นักข่าวพลเมือง: ญาติเหยื่อสลายการชุมนุม เผาโลง “สุเทพ” หน้ารัฐสภา

วานนี้ (8 ก.ย.54) เวลาประมาณ 11.00 น.ที่หน้ารัฐสภา กลุ่มญาติผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อเดือน เม.ย.-พ.ค.53 ประมาณ 30 คน สวมชุดดำร่วมพิธีเผาศพนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง แสดงความไม่พอใจกรณีให้สัมภาษณ์สื่อระบุกลุ่มคนเสื้อแดงไม่มีสิทธิ์กดดันการจัดทำโผทหาร พร้อมเรียกร้องขอความเป็นธรรมจากเหตุการณ์ความสูญเสียที่เกิดขึ้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขบวนแห่โลงศพจำลองของนายสุเทพ เริ่มต้นจากบริเวณหน้ารัฐสภาฝั่งสวนสัตว์ดุสิตวนไปฝั่งหน้ารัฐสภาบริเวณประตูทางเข้าออก โดยมีพวงหรีดประดับด้วยดอกไม้จันทน์มีข้อความว่า “ขอแสดงความยินดีกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ จากญาติวีรชน 93 ศพ” จากนั้นจึงเริ่มการฌาปนกิจศพจำลองด้วยการนำน้ามะพร้าวมาล้างหน้าศพ ทำพิธีวางดอกไม้จันทน์กลุ่มญาติและมวลชนทยอยกันวางดอกไม้จันทน์ และเริ่มจุดไฟเผาพร้อมเปิดเพลงธรณีกันแสงประกอบ หลังการเผาจนโลงศพจำลองไหม้เกือบหมดจึงนำน้ำมาดับไฟ พร้อมส่งเสียงโห่ร้องดีใจ นางพะเยาว์ อัคฮาด มารดาของนางสาวกมนเกด อัคฮาด อาสาพยาบาลที่เสียชีวิตในวัดปทุมให้สัมภาษณ์ว่า ไม่พอใจที่นายสุเทพ ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อพาดพิงว่าการออกมาคัดค้านการแต่งตั้งโยกย้ายโผทหารนั้นไม่ใช่หน้าที่ของคนเสื้อแดงและไม่มีสิทธิ์ด้วย แต่การที่เธอออกมาพูดถึงการโยกย้ายโผทหารนั้นเป็นการกล่าวในฐานะผู้สูญเสียและยังไม่ได้รับความเป็นธรรม และเธอไม่ได้คัดค้านแต่เป็นการขอให้ระงับชั่วคราว เพราะหากว่าจะย้ายตำแหน่ง ผู้ที่มีรายชื่ออยู่ในโผนั้นยังเป็นบุคคลที่เป็นคู่กรณีจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมอยู่ จึงอยากให้มีข้อเท็จจริงเกิดขึ้นกับสังคมก่อนที่บุคคลเหล่านั้นจะได้ตำแหน่งในช่วงนี้ ขณะเดียวกัน นางกูลกิจ สุริยะแก่นทราย ภรรยานายวสุ สุริยะแก่นทราย ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์สลายเมื่อวันที่ 10 เม.ย.53 ปัจจุบันกลายเป็นผู้พิการยังต้องนั่งรถเข็น ได้เรียกร้องให้นายสุเทพจับชายชุดดำให้ได้หากมันมีจริง เพราะเธออยู่ในเหตุการณ์วันนั้นด้วย แต่ไม่เคยเห็นว่ามีชายชุดดำ มีแต่สามีที่ถูกทำร้ายถึงขั้นพิการ และแม้จะเป็นผู้หญิงแต่ก็พร้อมจะสู้กับนายสุเทพ เพราะว่าชายชุดดำมาจากทหาร ร้องกองปราบตรวจสอบชื่อ-ที่อยู่เผยแพร่ในสื่อ ข้องใจข่าวบอก ตร.ให้ข้อมูล ช่วงบ่ายวันเดียวกันที่กองบังคับการปราบปราม ถนนพหลโยธิน นางสรวีย์ อารามรักษ์ ผู้เสียหายกรณีถูกเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เข้าร้องเรียนต่อพนักงานสอบสวนกองปราบปรามให้ช่วยตรวจสอบ พ.ต.อ.ฤทธิกร สายสนั่น ณ อยุธยา ผกก.สน.สามเสน กรณีการเปิดเผยชื่อ-นามสกุลจริงและที่อยู่จริงกับสื่อมวลชนทั้งที่ยังไม่ได้ตกเป็นผู้ต้องหาใดๆ จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 26 ส.ค.54 ที่นางสรวีย์ และพวกได้ร่วมกันทำกิจกรรมวางพวงหรีดและเผาดอกไม้จันที่หน้าหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์บ้านพักของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ นางสรวีย์ ให้การแก่เจ้าพนักงานสอบสวนว่า ในวันเกิดเหตุ เธอไปวางพวงหรีดและเผาดอกไม้จันพร้อมกันเป็นกลุ่มประมาณ 10 คน ซึ่งเป็นเพียงการแสดงสัญลักษณ์ทางการเมืองโดยสงบและปราศจากอาวุธ และยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดูแลความสงบเรียบร้อย หลังจากนั้นจึงแยกย้ายกันกลับ เมื่อมาถึงบริเวณหน้าตลาดเทเวศย์ได้มีรถตำรวจมาจอดประกบและเชิญตัวไปที่ สน.สามเสน เมื่อไปถึง สน.สามเสนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอบัตรประจำตัวประชาชนและถ่ายรูปไว้ เหมือนเป็นการทำประวัติแต่ไม่ได้มีการแจ้งข้อหาใดๆ แล้วจึงปล่อยตัวกลับบ้าน ซึ่งในขณะนั้นไม่ได้มีผู้สื่อข่าวอยู่เลย ต่อมาเมื่อกลับถึงที่พัก บุตรชายของเธอได้เห็นข่าวจากเว็บไซด์เมเนเจอร์ออนไลน์ เนื้อหาเกี่ยวกับเหตุการณ์หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์และได้มีการลงชื่อ-นามสกุล และที่อยู่จริง แต่ยังไม่ได้ติดใจอะไร จนกระทั่งสามวันต่อมาได้มีจดหมายมาถึงที่พักจ่าหน้าซองถึงเธอ โดยข้อความมีถ้อยคำด่าทอหยาบคาย และมีมาทุกวันเป็นจำนวนสามฉบับแล้ว ทำให้เกิดความหวั่นวิตกจึงได้มาร้องเรียนต่อกองปรามให้ตรวจสอบว่าเหตุใดจึงปรากฏชื่อและที่อยู่ในสื่อดังกล่าวได้ และระบุว่ามาจาก พ.ต.อ.ฤทิธิกร นางสรวีย์ ตั้งคำถามด้วยว่า พวกของเธอไม่ได้ตกเป็นผู้ต้องหาในข้อหาใด แต่การที่มีชื่อและที่อยู่ปรากฏในเว็บไซต์ดังกล่าวถือเป็นการละเมิดสิทธิของเธอหรือไม่ ด้าน พ.ต.ท.สุรชัย โลหะนาคบุตร พนักงานสอบสวนกองปราบปราม ผู้รับแจ้งเรื่อง กล่าวว่า จะทำการตรวจสอบในเบื้องต้นและจะแจ้งความคืบหน้าภายใน 30 วัน ส่วนเรื่องจดหมายที่ส่งมาด่าทอนั้นต้องแจ้งกับ สน.ในพื้นที่เพื่อความสะดวกในการดูแล เบื้องต้นเห็นว่าการลงชื่อ ที่อยู่ในเว็บไซต์นั้นมีผลกระทบต่อผู้ร้องจึงต้องตรวจสอบต่อไปแต่ไม่ได้เป็นการแจ้งความร้องทุกข์ ทั้งนี้ ผู้เสียหายที่มีชื่อระบุอยู่ในเว็บไซด์เมเนเจอร์ออนไลน์ได้แก่ นางสรวีร์ อารามรักษ์ นายนิธิวัต วรรณศิริ และนางธนนันท์ ประถมเสาร์