชีวิตรอดอีกอย่างน้อย 8 เดือน เพราะเธอกำลังตั้งท้อง พรอคเตอร์ รวมทั้งคนในเมืองซาเล็มที่ถูกจับติดคุกในข้อหาเป็นแม่มด คนเหล่านั้นรอการประหารชีวิตด้วยการถูกแขวนคอ มีบางคนรอด เพราะได้สารภาพบาปว่าเป็นแม่มด (ทั้ง ๆ ที่ตัวเองไม่ได้เป็นแม่มด คือยอมทำตามคนอื่น เพื่อให้ตัวเองมีชีวิตรอด) บางคนยอมตายดีกว่าอยู่อย่างไร้ศักดิ์ศรี ส่วนพรอคเตอร์ ขณะที่เขากำลังจะโดนแขวนคอ เขาต้องเซ็นชื่อเพื่อรับสารภาพว่า เป็นผู้หันหลังให้พระเจ้า แต่เขากลับไม่ยอมเซ็นโดยให้เหตุผลว่า เขาได้สารภาพแล้วว่าเขาหันหลังให้พระเจ้า ตอนนี้เขาได้สูญเสียทั้งลูก ภรรยาที่จะไม่ได้เห็นหน้าอีกต่อไป รวมถึงชีวิตของตัวเองด้วย วาระสุดท้าย เขาขอแค่มีชื่อได้หรือไม่ มิลเลอร์เขียนบทละครชิ้นนี้ขึ้นจากประสบการณ์โดยตรง ในยุคของเขาที่เกิดสงครามเย็น (Cold war ปี ค.ศ.1946-1991) ระหว่างค่ายประชาธิปไตย นำโดยสหรัฐอเมริกา กับค่ายคอมมิวนิสต์นำโดยสหภาพโซเวียต มีการแข่งขันสะสมอาวุธนิวเคลียร์ รวมไปถึงการแย่งชิงการเป็นเจ้าลัทธิปกครองโลก ในสหรัฐอเมริการมีการต่อต้านคอมมิวนิตส์อย่างเป็นจริงเป็นจัง นำโดยกลุ่มสมาชิกพรรครีพับลิกัน (Republican) เหตุเพราะกลัวว่า ประเทศจะมีการเปลี่ยนแปลงและพรรคฝักใฝ่คอมมิวนิสต์ จึงทำโฆษณาชวนให้เชื่อว่า การปกครองของฝ่ายตรงข้ามเลว ควรกำจัดให้สิ้นซาก จนกลายเป็นยุค “ปลุกผีคอมมิวนิสต์” และเป็นที่มาของบทละครดังกล่าว วงการศาสนาก็คล้อยตามแนวคิดดังกล่าว โดยพระสมเด็จพระสันตะปาปาบุญราศี ปีโอ ที่ 9 ((Bl. Pius IX) (ค.ศ. 1846-1878 สถาปนา 3 กันยายน ค.ศ. 2000) ประกาศประณาม “ลัทธิคอมมิวนิสต์ซึ่งไม่เชื่อในพระเจ้า” วงการบันเทิงฮอลิวู้ดก็กล่าวประณาม หรือทำการตามล่าแม่มดเช่นกัน บุคคลที่รู้จักกัน เช่น ชาลี แชปปลิน (Charlie Chaplin) (16 เมษายน ค.ศ. 1889–25 ธันวาคม ค.ศ. 1977) ดาราตลกชื่อดังแห่งโลก วอล์ท ดิสนีย์ (Walter Elias Disney) (5 ธันวาคม 2444 - 15 ธันวาคม 2509

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์